สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ผมเดาอะไรไม่ได้เลย ไม่กล้าพูดด้วยว่าบีถูก แต่ที่ผมรู้แน่ๆเลยคือโยโกหก เพราะมันไม่มีใครหรอกที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันจะให้เพื่อนมาถือหุ้นลมแต่แบ่งผลประโยชน์ครึ่งนึง ถ้าบอกว่าบีทำหน้าที่โปรโมตมันก็เกินไป เพราะบีมาชื่อเสียงไม่ได้หนีโยเท่าไหร่เลย ถ้าบีไม่ออกเงิน และจากที่ฟังมาก็เหมือนไม่ได้ทำอะไรมากจะได้เงินกำไรครึ่งนึง ผมว่าโยมันต้องโง่มากๆ บีต้องหน้าด้านมากๆแล้วหละ เวอร์มั้ยครับ
สมาชิกหมายเลข 8841027 ถูกใจ, thop722 ถูกใจ, ๋Jaqueline ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1621835 ถูกใจ, MPgonnaruletheworld ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 975314 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 868826 ถูกใจ, Biochemist Wannabe ถูกใจ, Maifha ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 896021 ถูกใจรวมถึงอีก 29 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 2
สิ่งหนึ่งที่มั่นใจมากในเรื่องนี้ว่าชัวร์คือ
บริษัทโยบีไดเอทฟู๊ด มีการหลบเลี่ยงภาษีแน่นอนครับกระผม ถึงไม่กล้าพูดมากเรื่องตัวเลข ถ้าผิดก็ขอให้สรรพากรคิดบัญชีย้อรหลังทั้งคู่นะครับ
ส่วนเรื่องปัญหา ฟังหูไว้หู อ่านดูก็ยังไม่เห็นจะเคลียร์กันทั้งคู่ บอกแต่ว่ามีหลักฐาน ก็ขอดูหน่อยละกัน จะได้เชียร์ถูก
งานนี้ก็ขอเชิญสรรพากรตรวจสอบหน่อยนะคร๊าฟฟฟ
บริษัทโยบีไดเอทฟู๊ด มีการหลบเลี่ยงภาษีแน่นอนครับกระผม ถึงไม่กล้าพูดมากเรื่องตัวเลข ถ้าผิดก็ขอให้สรรพากรคิดบัญชีย้อรหลังทั้งคู่นะครับ
ส่วนเรื่องปัญหา ฟังหูไว้หู อ่านดูก็ยังไม่เห็นจะเคลียร์กันทั้งคู่ บอกแต่ว่ามีหลักฐาน ก็ขอดูหน่อยละกัน จะได้เชียร์ถูก
งานนี้ก็ขอเชิญสรรพากรตรวจสอบหน่อยนะคร๊าฟฟฟ
สมาชิกหมายเลข 8841027 ถูกใจ, วันนี้หนูมาคนเดียว ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 896021 ถูกใจ, ไม่ว่างเดียวโทรกลับ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1259493 ถูกใจ, i be what i wanna be ถูกใจ, VacantTime ถูกใจ, เป็ดปักกิ่งจานเด็ด ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1229380 ถูกใจ, ไก่กา-อาราเล่ ถูกใจรวมถึงอีก 7 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 3
ทำธุรกิจด้วยกัน ลงทุนด้วยกัน แต่กลับไม่ไปดูธุรกิจตัวเอง บอกว่าไว้ใจแต่ฝ่ายโย เอ ให้อำนาจเค้าไปเบิกเงิน
วันนึงต้องขอเงินเพิ่ม แล้วค่อยมาขอดูบัญชี และไม่อยากจ่ายเงินแล้ว
ไม่รู้หรอกว่าใครถูกผิด แต่เป็นอุทาหรณ์ หากใครทำธุรกิจอะไรร่วมกัน ก็ต้องร่วมรับรู้รายการที่เกิดขึ้นมาแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน ไม่ใช่ปล่อยให้อีกฝ่ายบริหารไป
สุดทายก็กลายเป็นทะเลาะกัน จูนกันไม่ติดแล้วล่ะ
วันนึงต้องขอเงินเพิ่ม แล้วค่อยมาขอดูบัญชี และไม่อยากจ่ายเงินแล้ว
ไม่รู้หรอกว่าใครถูกผิด แต่เป็นอุทาหรณ์ หากใครทำธุรกิจอะไรร่วมกัน ก็ต้องร่วมรับรู้รายการที่เกิดขึ้นมาแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน ไม่ใช่ปล่อยให้อีกฝ่ายบริหารไป
สุดทายก็กลายเป็นทะเลาะกัน จูนกันไม่ติดแล้วล่ะ
สมาชิกหมายเลข 8841027 ถูกใจ, ๋Jaqueline ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1623960 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 896021 ถูกใจ, pang_mint ถูกใจ, เหนียงของเธอน่ารักมากเลยนะ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1259493 ถูกใจ, เมี๊ยวหง่าว ถูกใจ, MikaRin ถูกใจ, VacantTime ถูกใจรวมถึงอีก 8 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 8
มี case มากี่ case เตือนแล้วเตือนอีก ทุกครั้ง ไม่ฟัง "เพื่อนกัน ยิ่งรักกันมาก อย่าทำธุรกิจร่วมกัน" สุดท้ายเรื่องเงินมันชนะ เรื่องความสัมพันธ์เสมอ จะทำธุรกิจ เขาทำกับนักธุรกิจโน่น ที่ระยะความสัมพันธ์มันไม่มีเรื่องส่วนตัว
ดารารุ่นหลังๆ ที่คุยๆ กัน ว่าจะทำนี่นั่นร่วมกัน ขอเหอะ อย่าเลย ธุรกิจที่คุณทำมันไม่ทำให้คุณรวยเร็วขนาดนั้นหรอก แต่ความรู้สึกดีๆ ของพวกคุณจะหมดไปเร็วไปเร็วมาก หมดเร็วเกินเงินร่วมทุนของพวกคุณซะอีก
ดารารุ่นหลังๆ ที่คุยๆ กัน ว่าจะทำนี่นั่นร่วมกัน ขอเหอะ อย่าเลย ธุรกิจที่คุณทำมันไม่ทำให้คุณรวยเร็วขนาดนั้นหรอก แต่ความรู้สึกดีๆ ของพวกคุณจะหมดไปเร็วไปเร็วมาก หมดเร็วเกินเงินร่วมทุนของพวกคุณซะอีก
สมาชิกหมายเลข 8841027 ถูกใจ, โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2076366 ถูกใจ, Honey and the Bee ถูกใจ, ๋Jaqueline ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 896021 ถูกใจ, jes3 ถูกใจ, pang_mint ถูกใจ, JH0125 ถูกใจ, minipam ถูกใจรวมถึงอีก 5 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ (บี)
ยศวดี หัสดีวิจิตร (โย)
นักแสดงหญิง
นางแบบ
"บี น้ำทิพย์" หอบหลักฐานโชว์ ! สวนกลับ "โย ยศวดี" ดูแลบัญชีคนเดียว แต่เงินหายไปไหน ?!?
"วันนี้ที่จะพูดไม่ได้ต้องการแฉใคร แต่ถ้ารุนแรงไปก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ก่อนอื่นบีต้องขออธิบายก่อนว่า ธุรกิจ "โยบีไดเอทฟู้ด" เกิดจากการที่เราไปเจอธุรกิจแนวนี้ที่ประเทศอังกฤษ เลยคิดว่าอยากจะนำกลับมาเปิดที่ไทย ซึ่งสุดท้ายอย่างที่เห็นค่ะ คือ โยบีไดเอทฟู้ด"
"โมเดลธุรกิจตัวนี้ สมมุติว่าเรามีลูกค้า 1 คน ซื้อของในราคา 100 บาท เชฟจะได้ในส่วนของเงินค่าอาหาร 80 บาท ส่วน 20 บาทที่เหลือจะถูกเก็บเข้าโยบีในฐานผลกำไร เงินกำไรตรงนี้เมื่อมันมีการสะสมมากขึ้น เราก็จะนำมันมาคืนทุนให้กับแต่ละฝ่าย ซึ่งก็เท่ากับว่าการดำเนินธุรกิจทุกอย่างของบริษัทโยบีจะใช้เงินกำไรในการบริหาร ไม่ได้เกี่ยวกับเงินลงทุนของเราแล้ว เพราะเราได้เงินคืนทั้งคู่"
"ช่วงแรกที่เราลงทุนเงิน เราลงทุนกันคนละครึ่งนะคะ ไม่ได้เป็นหุ้นลมเหมือนอย่างที่พี่โยพูด และบีมีหลักฐานเรื่องเงินตรงนี้ทุกอย่าง ต่อมาเมื่อเราได้กำไรมากขึ้น จนจดธุรกิจในรูปแบบบริษัทได้ พี่โยเขาก็เสนอบีมาว่า จะให้ พี่เอ อัญชลี เข้ามาถือหุ้น โดยการที่เขาจะแบ่งหุ้นของเขาให้ และให้พี่เอทำหน้าที่เป็น MD และมีเงินเดือนประจำ ซึ่ง ณ ตอนนั้นในใจบีไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ เพราะเขาทั้งคู่เป็นคนที่บีรักและเชื่อใจมากค่ะ"
"หลังจากนั้นจดบริษัทเสร็จ เราก็ต้องมีการเปิดบัญชีบริษัทร่วมกัน ซึ่งขั้นตอนนี้มันก็ต้องมีการลงนามเป็นชื่อเราทั้งคู่ แต่ ณ ตอนนั้น พี่โยอ้างว่า เขารู้ว่าบีไม่มีเวลาที่จะมาเซ็น เพราะบีติดถ่ายละครอยู่ต่างจังหวัด บีก็เลยตอบตกลงให้เขารับหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินเพียงคนเดียว เพราะเขาบอกว่า ถ้าหากวันไหนบริษัทเกิดมีเรื่องฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินและบีไม่อยู่มันอาจจะไม่ทันก็ได้ ซึ่งเอาตรงๆ ตอนที่บีฟังพี่เขาพูดแบบนั้นบีก็รู้สึกเกรงใจ"
"แต่เรื่องราวมันเกิดขึ้น เมื่อ 4 เดือนก่อน ตอนที่มีเชฟที่ทำอาหารให้บริษัทโทรมาแจ้งกับบีโดยตรงว่า ตอนนี้บริษัทโยบีเป็นหนี้เขาอยู่ 900,000 กว่าบาท ตอนนั้นบีรู้สึกงงว่า มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมบริษัทเราถึงเป็นหนี้ จนสุดท้ายบีตัดสินใจติดต่อไปทางพี่โยเพื่อขอดูบัญชี และพอดูบัญชีเสร็จปุ๊ป บีก็ได้เห็นอะไรหลายๆ ในบัญชีที่มันไม่เคลียร์ ซึ่งเราคุยกันเรื่องนี้ 3 รอบนะคะ แต่ก็ไม่เคลียร์เลยสักรอบ กำลังจะมีรอบที่ 4 เร็วๆ นี้"
"ส่วนประเด็นเรื่องเงิน 200,000 บาท ที่พี่โยเขาบอกว่าบีให้มาและบีเอาคืน บีต้องอธิบายว่ามันเป็นการยืมเงินกรรมการบริษัทนะคะ ไม่ใช่เงินลงทุน มันเป็นการยืม ซึ่งทุกบริษัทมันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วค่ะ"
"เรื่องทัศนคติที่พี่โยบอกว่าเรามีไม่ตรงกัน อันนี้บีต้องบอกก่อนว่า ตอนที่เขาเสนอบีมาว่า เขาอยากทำผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แต่บีเลือกที่จะไม่ทำ ก็เป็นเพราะบีมองว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้มันขัดแย้งกับธุรกิจโยบีไดเอทฟู้ด อีกอย่างถ้าเขาอยากจะทำบีก็ไม่อยากไปรั้งความเจริญของเขา บีก็เลยต้องบอกเขาไปว่าถ้าพี่จะทำจริงก็ให้เขาเคลียร์บัญชีตรงนี้ก่อน และปิดโยบีไดเอทฟู้ด ซึ่งนั่นก็คือเรื่องที่เรามีทัศนคติไม่ตรงกันค่ะ"
"เรื่องอินสตาแกรมที่เขาบอกว่า เขาขอบี อันนี้บียอมรับค่ะว่าเขาขอจริง แต่เขาขอหลังจากโพสต์รูปสินค้าตัวใหม่ของเขาไปแล้วเป็นสิบๆ รูป ซึ่งตอนที่เขาส่งไลน์มาขอบีครั้งแรก บียังไม่ทันจะตอบอะไรเลย เขาก็นำไอจีโยบีไดเอทฟู้ดไปเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ของเขาทันที ซึ่งตอนนั้นบียอมรับว่า บีโกรธมากจริงๆ ค่ะ จนสุดท้ายเราก็ได้คุยกัน และสรุปมาว่าเขาจะปิดไอจีที่ว่าในวันที่ 4 ซึ่งเขายังบอกกับบีมาอีกว่า หลังจากนี้ต่างคนต่างอยู่ก็ละกัน"
"นอกจากนี้ เขาพูดอีกว่า ตามบีไปดูบัญชี แต่บีไม่ยอมไป อันนี้บีต้องชี้แจงว่าตอนนั้น บีติดงานจริงๆ และบีก็ยื่นข้อเสนอไปว่าให้เขาอีเมลตัวเลขมาให้บีดูก่อน แล้วถ้ามันติดอะไรตรงไหนยังไง เราค่อยมาสรุปกันอีกที แต่สุดท้ายทางเขาก็ไม่ยอมส่งข้อมูลอะไรมาให้บีเลย จนสุดท้ายพี่เอต้องเป็นคนโทรมาหาบี พยายามพูดให้บีไปให้ได้ แต่บีก็ติดงานของบีเหมือนกัน คือบีไปไม่ได้จริงๆ ซึ่งวันนี้บีอยากให้พี่ๆ สื่อ ย้อนกลับไปถามพี่โยเหมือนกันนะคะว่า เพราะอะไรตอนนั้นฝั่งบีถึงพูดว่า "พร้อมที่จะดับเครื่องชน" บีอยากให้พี่ๆ สื่อไปถามว่าทางฝั่งเขาพูดอะไรมาก่อน"
"ส่วนเรื่องจ่ายเงินชดเชยลูกน้อง อันนี้บีพอทราบมาว่ามีลูกน้องส่วนหนึ่งที่เขาดึงไปทำงานกับเขาต่อ ส่วนคนที่เขาไม่ได้ดึงไปทางบริษัทโยบีก็รับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายแล้วทั้งหมด ไม่ใช่แค่พี่โยคนเดียวที่รับผิดชอบนะคะ"
"และอีกเรื่องที่บีอยากแจ้งให้พี่ๆ ทราบก็คือ คนทำบัญชีเก่าของโยบีไดเอทฟู้ด ตอนนี้เขาไม่ได้ทำให้กับโยบีอีกแล้ว แต่คนที่เข้ามาทำให้ใหม่ เริ่มต้นดูบัญชีให้ใหม่ทั้งหมด เขาคือคนของพี่โย เพราะฉะนั้นถ้าหากจะดูบัญชีทั้งหมดให้เคลียร์จริงๆ ก็คงต้องใช้บริษัทที่เขาทำงานด้านบัญชีจริงๆ เข้ามาดู และเพื่อความยุติธรรมก็จะต้องดูกันตั้งแต่ต้นจนจบค่ะ"
ตอนที่เขาบอกว่าอาหารช่วงหลังรายได้ไม่ดี และจะหันไปทำธุรกิจอาหารเสริม เรารู้สึกยังไงบ้าง ?
"อย่างที่บีบอกไปตอนแรก บริษัทเราใช้วิธีบริหารโดยการนำกำไรสะสมมาช่วย ดังนั้นถึงธุรกิจมันจะตกลงยังไง มันก็ไม่ถึงกับอยู่ไม่ได้แน่นอน"
สรุปแล้วปัญหาเกิดจากที่เราบอกว่าพี่โยจะเปิดบริษัทใหม่ หรือว่าเป็นเพราะรายได้ไม่ดีอย่างที่พี่โยบอกกันแน่ ?
"มันมีบางเรื่องนะคะที่บีพูดตรงๆ ไม่ได้ แต่จริงอยู่บริษัทเรามีปัญหาเรื่องบัญชี จริงอยู่ที่ภายหลังเรามีทัศนคติไม่ตรงกัน เอาง่ายๆ เลยนะคะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา มันก็มีบางอย่างที่ทำให้มิตรภาพของเราไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ค่ะ"
เงินที่เราได้มาตอนทำบริษัทเป็นเงินที่ได้จากการหลีกเลี่ยงภาษีจริงไหม ?
"สำหรับเรื่องนี้ บีต้องชี้แจงก่อนว่า บีไม่ได้เป็นคนทำธุรกรรมการเงินตั้งแต่แรก ดังนั้นบีต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีมาช่วยตรวจสอบก่อนค่ะ อีกอย่างบีมองว่าพี่ๆ ไปถามเขาเองดีกว่าว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันคืออะไร เพราะบีไม่รู้ บีไม่เคยใส่ใจเรื่องเงินมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"
ถ้าหลังจากนี้เราเคลียร์เรื่องบัญชีไปแล้ว กังวลไหมว่าจะมีปัญหาเรื่องภาษีเข้ามา ?
"บีไม่กังวลค่ะ เพราะตั้งแต่บีเริ่มทำงานมา บีกล้ายืนยันและกล้าสาบานเลยว่าบีจ่ายภาษีทุกบาททุกสตางค์ไม่เคยหมกเม็ด ไม่เคยหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีเลยสักครั้ง ซึ่งถ้าหากกรณีนี้มันจะมีปัญหาเรื่องภาษีเข้ามาเกี่ยว ก็อย่างที่บีบอกค่ะ บีคิดว่าเราทำถูกต้องมาตั้งแต่แรก และบีก็ไม่เคยรู้เรื่องเงินสักบาทของบริษัท สิ่งเดียวที่ทำให้บีรู้ได้ก็คือวันที่บีเดินเข้าไปขอดูบัญชีว่ามันคืออะไร บีถึงได้โป๊ะแตก รู้แล้วแค่นั้นเองจบ"
แสดงว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยขอเขาดูบัญชีเลยสักครั้ง จนกระทั่งมีปัญหา ?
"ใช่ค่ะ เพราะบีไว้ใจให้เขาทำธุรกรรมด้านการเงินแค่เพียงคนเดียว คือถึงไม่มีบีเขาก็สามารถเซ็นเงินเข้าเงินออกได้ตามสบาย ดังนั้นถ้าบีเป็นคนเห็นแก่เงินจริงบีคงไม่โง่ให้เขารับหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินเพียงคนเดียวหรอกค่ะ"
ยืนยันได้ไหมว่าตอนเริ่มธุรกิจเราลงทุนด้วยกันทั้งคู่ ?
"เราลงทุนด้วยกันจริงๆ เป็นเงินก้อนใหญ่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเราแชร์เท่าๆ กัน เพราะเราทำธุรกิจร่วมกันคือโยบี"
เพราะอะไรฝ่ายนั้นถึงบอกว่าเราเป็นหุ้นลม ?
"อันนี้ต้องไปถามเขาว่าทำไมเขาพูดแบบนั้น ตัวบีเองบีก็ยังอึ้ง ขนาดคนที่เขารู้จักเราเห็นเราตั้งแต่วันแรกที่ธุรกิจมันเกิดขึ้นเขายังงงเลยว่าทำไมพี่โยถึงกล้าพูดดิสเครดิตขนาดนี้"
บัญชีที่เราไปตรวจสอบจริงไหมที่เงินหายไปเป็นจำนวน 3,000,000 บาท ?
"อันนี้บีขอไม่พูดถึงค่ะ อย่างที่บอกบีไม่เคยกล่าวหาว่าเขาโกงเงินบริษัทนะคะ"
สิ่งที่เราต้องการตอนนี้คืออะไร ?
"สิ่งที่เขาพูดวันก่อนมันเป็นเหมือนกันดิสเครดิตบี ทำลายชื่อเสียงของบี หาว่าบีเป็นหุ้นลม คือสิ่งที่เขาพูดมันฟังดูเหมือนว่าบีไม่ได้ทำงานอะไรเลย ดังนั้นวันนี้บีก็เลยต้องออกมาชี้แจงว่าความจริงมันคืออะไรค่ะ"
จะเอากฏหมายเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไหม ?
"ขอไม่พูดถึงค่ะ อยู่ที่ว่าถ้าหากผลออกมาคือบีผิดจริงบีก็พร้อมยอมรับผิดและพร้อมที่จะขอโทษ หรือทำอะไรก็แล้วแต่ที่เขาต้องการ บีไม่กังวลอยู่แล้ว แต่ถ้าหากฝั่งเขาผิดบีก็อยากให้เขาเดินออกมาขอโทษและยอมรับผิดในการกระทำของเขา เท่านี้เองค่ะจบ"
ถ้าสมมุติเงินหายไปจริงๆ แค่เขาขอโทษก็คือจบเลยหรือเปล่า ?
"อันนี้ขอไกล่เกลี่ยหลังบ้านละกันนะคะว่าจะยังไง (ยิ้ม)"
จริงไหมที่เรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นเพราะว่ามี "คุณฮิม" เข้ามาเป็นมือที่ 3 ?
"เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากบุคคลที่ 3 แน่นอน เรื่องนี้มันเกิดจากมิตรภาพของเราที่มันแตกไปแล้ว ยิ่งเราพยายามจะทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมมันก็ยิ่งถอยห่าง คือที่พี่โยเขาบอกว่าเขาไม่ได้เที่ยวกับบีเลยเพราะไลฟ์สไตล์ของเราไม่ตรงกัน อันนี้บีขอถามกลับสักหน่อยเถอะว่าก่อนไม่มีธุรกิจตัวนี้ "เรารักกัน
"ถ้าพวกพี่จำได้ ตอนที่เขาถูกคนอื่นตราหน้าว่าเป็นเมียน้อย แล้วบีออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องเขา ความรู้สึกของบีตอนนั้นก็คือ "บีอยากจะตบกบาลคน ๆ นั้นมาก และจะบังคับให้เขามาขอโทษพี่โย" เพราะว่าบีรักพี่โยมากจริง ๆ บีเถียงแทนเขาทุกอย่าง ไม่ว่าเขาจะผิดหรือถูก เพราะบีรักเขามากและพร้อมที่จะปกป้องเขาเสมอ แต่การที่บีต้องออกมาพูดวันนี้เพราะมีหลายคนไม่เข้าใจในธุรกิจของเรา ดังนั้นบีก็เลยต้องออกมาอธิบายค่ะ"
ถ้าหากในอนาคตทุกอย่างเคลียร์ลงตัวแล้วจะมีโอกาสได้เห็น โยบี อีกไหม ?
"เราพยามปรับความเข้าใจแล้วค่ะ แต่มันทำไม่ได้จริง ๆ แก้วแตกไปแล้วก็ยากที่จะทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม"
แต่พี่โยเขาก็บอกนะว่าเขายังรักเราเหมือนเดิม ?
"ถ้าเขารักบีจริง เมื่อ 2 วันก่อน เขาคงไม่ส่งข้อความมาหรอกว่า ถ้าบีไม่เข้าไปเซ็นเอกสารเขาก็จะส่งทนาย ส่งจดหมายมาให้บี เพราะเขาจะไม่รอ เขาเสียเวลา"
ถ้ามีงานที่มีชื่อเรากับเขาเราจะยินดีรับไหม ?
"บีไม่สนใจค่ะ บียินดีมาก จะมีชื่อใครก็แล้วแต่"
สุดท้ายเรามีอะไรอยากจะฝากไปถึงพี่เขาไหม ?
"เรารู้จักกันมานานมากแล้วนะคะ ตั้งแต่เรายังเด็กทั้งคู่ แต่เรามาสนิทกันจริงจังก็เมื่อช่วง 4 ปี ให้หลังมานี้ และในวันที่เราคบกันโดยที่ไม่มีผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ ทุกอย่างคือมันสวยงามมาก เราแบ่งปันหลาย ๆ อย่างด้วยกัน เราไปเที่ยวด้วยกัน ไปนอนห้องเดียวกัน เรารู้ไส้รู้พุงกันทุกอย่าง คือเรารู้กันว่าใครนิสัยยังไง และถามว่า ณ ตอนนี้ บีเสียดายเวลาเหล่านั้นไหม บียอมรับเลยค่ะว่าบีเสียดาย และบีก็เสียใจมาก เพราะการที่บีรักใครสักคนบีให้ใจเขา 100% บีพร้อมจะให้เขาทุกอย่าง แต่สุดท้ายแล้ววันนี้บีก็ได้รู้ว่าการรู้จักเขามันทำให้บีได้เรียนรู้อะไรขึ้นเยอะ และหลังจากนี้บีก็จะต้องดูให้ดีๆ ก่อน ก่อนที่จะให้ใจใคร 100% เพราะเมื่อมันเจ็บ มันก็จะเจ็บมากจริงๆ ค่ะ"
http://news.sanook.com/1684735/%E0%B8%9A%E0%B8%B5-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%87-%E0%B9%82%E0%B8%A2-%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B5/