ไฟสงครามยังไม่ดับ ‘ไทย’ ต้องตั้งหลักให้ดี | #บทบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจ
สงครามในตะวันออกกลางกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาวะที่ “ไร้เส้นจบ” มากขึ้นทุกวัน จากความขัดแย้งที่เคยจำกัดวง กลับค่อยๆ ขยายตัว เชื่อมโยงกับมหาอำนาจ และลุกลามกลายเป็นความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกไปแล้ว
.
สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่การปะทะกัน แต่คือ “ความคาดเดาไม่ได้” ที่กำลังกลายเป็นตัวแปรหลักของระบบเศรษฐกิจโลก เมื่อความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ตลาดการเงินทั่วโลก จึงตอบสนองด้วยความผันผวนรุนแรง ราคาน้ำมันแกว่งตัว สินทรัพย์เสี่ยงสั่นคลอน เงินทุนไหลเข้า-ออกอย่างรวดเร็ว ขณะที่ต้นทุนพลังงานพุ่งขึ้นกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ วิกฤติที่เคยเป็นเรื่องเฉพาะภูมิภาค จึงแปรสภาพเป็นแรงกระแทกระดับโลกที่ไม่มีประเทศใดหลีกเลี่ยงได้
.
สำหรับประเทศไทย ผลกระทบไม่ได้มาในรูปของ “สงคราม” แต่ปรากฏชัดในรูปของ “ต้นทุน” ทั้งต้นทุนพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการผลิตที่กำลังไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันโลก กลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อทั้งภาคธุรกิจและค่าครองชีพของประชาชน
.
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “สงครามจะจบเมื่อไร” แต่คือ “ไทยเตรียมรับมืออย่างไร” ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครตอบได้ว่าจุดจบอยู่ตรงไหน รัฐบาลใหม่และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ไม่อาจใช้เพียงมาตรการระยะสั้นหรือการอุดหนุนเฉพาะหน้า แต่ต้องแสดงให้เห็นถึง “ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน” ในการลดความเปราะบางเชิงโครงสร้างของประเทศ
.
สิ่งที่ต้องเร่งทำ คือการบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกระจายแหล่งนำเข้า การเร่งพลังงานทางเลือก ไปจนถึงการสร้างกลไกกันชนทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นพอจะรับแรงกระแทกในระยะยาว ขณะเดียวกัน การสื่อสารเชิงนโยบายต้องมีความชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งภาคธุรกิจและนักลงทุนในช่วงที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
.
อีกด้านหนึ่ง ภาครัฐต้องไม่มองวิกฤตินี้เป็นเพียง “ภัยคุกคาม” แต่ต้องมองให้เห็น “โอกาสในการปรับโครงสร้าง” เศรษฐกิจไทยให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ลดพึ่งปัจจัยภายนอก เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่ไม่ผูกติดกับต้นทุนพลังงานแบบเดิม เพราะหากยังเดินอยู่ในกรอบเดิม ทุกวิกฤติพลังงานจะย้อนกลับมาซ้ำเติมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท้ายที่สุด นี่คือบททดสอบสำคัญของรัฐบาลใหม่ ไม่ใช่เพียงการ “บริหารสถานการณ์” แต่คือการ “อ่านเกมโลก” ให้ขาด และตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในจังหวะที่เหมาะสม เพราะในมหาวิกฤติที่คาดเดาไม่ได้ ประเทศที่อยู่รอดไม่ใช่ประเทศที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือประเทศที่ “ปรับตัวได้เร็วที่สุด”
https://www.facebook.com/share/p/1Atj3X1bun/
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
ไฟสงครามยังไม่ดับ ‘ไทย’ ต้องตั้งหลักให้ดี
สงครามในตะวันออกกลางกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาวะที่ “ไร้เส้นจบ” มากขึ้นทุกวัน จากความขัดแย้งที่เคยจำกัดวง กลับค่อยๆ ขยายตัว เชื่อมโยงกับมหาอำนาจ และลุกลามกลายเป็นความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกไปแล้ว
.
สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่การปะทะกัน แต่คือ “ความคาดเดาไม่ได้” ที่กำลังกลายเป็นตัวแปรหลักของระบบเศรษฐกิจโลก เมื่อความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ตลาดการเงินทั่วโลก จึงตอบสนองด้วยความผันผวนรุนแรง ราคาน้ำมันแกว่งตัว สินทรัพย์เสี่ยงสั่นคลอน เงินทุนไหลเข้า-ออกอย่างรวดเร็ว ขณะที่ต้นทุนพลังงานพุ่งขึ้นกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ วิกฤติที่เคยเป็นเรื่องเฉพาะภูมิภาค จึงแปรสภาพเป็นแรงกระแทกระดับโลกที่ไม่มีประเทศใดหลีกเลี่ยงได้
.
สำหรับประเทศไทย ผลกระทบไม่ได้มาในรูปของ “สงคราม” แต่ปรากฏชัดในรูปของ “ต้นทุน” ทั้งต้นทุนพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการผลิตที่กำลังไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันโลก กลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อทั้งภาคธุรกิจและค่าครองชีพของประชาชน
.
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “สงครามจะจบเมื่อไร” แต่คือ “ไทยเตรียมรับมืออย่างไร” ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครตอบได้ว่าจุดจบอยู่ตรงไหน รัฐบาลใหม่และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ไม่อาจใช้เพียงมาตรการระยะสั้นหรือการอุดหนุนเฉพาะหน้า แต่ต้องแสดงให้เห็นถึง “ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน” ในการลดความเปราะบางเชิงโครงสร้างของประเทศ
.
สิ่งที่ต้องเร่งทำ คือการบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกระจายแหล่งนำเข้า การเร่งพลังงานทางเลือก ไปจนถึงการสร้างกลไกกันชนทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นพอจะรับแรงกระแทกในระยะยาว ขณะเดียวกัน การสื่อสารเชิงนโยบายต้องมีความชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งภาคธุรกิจและนักลงทุนในช่วงที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
.
อีกด้านหนึ่ง ภาครัฐต้องไม่มองวิกฤตินี้เป็นเพียง “ภัยคุกคาม” แต่ต้องมองให้เห็น “โอกาสในการปรับโครงสร้าง” เศรษฐกิจไทยให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ลดพึ่งปัจจัยภายนอก เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่ไม่ผูกติดกับต้นทุนพลังงานแบบเดิม เพราะหากยังเดินอยู่ในกรอบเดิม ทุกวิกฤติพลังงานจะย้อนกลับมาซ้ำเติมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท้ายที่สุด นี่คือบททดสอบสำคัญของรัฐบาลใหม่ ไม่ใช่เพียงการ “บริหารสถานการณ์” แต่คือการ “อ่านเกมโลก” ให้ขาด และตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในจังหวะที่เหมาะสม เพราะในมหาวิกฤติที่คาดเดาไม่ได้ ประเทศที่อยู่รอดไม่ใช่ประเทศที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือประเทศที่ “ปรับตัวได้เร็วที่สุด”
https://www.facebook.com/share/p/1Atj3X1bun/
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic