คุณวิษณุครับ ผมขออนุญาตมองต่างมุมในหลายประเด็นครับ-----------ทวดเอง

กระทู้สนทนา
สืบเนื่องจากผมได้ฟังคำสัมภาษณ์ของคุณวิษณุจากที่นี่ครับ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1440495125

ทำให้ผมอดมิได้ต้องขอแสดงความคิดเห็นบ้าง ซึ่งอาจแตกต่างจากความเข้าใจของคุณวิษณุ แม้คุณวุฒิของผมจะเทียบไม่ได้กับคุณวิษณุแม้สักกระผีกก็ตาม แต่ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง พึงมีสิทธิแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย จริงไหมครับคุณวิษณุ

คุณวิษณุครับ วิกฤติการเมืองที่ผ่านมา ถึงขั้นชัดดาวน์กรุงเทพ จนประชาชนเดือดร้อนกันไปทั่ว ถึงขั้นขัดขวางการเลือกตั้ง จนประเทศขายหน้าไปทั่วโลก เพื่อแลกกับการได้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เพื่อแลกกับการได้ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบไม่ใช่หรือครับ

แต่เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ คุณวิษณุกลับนำไปเปรียบเทียบกับการประกวดนางงาม แถมยังบอกว่า เป็นมิสอะไรก็ได้ แต่ไม่ถึงขั้นมิสยูนิเวอร์สนั้น ผมมองว่าไม่น่าจะใช่นะครับคุณวิษณุ

เราจะนำกฎหมายที่จะบังคับใช้กับคนทั่งประเทศ ไปเปรียบกับการประกวดนางงามไม่ได้อย่างแน่นอนครับ เพราะการประกวดนางงามนั้น ประกวดผ่านแล้วก็ผ่านเลย แต่กฎหมายที่บังคับใช้นี่สิครับ เราต้องใช้บังคับการตลอดไป ยิ่งเป็นกฎหมายที่ตั้งกฎเกณฑ์ให้ยากต่อการแก้ไข ยิ่งต้องละเอียดลออมากขึ้นอีกหลายเท่าครับ จึงจะไม่สร้างปัญหาในภายหลัง

คุณวิษณุครับ การประกวดนางงามนั้น มีหลายครั้งที่ผลการตัดสินค้านกับสายตาประชาชนก็มีให้เห็น มีหลายครั้งที่นางงามแย่งชิงมงกุฎกันก็มีให้เห็น มีหลายครั้งที่คนได้ตำแหน่งต้องถูกริบคืนก็มีให้เห็น และเรายังเคยได้ยิน คนที่ได้ตำแหน่งเพราะพลังของต้นสังกัดก็ออกจะบ่อย

เรื่องเหล่านี้มิใช่หรือครับที่ทำให้เป็นข้ออ้างในการสร้างความวิกฤติในหลายปีที่ผ่านมา แล้วเรายังจะยอมรับกับรัฐธรรมนูญฉบับประกวดนางงามฉบับนี้อีกหรือครับ มันจะไม่เป็นการ “เสียของ” ที่ทำให้ประเทศเสียทั้งเวลาเสียทั้งโอกาสไปอย่างนั้นหรือครับ

คุณวิษณุครับ เมื่อเราจะมีรัฐธรรมนูญที่จะบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ จะต้องไม่มีตำหนิแม้แต่นิดเดียว มันจะต้องสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับ จึงจะสามารถสร้างการยอมรับจากคนทั้งประเทศ และจะได้ไม่มีข้ออ้างตัวบทกฎหมาย แล้วออกมาสร้างวิกฤติอีก

ดังนั้นจะมาบอกว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์หรือ คปป.นั้นแค่คล้ายกับองค์กรที่ใช้ในประเทศที่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์ แต่ไม่เหมือนก็คงไม่ได้หรอกครับ เพราะที่เราต้องการคือประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบครับ

ต่อให้ประชาธิปไตยที่ไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ เสียงของประชาชนก็ยังเป็นใหญ่ แล้วนี่คนยกร่างบอกว่า กำลังจะสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ แล้วเหตุไฉนจึงมี คปป.มาทำหน้าควบคุมรัฐบาลที่มาจากเสียงประชาชนกันล่ะครับ

ถ้าไม่ไว้ใจการเลือกตั้ง สู้อย่ามีการเลือกตั้งดีกว่า
ถ้าไม่ศรัทธาเสียงส่วนใหญ่ ก็อย่าบอกว่าเป็นประชาธิปไตยเลยครับ

จะมาอ้างใช้เมื่อสถานการณ์วิกฤติจนกฎหมายปกติไม่สามารถควบคุมได้ ยิ่งเป็นเรื่องที่ผมงงครับ ทำไมจึงอ้างที่ปลายเหตุกันล่ะครับ ต้นเหตุที่กฎหมายปกติใช้ไม่ได้ มันไม่ใช่อยู่ที่กฎหมาย แต่มันอยู่ที่คนปฏิบัติตามกฎหมาย มีอำนาจเหนือกฎหมาย จนกฎหมายทำอะไรไม่ได้ต่างหากครับ

ดังนั้นถ้าเพียงแก้กฎหมายให้ทุกคนต้องถูกบังคับใช้ด้วยกฎหมายเดียวกัน ใครฝ่าฝืนกฎหมายต้องถูกจับ เจ้าหน้าที่ไม่ทำงาน ต้องเป็นการละเว้นการปฏิบัติ แค่นี้เราก็ไม่จำเป็นต้องมี คปป.มาให้เป็นตำหนิในระบอบประชาธิปไตย

คุณวิษณุครับ เพราะกฎหมายของเรามันไม่ใช่หลักตายตัว มีการตีความกันตามใจชอบ จึงทำให้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งมากมาย ดังนั้นที่บอกว่า ถ้า คปป.ใช้อำนาจเกินขอบเขตก็สามารถยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ผมจึงไม่ค่อยจะมั่นใจสักเท่าไรนัก

เพราะผมยังจำได้อย่างเลือกลาง
การขัดขวางการเลือกตั้งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
การชัดดาวน์กรุงเทพ ปิดสถานที่ราชการ ทำร้ายคนขยับกรวย เป็นการชุมนุมที่สงบ สันติ ปราศจากอาวุธ
การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ สว.ทั้งหมดต้องมาจากการเลือกตั้งเป็นการล้มการปกครอง
หรือแม้กระทั่งการสร้างรถไฟความเร็วสูง ต้องรอให้ถนนดินลูกรังหมดประเทศเสียก่อน

นี่เพียงแค่หนังตัวอย่างๆเล็กๆน้อยๆ ซึ่งถ้าจะให้เขียนกันจริงๆ ผมไม่แน่ใจว่า สองหน้ากระดาษจะเพียงพอหรือเปล่า ดังนั้นผมจึงไม่หวังพึ่งองค์กรใดๆกันอีกแล้ว เว้นแต่จะได้รัฐธรรมนูญที่พอพึ่งพาได้เท่านั้นแหละครับคุณวิษณุ

เพียงแต่นั่นคงเป็นความคาดหวังที่สูงเกินเอื้อมของผม ที่ไม่มีทางจะเป็นจริงได้ เพราะทั้งผมและคุณวิษณุคงมีความเห็นพ้องต้องกัน คือ นอกจากลงเรือลำเดียวกันแล้ว พวกนั้นยังเหาะเหินเกินลงกาไปมากแล้ว ดังนั้นที่พึ่งสุดท้ายของผม จึงอยู่ที่ประชามติเพียงอย่างเดียวครับคุณวิษณุ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่