[ระบาย][อุทาหรณ์] ชีวิตที่ขึ้นลงยิ่งกว่ากราฟหุ้น

เกริ่นก่อนเลยนะครับ นี่เป็นกระทู้แรกในชีวิตเลย แต่ไม่ได้ยืมแอกเค้าใครมาแต่อย่างใด ทุกประโยคเป็นมุมมองในชีวิตในทางของผมคนเดียวเท่านั้นนะครับ ฮ่าาาา บางเรื่องอาจจะเป็นเรื่องที่แย่ ดูลบมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ตัวผมหรือบุคคลใดในเรื่องราวของผม ขอร้องนะครับอย่าไปด่าเขา ผมแค่ต้องการให้เป็นอุทาหรณืในการใช้ชีวิตเท่านั้น

   ผมเป็นนักศึกษาอยู่นะครับ ผมมีน้องชาย1คน และน้องสาว1คนเป็นคนสุดท้อง ขอเล่าย้อนหลังสัก 2-3 ปีนะครับ(เขียนตอน2558) เมื่อคราวนั้นผมเรียนอยู่มอปลายชีวิตโดยรวมน่ะหรอ ดี้ดีเลยแหละอยากได้อะไรก็ได้ ชีวิตมีแต่ความสบาย บอกเลยผมเกิดมาก็เห็นแต่ความสบายที่พ่อและแม่ของผมท่านทำครอบครัวไว้ได้น่าอยู่ อบอุ่นมาก เสื้อผ้าแบรนเนม ของใช้ดีๆ ผมนี่มีทุกอย่าง เดินห้างทุกอาทิตย์ เงินไม่เคยขาดมือ  แต่ในความคิดผม ท่านไม่เคยสบายเลย ผมคิดเสมอว่าสักวันผมเรียนจบท่านต้องเป็นคุณหญิงคุณนายคุณผู้ชายคุณผู้หญิงเลยแหละ ฮ่าาาา ในสมองผมเลยมีแต่ความคิดที่ว่า ทำงานอะไรก็ได้ สุจริต แระรวย พ่อแม่ผมต้องนั่งกินนอนกินสบายๆ ในยามแก่ให้ได้ แต่พอผมจะต้องเข้ามหาลัยค่าใช้จ่ายในบ้านต้องมากขึ้น ตอนนั้นก็สอบตรงเข้ามหาลัยได้ ค่าใช้จ่ายมากเป็นเท่าตัว(ผมไม่ได้กู้เรียนนะครับ) ผมสอบเข้าได้ที่มหาลัยแห่งหนึ่งเป็นคณะธรรมดาๆ แต่ผมรู้สึกว่าเรียนไปเรียนมา ผมมองทางทำงานในอนาคตไม่ออกว่ามันจะออกมาเป็นยังไงสำหรับตัวผม[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ทำให้ผมคิดอยู่ตลอดว่าต้องซิ่ว

    ระหว่างที่ผมเรียนอยู่ที่นี่ ครอบครัวผมมีแพลนว่า จะต้องเปิดร้านสูท เป็นร้านตัดเย็บสูท ลงทุนแล้วครับมีที่มีทางทุนพร้อมทุกอย่าง รอเพียงเวลาและเงินอีกก้อนที่จะซื้อที่และตึกแถว ส่วนของก็ย้ายเข้าไปหมดแล้ว เข้าร้านหมดเลย พูดง่ายๆก็คือรอแค่เวลา ส่วนเรื่องตลาด พ่อผมเป็นคนติดต่อลงพื้นที่เองหมด ต่างจังหวัด ต่างประเทศ พ่อผมทำตลาดไว้หมดเลย แต่ก่อนหน้านี้พ่อผมก็ทำงานเป็นคนรับเหมาก่อสร้าง ต่อเติม อะไรพวกนี้แหละ ที่ว่ารอเงินคือรอเงินจากงานที่รับเหมางานสุดท้ายของชีวิตนี้แล้วฮ่าา เพราะจะมาเปิดร้านสูทนี่แหละครับ ซึ่งงานที่ทำก็รับทำให้ญาติห่างๆของตัวเองนี่แหละ  ชีวิตก็ดูราบรื่น ไม่เห็นจะมีอะไรนี่นา หลายคนคงคิดอย่างนี้ ก็มีอยู่วันนึงพ่อผมก็ไปเที่ยวป่าตามประสา[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ แล้วก็กลับมา วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งผมจำได้ว่าวันนั้นพ่อนอนดูทีวีอยู่ พ่อผมดูสารคดี ผมก็รู้สึกว่าทำไมที่บ้านถึงดูตึงๆเครียดๆ และผมก็ไม่คิดเลยว่าครั้งนั้นจะเป็นการเจอพ่อของตัวเองแท้ๆ พ่อที่ให้กำเนิดผม เป็นครั้งสุดท้าย

  ทำไมผมถึงบอกว่า เจอพ่อเป็นครั้งสุดท้าย หลายคนคงสงสัยกัน ผมจะกลับบ้านทุกๆอาทิตย์เลย เพราะไม่ได้เรียนห่างจากกรุงเทพสักเท่าไหร่  อาทิตย์ถัดมาผมกลับบ้านมา ผมเห็นแค่แม่อยู่กับน้องกันสามคน ผมก็ถามแบบไม่รู้อะไรว่าพ่อไปไหน แม่ก็กลัวผมเครียด แม่ก็ตอบไปว่าพ่อไปทำงานต่างจังหวัด  โดยที่ผมแอบรู้มาว่าแม่ก็ไปแอบร้องไห้ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ผมก็กลับไปเรียนสองเดือนถัดมา ผมก็ยังไม่เห็นพ่อ เช้าวันอาทิตย์ประมาณ9โมงเช้า แม่มานั่งข้างๆผมที่เตียง บทสนทนาผมกะแม่เป็นประมาณนี้
แม่ "คิดถึงพ่อเนาะ พ่อไม่เห็นจะสนใจเราเลย(ตาแม่เริ่มแฉะ)"
ผม "พ่อเป็นอะไร พ่อป่วยหนักหลอ บอกมาตรงๆเลยไม่ต้องกลัวผมคิดมาก"
แม่ - ร้องไห้โฮเรียบร้อยยย -
ผม "แม่..บอกมาเถอะ(ผมไม่ร้องไห้นะ เพราะคิดแล้วว่าตรงนี้ไม่ใช่เรื่องราวดีๆแน่ ผมต้องเข้มแข็ง) บอกมาเถอะแม่ "
แม่ "พ่อเค้าแค่ไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่อ่ะลูก"
ผม "พ่อยังอยู่ใช่ไหมแม่" (ผมคิดำม่ออกว่าจะถามอะไรจิงๆ จุดนั้นมันตื้อไปหมด)
แม่ "พ่อเค้าโดนจับน่ะลูก"
แล้วผมก็ถามแม่ไปประมาณคดีอะไร บลาๆๆๆ ผมก็อารมน้อยใจแม่ ว่าทำไมพึ่งบอก ก็ตามประสาอ่ะแหละตรงนี้ผมขอไม่ลงดีเทลนะครับ

   สำหรับบ้านผมนะไม่เคยเจอคดีอะไรมาก่อนเลย มีคนมากหน้าหลายตาเข้ามาขอช่วยเหลือ อ้างว่า2ล้าน ได้ออกมาแน่นอน ร้อยแปดพันเก้าสารพัดที่จะช่วยเหลือ แต่ความช่วยเหลือที่จริงใจที่สุดนะ มาจากญาติๆช่วยทุกอย่างทั้งกาย ทั้งใจ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ตอนนั้นเงินเก็บที่มีในครอบครัวที่เหลืออยู่ ก็มีแค่สามแสนกว่าบาท ไม่ต้องพูดถึงเลย ช้างเท้าหน้า หัวหน้าครอบครัวไม่มีครับ ก็ล้มเหมือนกันนะ แค่ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็แย่แล้วครับ ด้วยความที่ไม่รู้อะไร ก็เอาตังไปสู้คดีด้วยผมก็หมดตัวเลย แม่และผมก็คิดอยู่อย่างเดียว คือพ่อต้องออกมา สรุปสั้นๆเลยนะครับ ใช้เงินสู้คดี ทั้งหยิบ ทั้งยืม หนี้ก็เป็นเท่าตัวเลยครับ และสุดท้ายอ่ะนะ ตลอดชีวิตครับ ผมกับแม่นี่เจอหน้ากันทีนึงก็กอดคอกันร้องไห้เลยครับ ส่วนนน้อง แม่ก็จะไปแอบบอกเองเพราะน้องยังเด็กจิตใจยังบอบบางเกินไป จะบอกตรงๆเลยก็ไม่ได้

  แล้วถ้าจะถามว่าทำไมผมไม่ไปหาพ่อ เค้าก็เยี่ยมได้นิ ถูกต้องครับ ไปเยี่ยมได้แต่ผมแค่ยังรับที่ผมจะเห็นพ่อสภาพนั้นไม่ได้ ผมทำใจไม่ได้จริงๆ จะ2ปีละครับที่ผมไม่ได้เจอหน้าพ่อ ตอนนี้บ้านที่เคยอยู่คืนไปครับ(เช่าเขาอยู่) รถที่เคยมี3คัน ก็ขายหมด เหลือไอแก่ที่พ่อกับแม่ใช้ตั้งตัวกันมาไว้1คัน ครอบครัวเราก็ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว น้องผมย้ายไปเรียนต่างจังหวัดทั้ง2คนเช่นกัน

   ส่วนตัวผมก็ลาออกจากมอเก่า แอดมิชชั่นเข้าคณะที่ผมมอเห็นทางทำเงินเมื่อเรียนจบ แต่ก็อย่างว่าแหละผมเครียดพอสมควร เพราะค่าใช้จ่าที่มาก ผมเลยคุยกะแม่ แม่บอกผมว่า อยากเรียนอะไรก็เรียนแม่ไม่ขัดใจลูกหรอก ผมก็มีความคิดนึงที่ผุดขึ้นมา แล้วผมก็บอกแม่ไปว่า "แม่ผมขอเลิกเรียนได้ไหม จะให้เอาเงินก้อนใหญ่มาลงที่ผมคนเดียวมันไม่ถูก[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ไหนน้องจะต้องกิน ต้องใช้ น้องมันยังต้องเรียน ผมโตแล้ว ปีนี้ก็20แล้ว ผมทำงานได้ ให้ผมทำงานหาเงินนะแม่" แม่ผมสวนกลับมาทันทีเลย "อย่าคิดแบบนี้อีกนะ ตั้งใจเรียนให้จบ คณะที่เลือกนี่คิดดีแล้วใช่ไหม ตั้งใจเรียนให้จบลูกคนเดียว แม่ต้องส่งให้ถึงฝั่งสิ เราไม่ได้ขัดสนขนาดต้องหยุดเรียน(เสียงสั่นเครือ) เข้าไปเรียนก็ไปทำเรื่องกู้เอา อนาคตเราเป็นยังไงอีกก็ไม่รู้ ตั้งใจเรียนนะลูก แม่รักหนูนะ แม่เหลือหนูคนเดียวละนะที่จะคอยส่งอีก2ตัวตาดำๆเนี่ย(น้องผม)" ส่วมผมนะ นั่งร้องไห้เลยยย ไม่หยุดเป็นชั่วโมง ฮ่าาาาา

  ตอนนั้นปิดเทอมพอดี ปิด6เดือนเข้าระบบอาเซียน ผมทำงานไม่ได้ส่งให้แม่เลย แต่แม่ก็ไม่ได้ส่งให้ผมนะ ใช้ตังตัวเอง ภูมิใจสุดๆแต่ก็คิดย้อนก็รู้สึกแย่ที่ตังเราไม่ถึงแม่เลยสักบาท ผมทำงานได้5เดือน ผมก็มีตังเก็บก้อนแรกของชีวิตที่ได้จากตัวเองจริงๆ ภูมิใจ อิอิ แต่พอเปิดเทอมต้องบอกเลยว่าป้าของผมเป็นคนส่งเสียค่าใช้จ่ายให้ผมทุกอย่างให้ผม ผมต้องขอบคุณจริงๆ ผมรักป้าเหมือนแม่เลย ป้าเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กตามใจผมหมดเลย อยากกินอะไรหาให้ อยากได้อะไรช่วยเก็บตัง

   ส่วนแม่และน้องผม กลับไปอยู่ต่างจังหวัดครับ ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง แต่อย่างว่าแหละ น้องผมก็ต้องเรียน ละแม่ผมก็ยังไม่มีรายได้ ก็ลำบากขัดสนสุดๆ ก็ได้ญาติๆนี่แหละช่วยประคอง ส่วนตัวผมก็อยู่กะพี่ที่กทม.ครับ เพราะผมสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ

   พอเปิดเทอมผมก็ต้องเรียน เจอสังคมใหม่ๆ มหาลัยใหม่ ทุกอย่างใหม่หมดสำหรับผม และยิ่งปณิธานของผมที่ว่าครอบครัวต้องรวย แม่ผมต้องนั่งกินนอนกินให้ได้ แต่ผมคงหมดโอกาสที่จะดูแลพ่อแล้วจริงๆอ่ะแหละ[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ปณิธานของผมมันยิ่งแรงขึ้นหลายเท่าตัว แม่ผมก็ต้องหางานทำจะได้มีรายได้  ผมก็ไม่ได้นิ่งดูดายเลยนะ ผมก็เปิดร้านค้าออนไลน์ได้สักพักแล้ว ของก็ขายได้เรื่อยๆนะ ตอนนี้ผมก็ศึกกษาเรื่องหุ้นนะ ผมศึกษาทุกทางเลยนะที่คิดว่าผมจะได้เงิน แค่ไม่ผิดกฏหมาย สุจริต ผมตั้งใจอันแรกเลย ตอนนี้ผมต้องซื้อบ้านให้แม่อยู่ให้ได้ เพราะที่ผ่านมา เกิดปัญหาบ้านเราทำไมต้องวิ่งหาที่ซุกหัวนอน บ้านของตัวเองก็ไม่มี อย่างน้อยมีคอนโดก็ยังดี (ถึงแม่จะไม่ชอบก็เถอะ) สองต้องมีเงินเก็บเยอะๆไว้สำรองในชีวิตประจำวัน และผมต้องทำให้ได้ ยอมรับครับตอนนี้ชีวิตหมดตัว ติดลบด้วยซ้ำ

  เรื่องราวดูเหมือนจะพอได้แล้ว น่าจะคิดที่จะตั้งตัวได้แล้ว สภาพจิตใจที่แย่ก็ดีขึ้น และอาจจะดีขึ้นด้วยซ้ำถ้าวันนึงไม่มีจดหมายมาถึงแม่ผมครับ เป็นชื่อผู้หญิงจ่าหน้าซองมา ก็ไม่เห็นมีอะไร ภายในมีรูปเดกผู้ชายครับ ...เด็กคนนั้นก็คือน้องชายต่างแม่ครับ... ข้างหลังภาพบอกให้แม่ผมรับมาดูแล เด็กคนนั้น5ขวบได้ บวกลบก็ เกิดตอนผมประมาณมอ4มอ5 ผมคิดว่ามันมากไป และในเครือญาติ ก็บอกพ่อผมว่าเค้ามีหลานแค่3คนคือผมและน้องเท่านั้น เค้ามีสะใภ้คือแม่ผมคนเดียว แม่ผมจึงส่งรูปนั้นกลับไป  ส่วนตัวผมนะผมไม่รู้เหมือนกันจะทำยังไง โกดพ่อได้ไหม แต่พ่อก็แย่พอแล้ว ผมเลยปล่อยวาง แต่ผมรับเป็นน้องได้นะ แต้ให้เลี้ยงและดูแล มันมากไป เพราะเด็กก็คือเด็กจิตใจยังบอบบาง เด็กไม่รู้เรื่องจริงๆนะ ผมรู้เลยแม่ผมเจ็บและจุกมาก ผมไม่กล้าโทรหาแม่เลย มันเป็นเรื่องที่ผมก็คงรับได้ยาก ถึงจะรู้ก็เถอะว่าแม่ต้องการเรา แต่เรื่องนี้ผมแข็งแรงไม่พอจริงๆ ที่จะสู้หน้าแม่

  ตอนนี้แม่ผมก็สภาพจิตใจดีขึ้นแล้ว ผมก็ดีนะ เกือบ100% แต่ก็ยังมีวันนึงที่คิดมากจิตตกร้องไห้คนเดียวก็มี ตอนนี้ผมอาศัยอยู่กับญาติ แยกกับแม่กับน้อง ผมก็ขายของไปเรื่อยๆ ถอนทุนได้แล้ว ไม่เจ้ง5555 ส่วนเรื่องเงินด้านอื่นผมกำลังศึกษาอยู่อย่างจริงจัง 5555555 ผมจะต้องทำให้ครอบครัวกลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้งให้ได้ เรื่องของผมก็ประมาณนี้แหละถ้ามีอะไรคืบหน้า ผมก็จะเข้ามาอัพเรื่อยๆแหละ

พิมพ์ไปพิมพ์มาก็จบเรื่องเฉยเลย ติเตียนได้นะครับเรื่องการเขียน เรื่องที่เล่ามาเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ไม่ใช่นิยายนะครับ ขอบคุณสำหรับผู้ที่เข้ามาอ่านนะครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่