คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
เราเข้ามาห้องราช เพราะประชาธิปไตยหายไป มาเพราะรู้ที่นี่จะมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์
หาสาเหตุที่ปชต.หายไปจากคู่ขัดแย้ง
และหวังว่านโยบายปรองดองจะช่วยให้ดีขึ้น
แต่ตอนนี้เริ่มหมดหวังเพราะรัฐบาลนั่งทับขี้เสียแล้ว
ไม่ได้ว่าคู่ขัดแย้งเป็นขี้นะคะแต่หมายถึงปัญหาที่รัฐบาลเพิ่มเข้ามา ต้องพูดให้ละเอียด ไม่งั้นเดี๋ยวยุ่งอีก
ไม่ว่าจะเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่มาของรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เนื้อหาสาระวันเตี้ยลง จำกัดสิทธิยั้วเยี้ย
แถมการคอรัปชั่นก็ยังมีอยู่มากมายไม่ต่างจากไมค์ทองคำ นโยบายแจกเงินไม่ควรจะมีก็กลับมา
แทนที่จะสร้างงาน สร้างอนาคต ใครทำใครได้ ไม่ต้องมารับเศษเงิน น้อยมากที่แจกอ่ะ เป็นต้น
การดำเนินคดีกลายเป็นการไล่ล่าในสายตาคู่ขัดแย้งอีกกลุ่ม ยากที่คนกลางจะเข้าใจ ทำไมไม่ปราณีปรานอมเหมือนอีกกลุ่มที่ได้
ความขัดแย้งเลยไม่มีจุดจบ
หาสาเหตุที่ปชต.หายไปจากคู่ขัดแย้ง
และหวังว่านโยบายปรองดองจะช่วยให้ดีขึ้น
แต่ตอนนี้เริ่มหมดหวังเพราะรัฐบาลนั่งทับขี้เสียแล้ว
ไม่ได้ว่าคู่ขัดแย้งเป็นขี้นะคะแต่หมายถึงปัญหาที่รัฐบาลเพิ่มเข้ามา ต้องพูดให้ละเอียด ไม่งั้นเดี๋ยวยุ่งอีก
ไม่ว่าจะเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่มาของรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เนื้อหาสาระวันเตี้ยลง จำกัดสิทธิยั้วเยี้ย
แถมการคอรัปชั่นก็ยังมีอยู่มากมายไม่ต่างจากไมค์ทองคำ นโยบายแจกเงินไม่ควรจะมีก็กลับมา
แทนที่จะสร้างงาน สร้างอนาคต ใครทำใครได้ ไม่ต้องมารับเศษเงิน น้อยมากที่แจกอ่ะ เป็นต้น
การดำเนินคดีกลายเป็นการไล่ล่าในสายตาคู่ขัดแย้งอีกกลุ่ม ยากที่คนกลางจะเข้าใจ ทำไมไม่ปราณีปรานอมเหมือนอีกกลุ่มที่ได้
ความขัดแย้งเลยไม่มีจุดจบ
แสดงความคิดเห็น
ปรองดองอีกแล้ว : บทบรรณาธิการ ข่าวสดออนไลน์ ..../sao..เหลือ..noi
แม้ยังไม่มีแนวทางชัดเจนว่าจะทำอย่างไร
มีเพียงคำอธิบายจากคณะผู้ปกครองหลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของกลุ่มใด และไม่ได้เป็นคู่กรณีใคร
แต่ต้องการให้มีความปรองดองและต้องทำทุกอย่างให้เกิดความปรองดองในชาติ
อีกทั้งยังยืนกรานว่า การดำเนินคดีกับบุคคลทางการเมืองเป็นคนละเรื่องกับการปรองดอง
หากตีความข้อความทั้งหมดนี้ อาจสรุปได้ว่าการปรองดองยังไม่ได้ตั้งต้น เพราะยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
หากศึกษากระบวนการปรองดองในชาติจากบทเรียนของประเทศอื่น อย่างแรกคือต้องศึกษา
ที่มาของความขัดแย้งให้ชัดเจน
ต้องจริงใจและตรงไปตรงมาเพื่อจะแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด
เช่น กรณีของประเทศรวันดาที่เกิดการสังหารหมู่ชนต่างเผ่า ชัดเจนว่ามาจากการปลุกระดม
ให้เกิดการเกลียดชัง
กรณีของไอร์แลนด์เหนือที่เกิดกองกำลังแบ่งแยกดินแดนไออาร์เอ ชัดเจนว่ามาจากการ
ที่รัฐบาลอังกฤษเคยใช้ความรุนแรงเข้าจัดการปัญหา
หนทางปรองดองของสองกรณีนี้จึงอยู่ที่การเจรจาคนกลุ่มต่างๆ ยุติการปลุกระดม และยุติ การแก้แค้น
พร้อมกับเปิดเวทีให้คนได้แสดงความเห็นถึงวิธีการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างกว้างขวาง
ในกรณีของไทยเห็นได้ชัดว่า รัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศไม่ได้มองไทยในมุมที่ถูกตีกรอบไว้
ตรงกันข้าม ไทยกำลังถูกมองว่าพยายามกดความขัดแย้งต่างๆ ไว้โดยไม่อนุญาตให้พูดอะไรได้
เรื่องที่น่าวิตกสำหรับการปรองดองก็คือความรู้สึกที่คนในสังคมถูกปฏิบัติไม่เหมือนกัน
และความคาดหวังในการรักษาความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐไม่เป็นดังหวัง
บวกกับการที่พูดสถานการณ์จริงไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะถูกกล่าวหาไม่ปรองดอง
ยิ่งทำให้การค้นหาจุดขัดแย้งทำได้ยากขึ้น
การปิดบังราวกับว่าไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นหรือความขัดแย้งได้สลายไปแล้ว อาจเป็น
ทั้งการหลอกตัวเองและการหลอกผู้อื่น
และคงไม่เป็นผลดีสำหรับการปรองดอง ไม่ว่าช่วงเวลาใด
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReU5ETXpOakV6TVE9PQ==&subcatid=