ครั้งแรก ปั่นพิชิตยอดอินทนนท์ ! ไปให้สุดฝัน

กระทู้สนทนา
"ดอยอินทนนท์"บรรดานักปั่นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นสนามที่ สูงที่สุด ! ชันที่สุด !โหดที่สุด !

ตอนแรกยู้นึกหวั่นว่าตัวเองปั่นมาเพียงแค่ 4 เดือน แถมกิจกรรมก็หลากหลาย
ความคาดหวังของตัวเองครั้งนี้ จึงแทบไม่มีเลย หวังแค่ว่าปั่นให้จบ เน้นชมวิว
"พอเราคาดหวังน้อย ส่วนเกินที่ทำได้มันมากกว่า ทำให้เรามีกำไรเยอะเลยค่ะ"

เริ่มกันเลยนะคะ งานออกตัว 7:00 ที่ตีนดอยอินทนนท์ ยู้มาแวะซื้อขนมปังที่ Lotus และเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย


รอถ่ายรวมทีมกับเพื่อนๆ


หลังจากนั้นเราก็ปั่นไปที่จุด start พวกเราไม่ได้รีบอะไร ไม่ได้ตั้งใจทำเวลากันขนาดนั้นค่ะ เดี๋ยวจะไม่คุ้มค่าเหนื่อย และ ค่าเดินทาง
เราไปสายนิดหน่อยค่ะ ไม่มาก เค้าออกตัวกันไปก่อน ก็ดีนะคะ จะได้ไม่เบียดกันมาก อมยิ้ม17อมยิ้ม17อมยิ้ม17

ก่อนเริ่มเดินทาง ลองมาดูกราฟเปรียบเทียบแต่ละดอยในเมืองไทยค่ะ

ยู้มีประสบการณ์เคยขึ้นที่เขาใหญ่มาครั้งนึงค่ะ แทบจะคลานกลับบ้านเลยค่ะ 555

ไปกันเล๊ยยยย

ช่วงแรกเป็นช่วงชิลๆ นะ ปั่นเรื่อยๆ ตรงนี้จะผ่านด่านที่ 1 ตรงที่เก็บเงินของอุทยานฯ นะ หนักเป็นทางตรง ชันเบาๆ มีเนินระยะสั้นๆ นวดๆ เตรียมกล้ามเนื้อเราไปค่ะ
แต่ระหว่างทาง นี่จะมีเนินนึง ชันพอตัวเลข Range ประมาณ 9-18% ยาวทีเกือบโลค่ะ ขอเรียกมันว่าเนินรับน้อง จุดนี้เหมือนเป็นสัญญาณบอกทุกท่านยินดีต้อนรับเข้าสู่ดอยอินทนนท์ > _ <
หลังจากนั้นรู้สึกจะชันและโหดขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ
T T

ขอยืมภาพจากเพจ ปั่นแค่ไหว มานะคะ


พอถึงป้ายอุทยานแห่งชาติและสถานีเกษตร
เราจะสามารถแวะทานข้าว ห้องน้ำ ถ่ายรูปได้


...ปั่นต่อไปเราจะเริ่มเห็นยอดพระธาตุนภเมธนีดล จุดนี้จะเหลือระยะทางอีกประมาณ 10 กิโล แต่ต้องอัพความสูงขึ้นไปอีกเกือบ 900 เมตร (แปลว่าที่เราปั่นมาอย่างเหน็ดเหนื่อยตั้ง 40 โล เราขึ้นมาแค่ 1400 เมตรเอง เหอะๆ)
เลยจุดที่เรามองพระธาตุฯ เห็นไปอีกราวๆ กิโลกว่า… ดอยอินทนนท์ของจริงก็มาแล้ววว
ความชันนี่โดดเป็นเท่าตัว...กรี๊ดด


แต่คุณโค๊ชสั่งมาว่าห้ามมิให้ขาแตะพื้น
จ๊ากก...บอกตรงๆเลย ทรมานมาก อยากทิ้งจักรยานแล้ววิ่งขึ้นไปแทน T T

"ความสนุกและท้าทายของการปั่นไต่เขา"
เราต้องต่อสู้กับความทัอของตัวเอง
....ครั้งแล้ว ครั้งเล่า
มันหยุดไม่ได้ ...
ฟรีขาเหมือนทางราบก็ไม่ได้
ถ้าเรายอมแพ้ขึ้นมาแค่เสี้ยววินาที
หยุดกดบันได..,
รถเราจะไหลกลับลงไปๆ
มันทำให้เราเหนื่อยขึ้นเป็นเท่าตัว
การกลับมาขึ้นรถแล้วสู้ใหม่
ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบาก
มันยิ่งสร้างความท้อขึ้นมาอีกมหาศาล !


ตัดสินใจไม่แตะพื้นเด็ดขาด แต่พักได้ หายเหนื่อยแล้วปั่นต่อ


นักวิ่งมาราธอนมีคำว่า ปีศาจมาราธอน
นักปั่นพิชิตยอดดอย คงจะมี
คำว่า "ปีศาจแห่งยอดดอย" ฉันนั้น
^ ^


ยู้ได้เจอกับตัวเอง ....
ช่วงสามกิโลสุดท้าย มีคนตะโกนว่าแค่ 3 โล ๆในขณะที่ขาเราทั้ง ล้า ท้อ เหนื่อย หิว
คำว่าแค่ 3 โล ทำยู้หมดแรงเลยค่ะ
ปกติทุกสนาม ยู้จะพยายามไม่คิดว่า "เมื่อไหร่จะถึง ๆ" เพราะหากยู้คิดแบบนี้ขึ้นมาในหัวแล้วล่ะก้อ จบเลยค่ะ มันจะยอมแพ้ได้ทุกวินาทีจริง
...แล้วก็เอาเข้าจริงๆช่วงสุดท้าย ประมาณโลที่ 48 มีเข็นขึ้นไปประมาณโลค่ะ
ระหว่างนั้นคิดภาพตลอด 40 กว่าโลที่เห็นทุกคนปั่น
บางคนเข็นบางคนเดิน ถึงช้าถึงเร็ว ตามแรง การซ้อม และความฟิต แต่ทุกคนชนะใจตัวเอง
แต่อย่างที่โค๊ชเคยบอกไว้
"ร่างกายมันฝึกกันได้ แต่จิตใจฝึกกันยาก"
มันทำให้ฮึดขึ้นมาปั่นสู้อีกครั้ง
"คนเราล้มได้ แค่ลุกให้เร็ว"
คิดแค่นั้น ก็ตัดสินใจปั่นช่วงสุดท้ายเข้าเส้นชัยสำเร็จ มันเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

เข้าเส้นชัยแล้วรับถ้วยพิชิตและถ่ายภาพยินดีกับความสำเร็จ




ยินดีกับทุกคนที่พิชิตด้วยนะคะ อมยิ้ม17อมยิ้ม17อมยิ้ม17
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่