สวัสดีค่ะ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วแนะนำอาหารว่าง เฟรนช์ฟรายราดซอสมะเขือเทศไปแล้ว เย็นนี้เลยแวะมาแนะนำอาหารจานหลักง่ายๆที่ใช้มะเขือเทศเป็นส่วนผสมหลักเช่นกัน มื้อนี้งบประมาณแค่ร้อยต้นๆ ทานกัน 2 คนกับแฟน อิ่มอร่อยแบบไม่หนักท้องมาก หลายๆคนไม่ชอบทานมะเขือ (รวมถึงตัวเราด้วยเมื่อก่อน) แต่อยากให้ลองกลั้นใจทานไปเถอะค่ะเพื่อผิวที่สดใสสวยงามมากยิ่งขึ้น สำหรับคุณผู้ชายก็ทานดีเพราะผักชนิดนี้ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยนะคะ ว่าแล้วเรามาดูวิธีการทำกันเลยจ้า
มะเขือเทศยัดไส้หมูสับทานคู่กับสปาเก็ตตี้
ส่วนผสม
1. หมูสับ 1 ขีด เราซื้อที่ห้างเอาแพ็ค 2 ขีดมาราคา 31 บาท
2. มะเขือเทศ 3 ลูก
3. หัวหอมใหญ่ + หัวหอมแดง (จะใช้แต่หอมใหญ่ก็ได้นะคะ)
4. กระเทียม 2 กลีบ
5. ผักชี ใช้ไม่เยอะ กำละ 5 บาทเกินพอค่ะ
6. พริกไทยดำ + เกลือ + พริกป่น
7. ไข่ไก่ 1 ฟอง
8. น้ำมันมะกอกถ้ามี ไม่งั้นก็ใช้น้ำมันพืชก็ได้ค่ะ
8. สปาเก็ตตี้ วันนี้เราใช้ของเบสฟู๊ด ยี่ห้อนี้เหนียวดี อร่อยกว่าของนำเข้าบางตัวอีกค่ะ มีตั้งแต่ราคา 59 บาทขึ้นไป
ขั้นตอนในการทำ
1. ซอยหอม กระเทียม และผักชีให้เป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ จากนั้นผ่ามะเขือเทศให้เป็น 2 ชิ้น อย่าลืมตัดหัวและตูดมะเขือออกนิดนึงเพื่อให้มันตั้งอยู่นะคะ จากนั้นนำผักทั้งหมดใส่ลงบนชามหมูสับ จริงๆแล้วใช้หมูสับน้อยมาก ให้ค่อยๆแบ่งหมูใส่ลงไปนะคะไส้เหลือจะได้ไม่ต้องทิ้ง
2. ลงมือคว้านมะเขือโดยใช้ปลายช้อนขูดเอาไส้ออกให้หมด ระวังอย่าให้ก้นทะลุ หยดน้ำมันพร้อมโรยพริกไทยและเกลือลงบนมะเขือเทศด้วยนะคะ ส่วนไส้กับน้ำมะเขือให้เอาไปใส่ในชามที่ผสมหมู เสร็จแล้วก็ตอกไข่ใส่ชามผสม เราจะใช้เฉพาะไข่แดงน้า ไข่ขาวที่เหลือเอาไปแช่ตู้เย็นเก็บไว้ไปพอกหน้าลอกสิวเสี้ยนก่อนนอนค่ะ
3. เจียวหอมให้เหลืองแล้วเอามาใส่ในถ้วยผสม ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไท และพริกป่น จากนั้นคนเครื่องทั้งหมดให้เข้ากัน ตักไส้ที่ได้ใส่ในมะเขือเทศให้พูนๆ นำเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 180 องศา ใช้ไฟล่างและบน อย่าลืมทาน้ำมันลงบนถาดก่อนวางมะเขือเทศด้วยนะคะ จะได้หยิบออกง่ายๆ ก่อนเข้าเตาก็หยดน้ำมันลงบนมะเขืออีกหน่อยป้องกันไม่ให้หน้ามันไหม้ ใช้เวลาอบทั้งหมดประมาณ 15 นาที ช่วง 8 นาทีหลังให้ปรับจากไฟล่างและบน มาเหลือแต่ไฟล่างนะคะ ถ้าไม่งั้นหน้าไส้จะไหม้ไม่น่ากินค่ะ
4. เริ่มต้มน้ำเตรียมทำสปาเก็ตตี้เลยค่ะ ให้เพื่อนๆ หยดน้ำมันลงไปนิดหน่อยและใส่เกลือลงไปในน้ำเพื่อเพิ่มรสชาติและกันไม่ให้เส้นติดหม้อนะคะ ใส่เส้นตอนน้ำเดือดๆและรอประมาณ 10-12 นาที รินน้ำออก ขั้นตอนนี้บางคนจะเอาเส้นไปช๊อคกับน้ำเย็น (อันนี้เหมาะสำหรับคนที่จะเก็บเส้นเข้าตู้เย็นไว้ทานวันอื่น) แต่เราจะไม่เอาผ่านน้ำเพราะเส้นมันจะไม่เหนียว เอาเส้นขึ้นปุ๊ป เราจะใส่เนย (จืดหรือเค็มก็ได้ค่ะ) ลงไปในขณะที่เส้นร้อนและคนให้เข้ากัน รับรองว่ารสชาติสปาเก็ตตี้จะอร่อยขึ้น แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่ค่ะ
5. ปกติแล้วเส้นกับมะเขือเทศจะสุกในเวลาไล่เลี่ยกันเลย นำมะเขือออกจากเตา เรียงคู่กับสปาเก็ตตี้ร้อนๆ รสชาติเบาๆเหมาะกับมื้อเย็นนะคะ
เตรียมเครื่องปรุงให้พร้อมนะคะ
ซอยผักทั้งหมดและผ่ามะเขือเทศเป็น 2 ชั้น อย่าลืมตัดหัวและท้ายให้มะเขือตั้งได้
ใช้ปลายช้อนคว้านไส้มะเขือออกให้หมด
ผสมหมูสับ+ผักชี+ไข่แดง+พริกไทย+เกลือ+พริกป่นตามใจชอบ
เจียวหอมให้เหลืองใส่น้ำมันนิดเดียว พอไม่ให้หอมติดกระทะ
ตักหอมใส่ถ้วยผสมคนให้เข้ากัน
ตักไส้ใส่ในมะเขือให้พูน
โรยน้ำมันก่อนเข้าเตาอบ ไฟล่างบนประมาณ 15 นาที
ต้มสปาเก็ตตี้ด้วยไฟปานกลางประมาน 10-12 นาที อย่าลืมหยดน้ำมันกับใส่เกลือลงไปด้วยนะคะ
15 นาที ก็สุกแล้วค่ะ
เรียงใส่จานพร้อมทาน ทำแบบนี้ได้ 2 ชุดนะคะ แบ่งกันทานคนละ 3 ชิ้น
จบแล้วค่ะ สำหรับมื้อนี้ เราจ่ายตลาดไปยังไม่ถึง 150 บาทเลยค่ะได้ ไว้เพื่อนๆมีโอกาสลองทำทานดูนะคะ บ้านไหนไม่มีเตาอบ อยากแนะนำให้ซื้อเตาเล็กๆไว้สักอัน ราคาอยู่ที่พันต้นๆ รับรองว่าคุณจะได้เมนูทำอาหารเพิ่มขึ้นอีกเยอะ อีกอย่างอาหารแบบอบมันอ้วนน้อยกว่าแบบทอดนะคะ เมนูนี้อาจจะไม่แปลกใหม่สำหรับบางท่าน แต่คนที่ยังไม่รู้จักเมนูนี้ก็น่าจะมีเยอะเหมือนกัน เศษฐกิจแบบนี้เราต้องเข้าครัวบ่อยขึ้น เพราะไปทานที่ร้านทีไรแบงค์พันปลิวทุกที เช่นเคยค่ะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเข้าครัวนะคะ ไม่มีใครทำอาหารเก่งมาตั้งแต่เกิด ทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝน ทำเรื่อยๆเดี๋ยวมันก็อร่อยเอง ไปก่อนค่ะวันนี้ อย่าลืมแชร์ไอเดียมาเป็นกำลังใจให้คนเขียนกันด้วยน้า
สูตรมะเขือเทศยัดไส้หมูกับสปาเก็ตกี้ (stuffed tomatoes) อาหารจานหลักง่ายๆในยุคประหยัด :)
ส่วนผสม
1. หมูสับ 1 ขีด เราซื้อที่ห้างเอาแพ็ค 2 ขีดมาราคา 31 บาท
2. มะเขือเทศ 3 ลูก
3. หัวหอมใหญ่ + หัวหอมแดง (จะใช้แต่หอมใหญ่ก็ได้นะคะ)
4. กระเทียม 2 กลีบ
5. ผักชี ใช้ไม่เยอะ กำละ 5 บาทเกินพอค่ะ
6. พริกไทยดำ + เกลือ + พริกป่น
7. ไข่ไก่ 1 ฟอง
8. น้ำมันมะกอกถ้ามี ไม่งั้นก็ใช้น้ำมันพืชก็ได้ค่ะ
8. สปาเก็ตตี้ วันนี้เราใช้ของเบสฟู๊ด ยี่ห้อนี้เหนียวดี อร่อยกว่าของนำเข้าบางตัวอีกค่ะ มีตั้งแต่ราคา 59 บาทขึ้นไป
ขั้นตอนในการทำ
1. ซอยหอม กระเทียม และผักชีให้เป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ จากนั้นผ่ามะเขือเทศให้เป็น 2 ชิ้น อย่าลืมตัดหัวและตูดมะเขือออกนิดนึงเพื่อให้มันตั้งอยู่นะคะ จากนั้นนำผักทั้งหมดใส่ลงบนชามหมูสับ จริงๆแล้วใช้หมูสับน้อยมาก ให้ค่อยๆแบ่งหมูใส่ลงไปนะคะไส้เหลือจะได้ไม่ต้องทิ้ง
2. ลงมือคว้านมะเขือโดยใช้ปลายช้อนขูดเอาไส้ออกให้หมด ระวังอย่าให้ก้นทะลุ หยดน้ำมันพร้อมโรยพริกไทยและเกลือลงบนมะเขือเทศด้วยนะคะ ส่วนไส้กับน้ำมะเขือให้เอาไปใส่ในชามที่ผสมหมู เสร็จแล้วก็ตอกไข่ใส่ชามผสม เราจะใช้เฉพาะไข่แดงน้า ไข่ขาวที่เหลือเอาไปแช่ตู้เย็นเก็บไว้ไปพอกหน้าลอกสิวเสี้ยนก่อนนอนค่ะ
3. เจียวหอมให้เหลืองแล้วเอามาใส่ในถ้วยผสม ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไท และพริกป่น จากนั้นคนเครื่องทั้งหมดให้เข้ากัน ตักไส้ที่ได้ใส่ในมะเขือเทศให้พูนๆ นำเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 180 องศา ใช้ไฟล่างและบน อย่าลืมทาน้ำมันลงบนถาดก่อนวางมะเขือเทศด้วยนะคะ จะได้หยิบออกง่ายๆ ก่อนเข้าเตาก็หยดน้ำมันลงบนมะเขืออีกหน่อยป้องกันไม่ให้หน้ามันไหม้ ใช้เวลาอบทั้งหมดประมาณ 15 นาที ช่วง 8 นาทีหลังให้ปรับจากไฟล่างและบน มาเหลือแต่ไฟล่างนะคะ ถ้าไม่งั้นหน้าไส้จะไหม้ไม่น่ากินค่ะ
4. เริ่มต้มน้ำเตรียมทำสปาเก็ตตี้เลยค่ะ ให้เพื่อนๆ หยดน้ำมันลงไปนิดหน่อยและใส่เกลือลงไปในน้ำเพื่อเพิ่มรสชาติและกันไม่ให้เส้นติดหม้อนะคะ ใส่เส้นตอนน้ำเดือดๆและรอประมาณ 10-12 นาที รินน้ำออก ขั้นตอนนี้บางคนจะเอาเส้นไปช๊อคกับน้ำเย็น (อันนี้เหมาะสำหรับคนที่จะเก็บเส้นเข้าตู้เย็นไว้ทานวันอื่น) แต่เราจะไม่เอาผ่านน้ำเพราะเส้นมันจะไม่เหนียว เอาเส้นขึ้นปุ๊ป เราจะใส่เนย (จืดหรือเค็มก็ได้ค่ะ) ลงไปในขณะที่เส้นร้อนและคนให้เข้ากัน รับรองว่ารสชาติสปาเก็ตตี้จะอร่อยขึ้น แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่ค่ะ
5. ปกติแล้วเส้นกับมะเขือเทศจะสุกในเวลาไล่เลี่ยกันเลย นำมะเขือออกจากเตา เรียงคู่กับสปาเก็ตตี้ร้อนๆ รสชาติเบาๆเหมาะกับมื้อเย็นนะคะ
จบแล้วค่ะ สำหรับมื้อนี้ เราจ่ายตลาดไปยังไม่ถึง 150 บาทเลยค่ะได้ ไว้เพื่อนๆมีโอกาสลองทำทานดูนะคะ บ้านไหนไม่มีเตาอบ อยากแนะนำให้ซื้อเตาเล็กๆไว้สักอัน ราคาอยู่ที่พันต้นๆ รับรองว่าคุณจะได้เมนูทำอาหารเพิ่มขึ้นอีกเยอะ อีกอย่างอาหารแบบอบมันอ้วนน้อยกว่าแบบทอดนะคะ เมนูนี้อาจจะไม่แปลกใหม่สำหรับบางท่าน แต่คนที่ยังไม่รู้จักเมนูนี้ก็น่าจะมีเยอะเหมือนกัน เศษฐกิจแบบนี้เราต้องเข้าครัวบ่อยขึ้น เพราะไปทานที่ร้านทีไรแบงค์พันปลิวทุกที เช่นเคยค่ะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเข้าครัวนะคะ ไม่มีใครทำอาหารเก่งมาตั้งแต่เกิด ทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝน ทำเรื่อยๆเดี๋ยวมันก็อร่อยเอง ไปก่อนค่ะวันนี้ อย่าลืมแชร์ไอเดียมาเป็นกำลังใจให้คนเขียนกันด้วยน้า