ตอนที่ผ่านมาอยู่ คห สุดท้ายค่ะ
หนึ่งใจในแผ่นดิน
ตอนที่ 52 (1/2)
บนถนนสายยาวเส้นนี้ เขาและเธอจะเดินทางไปสู่ความจริง
ก้องปฐพีขับรถกระบะคันเก่าคราคล่ำเพื่อพาไหมแก้วไปบ้านพักนายอำเภอโดยการบอกทางของเธอ ทั้งแสงและบรรยากาศของท้องถนนเป็นอย่างที่เธอบอกจริง สีของฟ้ายามเย็นตอนนี้แทบไม่ต่างกับสีของฟ้ายามค่ำแม้แต่น้อย
สองข้างทางที่มีแต่ป่ารกชัฏยิ่งทำให้ถนนสายนี้ดูเปลี่ยวมากขึ้นเป็นทวีคูณ และหญิงสาวที่นั่งมาด้วยก็ไร้เสียงสนทนาจนทำให้คนขับรู้สึกเปลี่ยวเหงา เธอคงอยากอยู่กับความคิดของตัวเอง ก้องปฐพีจึงปล่อยความเงียบให้ไหลเวียนผ่านระหว่างเขาและเธอจนถึงจุดหมายปลายทาง
บ้านพักของนายอำเภอที่นี่แสนเรียบง่ายคล้ายกับบ้านพักของแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เขาขอยืมเป็นสถานที่พักฟื้นชั่วคราว ต่างกันแต่ที่นี่ดูเก่าแก่กว่ามาก สายตาของสถาปนิกหนุ่มถือโอกาสพิจารณาโครงสร้าง และวัสดุไปในตัวระหว่างที่รอนายอำเภอ
เสียงฝีเท้าของผู้มาใหม่ดังขึ้นที่บันไดทางขึ้น เมื่อชายหนุ่มหันไปมอง เขาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายผู้ที่รับเรื่องการรื้อคดีของดวงแขของเขา แม้ชายหนุ่มจะออกอาการประหลาดใจที่เห็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบทั้งสอง แต่หญิงสาวคนเดียวในที่นี้กลับไม่ได้รู้สึกเหมือนเขาเลย
“นายอำเภอท่านแจ้งไปทางผมว่า...คุณหมอมีข้อมูลบางอย่างในอดีตที่...” เจ้าหน้าที่ตำรวจเอ่ยพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งในโซฟาฝั่งตรงข้าม
“ขอโทษที่ให้พวกคุณรอนาน” เสียงทุ้มกังวานของข้าราชการวัยอาวุโสทักทายแขกเมื่อเขาเดินเข้ามายังวงที่กำลังจะเริ่มสนทนา แขกทั้งหลายยกมือทำความเคารพเจ้าบ้านที่กำลังนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใสแม้ในเวลาที่เขาควรจะได้พักผ่อนแล้วก็ตามที
“ดิฉันขออภัยที่คราวที่แล้วผิดนัดท่าน” ไหมแก้วเอ่ยสิ่งที่ต้องการบอกกับนายอำเภอก่อนเป็นอันดับแรก
“ไม่เป็นไร ผมเข้าใจคุณหมอ ที่หมู่บ้านช้างเกิดเรื่องสำคัญกว่า” ข้าราชการอาวุโสเอ่ยพลางหันไปมองใบหน้าหนุ่มต่างถิ่นคนเดียวของที่นี่ “แล้วพ่อหนุ่มล่ะ อาการดีแล้วหรือ ถึงเดินทางมาที่นี่ได้ ถ้าเพิ่งฟื้นตัว โดนลมเย็นมากๆ เข้ามันจะไม่ดีนะ”
“ผมดีขึ้นมากแล้วครับ ต้องขอบคุณคุณหมอใหญ่กับคุณหมอไหมแก้วที่ไม่ปล่อยให้ผมไปพบยมบาลก่อนวัยอันควร” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มพลันแอบเห็นแววตาตำหนิของหญิงสาว แต่คู่สนทนาของเขากลับยิ้มกว้าง
“คุณหมอใหญ่เป็นเหมือนเพชรล้ำค่าที่เรามี ส่วนคุณหมอไหมก็เป็นเหมือนทับทิมน้ำงามของพวกเรา” นายอำเภอพูดด้วยความภาคภูมิใจ
แต่หญิงสาวที่ถูกเอ่ยถึงทำหน้าไม่ถูกเมื่อถูกชมกันแบบไม่ได้ตั้งตัว และรู้สึกกระดากที่จะได้รับคำชมนั้น เพราะในเวลานับจากนี้ ทับทิมของพวกเขาอาจกลายเป็นแค่เถ้าทุลีดิน เมื่อเธอกำลังจะบอกความจริงที่เธอโกหกมาตลอดเวลา
ความเชื่อมั่นและศรัทธาที่พวกเขามีให้คงจะสูญสลายและยากที่จะหล่อหลอมใหม่เหมือนดั่งแก้ว แต่ในเมื่อเธอคิดดีแล้วว่าจะขอปลดปล่อยตัวเองออกจากแอกหนักอึ้งที่ตรวน และคนที่จะปลดมันได้ก็มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น
“ขอบคุณที่เปรียบดิฉันเป็นทับทิมนะคะ แต่ทับทิมเม็ดนี้น้ำไม่งามพออย่างที่ใครๆ ตีค่าราคาไว้” ไหมแก้วเอ่ยพร้อมยกมือไหว้ตอบรับคำชมที่ไม่คู่ควร
“ที่ดิฉันขอพบนายอำเภอด่วน และขอให้นายอำเภอช่วยตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมาด้วยเพราะดิฉันมีเรื่องจะสารภาพค่ะ”
ก้องปฐพียังคงนั่งฟังเงียบสนิท แม้เขาจะไม่ได้อยากให้หญิงสาวเป็นอัญมณีสีแดงที่นายอำเภอขนานนามให้ หากมองในด้านคุณค่าแล้ว เขาก็เห็นด้วยกับนายอำเภอ แต่คำพูดของเธอแฝงความนัยของไหมแก้วนั้นไม่ค่อยถูกใจก้องปฐพีสักเท่าไหร่ และในหน้าอกมันสั่นสะเทือนไปแล้วกับคำว่า ‘สารภาพ’ ที่ออกจากปากเธอ
ก็ในเมื่อการใช้คำนี้มีแค่สองเหตุการณ์ เหตุการณ์แรกคือ บอกเล่าความผิดที่ถูกปิดบัง ส่วนเหตุการณ์ที่สองคือ บอกเล่าความรักที่ถูกปิดบัง และในสถานการณ์ตอนนี้เธอคงไม่ได้สารภาพรักกับนายอำเภอแน่ ใบหน้าของหญิงอาวุโสที่กำลังขยับปากพูดประโยคว่า ‘คุณหมอไหมแก้วพูดโกหก’ จึงลอยเข้ามาในหัวทันที
เจ้าหน้าที่และนายอำเภอต่างสบตากันก่อนที่ทุกสายตาจะหันมามองหญิงสาวที่มีใบหน้านิ่งแต่แววตาไหวระริก ไหมแก้วเม้มริมฝีปากเข้าหากันและสบสายตาคนฟังทีละคนยกเว้นชายหนุ่มที่นั่งอยู่เคียงข้างที่เธอขอละเอาไว้
“นางลาโพ...ไม่ได้โดนฟ้าผ่าตายเพราะความบังเอิญแต่โดนฆาตกรรม” ไหมแก้วเริ่มเอื้อนเอ่ยความลับที่ถูกปิดตาย เป็นการเริ่มต้นพูดที่ดีมาก เพราะมันยืนยันคำพูดของหญิงอาวุโสทันที
“ในคืนนั้นที่มีข่าวว่านายพนาจะมาบุกเพราะแค้นที่ดวงแขแท้ง ก่อนเกิดเหตุฉันกลับมาจากการออกตรวจหมู่บ้านใกล้ๆ ตอนที่อยู่บนเรือนฉันได้ยินเสียงนางลาโพตะโกนร้องขอความช่วยเหลือแต่สักพักก็เงียบหายไปจนได้ยินเสียงของผู้ชายคนหนึ่ง แต่เมื่อฉันเปิดประตูออกไปหลังจากตัดสินใจที่จะออกไปช่วยเหลือชาวบ้าน ปรากฏว่าเขาไม่ใช่คนในหมู่บ้าน”
“คุณหมอพอจำเค้าลางคนๆ นั้นไหมครับ” เจ้าหน้าตำรวจเอ่ยถาม
“ฉันจำเขาได้ดี และรู้จักเขาด้วยซ้ำไป เขาชื่อกำธร” หญิงสาวตอบพลางสบตาคนถามแน่วแน่ “นายกำธรหลอกล่อให้ฉันลงจากเรือน โดยอ้างว่ามีคนบาดเจ็บ เขาปิดปากและลากพาฉันไปในป่าลึกหลังหมู่บ้านกะเหรี่ยง...นอกจากนายกำธรแล้วยังมีอีกสอง...คือนายฉ่อย และนายอำพัน”
เธอหยุดพูดแล้วพยายามกดน้ำเสียงไม่ให้สั่นและพูดเรียบเรียงให้ออกมาประโยคแต่ทำได้ไม่ดีเพราะเมื่อจะอ้าปากพูดต่อมันกลับกลายเป็นเสียงสะอื้นที่น่าละอาย ละอายในน้ำตาที่มันกำลังประจานความอ่อนแอ รวมถึงละอายหัวใจที่เธอกำลังจะประจานความผิดของตัวเอง
แต่เมื่อมือหนาจากคนข้างเคียงเลื่อนมากอบกุมมือเธอไว้ สัมผัสอุ่นและแรงบีบเบาๆ ของเจ้าของมือให้กำลังใจได้ดีทนแทนคำพูดหลายคำจากปากที่เงียบกริบ
“นายกำธรจับฉันไว้เพื่อให้ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...ดวงแขถูกตีด้วยไม้อย่างแรงตามร่างกาย ซ้ำร้ายนายฉ่อยยังข่มขืนเธอ ฉันทนดูไม่ได้จึงสลัดตัวแล้ววิ่งเข้าไปช่วย...ส่วนนายอำพัน...” เธอพยายามนึกให้ออกถึงประโยค
“เขาพูดถึงเรื่องการหักหลัง...นายพนาโดนหักหลัง”
เหล่าคนฟังทั้งหลายต่างยืดตัวตรงเมื่อเธอเอ่ยชื่อของบุคคลที่ยังเชื่อว่าเป็นผู้ต้องหาของคดี เจ้าหน้าที่คนหนึ่งสบตามองก้องปฐพีที่มือข้างหนึ่งของชายหนุ่มยังคงกุมมือหญิงสาวไว้
“ผมขอบันทึกคำให้การนะครับคุณหมอ” เจ้าหน้าที่คนนั้นเอ่ยพร้อมกับนำเครื่องบันทึกเสียงวางบนโต๊ะหน้าคุณหมอสาว “คุณหมอช่วยพูดประโยคสุดท้ายอีกครั้งนะครับ”
ไหมแก้วมองสิ่งที่กำลังเป็นหลักฐานคำสารภาพของเธอ การแจ้งความเท็จในอดีตนั้นจะมีผลกับเธออย่างไรบ้าง ตอนนี้เธอไม่ขอคิดถึงมัน หวังแต่ว่ามือที่กำลังให้กำลังใจเธออยู่มือนี้จะยังคงถ่ายเทความอบอุ่นจากเขาถึงเธอตลอดการสารภาพที่แสนระทมทุกข์
“นายพนาโดนหักหลัง... และเขาไม่ใช่คนที่ข่มขืนดวงแข ฉันรู้เรื่องนี้ดี...เพราะดวงแขมานอนที่เรือนฉันทุกคืนช่วงที่นายพนาพักฟื้นที่เรือนของเธอ”
“คุณหมอให้การช่วยเหลือนายพนา ?” นายอำเภอที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นทันที “ในคืนที่พวกผมตามล่ามันไปจนถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงคืนนั้น?”
ไหมแก้วพยักหน้า “ค่ะ ดวงแขให้ที่ซ่อนตัวกับนายพนาและขอให้ฉันช่วยรักษาบาดแผลจากการถูกยิงให้เขา”
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากเจ้าหน้าที่ราชการทั้งสาม เสียงลมหายใจที่ดังที่สุดคงจะเป็นของนายอำเภอที่เป็นเจ้าของลูกปืนนัดนั้น เขายังจำคืนล่าเจ้าป่าตะวันตกได้ดี มันน่าจะเป็นคืนสุดท้ายของชีวิตโจรป่าผู้ถูกขนานนามว่าสัตว์นรก แต่มันคงมีบุญขนาดหนักที่เดียวรอดชีวิตด้วยมือของนางฟ้าสองคน
“แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่นายอำพันพูดประโยคนั้น” เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบวกกลับเข้าเรื่อง
“นายทรงชัย...” น้ำเสียงของหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็นเสียงแข็งขึ้น “นายทรงเขาเดินเข้ามาพร้อมกับปืนยาว แล้วเร่งให้พวกเขารีบฆ่าดวงแขกับนางลาโพเพื่อที่จะโยนความผิดให้นายพนา”
“นายทรงชัยเขาทำอย่างนั้นเพราะอะไร” เจ้าหน้าที่ป้อนคำถามให้เธอตอบ
“เพื่อปกปิดเรื่องที่ดวงแขท้องกับ...ลูกชายของเขา”
หนึ่งใจในแผ่นดิน ตอนที่ 52 (1/2)
หนึ่งใจในแผ่นดิน
ตอนที่ 52 (1/2)
บนถนนสายยาวเส้นนี้ เขาและเธอจะเดินทางไปสู่ความจริง
ก้องปฐพีขับรถกระบะคันเก่าคราคล่ำเพื่อพาไหมแก้วไปบ้านพักนายอำเภอโดยการบอกทางของเธอ ทั้งแสงและบรรยากาศของท้องถนนเป็นอย่างที่เธอบอกจริง สีของฟ้ายามเย็นตอนนี้แทบไม่ต่างกับสีของฟ้ายามค่ำแม้แต่น้อย
สองข้างทางที่มีแต่ป่ารกชัฏยิ่งทำให้ถนนสายนี้ดูเปลี่ยวมากขึ้นเป็นทวีคูณ และหญิงสาวที่นั่งมาด้วยก็ไร้เสียงสนทนาจนทำให้คนขับรู้สึกเปลี่ยวเหงา เธอคงอยากอยู่กับความคิดของตัวเอง ก้องปฐพีจึงปล่อยความเงียบให้ไหลเวียนผ่านระหว่างเขาและเธอจนถึงจุดหมายปลายทาง
บ้านพักของนายอำเภอที่นี่แสนเรียบง่ายคล้ายกับบ้านพักของแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เขาขอยืมเป็นสถานที่พักฟื้นชั่วคราว ต่างกันแต่ที่นี่ดูเก่าแก่กว่ามาก สายตาของสถาปนิกหนุ่มถือโอกาสพิจารณาโครงสร้าง และวัสดุไปในตัวระหว่างที่รอนายอำเภอ
เสียงฝีเท้าของผู้มาใหม่ดังขึ้นที่บันไดทางขึ้น เมื่อชายหนุ่มหันไปมอง เขาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายผู้ที่รับเรื่องการรื้อคดีของดวงแขของเขา แม้ชายหนุ่มจะออกอาการประหลาดใจที่เห็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบทั้งสอง แต่หญิงสาวคนเดียวในที่นี้กลับไม่ได้รู้สึกเหมือนเขาเลย
“นายอำเภอท่านแจ้งไปทางผมว่า...คุณหมอมีข้อมูลบางอย่างในอดีตที่...” เจ้าหน้าที่ตำรวจเอ่ยพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งในโซฟาฝั่งตรงข้าม
“ขอโทษที่ให้พวกคุณรอนาน” เสียงทุ้มกังวานของข้าราชการวัยอาวุโสทักทายแขกเมื่อเขาเดินเข้ามายังวงที่กำลังจะเริ่มสนทนา แขกทั้งหลายยกมือทำความเคารพเจ้าบ้านที่กำลังนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใสแม้ในเวลาที่เขาควรจะได้พักผ่อนแล้วก็ตามที
“ดิฉันขออภัยที่คราวที่แล้วผิดนัดท่าน” ไหมแก้วเอ่ยสิ่งที่ต้องการบอกกับนายอำเภอก่อนเป็นอันดับแรก
“ไม่เป็นไร ผมเข้าใจคุณหมอ ที่หมู่บ้านช้างเกิดเรื่องสำคัญกว่า” ข้าราชการอาวุโสเอ่ยพลางหันไปมองใบหน้าหนุ่มต่างถิ่นคนเดียวของที่นี่ “แล้วพ่อหนุ่มล่ะ อาการดีแล้วหรือ ถึงเดินทางมาที่นี่ได้ ถ้าเพิ่งฟื้นตัว โดนลมเย็นมากๆ เข้ามันจะไม่ดีนะ”
“ผมดีขึ้นมากแล้วครับ ต้องขอบคุณคุณหมอใหญ่กับคุณหมอไหมแก้วที่ไม่ปล่อยให้ผมไปพบยมบาลก่อนวัยอันควร” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มพลันแอบเห็นแววตาตำหนิของหญิงสาว แต่คู่สนทนาของเขากลับยิ้มกว้าง
“คุณหมอใหญ่เป็นเหมือนเพชรล้ำค่าที่เรามี ส่วนคุณหมอไหมก็เป็นเหมือนทับทิมน้ำงามของพวกเรา” นายอำเภอพูดด้วยความภาคภูมิใจ
แต่หญิงสาวที่ถูกเอ่ยถึงทำหน้าไม่ถูกเมื่อถูกชมกันแบบไม่ได้ตั้งตัว และรู้สึกกระดากที่จะได้รับคำชมนั้น เพราะในเวลานับจากนี้ ทับทิมของพวกเขาอาจกลายเป็นแค่เถ้าทุลีดิน เมื่อเธอกำลังจะบอกความจริงที่เธอโกหกมาตลอดเวลา
ความเชื่อมั่นและศรัทธาที่พวกเขามีให้คงจะสูญสลายและยากที่จะหล่อหลอมใหม่เหมือนดั่งแก้ว แต่ในเมื่อเธอคิดดีแล้วว่าจะขอปลดปล่อยตัวเองออกจากแอกหนักอึ้งที่ตรวน และคนที่จะปลดมันได้ก็มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น
“ขอบคุณที่เปรียบดิฉันเป็นทับทิมนะคะ แต่ทับทิมเม็ดนี้น้ำไม่งามพออย่างที่ใครๆ ตีค่าราคาไว้” ไหมแก้วเอ่ยพร้อมยกมือไหว้ตอบรับคำชมที่ไม่คู่ควร
“ที่ดิฉันขอพบนายอำเภอด่วน และขอให้นายอำเภอช่วยตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมาด้วยเพราะดิฉันมีเรื่องจะสารภาพค่ะ”
ก้องปฐพียังคงนั่งฟังเงียบสนิท แม้เขาจะไม่ได้อยากให้หญิงสาวเป็นอัญมณีสีแดงที่นายอำเภอขนานนามให้ หากมองในด้านคุณค่าแล้ว เขาก็เห็นด้วยกับนายอำเภอ แต่คำพูดของเธอแฝงความนัยของไหมแก้วนั้นไม่ค่อยถูกใจก้องปฐพีสักเท่าไหร่ และในหน้าอกมันสั่นสะเทือนไปแล้วกับคำว่า ‘สารภาพ’ ที่ออกจากปากเธอ
ก็ในเมื่อการใช้คำนี้มีแค่สองเหตุการณ์ เหตุการณ์แรกคือ บอกเล่าความผิดที่ถูกปิดบัง ส่วนเหตุการณ์ที่สองคือ บอกเล่าความรักที่ถูกปิดบัง และในสถานการณ์ตอนนี้เธอคงไม่ได้สารภาพรักกับนายอำเภอแน่ ใบหน้าของหญิงอาวุโสที่กำลังขยับปากพูดประโยคว่า ‘คุณหมอไหมแก้วพูดโกหก’ จึงลอยเข้ามาในหัวทันที
เจ้าหน้าที่และนายอำเภอต่างสบตากันก่อนที่ทุกสายตาจะหันมามองหญิงสาวที่มีใบหน้านิ่งแต่แววตาไหวระริก ไหมแก้วเม้มริมฝีปากเข้าหากันและสบสายตาคนฟังทีละคนยกเว้นชายหนุ่มที่นั่งอยู่เคียงข้างที่เธอขอละเอาไว้
“นางลาโพ...ไม่ได้โดนฟ้าผ่าตายเพราะความบังเอิญแต่โดนฆาตกรรม” ไหมแก้วเริ่มเอื้อนเอ่ยความลับที่ถูกปิดตาย เป็นการเริ่มต้นพูดที่ดีมาก เพราะมันยืนยันคำพูดของหญิงอาวุโสทันที
“ในคืนนั้นที่มีข่าวว่านายพนาจะมาบุกเพราะแค้นที่ดวงแขแท้ง ก่อนเกิดเหตุฉันกลับมาจากการออกตรวจหมู่บ้านใกล้ๆ ตอนที่อยู่บนเรือนฉันได้ยินเสียงนางลาโพตะโกนร้องขอความช่วยเหลือแต่สักพักก็เงียบหายไปจนได้ยินเสียงของผู้ชายคนหนึ่ง แต่เมื่อฉันเปิดประตูออกไปหลังจากตัดสินใจที่จะออกไปช่วยเหลือชาวบ้าน ปรากฏว่าเขาไม่ใช่คนในหมู่บ้าน”
“คุณหมอพอจำเค้าลางคนๆ นั้นไหมครับ” เจ้าหน้าตำรวจเอ่ยถาม
“ฉันจำเขาได้ดี และรู้จักเขาด้วยซ้ำไป เขาชื่อกำธร” หญิงสาวตอบพลางสบตาคนถามแน่วแน่ “นายกำธรหลอกล่อให้ฉันลงจากเรือน โดยอ้างว่ามีคนบาดเจ็บ เขาปิดปากและลากพาฉันไปในป่าลึกหลังหมู่บ้านกะเหรี่ยง...นอกจากนายกำธรแล้วยังมีอีกสอง...คือนายฉ่อย และนายอำพัน”
เธอหยุดพูดแล้วพยายามกดน้ำเสียงไม่ให้สั่นและพูดเรียบเรียงให้ออกมาประโยคแต่ทำได้ไม่ดีเพราะเมื่อจะอ้าปากพูดต่อมันกลับกลายเป็นเสียงสะอื้นที่น่าละอาย ละอายในน้ำตาที่มันกำลังประจานความอ่อนแอ รวมถึงละอายหัวใจที่เธอกำลังจะประจานความผิดของตัวเอง
แต่เมื่อมือหนาจากคนข้างเคียงเลื่อนมากอบกุมมือเธอไว้ สัมผัสอุ่นและแรงบีบเบาๆ ของเจ้าของมือให้กำลังใจได้ดีทนแทนคำพูดหลายคำจากปากที่เงียบกริบ
“นายกำธรจับฉันไว้เพื่อให้ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...ดวงแขถูกตีด้วยไม้อย่างแรงตามร่างกาย ซ้ำร้ายนายฉ่อยยังข่มขืนเธอ ฉันทนดูไม่ได้จึงสลัดตัวแล้ววิ่งเข้าไปช่วย...ส่วนนายอำพัน...” เธอพยายามนึกให้ออกถึงประโยค
“เขาพูดถึงเรื่องการหักหลัง...นายพนาโดนหักหลัง”
เหล่าคนฟังทั้งหลายต่างยืดตัวตรงเมื่อเธอเอ่ยชื่อของบุคคลที่ยังเชื่อว่าเป็นผู้ต้องหาของคดี เจ้าหน้าที่คนหนึ่งสบตามองก้องปฐพีที่มือข้างหนึ่งของชายหนุ่มยังคงกุมมือหญิงสาวไว้
“ผมขอบันทึกคำให้การนะครับคุณหมอ” เจ้าหน้าที่คนนั้นเอ่ยพร้อมกับนำเครื่องบันทึกเสียงวางบนโต๊ะหน้าคุณหมอสาว “คุณหมอช่วยพูดประโยคสุดท้ายอีกครั้งนะครับ”
ไหมแก้วมองสิ่งที่กำลังเป็นหลักฐานคำสารภาพของเธอ การแจ้งความเท็จในอดีตนั้นจะมีผลกับเธออย่างไรบ้าง ตอนนี้เธอไม่ขอคิดถึงมัน หวังแต่ว่ามือที่กำลังให้กำลังใจเธออยู่มือนี้จะยังคงถ่ายเทความอบอุ่นจากเขาถึงเธอตลอดการสารภาพที่แสนระทมทุกข์
“นายพนาโดนหักหลัง... และเขาไม่ใช่คนที่ข่มขืนดวงแข ฉันรู้เรื่องนี้ดี...เพราะดวงแขมานอนที่เรือนฉันทุกคืนช่วงที่นายพนาพักฟื้นที่เรือนของเธอ”
“คุณหมอให้การช่วยเหลือนายพนา ?” นายอำเภอที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นทันที “ในคืนที่พวกผมตามล่ามันไปจนถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงคืนนั้น?”
ไหมแก้วพยักหน้า “ค่ะ ดวงแขให้ที่ซ่อนตัวกับนายพนาและขอให้ฉันช่วยรักษาบาดแผลจากการถูกยิงให้เขา”
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากเจ้าหน้าที่ราชการทั้งสาม เสียงลมหายใจที่ดังที่สุดคงจะเป็นของนายอำเภอที่เป็นเจ้าของลูกปืนนัดนั้น เขายังจำคืนล่าเจ้าป่าตะวันตกได้ดี มันน่าจะเป็นคืนสุดท้ายของชีวิตโจรป่าผู้ถูกขนานนามว่าสัตว์นรก แต่มันคงมีบุญขนาดหนักที่เดียวรอดชีวิตด้วยมือของนางฟ้าสองคน
“แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่นายอำพันพูดประโยคนั้น” เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบวกกลับเข้าเรื่อง
“นายทรงชัย...” น้ำเสียงของหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็นเสียงแข็งขึ้น “นายทรงเขาเดินเข้ามาพร้อมกับปืนยาว แล้วเร่งให้พวกเขารีบฆ่าดวงแขกับนางลาโพเพื่อที่จะโยนความผิดให้นายพนา”
“นายทรงชัยเขาทำอย่างนั้นเพราะอะไร” เจ้าหน้าที่ป้อนคำถามให้เธอตอบ
“เพื่อปกปิดเรื่องที่ดวงแขท้องกับ...ลูกชายของเขา”