หนึ่งใจในแผ่นดิน ตอนที่ 53 (3/3)

กระทู้สนทนา
ตอนที่ผ่านมาอยู่ คห สุดท้ายค่ะ







หนึ่งใจในแผ่นดิน
ตอนที่ 53 (3/3)  



รถกระบะสีขาวคันใหญ่จอดเทียบท่าเรือนคุณหมอสาว เอกรัตน์รีบลงจากรถวิ่งขึ้นบันไดเพื่อไปพบหญิงคนรัก แต่กลับพบว่าประตูเรือนของเธอปิดสนิทเหมือนไร้คนอยู่ภายใน เขาต่อโทรศัพท์หาเธอหลายต่อหลายครั้งแต่ผลที่ได้คือเธอไม่รับสาย ทั้งหัวเสียทั้งกระวนกระวายใจว่าทำไมเธอถึงยังกลับมาไม่ถึง

“เอกรัตน์ !”

ชายหนุ่มหันไปทางเสียงเรียกที่เป็นผู้นำชุมชนอาวุโส ผู้ใหญ่บ้านเดินตรงดิ่งมาหาเขาด้วยใบหน้าตื่นตระหนกจนเขาต้องลุกจากขั้นบันไดไปหา

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ แล้วทำไมไหมแก้วยังไม่กลับมา” ชายหนุ่มถามทันทีที่เดินถึงตัวผู้ใหญ่บ้าน

“มีเรื่องสำคัญที่พ่อเอกต้องทำมากกว่าที่จะห่วงคุณหมอ !” ผู้ใหญ่บ้านพูดตะเบ็งเสียง  “เรื่องสำคัญของคนที่เป็นผู้นำ ไม่ว่าเขาจะเป็นใครมาจากไหน จะสูงต่ำ ดำหรือขาว จะยากดีมีจน หรือจะมีชาติกำเนิดแบบใดก็ตาม นั่นคือ...”

เอกรัตน์หันขวับมองชายอาวุโสที่ขมวดคิ้วมุ่น เขาเดินกลับมายืนหน้าผู้นำชุมชนที่เขาเคารพนับถือแล้วหลับตาอย่างปวดร้าวเมื่อต้องเติมประโยคที่ยังขาดคำเติมต่อท้ายให้สมบูรณ์ “นั่นคือ...การรักษาความถูกต้องและยุติธรรม”

ชายหนุ่มเดินตามผู้ใหญ่บ้านที่เดินนำทางไปทำหน้าที่ของตัวเอง ที่ปลายทางมืดมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายยืนรออยู่พร้อมกับนายอำเภอ

“พวกเรากำลังรอคุณเอกรัตน์อยู่” นายอำเภอเดินตรงเข้ามาหาเป็นคนแรกพร้อมกับจับแขนทั้งสองของชายหนุ่มบีบอย่างเบามือ “กรุณาให้เกียรติแก่พวกเราในการบอกความจริงเรื่องนายทรงชัย ให้พวกเราได้ทำหน้าที่ของข้าราชการของแผ่นดินเช่นเดียวกับคุณ”  

‘ข้าราชการของแผ่นดิน’ คำที่สะกิดหัวใจอดีตหนุ่มนักพัฒนาที่ทะเยอทะยานสร้างฝันหวังเพียงแค่ตำเหน่งสูงใหญ่จะทำให้อุดมการณ์สำเร็จ แต่สุดท้ายแล้ว...มันไม่จริงเลย คำที่พ่อพูดไว้ในวันที่เขาชนะการเลือกตั้งยังคาในหัวใจ

‘เมื่ออำนาจเปลี่ยนมือ คนจะเปลี่ยนไป’ นั้นใช้การไม่ได้สำหรับคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ ถ้าให้เปรียบเทียบแล้ว เขายังไม่อาจทัดเทียมไหมแก้วได้เลยสักนิดที่ทำตามหน้าที่ตนเองโดยไม่หวังลาภยศใดๆ เธอคอยชี้ทางสว่างนำทางเขามาตลอด

แต่เขากลับทำตัวเลวและเป็นคนดับทางนั้นด้วยมือตัวเองจนหลงผิดอยู่ในความมืดไร้แสง ยังไม่พอ ชายหนุ่มรู้ว่าสิ่งเลวสุดท้ายที่เพิ่งทำไปคือการหลอกล่อคุณดาราให้ออกไปพบความตาย มันเป็นความอัปยศอดสูที่ไม่อาจบอกใครได้ หากใครรู้ว่าเขาเอาชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งไปแลกกับอำนาจที่ไม่จีรังในอนาคต  

นี่มันกี่โมงยามกันแล้ว เขารู้สึกตื่นตระหนกจนเหงื่อไหล เมื่อฟ้ายิ่งมืดเท่าไหร่ ก็ใกล้เวลาที่อีกชีวิตจะดับสลาย “ผม...ขอตัวสักครู่ มีธุระสำคัญ”
ชายหนุ่มหาข้ออ้างหลีกเลี่ยง หากเขาไปที่น้ำตกตอนนี้ น่าจะยังทันเวลา

“อย่าพยายามบ่ายเลี่ยงเลยครับ พวกเราก็ได้สอบปากคำคุณหมอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” เจ้าหน้าที่ตำรวจเอ่ยบอก

“หมายความว่า ไหมแก้วเขาบอกเล่าทุกอย่างแล้ว ?” เอกรัตน์ถามด้วยใบหน้าประหลาดใจ  

“ครับ...แล้วเรายังได้ข้อมูล เอ่อ...เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างดวงแขกับ...”

“เด็กในท้องของดวงแขเป็นลูกผม” เขาพูดความจริงด้วยถ้อยคำชัดเจน “เธอมีความสัมพันธ์กับผม”

“เรื่องนี้ก็ยังเป็นข้อกล่าวหาที่คงพิสูจน์กันได้ยากถ้าคุณเอกรัตน์ไม่เป็นคนพูดเอง แต่มีอีกหนึ่งเรื่องที่ฟังดูแปลกสักนิดที่พวกเรามาที่นี่เพื่อขอพิสูจน์สิ่งที่เกี่ยวข้องตามคำขอร้องให้รื้อคดีดวงแขของคุณก้องปฐพี”

แม้จะนึกฉงนเมื่อได้ยินชื่อของชายหนุ่มอริหัวใจ แต่ก็อดถามเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไม่ได้ว่า “แล้วนายนั่นเขาจะเป็นคนยื่นเรื่องได้อย่างไรกัน ในเมื่อดวงแขไม่มีญาติที่ไหน”

“ทางกรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษได้ข้อมูลมาว่าดวงแขมีแฝด”

“แฝด ?”


คำบอกเล่าที่ตรงกันกับหลักฐานครบถ้วนเพียงพอ อีกทั้งพยานสำคัญที่เตรียมให้ปากคำก็อยู่ในการดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนวนคดีถูกส่งไปยังกรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ และออกหมายจับตัวการของคดีใหญ่สองคนที่ถูกพลิกผันด้วยหลักฐานจากกระดาษเพียงแผ่นเดียว



เบื้องหน้าของเขาคือหลุมฝังศพที่มีรูปหญิงสาวผู้ทำให้หัวใจภักดีต่อไหมแก้วพังทลาย เอกรัตน์สูดหายใจลึก ควบคุมจิตใจของตัวเองให้อยู่ในสภาวะปกติ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องฝาแฝดของหญิงสาวที่หลับใหลใต้ผืนแผ่นดิน  


ชายหนุ่มถอดแว่นตากรอบทองเช็ดคราบฝ้ามัวที่เกาะหนาแล้วใส่อีกครั้ง สายตาเห็นเศษก้านธูปสีแดงที่เกลื่อนกราดตามพื้นดินบอกให้รู้ว่ามีคนที่คอยเวียนมาเยี่ยมหลุมศพสม่ำเสมอ แต่ก้านธูปสองดอกที่ถูกปักอยู่ยังคงมีปลายไฟอ่อนจางสีแดงริบหรี่ทำให้ชายหนุ่มย่นคิ้วแล้วเดินเข้าไปนั่งยองๆ มองดูปลายธูป กลิ่นหอมของมันยังลอยคลุ้งตามควันสีเทาจางท่ามกลางเถ้าดำของบางสิ่งที่เพิ่งถูกเผาไหม้กระจายบริเวณใกล้เคียง ถ้านางลาโพและดวงแขไร้ญาติขาดมิตรจริงก็คงไม่มีใครมาจุดธูปเคารพ ยกเว้นเสียแต่...แฝดของหญิงสาวที่ไม่มีใครเคยเห็น


“ลงมือ” เสียงเจ้าหน้าที่นายหนึ่งสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา เสียมและจอบถูกนำมาใช้เพื่อขุดพลิกแผ่นดินที่อยู่ใต้ปฐพีเพื่อหาคำตอบที่ทำให้ชายหนุ่มหัวใจสั่น


แต่เอกรัตน์ไม่อาจทนรอคำตอบจากการขุดพิสูจน์ได้อีกต่อไป เขาพรวดพราดวิ่งเข้าไปยังป่าทึบด้วยหัวใจร้อนรน ปากพร่ำขอร้องเจ้าป่าเจ้าเขา ขออย่าให้เธอเป็นอะไร หากร่างไร้วิญญาณใต้แผ่นดินมีหัวใจข้างซ้าย นั่นหมายความว่า...


ผู้หญิงที่เขามีรักข้ามคืน ผู้หญิงที่มอบโอกาสสุดท้ายให้เขาคนนั้นคือ....ดวงแขอย่างนั้นหรือ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ในเมื่อใบหน้าของเธอไม่มีเค้าดวงแขเลย แต่... แววตาคู่นั้น น้ำเสียงหวานใสคืนนั้น เรือนร่างบอบบางอ่อนช้อยของเธอคนนั้น กับคำพูดที่ให้สะท้านสะเทือนคำนั้น
นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม...


หากทว่าถ้าเป็นฝัน มันก็กำลังกลายเป็นฝันร้าย เขาต้องห้ามบิดาให้ทันก่อนที่จะถึงตัวเธอให้ได้ นี่เป็นเรื่องเดียวที่เขาไม่บอกเจ้าหน้าที่ ด้วยความหวังที่มีเพียงแสงริบหรี่ว่าพ่อของเขาจะไม่ทำอะไรเธอนอกจากขอคลิปเสียง แต่ตอนนี้เขาไม่แน่ใจเสียแล้วว่าคนที่ถูกทำร้ายอาจเป็นพ่อของตัวเอง !
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่