ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.22 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.66/32.68 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจจีนและสหรัฐที่ซบเซา
วันนี้นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้สร้างฐานแนวรับ 1,580 มีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่เหตุระเบิดกลางเมืองเมื่อคืนเป็นปัจจัยกระทบระยะสั้น แนะนำสะสมหุ้นใหญ่-กลางเมื่อดัชนีอ่อนตัว สำหรับหุ้นเด่นวันนี้ได้แก่ BLA, CK, RS, SAMART, SAWAD, SEAFCO, KBANK, KTB, INTUCH, ADVANC, AOT, BGH, SPCG, PTTEP, SYNTEC, GUNKUL, PTT, TOP, PTTGC, TSR, QTC, MFEC, ERW และ TASCO
บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (2 ก.พ.) ว่า สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดเคลื่อนไหวในรูปแบบ “สร้างฐาน” ด้วยแนวรับ 1,580 +/- จุด ต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้แม้การฟื้นตัวของราคาน้ำมัน และการปรับขึ้นราคา NVG อีก 0.50 บาท/กก.เป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTT PTTEP TOP PTTGC แต่ 1) เหตุระเบิดที่สยามพารากอนวานนี้ และ 2) ตัวเลข GDP 4Q14 สหรัฐฯ +2.6% และตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมจีนต่ำกว่าคาด
กลยุทธ์หลักแนะนำ “Selective” กลุ่มหุ้นขนาดกลาง BLA CK RS SAMART SAWAD SEAFCO ต่อเนื่อง ขณะที่ “ทยอยสะสม” หุ้นใหญ่ KBANK KTB INTUCH ADVANC AOT BGH รวมไปถึง “ซื้อ” SPCG ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 36 บาท คาดกำไร 4Q14 เติบโตแกร่ง y-y จากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น พร้อม Dividend ~0.40 บาท ราคาหุ้น Laggard กลุ่มหุ้นพลังงานทางเลือกตัวอื่น
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุในบทวิเคราะห์ (2 ก.พ.) ว่า คงมุมมองเป็น “กลาง” เป็นวันที่ 6 ทั้งนี้ SET INDEX มีโอกาสซึมตัวลงทดสอบ 1,570-1,575 จุด ในช่วงเปิดตลาด ก่อนเกิด Technical rebound นำโดยกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นกว่า 8% ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่เงินทุนต่างชาติในความเห็นของเราเชื่อว่าจะยังมองตลาดหุ้นเอเชียเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยเป็นบวก ผลการดำเนินงานใน 4Q57 ออกมาเป็นกลางถึงบวก รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับต่ำ
ขณะที่สถานการณ์ในยุโรปเริ่มทรงตัว หลังรัฐบาลกรีซ และ เจ้าหน้าที่ระดับสูงอียู เริ่มหารือกัน และคาดว่าจะได้ข้อสรุปแนวทางการช่วยเหลือ รวมถึงการปฎิรูปการคลังของกรีซใน 1-2 สัปดาห์นี้ เราเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะหาข้อสรุปได้ก่อนที่กรีซจะครบกำหนดชำระหนี้ในเดือนมี.ค.
ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค.ของไทย พบว่า การบริโภคภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวกลับอยู่ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชน และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นถึง 11.8% yoy ในเดือนธ.ค.
ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง วันนี้มีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อน หลังตัวเลข PMI ภาคการผลิต และบริการ เดือนม.ค. ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า แต่อาจกลายเป็นจุดที่ตลาดพลิกกลับมาเก็งกำไรต่อมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์
ตลาด Nikkei / Kospi เช้านี้ (7.38 น) เปิดลบ ตามทิศทาง DJIA คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นเป้าหมาย หากราคาปรับตัวลงระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย” เราเชื่อว่า SET INDEX ใกล้สิ้นสุดการพักฐานรอบสั้น เพื่อดีดตัวขึ้นทดสอบ 1,600 จุด และมีแนวโน้มทะลุแนวดังกล่าว ผลักดันด้วยผลการดำเนินงาน 4Q57 และ/หรือ ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว
Accumulative Buy: MFEC / TASCO
บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (2 ก.พ.) ว่า ราคาน้ำมันดิบโลกฟื้นตัว 8% ในวันศุกร์ จากการประท้วงของคนงานในสหรัฐ และการปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี ถือว่าดีต่อ PTT และ PTTEP และยังชื่นชอบหุ้นรายตัวเด่น SYNTEC(FV@B 3.85),GUNKUL(FV@B 36) วันนี้เลือก PTT(FV@B394) เป็น Top pick
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (2 ก.พ.) ว่า คาด SET วันนี้แกว่งตัว/รีบาวด์แคบๆ ปัจจัยภายนอกเป็นกลาง โดยหุ้นสหรัฐร่วงแรงเมื่อวันศุกร์หลัง GDP ไตรมาส 4/57 (รายงานครั้งที่ 1ฉ +2.6% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ +3.2% แต่ GDP สหรัฐที่ชะลอนี้ในทางใดทางหนึ่งก็จะชะลอแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐออกไป ด้านราคาน้ำมัน WTI บวกเกือบ 7% หลังสหรัฐรายงานว่าแท่นขุดเจาะปิดทำการไป 7% เฉพาะในสัปดาห์ที่แล้ว (อุปทานอาจลดลง) ขณะที่ปัจจัยภายในเป็นกลางเช่นกัน ตัวเลขเศรษฐกิจไทย ธ.ค.2557 ยังทรงตัวไม่ฟื้นชัดเจน และ ในระยะสั้นมากจิตวิทยาตลาดหุ้นอาจถูกกระทบเล็กน้อยจากเหตุระเบิดกลางเมืองเมื่อคืนนี้
หุ้นเด่นวันนี้ ซื้อเก็งกำไร TSR, QTC
บล.ฟินันเซีย ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (2 ก.พ.) ช่วงนี้ SET อ่อนตัวแนะนำทยอยซื้อสะสม แล้วเน้นถือต่อเนื่องแนวโน้ม : ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เริ่มมีจังหวะปรับตัวลงจริงจังมากขึ้น หลังจากตลอดทั้งสัปดาห์จะมีลักษณะแกว่งตัวผันผวนโดยมีจังหวะแกว่งบวก-ลบสลับไปมาอยู่ ซึ่งคาดว่าแรงขายส่วนหนึ่งมาจากการขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง เนื่องจากก่อนหน้านี้ SET ขยับบวกขึ้นมารอรับข่าวการเพิ่มมาตรการ QE ของ ECB ไปล่วงหน้าพอควรแล้ว ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศในบ้านเราก็เริ่มกลับมามียอดขายสุทธิอีกครั้ง
ประกอบกับเช้านี้ยังได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงแรงของดัชนีดาวโจนส์ และการปรับลงของตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ จากตัวเลขประมาณการ GDP ไตรมาส 4/2014 ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด สร้างความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ในบ้านเรายังมีเหตุระเบิดหน้าห้างสยามพารากอนเมื่อช่วงค่ำวานนี้(1 ก.พ.) ซึ่งเพิ่งจะมีประเด็นการเมืองเกี่ยวกับการถอดถอนอดีตนายกฯ และเตรียมฟ้องอาญาฯ อยู่ ทำให้นักลงทุนบางส่วนอาจวิตกถึงเหตุการณ์บานปลายได้ จึงทำให้ FSS ยังคาดว่า SET จะยังแกว่งผันผวนและปรับพักตัวลงอีกได้
แนวรับ 1575-1570 , 1564-1560 จุด แนวต้าน 1585-1587 , 1590-1595 จุด
กลยุทธ์ : แม้ว่า FSS จะคาดว่า SET ยังอยู่ระหว่างแกว่งตัวผันผวนและปรับตัวลงได้อีก แต่คาดกรอบลบจำกัดและมีแนวโน้มที่ใกล้จะกลับไปแกว่งขึ้นต่อเนื่องแล้ว ดังนั้นเรายังแนะนำทยอยซื้อช่วงลบแล้วเน้นถือไว้ก่อนได้
หุ้นเด่นมีประเด็น ERW (ราคาเป้าหมาย 5.70 บาท)
ที่มา
http://www.kaohoon.com/online/content/view/1334/SET%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B924%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B5
SET อ่อนตัว-มีความเสี่ยงจากเหตุระเบิดกลางเมือง ชู 24 หุ้นใหญ่-กลางน่าสอย กลุ่มพลังงานดันดัชนี
วันนี้นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้สร้างฐานแนวรับ 1,580 มีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่เหตุระเบิดกลางเมืองเมื่อคืนเป็นปัจจัยกระทบระยะสั้น แนะนำสะสมหุ้นใหญ่-กลางเมื่อดัชนีอ่อนตัว สำหรับหุ้นเด่นวันนี้ได้แก่ BLA, CK, RS, SAMART, SAWAD, SEAFCO, KBANK, KTB, INTUCH, ADVANC, AOT, BGH, SPCG, PTTEP, SYNTEC, GUNKUL, PTT, TOP, PTTGC, TSR, QTC, MFEC, ERW และ TASCO
บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (2 ก.พ.) ว่า สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดเคลื่อนไหวในรูปแบบ “สร้างฐาน” ด้วยแนวรับ 1,580 +/- จุด ต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้แม้การฟื้นตัวของราคาน้ำมัน และการปรับขึ้นราคา NVG อีก 0.50 บาท/กก.เป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTT PTTEP TOP PTTGC แต่ 1) เหตุระเบิดที่สยามพารากอนวานนี้ และ 2) ตัวเลข GDP 4Q14 สหรัฐฯ +2.6% และตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมจีนต่ำกว่าคาด
กลยุทธ์หลักแนะนำ “Selective” กลุ่มหุ้นขนาดกลาง BLA CK RS SAMART SAWAD SEAFCO ต่อเนื่อง ขณะที่ “ทยอยสะสม” หุ้นใหญ่ KBANK KTB INTUCH ADVANC AOT BGH รวมไปถึง “ซื้อ” SPCG ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 36 บาท คาดกำไร 4Q14 เติบโตแกร่ง y-y จากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น พร้อม Dividend ~0.40 บาท ราคาหุ้น Laggard กลุ่มหุ้นพลังงานทางเลือกตัวอื่น
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุในบทวิเคราะห์ (2 ก.พ.) ว่า คงมุมมองเป็น “กลาง” เป็นวันที่ 6 ทั้งนี้ SET INDEX มีโอกาสซึมตัวลงทดสอบ 1,570-1,575 จุด ในช่วงเปิดตลาด ก่อนเกิด Technical rebound นำโดยกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นกว่า 8% ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่เงินทุนต่างชาติในความเห็นของเราเชื่อว่าจะยังมองตลาดหุ้นเอเชียเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยเป็นบวก ผลการดำเนินงานใน 4Q57 ออกมาเป็นกลางถึงบวก รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับต่ำ
ขณะที่สถานการณ์ในยุโรปเริ่มทรงตัว หลังรัฐบาลกรีซ และ เจ้าหน้าที่ระดับสูงอียู เริ่มหารือกัน และคาดว่าจะได้ข้อสรุปแนวทางการช่วยเหลือ รวมถึงการปฎิรูปการคลังของกรีซใน 1-2 สัปดาห์นี้ เราเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะหาข้อสรุปได้ก่อนที่กรีซจะครบกำหนดชำระหนี้ในเดือนมี.ค.
ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค.ของไทย พบว่า การบริโภคภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวกลับอยู่ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชน และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นถึง 11.8% yoy ในเดือนธ.ค.
ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง วันนี้มีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อน หลังตัวเลข PMI ภาคการผลิต และบริการ เดือนม.ค. ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า แต่อาจกลายเป็นจุดที่ตลาดพลิกกลับมาเก็งกำไรต่อมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์
ตลาด Nikkei / Kospi เช้านี้ (7.38 น) เปิดลบ ตามทิศทาง DJIA คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นเป้าหมาย หากราคาปรับตัวลงระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย” เราเชื่อว่า SET INDEX ใกล้สิ้นสุดการพักฐานรอบสั้น เพื่อดีดตัวขึ้นทดสอบ 1,600 จุด และมีแนวโน้มทะลุแนวดังกล่าว ผลักดันด้วยผลการดำเนินงาน 4Q57 และ/หรือ ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว
Accumulative Buy: MFEC / TASCO
บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (2 ก.พ.) ว่า ราคาน้ำมันดิบโลกฟื้นตัว 8% ในวันศุกร์ จากการประท้วงของคนงานในสหรัฐ และการปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี ถือว่าดีต่อ PTT และ PTTEP และยังชื่นชอบหุ้นรายตัวเด่น SYNTEC(FV@B 3.85),GUNKUL(FV@B 36) วันนี้เลือก PTT(FV@B394) เป็น Top pick
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (2 ก.พ.) ว่า คาด SET วันนี้แกว่งตัว/รีบาวด์แคบๆ ปัจจัยภายนอกเป็นกลาง โดยหุ้นสหรัฐร่วงแรงเมื่อวันศุกร์หลัง GDP ไตรมาส 4/57 (รายงานครั้งที่ 1ฉ +2.6% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ +3.2% แต่ GDP สหรัฐที่ชะลอนี้ในทางใดทางหนึ่งก็จะชะลอแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐออกไป ด้านราคาน้ำมัน WTI บวกเกือบ 7% หลังสหรัฐรายงานว่าแท่นขุดเจาะปิดทำการไป 7% เฉพาะในสัปดาห์ที่แล้ว (อุปทานอาจลดลง) ขณะที่ปัจจัยภายในเป็นกลางเช่นกัน ตัวเลขเศรษฐกิจไทย ธ.ค.2557 ยังทรงตัวไม่ฟื้นชัดเจน และ ในระยะสั้นมากจิตวิทยาตลาดหุ้นอาจถูกกระทบเล็กน้อยจากเหตุระเบิดกลางเมืองเมื่อคืนนี้
หุ้นเด่นวันนี้ ซื้อเก็งกำไร TSR, QTC
บล.ฟินันเซีย ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (2 ก.พ.) ช่วงนี้ SET อ่อนตัวแนะนำทยอยซื้อสะสม แล้วเน้นถือต่อเนื่องแนวโน้ม : ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เริ่มมีจังหวะปรับตัวลงจริงจังมากขึ้น หลังจากตลอดทั้งสัปดาห์จะมีลักษณะแกว่งตัวผันผวนโดยมีจังหวะแกว่งบวก-ลบสลับไปมาอยู่ ซึ่งคาดว่าแรงขายส่วนหนึ่งมาจากการขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง เนื่องจากก่อนหน้านี้ SET ขยับบวกขึ้นมารอรับข่าวการเพิ่มมาตรการ QE ของ ECB ไปล่วงหน้าพอควรแล้ว ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศในบ้านเราก็เริ่มกลับมามียอดขายสุทธิอีกครั้ง
ประกอบกับเช้านี้ยังได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงแรงของดัชนีดาวโจนส์ และการปรับลงของตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ จากตัวเลขประมาณการ GDP ไตรมาส 4/2014 ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด สร้างความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ในบ้านเรายังมีเหตุระเบิดหน้าห้างสยามพารากอนเมื่อช่วงค่ำวานนี้(1 ก.พ.) ซึ่งเพิ่งจะมีประเด็นการเมืองเกี่ยวกับการถอดถอนอดีตนายกฯ และเตรียมฟ้องอาญาฯ อยู่ ทำให้นักลงทุนบางส่วนอาจวิตกถึงเหตุการณ์บานปลายได้ จึงทำให้ FSS ยังคาดว่า SET จะยังแกว่งผันผวนและปรับพักตัวลงอีกได้
แนวรับ 1575-1570 , 1564-1560 จุด แนวต้าน 1585-1587 , 1590-1595 จุด
กลยุทธ์ : แม้ว่า FSS จะคาดว่า SET ยังอยู่ระหว่างแกว่งตัวผันผวนและปรับตัวลงได้อีก แต่คาดกรอบลบจำกัดและมีแนวโน้มที่ใกล้จะกลับไปแกว่งขึ้นต่อเนื่องแล้ว ดังนั้นเรายังแนะนำทยอยซื้อช่วงลบแล้วเน้นถือไว้ก่อนได้
หุ้นเด่นมีประเด็น ERW (ราคาเป้าหมาย 5.70 บาท)
ที่มา http://www.kaohoon.com/online/content/view/1334/SET%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B924%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B5