คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
การเลิกจ้างคุณนั้นเป็นการพูดคุยกันเพียงสองคนรึเปล่า
และมีใครเป็นพยานให้ได้บ้าง
ตรงนี้สำคัญและหากพยานที่ว่านั้นไม่ใช่ฝ่ายคุณ
คุณก็จะเสียเปรียบมากขึ้น
การที่ฝ่ายบุคคลยื่นข้อเสนอให้มาทำงานตามปกติ
มีทั้งผลดีและผลเสียกับตัวคุณเอง
คงต้องตัดสินใจเอง
แต่เป้าหมายของเขาคือไม่จ่ายชดเชยเมื่อเลิกจ้าง
คุณพลาดในส่วนของหลักฐาน
(หนังสือเลิกจ้าง)
และการที่คุณไปพบเจ้าหน้าที่สวัสดิการแล้ว
ซึ่งเขาแนะนำเช่นนั้นก็ถูกต้อง
เพราะยังไม่ทราบเลยว่าทางบริษัทจะจ่ายหรือไม่จ่ายชดเชย
ถ้ารอถึงตอนนั้นตอนที่เขาไม่จ่ายชดเชย
คุณจะได้เปรียบมากขึ้น
มาถึงคำถามที่ว่า
1.สุดท้ายนี้ผมอยากถามว่าควรทำยังไงต่อ
- ที่คิดได้ตอนนี้มี 2 ทาง
1. กลับไปทำงานตามปกติ
2. ยืนยันคำตอบเดิมไม่ไปทำแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
2.ไม่มีหนังสือเลิกจ้างนี้ผมทำอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย ?
- หนังสือเลิกจ้างเป็นหลักฐานสำคัญอย่างหนึ่ง
ที่จะบอกสถานะได้ว่าคุณถูกเลิกจ้างหรือลาออกเอง
ถามว่าไม่มีหนังสือเลิกจ้างทำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม
ก็ต้องถามกลับไปว่าคุณมีอะไรที่บ่งบอก
หรือเป็นหลักฐานได้ว่าคุณถูกเลิกจ้าง
แล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
3.ผมยึดคำที่เค้าบอกเลิกจ้างผมแต่ผมไม่กลับไปทำได้ใช่มั้ยครับ
ในเมื่อผมไปขอหนังสือแล้วแต่เค้าไม่ยอมให้เค้าจะมาอ้างว่าผมไม่มีหนังสือได้มั้ย ?
- ยึดคำพูดที่เขาบอกเลิกจ้างได้นะ
แต่ถ้าเขาบอกว่าไม่ได้พูดล่ะ ทำไง
ก็คงไม่พ้นเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
4.ถ้าขึ้นศาลผมจะเป็นยังไงบ้าง แต่เวลาไปคุยผมพาเพื่อนพนักงานไปนั่งฟังด้วยเสมอครับ กันไว้
- ไปขึ้นศาลนะ เขามีผู้บันทึกถ้อยคำอยู่
คุณเอาเพื่อนคุณไปเป็นพยานให้ปากคำได้
ว่าแต่เพื่อนคุณที่ว่าจะไปเป็นพยาน
พร้อมตกงานไหมล่ะถ้าเข้าข้างคุณ
กฏหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฏหมายที่เน้นคุ้มครองแรงงานก็จริง
แต่กระบวนการแรกคือการไกล่เกลี่ย
และการไกล่เกลี่ยก็มักจะเป็นทางออกที่ดีระหว่าง
นายจ้างกับลูกจ้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ สวัสดิการฯเป็นพยานให้
ก็ขอให้คุณโชคดีในการเรียกร้องความยุติธรรมนี้
และมีใครเป็นพยานให้ได้บ้าง
ตรงนี้สำคัญและหากพยานที่ว่านั้นไม่ใช่ฝ่ายคุณ
คุณก็จะเสียเปรียบมากขึ้น
การที่ฝ่ายบุคคลยื่นข้อเสนอให้มาทำงานตามปกติ
มีทั้งผลดีและผลเสียกับตัวคุณเอง
คงต้องตัดสินใจเอง
แต่เป้าหมายของเขาคือไม่จ่ายชดเชยเมื่อเลิกจ้าง
คุณพลาดในส่วนของหลักฐาน
(หนังสือเลิกจ้าง)
และการที่คุณไปพบเจ้าหน้าที่สวัสดิการแล้ว
ซึ่งเขาแนะนำเช่นนั้นก็ถูกต้อง
เพราะยังไม่ทราบเลยว่าทางบริษัทจะจ่ายหรือไม่จ่ายชดเชย
ถ้ารอถึงตอนนั้นตอนที่เขาไม่จ่ายชดเชย
คุณจะได้เปรียบมากขึ้น
มาถึงคำถามที่ว่า
1.สุดท้ายนี้ผมอยากถามว่าควรทำยังไงต่อ
- ที่คิดได้ตอนนี้มี 2 ทาง
1. กลับไปทำงานตามปกติ
2. ยืนยันคำตอบเดิมไม่ไปทำแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
2.ไม่มีหนังสือเลิกจ้างนี้ผมทำอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย ?
- หนังสือเลิกจ้างเป็นหลักฐานสำคัญอย่างหนึ่ง
ที่จะบอกสถานะได้ว่าคุณถูกเลิกจ้างหรือลาออกเอง
ถามว่าไม่มีหนังสือเลิกจ้างทำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม
ก็ต้องถามกลับไปว่าคุณมีอะไรที่บ่งบอก
หรือเป็นหลักฐานได้ว่าคุณถูกเลิกจ้าง
แล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
3.ผมยึดคำที่เค้าบอกเลิกจ้างผมแต่ผมไม่กลับไปทำได้ใช่มั้ยครับ
ในเมื่อผมไปขอหนังสือแล้วแต่เค้าไม่ยอมให้เค้าจะมาอ้างว่าผมไม่มีหนังสือได้มั้ย ?
- ยึดคำพูดที่เขาบอกเลิกจ้างได้นะ
แต่ถ้าเขาบอกว่าไม่ได้พูดล่ะ ทำไง
ก็คงไม่พ้นเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
4.ถ้าขึ้นศาลผมจะเป็นยังไงบ้าง แต่เวลาไปคุยผมพาเพื่อนพนักงานไปนั่งฟังด้วยเสมอครับ กันไว้
- ไปขึ้นศาลนะ เขามีผู้บันทึกถ้อยคำอยู่
คุณเอาเพื่อนคุณไปเป็นพยานให้ปากคำได้
ว่าแต่เพื่อนคุณที่ว่าจะไปเป็นพยาน
พร้อมตกงานไหมล่ะถ้าเข้าข้างคุณ
กฏหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฏหมายที่เน้นคุ้มครองแรงงานก็จริง
แต่กระบวนการแรกคือการไกล่เกลี่ย
และการไกล่เกลี่ยก็มักจะเป็นทางออกที่ดีระหว่าง
นายจ้างกับลูกจ้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ สวัสดิการฯเป็นพยานให้
ก็ขอให้คุณโชคดีในการเรียกร้องความยุติธรรมนี้
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลิกจ้างกระทันหัน พอขอหนังสือเลิกจ้างและค่าต่างๆกับไม่ยอมให้ ควรทำไงดี ?
เรื่องเป็นงี้ครับเนื่องจากผมเป็นนักศึกษาต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย
ผมได้ไปสมัครงานเป็นพนักงานพาสทาม ณ ร้านอาหาร
ในห้างร้านหนึ่ง หลักจากที่ทำงานนี้ มา 7 เดือนแล้ว อยู่มาวันหนึ่ง
ฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายทรัพยากรมนุษย์นี้แหละเรียกผมไปคุยเมือวันที่ 18 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา
เนื่องจากจะเลิกจ้างผม ซึ่งเป็นพนักงานพาสทาม เนื่องจากทางร้านต้องการพนักงานประจำที่สามารถย้ายไปต่างจังหวัดได้
(ร้านจะขยายสาขาเพิ่มอีก) อีกทั้งทัศนคติของผมไม่ดี มาทำงานตรงเวลาเกินไป จึงขอเลิกจ้างผม จะไม่มีตารางงานสำหรับผมอีก
โดยให้ทำงานต่ออีกวันหนึ่ง คือวันที่ 19 กรกฎาคม และฝ่ายบุคคลได้บอกว่าผมจะพ้นสภาพการเป็นพนักงาน
ร้านนี้ทันทีวันที่ 20 กรกฎาคม และไม่ต้องมาทำงานอีกแล้ว ผมน้อมรับและตกลงที่ทางบริษัทให้ผมออก
แต่ผมก็ได้ซักถามแล้วว่า ทำไมต้องให้ผมออกด้วย ให้ผมทำงานต่อไม่ได้หรอ ? ผมทำงานตามหน้าที่ ไม่บกพร่องอะไร
ใบเตือนสักใบผมก็ไม่เคยมี ทางนั้นเค้าก็ยืนยันว่าเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้วเนื่องจากผู้บริหารรับทราบเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นผมเลยขอลาหยุด 1 วัน ก็คือวันที่ 19 เนื่องจากผม
ไม่มีสปีริตหรือจิตใจที่จะทำงานต่อแล้วในเมื่อโดนให้ออกแล้ว หลังจากที่นอนเล่นเฟสบุ๊คปกติ
ผมก็ได้เห็นฟีตข่าวในเฟสขึ้นมาประมาณว่า หากถูกเลิกจ้าง สามารถขอเงินชดเชยได้อะไรประมาณนี้ หากทำงานเกิน 120 วันแล้ว
ผมเลยนึกขึ้นได้ ว่าผมทำงานมา เกิน 120 วันแล้ว ผมเลยหาข้อมูลคร่าว ๆ จึงรู้ว่าทางบริษัทต้องออกหนังสือเลิกจ้างให้
แล้วจะได้รับค่าชดเชย และค่าบอกกล่าว
วันที่ 20 กรกฎาคม ผมเลยไปที่ออฟฟิต เพื่อไปคุยเรื่องหนังสือเลิกจ้างและค่าชดเชย และค่าบอกกล่าว กับได้คำตอบมาว่า "ไม่มีหนิ"
พาสทามมีด้วยหรอ ผมจึงค้านไปว่า ทางกฎหมาย ผมจะต้องได้ไม่ใช่หรอครับ ? ฝ่ายบุคคลจึงบอกกับผมว่า "นั้นรอไปก่อน"
ผมถามว่าเมื่อไหร่ เค้าก็บอกว่าอย่าเร่งรัดสิ่ งานผมมีเยอะแยะนะ ผมก็เลยกล่าวขอโทษไปแล้วบอกว่าผมขอก่อนสิ้นเดือนได้มั้ยครับ ?
เค้าตอบว่าจะติดต่อกลับไป ผมจึงไปขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากกรมสวัสดิการแรงงานแล้ว
กลับได้คำตอบจากพนักงานที่ไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่ ถามอะไรไปก็ไม่ค่อยฟังตอบแบบประมาณว่า
รอให้เงินเดือนออกก่อนถ้าไม่ได้แล้วค่อยมาฟ้องละกัน ผมได้ยินผมเสียความรู้สึกมากครับ
ต้องการจะมาขอคำปรึกษาแท้ๆ อีกอย่างผมไปสองรอบ รอบเช้ากับบ่าย มโนว่าเค้าคงจะเปลี่ยนคนแล้ว
ตอนแรกดีใจครับที่เข้าไปแล้ว ไม่เห็นคนเดิม เลยถามพี่พนักงานอีกคนหนึ่ง สักพักพี่เค้าก็บอกว่า
ต้องให้พี่อีกคนนึงรับเรื่องครับ "โป๊ะเช๊ะ"คนเดิมครับ 555
ก็ได้คำตอบเดิมๆๆครับให้รอสิ้นเดือนค่อยมาฟ้อง (ผมแค่มาปรึกษาค๊าบบบ T^T)
แต่กับโดนแบบนี้ยอมรับคำโมโหมากแต่อันนี้ไม่ว่ากันครับ ผมกลัวมากที่ทางบริษัทไม่ยอมออกหนังสือเลิกจ้างให้
กลัวเค้าจะแจ้งว่าขาดงานอะไรประมาณนี้ครับ ลุงคนนั้นเลยบอกว่าถ้ากลัวนักก็ไปแจ้งตำรวจสิ ไปลงบันทึกประจำวัน
เค้าจะทำให้มั้ยอันนี้ผมไม่รู้นะ ผมไม่รอช้าครับ ขับรถไปโรงพักทันที เลยไปลงบันทึกประจำวันไว้ครับ
จากนั้นผมจึงหาข้อมูลเพิ่มเติมและวันต่อมาผมจึงได้ไปปรึกษากับศาลแรงงานครับ ทางนี้ให้คำปรึกษาดีมากครับ
รู้สึกเหมือนเค้าฟังเรา ผมจึงเล่าให้เค้าฟัง พี่เค้าก็ให้เขียนคำร้องไว้ ก็เหมือนเดิมครับรอดูสิ้นเดือนว่าเค้าจะให้ไหม
ผมได้ไปคุยกับทางฝ่ายบุคคลหลายรอบครับเพราะทางศาลให้ไปตกลงไกล่เกลี่ยกันเองก่อน ก่อนที่จะมาศาล
พอไปคุยทางบริษัทก็บอกจะให้ผมไปทำงานต่อโดยจัดตารางงานให้ (1 วันต่อ1 สัปดาห์) ผมได้ค้านไปแล้วครับ
ว่าทางบริษัทให้ผมออกแล้วไม่ใช่หรอ อีกอย่างให้ผมไปทำอาทิตย์ละวันเนี้ยนะ
มันคืออะไร สุดท้ายเค้าแนะนำให้ทำหนังสือยื่นผู้บริหารเกี่ยวกับข้อเสนอของผม สุดท้ายวันนี้ วันที่ 24 กรกฎาคม
กลับโดนโทรมาบอกว่า ให้ผมกลับไปทำงานตามปกติ ผมเลยค้านไปอีกว่า พวกพี่ให้ผมออกแล้วหนิ เขาตอบกับผมว่า
ทางเราไม่ได้ออกหนังสือเลิกจ้างให้ผมเลยนะ ผมเลยบอกไปว่าบอกเลิกจ้างทางวาจาก็ถือเป็นการเลิกจ้างไม่ใช่หรอครับ ?
สุดท้ายคุยกันไปคุยกันมา มารู้ว่าอำนาจทั้งหมดอยู่ที่ผู้บริหารคนเดียวครับ ที่มาคุยกับผมเนี่ยแค่กระบอกเสียงไม่มีอำนาจตัดสินใจ
ผมเสียความรู้สึกมากๆ ไหนบอกว่าเปลี่ยนไม่ได้แล้วไงแล้วนี้คืออะไร ???
โดยผู้บริหารย้ำกับฝ่ายบุคคลว่าจะไม่เจรจาหรือจ่าย จะให้ผมกับไปทำงานอย่างเดียว (ผมไม่อยากกลับไปแล้วครับ)
คำพูดที่ผู้บริหารให้ฝ่ายบุคคลมาบอกกับผมว่าให้ผมออก แต่พอผมจะขอสิ่งที่ผมควรได้รับกับให้ผมกลับไปทำงานต่อ
โดยอ้างว่าผมไม่มีหนังสือเลิกจ้าง คนแบบนี้หรอครับจะเชื่อคำพูดเค้าได้อีก ????
คำพูดแรกที่เค้าเคยบอกเค้ายังเปลี่ยนได้เลย ถ้าผมกลับไปไม่วันใดวันหนึ่ง ผมไม่โดนไล่อีกหรอครับ ผมยืนยันว่าผมไม่กลับไปครับ//
1.สุดท้ายนี้ผมอยากถามว่าควรทำยังไงต่อ
2.ไม่มีหนังสือเลิกจ้างนี้ผมทำอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย ?
3.ผมยึดคำที่เค้าบอกเลิกจ้างผมแต่ผมไม่กลับไปทำได้ใช่มั้ยครับ ในเมื่อผมไปขอหนังสือแล้วแต่เค้าไม่ยอมให้เค้าจะมาอ้างว่าผมไม่มีหนังสือได้มั้ย ?
4.ถ้าขึ้นศาลผมจะเป็นยังไงบ้าง แต่เวลาไปคุยผมพาเพื่อนพนักงานไปนั่งฟังด้วยเสมอครับ กันไว้
#เรื่องมันยาวกว่านี้มากครับ #คร่าวๆก็ประมาณนี้ #ยินดีเล่าเพิ่มเติมหรือชี้แจงประเด็นต่างๆครับ
#อาจพิมพ์ผิดหรือตกหล่นขออภัยครับ #ผมต้องการความรู้เพิ่มเติมหรือคำปรึกษาครับ T^T
ปล.พี่เค้าบอกว่า ไม่ว่ายังไงเค้าก็ไม่ยอมจ่ายเราหรอกนอกจากศาลสั่งนั้นแหละ พวกพี่อีกนั้นแหละที่ไป ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ