4
“อือ~” ฉันพลิกตัวนอนหงายแผ่เต็มที่ กระไอเย็นบางๆ ที่ตกลงมากระทบร่าง ทำให้รู้สึกสบายตัวจัง อะไรหนักๆ พาดลงมาทับหน้าท้องฉันไว้ แถมยังมีอะไรอีกก็ไม่รู้พาดทับขาฉันอีก ฉันครางในลำคออย่างรำคาญก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคงเตะสิ่งที่มาสร้างความรำคาญแก่ฉันทิ้งไป ฉันขยับตัวให้นอนสบายขึ้นก่อนจะหลับต่อโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“อือ~”
เสียงอะไรอ่ะ - -? รึว่าฉันละเมอครางออกมาแบบไม่รู้ตัว? โอ๊ะ ช่างมันเถอะ นอนต่อๆ คร่อกกก ZzZ
“หืม?”
หืม...หืมอะไร? ใครหืม?! ฉันนอนอยู่เงียบๆ นะ???
ฉันคิดวุ่นอยู่ในสมอง หวังว่าผีคงไม่มาหลอกฉันคืนนี้อีกนะเฮ้ย = =”
“เฮ้ยยย!!! เฮ้ยๆๆๆ”
พรึ่บ! OO!
ฉันลืมตาตื่นทันทีที่มีเสียงร้องโวยวาย ข้างหน้าคือภาพที่พี่บริงค์หัวยุ่งกำลังมองฉันอย่างหวาดหวั่นตัวสั่นงันงก ส่วนฉันก็ทะลึ่งตัวลุกขึ้นนั่ง ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองแรงๆ และมันก็เจ็บสุโค่ยเหมือนเคย TOT อะไรกันเนี่ยยยย?! นี่มันไม่ใช่ความฝันปกติแล้วนะ ฮือๆๆ T_T มันเกิดอะไรขึ้นกับช้านนนนน \>[]</
“เอ่อ...เอิ่บ O///O”
ฉันละความสนใจจากตัวเอง เงยหน้าขึ้นมองพี่บริงค์อย่างรำคาญเพราะได้ยินเขาพูดติดๆ ขัดๆ มานานและ ฉันจ้องไปที่หน้าเขาอย่างเพ่งพินิจ ก่อนจะไล่สายตาตามมาว่าเขามองอะไรนักหนา และทำไมต้องหน้าแดงด้วย - -?
เฮือก! O///o
ฉันยกแขนขึ้นปิดหน้าอกตัวเองทันที ที่แท้...พี่แกก็มองหน้าอกฉันนี่เอง อ๊ายยย! >///< ไอ้ทะลึ่ง!
“มองอะไรเล่า! หันไปเซ่!” มือข้างหนึ่งคว้าหมอนขึ้นมาปาใส่หน้าเขาอย่างแรง โอ๊ย T^T อาย...อายยยยง่ะ ฮืออออออ T///T พอเจ้าหมอนลายการ์ตูนสีฟ้าลอยละลิ่วไปโดนหน้าพี่บริงค์เข้า พี่แกก็ได้สติ ก่อนหันหลังขวับไปนั่งอยู่ขอบเตียง
“สะ...เสื้ออยู่ในตู้เสื้อผ้านั่น ไปเลือกมาใส่สักตัวเหอะ” เขาบอกพลางชี้โบ้ยไปที่ตู้ไม้สูงๆ ฉันรีบถลาไปเปิดตู้ทันที แล้วเลือกเอาเสื้อที่แขนยาวๆ ตัวใหญ่ๆ มาสวม ก่อนจะกลับมาที่เดิมแล้วกระโดดขึ้นเตียงจนยวบลง
“เรียบร้อยแล่ว =///=” ฉันบอกเสียงสะบัดเพราะยังอายไม่หาย เมื่อกี้...พี่บริงค์เห็นอะไรของฉันไปบ้างนะ อ๊างงงง >///< วันนี้ดันใส่ชุดหวือหวาซะด้วย ตายๆๆ เห็นถึงไหนแล้วฟะเนี่ย!
เขาค่อยๆ หันกลับมา ชำเลืองมองว่าฉันเรียบร้อยจริงหรือไม่ พอเห็นว่าฉันสวมเสื้อตัวโคร่งใหญ่ปิดถึงขาอ่อนเขาก็ถอนใจแรงๆ อย่างโล่งอก แล้วหมุนตัวกลับมานั่งขัดสมาธิประจันหน้ากับฉัน เอ๊ะ...อะไรนั่นน่ะ?
ฉันขมวดคิ้วเพ่งมองสิ่งที่ติดจมูกพี่เขา
“มองอะไร =.,=?”
เหอ O_O เลือดนี่หว่า
“ละ...ละ...เลือด เลือดออก O..O” ฉันเอานิ้วแตะจมูกตัวเองเป็นเชิงบอกว่าตรงนั้น แล้วเขาก็เอานิ้วแตะตามตรงใต้จมูกแล้วเอามาดู ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วถลาออกไปหยิบกระดาษทิชชู่ตรงโต๊ะเครื่องแป้งมาม้วนๆ แล้วอุดจมูกไว้ทันที พอมาถึงตอนนี้ฉันก็อดหน้าร้อนผ่าวไม่ได้อีก ถึงขนาดเลือดกำเดาไหลเลยเหรอพี่บริงค์ -///- คิดอะไรอยู่รึเปล่าเนี่ยยยยยย! หา! ไอ้คนทะลึ่ง!!!
“ทะลึ่งอ่ะพี่บริงค์!” ฉันว่าเขาอย่างเคืองๆ พี่แกที่กำลังเดินเนือยๆ กลับมานั่งที่เดิมยังหน้าแดงไม่หาย
“ก็เราใส่ชุดสายเดี่ยวมาทำไมล่ะ? มาว่าพี่คนเดียวไม่ได้นะ พี่ก็ตกใจเหมือนกัน =O=lll” เขาทรุดตัวนั่งลงอย่างเดิม มองฉันอย่างระอาเต็มที คราวนี้เป็นฉันเสียเองที่จนคำพูด ถ้าฉันใส่เสื้อกล้ามนอนกับกางเกงขาสั้นมันคงจะดีกว่านี้สินะ อ้าก! สมองช้าจังตู T.T// ฉันทำหน้าไม่ถูก เพราะตัวเองแหละที่ผิด แต่...
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เรานึกไม่ถึงนี่นาว่าจะกลับมาที่ห้องนี้อีกจนได้ T^T”
“นี่ ถามจริงๆ เถอะ”
“อะไร? =_=” ฉันย้อนถามหน้าเมื่อย สับสนในชีวิตสวดๆ อ่ะตอนนี้
“เธอน่ะ เป็นใครมาจากไหนกันแน่? อยู่ๆ ก็โผล่มากลางดึกที่เตียงนี้ทุกที พอหลับไปอีกทีก็หายไปซะดื้อๆ ถ้าเธอไม่ใช่ผีก็คงเป็นแม่มดล่ะ”
ฉันทบทวนเรื่องราวและคำพูดของพี่บริงค์มาคิดๆๆ พลันสายตาก็เหลือบไปมองที่เตียง
“เฮ้ย! O[]O” ฉันอุทานออกมาดังลั่น แล้วคลานเข่าเข้าไปดูเตียงใกล้ๆ
“พี่บริงค์ เปิดไฟหน่อยซิ เร็ว!” ฉันสั่งเจ้าของห้องเสียงกร้าว แต่พี่แกก็ยอมเดินไปเปิดให้แต่โดยดี พอไฟห้องถูกเปิดสว่างวาบ ฉันก็ถึงกับตะลึง ลูบเคาน์เตอร์เล็กๆ ที่มีลิ้นชัก มีที่ว่างไว้สำหรับวางของเล็กๆ น้อยๆ ตรงหัวเตียง ก่อนจะกระโดดลงพื้น นั่งลูบตั้งแต่หัวเตียงยันท้ายเตียง ไหนจะขาเตียงอีก อ้าก! บร๊ะเจ้า! /T[]T\ นี่มันเหมือนกับเตียงของฉันเลยนี่หว่า ยัยป้า!!! แกหลอกช้านนนนนน >[]<//
“มีอะไรเหรอ?”
ฉันถึงกับทรุดฟุบหน้าลงกับเตียงนุ่มๆ หมดแรงเลยตู เตียงที่อุตส่าห์ซื้อมาหมื่นเจ็ดดันเป็นเตียงมือสองซะนี่ ไอ้ป้าหน้าเหี่ยวววว ฉันจะไปเผาร้านแก๊!!!
“พี่ซื้อเตียงนี้มากี่บาทอ่ะ? T^T” ฉันตบเตียงเบาๆ ในระหว่างรอคำตอบ
“หมื่นสองละมั้งถ้าจำไม่ผิด ทำไมเหรอ?”
อ้าก! ถูกกว่าตูซื้ออีก Q[]Q//
“ฮือออออ TOT เครียด” ฉันครางอ๋อยอย่างจนปัญญา ถ้ามันไม่แฟนตาซีเกินไปฉันว่านี่คือการย้อนเวลามากกว่าฝันอย่างที่ใครๆ เขาก็ทำได้ เฮ้อ ปวดเฮด
“นี่ๆๆ”
“เหอ =o=” ฉันเงยหน้าขึ้นมองบนเตียง พี่บริงค์ที่กำลังคลานแตะๆ มาทางนี้หยุดลงตรงขอบเตียงแล้วเปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิ เพื่อที่จะได้คุยกับฉันง่ายๆ หน่อย เขาก้มลงมองฉันที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นข้างล่าง
“เป็นอะไรไป? บอกพี่หน่อยสิว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่”
“พูดไปพี่บริงค์ก็ไม่เชื่อหรอก มันเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติน่ะ” ฉันก้มหน้าเล่นมือตัวเองอย่างใช้ความคิด ถ้าฉันบอกเขาไป เขาต้องหาว่าฉันบ้าแน่ๆ เลย ฮือออ อึดอัดๆ ! อยากเล่าเหมือนกันนะเนี่ย TOT
“เออน่ะ ช่างมัน พูดมาก่อน...แล้วพี่จะคิดเองทีหลังว่าควรเชื่อรึเปล่า โอเค๊?” ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่เปอร์เซ็นต์ที่พี่บริงค์อาจจะไม่เชื่อมันต้องมีมากกว่าห้าสิบแหงๆ ง่า~
“...”
เงียบ ทำไมเงียบไปอ่ะ ฉันเงยหน้าขึ้นจากมือตัวเองแล้วก็พบกับสายตาคาดคั้น ดวงตาสองชั้นที่ไม่ค่อยโตเท่าไหร่หรี่ลงจนดูเหมือนผู้ใหญ่ขู่เด็ก
“ก็...” เอาไงดีล่ะ พูดออกไปดีมั้ย? ฉันทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “คือ...” พี่บริงค์ก็เงียบท่าเดียว หงึก T^T อย่าเงียบสิ มันทำให้ฉันกดดันรู้มั้ย!
แต่ว่าถ้านี่คือการย้อนเวลาจริงๆ ฉันก็ควรจะบอกเขาไป ดีกว่าปิดบังไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยให้โชคชะตามันบังคับเรานะ ฉันย่นจมูกแล้วถอนหายใจออกมาหนักๆ หนึ่งทีเพื่อเสริมความมั่นใจ
“เอาวะ!” ฉันเงยหน้าขึ้นมองพี่บริงค์อีกครั้ง ยันตัวให้ลุกขึ้นนั่งคุกเข่า สองมือฉันยื่นจับใบหน้าเขาไว้ “ตั้งใจฟังดีๆ นะ” เขามองฉันงงๆ ก่อนจะพยักหน้า ฉันกระแอมนิดๆ “คือ...” พี่บริงค์ทำหน้าตั้งใจฟังอย่างมาก “คือเรา...” เขาเลิกคิ้ว “คือเรามาจากอนาคตอีกสี่ปีข้างหน้า!” พี่บริงค์นิ่ง ฉันเริ่มหวั่นใจ ยิ่งเขานิ่งมากเท่าไหร่ฉันยิ่งกลัว พี่ต้องไม่เชื่อฉันแน่เลยง่ะ ฮืออออออออ T_T
วืดดด~
ตุ้บ!
“เฮ้ย! พี่...พี่บริงค์!” พี่แกเป็นลมหงายท้องตึงไปแล้ว ตาค้างเลย >>>

o_o)<<< ชิบเป๋งแล้วไงยัยนิกิม อย่าเพิ่งให้พี่เขาตายตอนนี้นะ รถยังไม่ได้คว่ำเลย! ฉันปีนขึ้นไปนั่งคุกเข่าข้างๆ เขา แล้วตบหน้าเบาๆ หลายที
“พี่บริงค์! ตื่นๆๆ อย่าเพิ่งเป็นลมตายไปซะก่อนล่ะเฮ้ย ตื่นเซ่! >_<” ฉันเขย่าร่างเขาแรงๆ จนเนื้อหนังสะเทือน
พรึ่บ! O_O
ฮ้า *0* พี่บริงค์รู้สึกตัวแล้ว ลูกตาเขาเหลือบมองฉันอย่างน่ากลัว เฮ้ย! ผีเข้ารึเปล่าเนี่ย T[]T ฉันผลักร่างเขาก่อนจะกระโดดหนีไปยืนอยู่นอกเตียง พี่แกค่อยๆ ดึงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ เหมือนหุ่นยนต์ ตอนนี้สภาพเขาน่ากลัวมาก ทั้งผมยุ่งเหยิง สายตาที่จับจ้องมาไม่กระพริบ อะ...อาการเหมือนผีเข้าเลยง่ะ T[]T
ความกลัวของฉันเพิ่มเป็นทวีคูณเมื่อพี่แกลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และกำลังเดินมาทางนี้ด้วย อ้าก! อย่าเข้ามานะ พลีสสสส T0T
ฉันถอยหลังไปเรื่อยๆ และพี่แกก็ก้าวเข้ามาหาเรื่อยๆ เหมือนกัน เหมือนตอนที่ฉันฝันเรื่องซอมบี้เลยอ้ะ ไม่นะ! ไม่อยากหวนรำลึกถึงมันอีก หลวงพ่อออออ >O<
ตึก ตึก ตึก ตึง!
เฮือก! O_O
ฉันสะดุ้งเมื่อถอยมาสุดทางแผ่นหลังติดประตูซะแล้ว เจ้าซอมบี้ที่สิงอยู่ในร่างพี่บริงค์กำลังเดินเข้ามาใกล้ ฉันหอบหายใจอย่างกลัวสุดขีด ถึงแม้ว่าซอมบี้ตัวนี้จะหล่อที่สุดในโลกก็เถอะ แต่ฉันยังไม่อยากตายน้า~
ถ้าฉันทะลุประตูออกไปได้ฉันคงทำไปแล้ว เพราะตอนนี้ฉันเบียดมันจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันกับประตูอยู่แล้วเนี่ย! อึ๊ย~ >_<
“...” ใกล้เข้ามาแล้ว ใกล้เข้ามาแล้ววววว แว้ก! Q[]Q อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว! แล้วพี่แกก็ล้วงมือเข้าไปในคอเสื้อก่อนจะกระชากมันออกมายื่นใส่ฉัน!
“กรี๊ดดดดดดด!!! >[]<”
...
“กรี๊ดดดด! ฮือๆๆ หลวงพ่อช่วยลูกด้วยเด้อ นะโมๆ พุทโธๆ...” ฉันเริ่มประนมมือท่องคาถาไล่ผีเจ็ดชั่วโคตรอีกครั้งอย่างตั้งใจ ก่อนจะเป่าใส่เจ้าซอมบี้ที่กระชากหัวใจออกมาโชว์
พู่ว์~ >.<
หึๆ ทีนี้ก็น่าจะสลบไปแล้วสินะเจ้าผีบ้า -v-
นับตั้งแต่วันที่ฉันรักเธอ [ตอนที่ 4]
“อือ~” ฉันพลิกตัวนอนหงายแผ่เต็มที่ กระไอเย็นบางๆ ที่ตกลงมากระทบร่าง ทำให้รู้สึกสบายตัวจัง อะไรหนักๆ พาดลงมาทับหน้าท้องฉันไว้ แถมยังมีอะไรอีกก็ไม่รู้พาดทับขาฉันอีก ฉันครางในลำคออย่างรำคาญก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคงเตะสิ่งที่มาสร้างความรำคาญแก่ฉันทิ้งไป ฉันขยับตัวให้นอนสบายขึ้นก่อนจะหลับต่อโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“อือ~”
เสียงอะไรอ่ะ - -? รึว่าฉันละเมอครางออกมาแบบไม่รู้ตัว? โอ๊ะ ช่างมันเถอะ นอนต่อๆ คร่อกกก ZzZ
“หืม?”
หืม...หืมอะไร? ใครหืม?! ฉันนอนอยู่เงียบๆ นะ???
ฉันคิดวุ่นอยู่ในสมอง หวังว่าผีคงไม่มาหลอกฉันคืนนี้อีกนะเฮ้ย = =”
“เฮ้ยยย!!! เฮ้ยๆๆๆ”
พรึ่บ! OO!
ฉันลืมตาตื่นทันทีที่มีเสียงร้องโวยวาย ข้างหน้าคือภาพที่พี่บริงค์หัวยุ่งกำลังมองฉันอย่างหวาดหวั่นตัวสั่นงันงก ส่วนฉันก็ทะลึ่งตัวลุกขึ้นนั่ง ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองแรงๆ และมันก็เจ็บสุโค่ยเหมือนเคย TOT อะไรกันเนี่ยยยย?! นี่มันไม่ใช่ความฝันปกติแล้วนะ ฮือๆๆ T_T มันเกิดอะไรขึ้นกับช้านนนนน \>[]</
“เอ่อ...เอิ่บ O///O”
ฉันละความสนใจจากตัวเอง เงยหน้าขึ้นมองพี่บริงค์อย่างรำคาญเพราะได้ยินเขาพูดติดๆ ขัดๆ มานานและ ฉันจ้องไปที่หน้าเขาอย่างเพ่งพินิจ ก่อนจะไล่สายตาตามมาว่าเขามองอะไรนักหนา และทำไมต้องหน้าแดงด้วย - -?
เฮือก! O///o
ฉันยกแขนขึ้นปิดหน้าอกตัวเองทันที ที่แท้...พี่แกก็มองหน้าอกฉันนี่เอง อ๊ายยย! >///< ไอ้ทะลึ่ง!
“มองอะไรเล่า! หันไปเซ่!” มือข้างหนึ่งคว้าหมอนขึ้นมาปาใส่หน้าเขาอย่างแรง โอ๊ย T^T อาย...อายยยยง่ะ ฮืออออออ T///T พอเจ้าหมอนลายการ์ตูนสีฟ้าลอยละลิ่วไปโดนหน้าพี่บริงค์เข้า พี่แกก็ได้สติ ก่อนหันหลังขวับไปนั่งอยู่ขอบเตียง
“สะ...เสื้ออยู่ในตู้เสื้อผ้านั่น ไปเลือกมาใส่สักตัวเหอะ” เขาบอกพลางชี้โบ้ยไปที่ตู้ไม้สูงๆ ฉันรีบถลาไปเปิดตู้ทันที แล้วเลือกเอาเสื้อที่แขนยาวๆ ตัวใหญ่ๆ มาสวม ก่อนจะกลับมาที่เดิมแล้วกระโดดขึ้นเตียงจนยวบลง
“เรียบร้อยแล่ว =///=” ฉันบอกเสียงสะบัดเพราะยังอายไม่หาย เมื่อกี้...พี่บริงค์เห็นอะไรของฉันไปบ้างนะ อ๊างงงง >///< วันนี้ดันใส่ชุดหวือหวาซะด้วย ตายๆๆ เห็นถึงไหนแล้วฟะเนี่ย!
เขาค่อยๆ หันกลับมา ชำเลืองมองว่าฉันเรียบร้อยจริงหรือไม่ พอเห็นว่าฉันสวมเสื้อตัวโคร่งใหญ่ปิดถึงขาอ่อนเขาก็ถอนใจแรงๆ อย่างโล่งอก แล้วหมุนตัวกลับมานั่งขัดสมาธิประจันหน้ากับฉัน เอ๊ะ...อะไรนั่นน่ะ?
ฉันขมวดคิ้วเพ่งมองสิ่งที่ติดจมูกพี่เขา
“มองอะไร =.,=?”
เหอ O_O เลือดนี่หว่า
“ละ...ละ...เลือด เลือดออก O..O” ฉันเอานิ้วแตะจมูกตัวเองเป็นเชิงบอกว่าตรงนั้น แล้วเขาก็เอานิ้วแตะตามตรงใต้จมูกแล้วเอามาดู ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วถลาออกไปหยิบกระดาษทิชชู่ตรงโต๊ะเครื่องแป้งมาม้วนๆ แล้วอุดจมูกไว้ทันที พอมาถึงตอนนี้ฉันก็อดหน้าร้อนผ่าวไม่ได้อีก ถึงขนาดเลือดกำเดาไหลเลยเหรอพี่บริงค์ -///- คิดอะไรอยู่รึเปล่าเนี่ยยยยยย! หา! ไอ้คนทะลึ่ง!!!
“ทะลึ่งอ่ะพี่บริงค์!” ฉันว่าเขาอย่างเคืองๆ พี่แกที่กำลังเดินเนือยๆ กลับมานั่งที่เดิมยังหน้าแดงไม่หาย
“ก็เราใส่ชุดสายเดี่ยวมาทำไมล่ะ? มาว่าพี่คนเดียวไม่ได้นะ พี่ก็ตกใจเหมือนกัน =O=lll” เขาทรุดตัวนั่งลงอย่างเดิม มองฉันอย่างระอาเต็มที คราวนี้เป็นฉันเสียเองที่จนคำพูด ถ้าฉันใส่เสื้อกล้ามนอนกับกางเกงขาสั้นมันคงจะดีกว่านี้สินะ อ้าก! สมองช้าจังตู T.T// ฉันทำหน้าไม่ถูก เพราะตัวเองแหละที่ผิด แต่...
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เรานึกไม่ถึงนี่นาว่าจะกลับมาที่ห้องนี้อีกจนได้ T^T”
“นี่ ถามจริงๆ เถอะ”
“อะไร? =_=” ฉันย้อนถามหน้าเมื่อย สับสนในชีวิตสวดๆ อ่ะตอนนี้
“เธอน่ะ เป็นใครมาจากไหนกันแน่? อยู่ๆ ก็โผล่มากลางดึกที่เตียงนี้ทุกที พอหลับไปอีกทีก็หายไปซะดื้อๆ ถ้าเธอไม่ใช่ผีก็คงเป็นแม่มดล่ะ”
ฉันทบทวนเรื่องราวและคำพูดของพี่บริงค์มาคิดๆๆ พลันสายตาก็เหลือบไปมองที่เตียง
“เฮ้ย! O[]O” ฉันอุทานออกมาดังลั่น แล้วคลานเข่าเข้าไปดูเตียงใกล้ๆ
“พี่บริงค์ เปิดไฟหน่อยซิ เร็ว!” ฉันสั่งเจ้าของห้องเสียงกร้าว แต่พี่แกก็ยอมเดินไปเปิดให้แต่โดยดี พอไฟห้องถูกเปิดสว่างวาบ ฉันก็ถึงกับตะลึง ลูบเคาน์เตอร์เล็กๆ ที่มีลิ้นชัก มีที่ว่างไว้สำหรับวางของเล็กๆ น้อยๆ ตรงหัวเตียง ก่อนจะกระโดดลงพื้น นั่งลูบตั้งแต่หัวเตียงยันท้ายเตียง ไหนจะขาเตียงอีก อ้าก! บร๊ะเจ้า! /T[]T\ นี่มันเหมือนกับเตียงของฉันเลยนี่หว่า ยัยป้า!!! แกหลอกช้านนนนนน >[]<//
“มีอะไรเหรอ?”
ฉันถึงกับทรุดฟุบหน้าลงกับเตียงนุ่มๆ หมดแรงเลยตู เตียงที่อุตส่าห์ซื้อมาหมื่นเจ็ดดันเป็นเตียงมือสองซะนี่ ไอ้ป้าหน้าเหี่ยวววว ฉันจะไปเผาร้านแก๊!!!
“พี่ซื้อเตียงนี้มากี่บาทอ่ะ? T^T” ฉันตบเตียงเบาๆ ในระหว่างรอคำตอบ
“หมื่นสองละมั้งถ้าจำไม่ผิด ทำไมเหรอ?”
อ้าก! ถูกกว่าตูซื้ออีก Q[]Q//
“ฮือออออ TOT เครียด” ฉันครางอ๋อยอย่างจนปัญญา ถ้ามันไม่แฟนตาซีเกินไปฉันว่านี่คือการย้อนเวลามากกว่าฝันอย่างที่ใครๆ เขาก็ทำได้ เฮ้อ ปวดเฮด
“นี่ๆๆ”
“เหอ =o=” ฉันเงยหน้าขึ้นมองบนเตียง พี่บริงค์ที่กำลังคลานแตะๆ มาทางนี้หยุดลงตรงขอบเตียงแล้วเปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิ เพื่อที่จะได้คุยกับฉันง่ายๆ หน่อย เขาก้มลงมองฉันที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นข้างล่าง
“เป็นอะไรไป? บอกพี่หน่อยสิว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่”
“พูดไปพี่บริงค์ก็ไม่เชื่อหรอก มันเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติน่ะ” ฉันก้มหน้าเล่นมือตัวเองอย่างใช้ความคิด ถ้าฉันบอกเขาไป เขาต้องหาว่าฉันบ้าแน่ๆ เลย ฮือออ อึดอัดๆ ! อยากเล่าเหมือนกันนะเนี่ย TOT
“เออน่ะ ช่างมัน พูดมาก่อน...แล้วพี่จะคิดเองทีหลังว่าควรเชื่อรึเปล่า โอเค๊?” ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่เปอร์เซ็นต์ที่พี่บริงค์อาจจะไม่เชื่อมันต้องมีมากกว่าห้าสิบแหงๆ ง่า~
“...”
เงียบ ทำไมเงียบไปอ่ะ ฉันเงยหน้าขึ้นจากมือตัวเองแล้วก็พบกับสายตาคาดคั้น ดวงตาสองชั้นที่ไม่ค่อยโตเท่าไหร่หรี่ลงจนดูเหมือนผู้ใหญ่ขู่เด็ก
“ก็...” เอาไงดีล่ะ พูดออกไปดีมั้ย? ฉันทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “คือ...” พี่บริงค์ก็เงียบท่าเดียว หงึก T^T อย่าเงียบสิ มันทำให้ฉันกดดันรู้มั้ย!
แต่ว่าถ้านี่คือการย้อนเวลาจริงๆ ฉันก็ควรจะบอกเขาไป ดีกว่าปิดบังไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยให้โชคชะตามันบังคับเรานะ ฉันย่นจมูกแล้วถอนหายใจออกมาหนักๆ หนึ่งทีเพื่อเสริมความมั่นใจ
“เอาวะ!” ฉันเงยหน้าขึ้นมองพี่บริงค์อีกครั้ง ยันตัวให้ลุกขึ้นนั่งคุกเข่า สองมือฉันยื่นจับใบหน้าเขาไว้ “ตั้งใจฟังดีๆ นะ” เขามองฉันงงๆ ก่อนจะพยักหน้า ฉันกระแอมนิดๆ “คือ...” พี่บริงค์ทำหน้าตั้งใจฟังอย่างมาก “คือเรา...” เขาเลิกคิ้ว “คือเรามาจากอนาคตอีกสี่ปีข้างหน้า!” พี่บริงค์นิ่ง ฉันเริ่มหวั่นใจ ยิ่งเขานิ่งมากเท่าไหร่ฉันยิ่งกลัว พี่ต้องไม่เชื่อฉันแน่เลยง่ะ ฮืออออออออ T_T
วืดดด~
ตุ้บ!
“เฮ้ย! พี่...พี่บริงค์!” พี่แกเป็นลมหงายท้องตึงไปแล้ว ตาค้างเลย >>>
“พี่บริงค์! ตื่นๆๆ อย่าเพิ่งเป็นลมตายไปซะก่อนล่ะเฮ้ย ตื่นเซ่! >_<” ฉันเขย่าร่างเขาแรงๆ จนเนื้อหนังสะเทือน
พรึ่บ! O_O
ฮ้า *0* พี่บริงค์รู้สึกตัวแล้ว ลูกตาเขาเหลือบมองฉันอย่างน่ากลัว เฮ้ย! ผีเข้ารึเปล่าเนี่ย T[]T ฉันผลักร่างเขาก่อนจะกระโดดหนีไปยืนอยู่นอกเตียง พี่แกค่อยๆ ดึงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ เหมือนหุ่นยนต์ ตอนนี้สภาพเขาน่ากลัวมาก ทั้งผมยุ่งเหยิง สายตาที่จับจ้องมาไม่กระพริบ อะ...อาการเหมือนผีเข้าเลยง่ะ T[]T
ความกลัวของฉันเพิ่มเป็นทวีคูณเมื่อพี่แกลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และกำลังเดินมาทางนี้ด้วย อ้าก! อย่าเข้ามานะ พลีสสสส T0T
ฉันถอยหลังไปเรื่อยๆ และพี่แกก็ก้าวเข้ามาหาเรื่อยๆ เหมือนกัน เหมือนตอนที่ฉันฝันเรื่องซอมบี้เลยอ้ะ ไม่นะ! ไม่อยากหวนรำลึกถึงมันอีก หลวงพ่อออออ >O<
ตึก ตึก ตึก ตึง!
เฮือก! O_O
ฉันสะดุ้งเมื่อถอยมาสุดทางแผ่นหลังติดประตูซะแล้ว เจ้าซอมบี้ที่สิงอยู่ในร่างพี่บริงค์กำลังเดินเข้ามาใกล้ ฉันหอบหายใจอย่างกลัวสุดขีด ถึงแม้ว่าซอมบี้ตัวนี้จะหล่อที่สุดในโลกก็เถอะ แต่ฉันยังไม่อยากตายน้า~
ถ้าฉันทะลุประตูออกไปได้ฉันคงทำไปแล้ว เพราะตอนนี้ฉันเบียดมันจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันกับประตูอยู่แล้วเนี่ย! อึ๊ย~ >_<
“...” ใกล้เข้ามาแล้ว ใกล้เข้ามาแล้ววววว แว้ก! Q[]Q อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว! แล้วพี่แกก็ล้วงมือเข้าไปในคอเสื้อก่อนจะกระชากมันออกมายื่นใส่ฉัน!
“กรี๊ดดดดดดด!!! >[]<”
...
“กรี๊ดดดด! ฮือๆๆ หลวงพ่อช่วยลูกด้วยเด้อ นะโมๆ พุทโธๆ...” ฉันเริ่มประนมมือท่องคาถาไล่ผีเจ็ดชั่วโคตรอีกครั้งอย่างตั้งใจ ก่อนจะเป่าใส่เจ้าซอมบี้ที่กระชากหัวใจออกมาโชว์
พู่ว์~ >.<
หึๆ ทีนี้ก็น่าจะสลบไปแล้วสินะเจ้าผีบ้า -v-