'วิษณุ' รับ 83 ปีไทยยังไม่เป็น ปชต. ชี้ต้องผุดวัฒนธรรมการเมือง ....ข่าวไทยรัฐออนไลน์...../sao..เหลือ..noi

กระทู้คำถาม
"วิษณุ" ยันสภาขับเคลื่อนฯ 2 รธน.ไม่ซ้ำซ้อน พร้อมค้านตั้ง สปช.-สนช. เป็นสภาขับเคลื่อนฯ ตาม รธน.ใหม่
กันถูกมองเป็นการตบรางวัล พร้อมรับ ผ่านมา 83 ปี ไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ระบุ ต้องสร้าง
วัฒนธรรมทางการเมือง ปชช.ต้องพูดถึงหน้าที่และความรับผิดชอบ...

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 24 มิ.ย. 58 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เกรงว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่จะตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแก้ไขเพิ่มเติม จะซ้ำซ้อนกับสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศที่จะเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ไม่ซ้ำซ้อน เพียงแต่ชื่อตั้งใจ
ให้ซ้ำกัน เป็นความตั้งใจเอาชื่อมาใช้ก่อน เนื่องจากเห็นว่ามีภารกิจเดียวกันคือการปฏิรูป แต่ตัวบุคคลไม่ควร
ซ้ำกัน ไม่เห็นด้วยที่จะให้เอาสมาชิก สปช.ส่วนหนึ่งและ สนช.ส่วนหนึ่ง มาเป็นเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป
ประเทศตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเหมือนเป็นการให้รางวัล มันไม่ถูก ต้องคัดกัน ซึ่งทราบว่าเบื้องต้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้นายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่เป็นคนแต่งตั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯ ตาม
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และอายุของสภาขับเคลื่อนฯ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแก้ไขเพิ่มเติมจะหมดลง เมื่อ
มีการเปิดสภาฯ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเขียนให้ชัด ไม่อย่างนั้นถือว่าบกพร่อง

นายวิษณุ กล่าวถึงในโอกาสครบรอบ 83 ปี การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของไทยว่า 83 ปีที่ผ่านมามี
ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยมาก มีรัฐบาลประมาณ 60 คณะ มีการยึดอำนาจ 12 ครั้ง มีนายกรัฐมนตรี 29 คน
มีรัฐธรรมนูญ 19 ฉบับ และกำลังจะมีฉบับที่ 20 ถือว่าเยอะ ซึ่งการที่มีรัฐธรรมนูญเยอะเกิดจากเหตุ 3 อย่างคือ
1. การยึดอำนาจ 2. มีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวและเปลี่ยนไปเป็นฉบับถาวร และ 3. ยกเลิกรัฐธรรมนูญแล้วร่างใหม่

อย่างไรก็ตาม การเมืองวันนี้พัฒนาไปจากเมื่อ 83 ปี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เรายังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ [เราอาจจะพึงพอใจกับการเลือกตั้งและพึงพอใจกับการที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ แต่หากนึกถึงพระราชปณิธานของ
รัชกาลที่ 7 ที่มีจำนวนมาก เรายังไม่ได้สัมฤทธิ์ตามนั้น อีกทั้งปัจจุบันมีการพูดกันมากเรื่องสิทธิ แต่หน้าที่และความ
รับผิดชอบยังมีการพูดกันน้อย จึงทำให้เกิดปัญหา


ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำอย่างไรให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้ นายวิษณุ กล่าวว่า คำว่า สมบูรณ์ไม่ได้หมายถึงประชาธิปไตยตามแบบมาตรฐานสากลของนานาชาติ แต่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์คือ
ประชาชนตระหนักในหน้าที่ ตื่นตัว มีความรับผิดชอบ ที่สำคัญคือ วัฒนธรรมทางการเมือง ตนถือว่าเรื่องนี้
สำคัญ ทำไมเราเอาต้นไม้ที่มาจากญี่ปุ่นหรือยุโรปมาปลูกที่เมืองไทยแล้วไม่ค่อยจะงาม เป็นเพราะดิน น้ำ
อากาศ และปุ๋ยมันผิดกัน ตนเชื่อว่า การเมืองในระบอบใดก็ตามเอาไปใช้ในที่ใดที่หนึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผลเหมือน
กับที่ต้นตอ เพราะมันขึ้นอยู่ที่สิ่งแวดล้อม ดังนั้น เมื่อพูดถึงการเมืองต้องพูดถึงวัฒนธรรมการเมือง ตรงนี้สำคัญ
ที่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยมั่นคง แต่ตราบใดที่เรายังขึ้นรถเมล์ไม่เข้าแถว ยังไม่รักษาเวลา ยังทุบตู้โทรศัพท์
เพราะคิดว่าของหลวงไม่ใช่ของเรา ยากที่จะเป็นประชาธิปไตย จึงต้องปลูกสิ่งเหล่านี้

http://www.thairath.co.th/content/507287

หึ  หึ อ.จ.จะใช้เวลาปลูกสิ่งเหล่านี้ก่อนถึงจะให้ประชาธิปไตย  เกิดขึ้น กระนั้นหรือ
เราจะไม่ยอมให้ประชาชน  ค่อยๆเรียนรู้ประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้งหรือ  นานาสงสัย

สาวแว่น
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
จะเอาผลเสียก่อนแล้วค่อยทำเหตุตามหลัง

วิษณุบ้าไปไหม?
--------------------------------------------------------------------
วัฒนธรรมการเมือง(แบบประชาธิปไตย)
ก็ต้องสร้างขึ้นมาจากสภาพแวดล้อมแบบประชาธิไตย

จะเอาสภาพแวดล้อมสังคมลักษณะอื่นไปบ่มเพาะสร้างประชาธิปไตย ทำได้ที่ไหนกัน
--------------------------------------------------------------------

และประชาธิปไตยก็ไม่ใช่ ดีที่สุด
ในโลกนี้มีอำนาจอยู่สามแบบ
ต้องใช้ให้เหมาะ กาละ เทศะ บุคคล (+ คุณภาพ และ ปริมาณอีกตะหาก)

1. อำนาจ เผด็จการ ทำตามใจฉัน
2. อำนาจ ประชาธิปไตย เอาตามทิศทางประสบการณ์ของคนส่วนใหญ่
3. อำนาจ ความรู้ รู้ผล รู้วิธีการ รู้เหตุปัจจัย

--- จะเห็นได้ชัดเจนว่า อำนาจประชาธิปไตย บางครั้งมันก็ไร้สาระ
คน 1 คนหรือ 1 ล้านคน หากเชื่อในเรื่องที่ไม่ตรงความจริง
มันก็ยังมีโอกาสผิดพลาดอยู่วันยังค่ำ ความเชื่อไม่ช่วยอะไร และในที่สุดสำนึกประชาธิปไตยก็ไม่ช่วยอะไร
*** แต่อำนาจประชาธิปไตย ใช้ลดความขัดแย้ง ใช้ระงับความวุ่นวายได้
ใช้รวมกลุ่มแล้วตั้งหน้าเดินไปในทิศทางเดียวกันได้

--- อำนาจเผด็จการ ก็มักเลยเถิดไปในทางฟุ่มเฟือย หาผลประโยชน์เข้าตัวเอง
*** แต่ถ้ามีอำนาจความรู้ประกบอยู่ด้วย ก็ใช้บริหารงานได้ดี ให้คุณให้โทษได้เฉียบขาด เจริญเร็วดี

--- และอำนาจความรู้ถ้าสักแต่รู้ ไม่มีอำนาจบริหารอยู่ในมือ หรือได้อำนาจบริหาร
แต่คนส่วนใหญ่ไม่เล่นด่วย ก็ยากที่จะก่อประโยชน์อะไรได้ชัดเจน
*** แต่เป็นอำนาจเดียวที่ตรงต่อความจริงมากที่สุด
--------------------------------------------------------------------

ประเทศจะพัฒนาเร็ว ต้องเอาแบบผสมผสาน
1. ภาวะปกติ ทหารถอยไปให้ไกลจากการเมืองเลย
1.1 อำนาจความรู้ --- ผู้มีความรู้ นักวิชาการที่สนใจการเมือง เชิญทำวิจัยทิศทางพัฒนากันเลย
เล่นการเมืองเชิงสาดโคลนเลิกได้แล้ว ตั้งพรรคการเมือง แล้วเสนอนโยบาย ก็ตามระบอบประชาธิปไตย
1.2 อำนาจประชาธิปไตย --- หากเล่นการเมืองแล้วได้รับเลือก นี่คือเน้นให้คนส่วนใหญ่เลือกทิศทาง ที่เสนอมาจากอำนาจความรู้อีกต่อหนึ่ง)
1.3 อำนาจเผด็จการ --- ฝ่ายบริหาร ต้องมีความเป็นเผด็จการในตำแหน่งหน้าที่ เพื่อจะได้เอาอำนาจความรู้ มาใช้ได้เต็มที่
นั่นคือต้องให้คุณให้โทษต่อข้าราชการได้เต็มๆ
ถ้ากลัวลูกน้องไม่ขยันแล้วให้แต่คุณ ไม่กล้าลงโทษก็ไปไม่ไหวหรอก...
1.4 กลับสู่อำนาจความรู้ --- ผู้มีความรู้ นักวิชาการที่สนใจการเมือง ต้องพิจารณา คิด ดัดแปลง นโยบาย คัดค้านตามสมควร
แล้วขอโอกาสแก้ตัวเริ่มใหม่หรือสานต่อ
1.5 กลับสู่อำนาจประชาธิปไตย --- หมดวาระ ต้องลงและเลือกกันใหม่ตามระบอบ...ทิศทางดีไม่ดีผิดพลาดตรงไหน
ประชาชนจะตัดสินที่ผลงาน
ไม่ใช่คนเพียงกลุ่มเล็กๆ ชิงตัดสินนโยบายที่คนส่วนใหญ่เลือกเสียแล้วตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำ

2. ภาวะฉุกเฉินเช่น สงคราม ให้อำนาจทหารเข้ามาคุมเป็นหลักเลย...

สรุปแล้ว อำนาจประชาธิปไตย ควรใช้เพียงแค่เลือกทิศทาง ไม่ใช่ใช้ในทุกเรื่อง
ส่วนงานบริหารต้องใช้ระบบเผด็จการ ซึ่งอิงระบบความรู้ (ผู้เชี่ยวชาญ) เป็นหลัก
ถ้าจะบ้าเอาประชาธิปไตยไปดันงานบริหาร โอกาสพังก็มีสูง
ตัวขัดขวางระบอบประชาธิปไตยไทยคือ รธน. ฉบับหลังๆ ห่วยมากๆ เพราะตัดอำนาจรัฐบาลแทบไม่เหลือ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่