......
ฉัน เปิดประตูเข้ามาในห้องมืดๆเดิมๆของ...ฉัน ห้องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ใช่...สำหรับฉัน...มันเป็นห้องที่ไม่มีอะไรจริงๆ แม้ว่านี่จะเป็นห้องเช่าเล็กๆที่ดูจะมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำและห้องนอน แล้วไหนจะทีวี เครื่องเล่นเกมส์หรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ก็มีไว้อย่างพร้อมสรรพ ทั้งๆที่ทุกอย่างในห้องนี้ล้วนสร้างความบันเทิงให้กับฉันได้อย่างดี
แต่...ฉันกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลย
ใน ทุกๆวันที่ฉันกลับมาบ้าน ไม่สิ...มันต้องเรียกว่าห้องใช่ไหม เชื่อไหมว่านี่มันเดือนนึงแล้วที่ฉันไม่ได้คุยกับแม่ แต่...อย่าว่าแต่คุยเลย แค่เห็นหน้าแม่ของตัวเอง ฉันยังแทบจะไม่ได้เห็นเลย ทุกวันนี้ที่ฉันเจอก็มีแต่ข้าวเช้ากับเงินสำหรับการไปโรงเรียน กลับมาก็เจอแต่ห้องมืดๆเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา จนฉันเองก็เริ่มจะรู้สึกชินชาไปกับมัน ทุกอย่างที่ต้องมาเป็นอย่างงี้มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่
...พ่อกับแม่ของฉันเลิกกัน...
ฉันขอที่จะอยู่กับแม่ แต่...จากที่แม่เคยเป็นทุกๆอย่างสำหรับฉัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่และคุณครู ภาพทุกอย่างในตอนนั้นสำหรับฉันดูมันจะค่อยๆเลือนรางลงไปทุกวัน ทั้งที่เมื่อก่อนฉันกับแม่ เรามักจะทำทุกอย่างด้วยกันและไปไหนด้วยกัน แต่ตอนนี้สำหรับฉันมันคงไม่มีอีกแล้ว...
ไม่มีอีกแล้วในชีวิตของฉัน...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!
"หนู!! เปิดประตูให้แม่หน่อย" ฉันยังคงนั่งอยู่บนเตียงและแค่หันหน้าไปมองที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงเรียกของแม่
"น้ำ เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้นะ!!"
"ค่ะ"ฉันขานรับก่อนจะเดินไปเปิดประตู แล้วเดินกลับมานั่งที่เตียงดังเดิม
"ทำไมโทรศัพท์ถึงติดต่อไม่ได้ แม่โทรหาตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่ติด"แม่พูดในขณะที่กำลังยืนกอดอกพิงประตูอยู่
"โทรศัพท์เสีย"ฉัน ตอบกลับแม่ไปสั้นๆทั้งที่จริงแล้ว ฉันปิดเครื่องและก็ถอดซิมเก็บไว้เพราะหลายวันที่ผ่านมาฉันเองก็เคยพยายามโทร หาแม่แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่แม่จะรับสายฉันหรือแม้กระทั่งโทรกลับสักครั้ง แม่ก็ยังไม่เคย ฉันก็เลยคิดว่าโทรศัพท์มันคงไม่จำเป็นสำหรับฉันอีกแล้ว
"แล้วทำไมไม่บอกแม่ หนูรู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงแค่ไหน" ฉันได้แต่นั่งก้มหน้าไม่ตอบอะไร
"หนูเป็นอะไร ทำไมไม่ยอมคุยกับแม่"ฉัน ยังคงนั่งเงียบไม่ตอบอะไรทั้งที่ในใจฉันอยากบอกให้แม่รู้ว่า...ฉันคิดถึงแม่ ฉันอยากเจอแม่และฉันก็อยากคุยกับแม่มาก แต่ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่มันมาสร้างความห่างระหว่างฉันกับแม่ให้เกิดขึ้น จนตัวฉันเองไม่กล้าที่จะบอกอะไรแม่ออกไป ทำได้แต่นั่งเงียบเก็บไว้อย่างนั้น
"น้ำ มองแม่สิ หนูเป็นอะไร ไม่ใช่แม่ไม่รู้นะ ว่าหนูคิดอะไร"เสียงที่สั่นของแม่คราวนี้ ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมามองแม่ แต่ก็ยังคงไม่พูดอะไร
"ข้าวเช้าที่แม่ทำให้ หนูก็ไม่ยอมกิน นี่หนูยังไม่คุยกับแม่อีก ทำไม มันเกิดอะไรขึ้น"แม่ยังคงถามฉันด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน
"แม่ยังไม่รู้อีกหรอค่ะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่หนูแค่อยากให้อะไรๆมันเหมือนเดิม"
"น้ำ หนูคิดได้แค่นี้ใช่ไหม ทำไมหนูไม่คิดว่าแม่ก็เหนื่อยและแม่ก็มีงานที่ต้องทำล่ะ"
"คำว่าเหนื่อย กับงานของแม่มันมีมากจนทำให้แม่ไม่สนใจหนู ใช่ไหมค่ะ"ฉันมองหน้าแม่ทั้งที่มือของฉันกำแน่นกับขอบเตียง เพราะแค่คำว่างานเนี่ยมันสำคัญขนาดทำให้แม่เปลี่ยนไปขนาดไม่มีเวลาให้กันเลยหรอ
"ไม่...สนใจ นี่หนูคิดว่าแม่ไม่สนใจหนูใช่ไหน ทั้งที่แม่ต้องทำงานเพิ่มเป็นเท่าตัวก็เพื่อที่จะให้หนูอยู่อย่างสบาย ไหนจะต้องมีเงินให้หนูไปโรงเรียน แล้วไหนจะค่าเทอม หนูคิดว่าเงินตรงนี้มันหามาง่ายหรอ"ฉันรู้สึกว่าประโยคนี่ที่แม่พูดออกมามันเหมือนกับว่าแม่จะร้องไห้ แต่ก็ไม่มีน้ำตาสักหยดของแม่ออกมาให้เห็น ซึ่งฉันเองก็ได้แต่เงียบไม่พูดอะไร
"งั้นแม่ก็ขอโทษนะ ที่ทำแต่งานจนไม่สนใจหนู"เป็นประโยคสุดท้ายที่แม่พูดเสร็จแล้วก็ปิดประตูเดินจากไป
ฉัน รู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นแม่เป็นอย่างนี้ ซึ่งที่แล้วมาฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแม่จะต้องเหนื่อยขนาดไหนกับฉัน ที่ผ่านมาฉันเอาแต่เห็นแก่ตัวคิดว่าแม่เปลี่ยนไป คิดว่าแม่ไม่สนใจ คิดอะไรไปต่างๆนาๆไม่เคยมองเข้าไปถึงความลำบากของแม่เลย ฉันรู้สึกผิด ผิดอย่างที่ไม่ควรอภัยให้กับความเห็นแก่ตัวของตัวเอง แล้วฉันควรจะทำยังไง ระหว่างที่ภายในใจนึกคิดและรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดอย่างไม่น่าให้อภัยตัว เอง น้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นออกมา พากันหลั่งไหลอย่างพรั่งพรูเหมือนไม่มีวันหมด ตอนนี้ความคิดที่มีเริ่มหยุดนิ่ง พาแต่จะคิดว่าฉันควรจะทำยังไง ฉันไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้...
ไม่ต้องการเลย...
ในค่ำคืน ที่ผันผ่าน ช่างน่าเศร้า
นี่ตัวเรา ทำพลาดผิด เกินคิดแก้
อยากกลับคืน อยากกลับคำ แต่ยากแท้
ทำร้ายแม่ ด้วยความคิด ที่สุดแสน
...เห็นแก่ตัว...
เย็นของอีกวัน...
ฉัน เดินมองโทรศัพท์มือถือที่กำอยู่ในมือในขณะที่ฉันกำลังเดินทางกลับบ้าน ฉันคิดว่าวันนี้ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องขอโทษแม่ แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะโทรไปหาหรือรออยู่ที่บ้านดี ตั้งแต่เรื่องเมื่อคืนมันทำให้ฉันรู้สึกแย่และรู้สึกผิดมาก จนวันนี้ฉันแทบจะเรียนไม่รู้เรื่อง เลยต้องยืมแล็คเชอร์ของเพื่อนกลับมาดู
คุณแม่โทรมา คุณแม่โทรมา!!!
ฉันตกใจกับเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ ที่ฉันตั้งไว้เป็นพิเศษเพื่อให้รู้เวลาแม่โทรมา ฉันรีบเรียกสติตัวเองคืนมาก่อนจะกดรับสาย...
"ฮัลโหล น้ำ "ปลายสายที่ฉันได้ยินไม่ผิดแน่ เป็นเสียงของแม่ ฉันดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ที่ได้ยินเสียงแม่โทรมา ก่อนจะเริ่มพาตัวเองพูดออกไป
"ค่ะแม่"
"หนูถึงบ้านหรือยัง"ฉันได้ยินเสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคยของแม่คนเดิมคนเดียวในโลกของฉัน
"กำลังกลับค่ะแม่ จะถึงแล้ว"ฉันตอบแม่ออกไปทั้งๆที่น้ำเสียงเริ่มสั่น
"กลับบ้านระวังๆนะ แม่เป็นห่วง"หลัง จบประโยคนี้ของแม่ มันทำให้ฉันไม่สามารถสะกดกลั้นความรู้สึกผิดที่ตัวเองน้อยใจแม่ไปได้ ฉันได้แต่ยืนก้มหน้าอยู่ที่ตรงนั้น พูดอะไรไม่ออก
"แม่ ว่าเราไม่ได้คุยอย่างนี้มานานแล้วนะ ขอโทษนะที่เอาแต่ทำงานจนลืมที่จะนึกถึงความรู้สึกของหนู ทั้งที่แม่แค่อยากให้เราได้อยู่ด้วยกันอย่างสบายจะได้ไม่ต้องมาลำบากทีหลัง"
"หนู ต่างหากค่ะแม่ไม่ดีเอง ที่เอาแต่คิดเห็นแก่ตัวไม่ได้มองความลำบากของแม่เลย แม่ค่ะต่อไปนี้หนูสัญญาว่าหนูจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว หนูจะเป็นเด็กดีคนเดิมของแม่ หนูจะไม่ทำแบบนี้อีก" น้ำเสียงที่สั่นเครือของฉันเกิดจะสะกดกลั้นมันได้อีกพาแต่จะปล่อยให้น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดให้รินไหลออกมา
"จ๊ะ เด็กดีของแม่"น้ำเสียงเดิมๆของแม่มันทำให้ฉันอยากจะเจอแม่ อยากจะกอดแม่ และก็อยากจะพูดว่า ขอโทษ กับแม่ และฉันคิดว่าตอนนี้ฉันก็ควรจะพูดมันออกไป
"แม่ค่ะ..."
"ว่าไง"
"หนู..."
โครม!!!!!!!!!!!!!!!
ทันทีที่ฉันกำลังจะพูดออกไป ฉันรู้สึกว่าฉันได้ยินเสียงที่ดังสนั่นบางอย่างในสายของแม่ ซึ่งตัวฉันเองก็รู้สึกว่ามันดังมาก ราวกับว่าเสียงที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ได้ไกลออกไปจากตัวฉันเลย
"แม่ค่ะ ฮัลโหลๆ แม่ค่ะ แม่ตอบหนูสิค่ะ"ฉัน ได้แต่พูดซ้ำไปซ้ำมาเพราะฉันไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากแม่เลยหลังจากที่ฉัน ได้ยินเสียงเมื่อกี้ ภายในสายเสียงที่ฉันได้ยินมีแต่เสียงผู้คนมากมายที่พูดอะไรออกมาโดยที่ตัว ฉันเองก็ฟังออกมาไม่ได้รู้และเข้าใจเลย และฉันได้แต่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก เมื่อหันหลังไปในระยะที่ไกลจากฉันไม่กี่เมตร ฉันเห็นกลุ่มคนมากมายกำลังยืนมุงดูอะไรสักอย่าง ระหว่างนั้นร่างกายของฉันมันเหมือนกับออกคำสั่งให้ฉันเดินไป ฉันแหวกตัวเข้าสู่หมู่ฝูงชนโดยรอบที่มุงดูเหตุการณ์บางอย่างตรงหน้าที่เกิด ขึ้นเผื่อไปดูว่าสิ่งที่เกิดตรงนั้นมันคืออะไร ในใจก็เฝ้าแต่ภาวนาว่ามันต้องไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด ไม่ใช่... แต่แล้ว...ภาพที่ฉันเห็น มันทำให้ฉันแทบจะยืนอยู่ต่อไปไม่ไหว...
ฉัน รีบพาตัวเองเข้าไปหาร่างนั้นร่างของแม่ฉันที่ในมือยังคงกำโทรศัพท์ไว้แน่น ทั้งตัวของแม่เต็มไปด้วยเลือดที่หลั่งไหลออกมาอย่างไม่หยุด ดวงตาของแม่ที่ดูจะอ่อนล้ามองมาที่ฉัน ทำไม...ทำไมเมื่อกี้ฉันถึงไม่รู้สึกเลยว่าแม่เดินตามหลังฉันอยู่ ทำไมฉันถึงได้ไม่คิดเฉลียวใจสักนิด ทำไม...
ทันที ที่รถพยาบาลมาถึงก็พาแม่ไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยมีฉันตามไปด้วย ตลอดทางฉันทำได้แต่จับมือแม่ พูดอยู่แต่ประโยคเดิมๆประโยคซ้ำๆ
อดทนนะค่ะแม่ เดี๋ยวเราจะกลับบ้านด้วยกัน!!!
ฉัน มองหน้าแม่ทั้งๆที่น้ำตาทั้งสองข้างของฉันยังคงไหลไม่หยุด แต่ใบหน้าของแม่ฉันกลับยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับฉัน ราวกับคอยบอกฉันว่า แม่ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงแม่นะ
ระหว่าง การเดินทางที่ดูจะยาวนานและแสนไกลที่สุดสำหรับฉันนั้น ฉันได้แต่คิดว่า เรื่องอย่างนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้น ทำไม ทำไม มันต้องเกิดขึ้นกับฉันทั้งที่ฉันยังไม่ได้บอกแม่เลยว่า ขอโทษ...
ฉันอยากให้แม่ได้ยิน...คำพูดที่ฉันต้องการบอกมากที่สุดในตอนนี้
ฉันอยาก...อยู่กับแม่...
ฉันอยากให้แม่ปลอดภัย...
ฉัน...ฉัน...นี่ฉันควร...จะทำยังไง...
..................................
เวลานี้ ที่มีอยู่ ช่างแสนสั้น
ไม่อาจเอ่ย เรื่องรำพัน เรื่องใดต่อ
ขอเวลา ช่วยมีมาก มากเกินพอ
ให้ฉันได้ เอ่ยเอื้อนต่อ ขอเวลา
แม้ไม่อาจ ย้อนคืน ได้ดังหวัง
แค่สักครั้ง ทั้งที่จริง ไม่อาจฝืน
โชคชะตา เล่นตลก สุดกล้ำกลืน
ไม่อาจยื้อ ให้หวนคืน ดังวันวาน...
.........
เพราะสุดท้าย แม้ไม่อาจ ได้หวนคืน
ไม่อาจฝืน หากทุกสิ่ง ยังสั่นไหว
แค่สักครั้ง ก่อนทุกอย่าง จะเสียไป
แม้ไม่อาจ ได้พูดไป แต่อยากให้ ใครสักคน เข้าถึงมัน
…คำขอโทษ ครั้งสุดท้าย…
***********************
เรื่องสั้นแหละ
มีอะไรจะพูดกับคนในครอบครัว ก็รีบพูดนะ
เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าเวลาที่ได้อยู่กับเค้ามันนานแค่ไหน
คำขอโทษ...ครั้งสุดท้าย
ฉัน เปิดประตูเข้ามาในห้องมืดๆเดิมๆของ...ฉัน ห้องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ใช่...สำหรับฉัน...มันเป็นห้องที่ไม่มีอะไรจริงๆ แม้ว่านี่จะเป็นห้องเช่าเล็กๆที่ดูจะมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำและห้องนอน แล้วไหนจะทีวี เครื่องเล่นเกมส์หรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ก็มีไว้อย่างพร้อมสรรพ ทั้งๆที่ทุกอย่างในห้องนี้ล้วนสร้างความบันเทิงให้กับฉันได้อย่างดี
แต่...ฉันกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลย
ใน ทุกๆวันที่ฉันกลับมาบ้าน ไม่สิ...มันต้องเรียกว่าห้องใช่ไหม เชื่อไหมว่านี่มันเดือนนึงแล้วที่ฉันไม่ได้คุยกับแม่ แต่...อย่าว่าแต่คุยเลย แค่เห็นหน้าแม่ของตัวเอง ฉันยังแทบจะไม่ได้เห็นเลย ทุกวันนี้ที่ฉันเจอก็มีแต่ข้าวเช้ากับเงินสำหรับการไปโรงเรียน กลับมาก็เจอแต่ห้องมืดๆเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา จนฉันเองก็เริ่มจะรู้สึกชินชาไปกับมัน ทุกอย่างที่ต้องมาเป็นอย่างงี้มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่
...พ่อกับแม่ของฉันเลิกกัน...
ฉันขอที่จะอยู่กับแม่ แต่...จากที่แม่เคยเป็นทุกๆอย่างสำหรับฉัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่และคุณครู ภาพทุกอย่างในตอนนั้นสำหรับฉันดูมันจะค่อยๆเลือนรางลงไปทุกวัน ทั้งที่เมื่อก่อนฉันกับแม่ เรามักจะทำทุกอย่างด้วยกันและไปไหนด้วยกัน แต่ตอนนี้สำหรับฉันมันคงไม่มีอีกแล้ว...
ไม่มีอีกแล้วในชีวิตของฉัน...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!
"หนู!! เปิดประตูให้แม่หน่อย" ฉันยังคงนั่งอยู่บนเตียงและแค่หันหน้าไปมองที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงเรียกของแม่
"น้ำ เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้นะ!!"
"ค่ะ"ฉันขานรับก่อนจะเดินไปเปิดประตู แล้วเดินกลับมานั่งที่เตียงดังเดิม
"ทำไมโทรศัพท์ถึงติดต่อไม่ได้ แม่โทรหาตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่ติด"แม่พูดในขณะที่กำลังยืนกอดอกพิงประตูอยู่
"โทรศัพท์เสีย"ฉัน ตอบกลับแม่ไปสั้นๆทั้งที่จริงแล้ว ฉันปิดเครื่องและก็ถอดซิมเก็บไว้เพราะหลายวันที่ผ่านมาฉันเองก็เคยพยายามโทร หาแม่แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่แม่จะรับสายฉันหรือแม้กระทั่งโทรกลับสักครั้ง แม่ก็ยังไม่เคย ฉันก็เลยคิดว่าโทรศัพท์มันคงไม่จำเป็นสำหรับฉันอีกแล้ว
"แล้วทำไมไม่บอกแม่ หนูรู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงแค่ไหน" ฉันได้แต่นั่งก้มหน้าไม่ตอบอะไร
"หนูเป็นอะไร ทำไมไม่ยอมคุยกับแม่"ฉัน ยังคงนั่งเงียบไม่ตอบอะไรทั้งที่ในใจฉันอยากบอกให้แม่รู้ว่า...ฉันคิดถึงแม่ ฉันอยากเจอแม่และฉันก็อยากคุยกับแม่มาก แต่ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่มันมาสร้างความห่างระหว่างฉันกับแม่ให้เกิดขึ้น จนตัวฉันเองไม่กล้าที่จะบอกอะไรแม่ออกไป ทำได้แต่นั่งเงียบเก็บไว้อย่างนั้น
"น้ำ มองแม่สิ หนูเป็นอะไร ไม่ใช่แม่ไม่รู้นะ ว่าหนูคิดอะไร"เสียงที่สั่นของแม่คราวนี้ ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมามองแม่ แต่ก็ยังคงไม่พูดอะไร
"ข้าวเช้าที่แม่ทำให้ หนูก็ไม่ยอมกิน นี่หนูยังไม่คุยกับแม่อีก ทำไม มันเกิดอะไรขึ้น"แม่ยังคงถามฉันด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน
"แม่ยังไม่รู้อีกหรอค่ะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่หนูแค่อยากให้อะไรๆมันเหมือนเดิม"
"น้ำ หนูคิดได้แค่นี้ใช่ไหม ทำไมหนูไม่คิดว่าแม่ก็เหนื่อยและแม่ก็มีงานที่ต้องทำล่ะ"
"คำว่าเหนื่อย กับงานของแม่มันมีมากจนทำให้แม่ไม่สนใจหนู ใช่ไหมค่ะ"ฉันมองหน้าแม่ทั้งที่มือของฉันกำแน่นกับขอบเตียง เพราะแค่คำว่างานเนี่ยมันสำคัญขนาดทำให้แม่เปลี่ยนไปขนาดไม่มีเวลาให้กันเลยหรอ
"ไม่...สนใจ นี่หนูคิดว่าแม่ไม่สนใจหนูใช่ไหน ทั้งที่แม่ต้องทำงานเพิ่มเป็นเท่าตัวก็เพื่อที่จะให้หนูอยู่อย่างสบาย ไหนจะต้องมีเงินให้หนูไปโรงเรียน แล้วไหนจะค่าเทอม หนูคิดว่าเงินตรงนี้มันหามาง่ายหรอ"ฉันรู้สึกว่าประโยคนี่ที่แม่พูดออกมามันเหมือนกับว่าแม่จะร้องไห้ แต่ก็ไม่มีน้ำตาสักหยดของแม่ออกมาให้เห็น ซึ่งฉันเองก็ได้แต่เงียบไม่พูดอะไร
"งั้นแม่ก็ขอโทษนะ ที่ทำแต่งานจนไม่สนใจหนู"เป็นประโยคสุดท้ายที่แม่พูดเสร็จแล้วก็ปิดประตูเดินจากไป
ฉัน รู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นแม่เป็นอย่างนี้ ซึ่งที่แล้วมาฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแม่จะต้องเหนื่อยขนาดไหนกับฉัน ที่ผ่านมาฉันเอาแต่เห็นแก่ตัวคิดว่าแม่เปลี่ยนไป คิดว่าแม่ไม่สนใจ คิดอะไรไปต่างๆนาๆไม่เคยมองเข้าไปถึงความลำบากของแม่เลย ฉันรู้สึกผิด ผิดอย่างที่ไม่ควรอภัยให้กับความเห็นแก่ตัวของตัวเอง แล้วฉันควรจะทำยังไง ระหว่างที่ภายในใจนึกคิดและรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดอย่างไม่น่าให้อภัยตัว เอง น้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นออกมา พากันหลั่งไหลอย่างพรั่งพรูเหมือนไม่มีวันหมด ตอนนี้ความคิดที่มีเริ่มหยุดนิ่ง พาแต่จะคิดว่าฉันควรจะทำยังไง ฉันไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้...
ไม่ต้องการเลย...
ในค่ำคืน ที่ผันผ่าน ช่างน่าเศร้า
นี่ตัวเรา ทำพลาดผิด เกินคิดแก้
อยากกลับคืน อยากกลับคำ แต่ยากแท้
ทำร้ายแม่ ด้วยความคิด ที่สุดแสน
...เห็นแก่ตัว...
เย็นของอีกวัน...
ฉัน เดินมองโทรศัพท์มือถือที่กำอยู่ในมือในขณะที่ฉันกำลังเดินทางกลับบ้าน ฉันคิดว่าวันนี้ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องขอโทษแม่ แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะโทรไปหาหรือรออยู่ที่บ้านดี ตั้งแต่เรื่องเมื่อคืนมันทำให้ฉันรู้สึกแย่และรู้สึกผิดมาก จนวันนี้ฉันแทบจะเรียนไม่รู้เรื่อง เลยต้องยืมแล็คเชอร์ของเพื่อนกลับมาดู
คุณแม่โทรมา คุณแม่โทรมา!!!
ฉันตกใจกับเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ ที่ฉันตั้งไว้เป็นพิเศษเพื่อให้รู้เวลาแม่โทรมา ฉันรีบเรียกสติตัวเองคืนมาก่อนจะกดรับสาย...
"ฮัลโหล น้ำ "ปลายสายที่ฉันได้ยินไม่ผิดแน่ เป็นเสียงของแม่ ฉันดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ที่ได้ยินเสียงแม่โทรมา ก่อนจะเริ่มพาตัวเองพูดออกไป
"ค่ะแม่"
"หนูถึงบ้านหรือยัง"ฉันได้ยินเสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคยของแม่คนเดิมคนเดียวในโลกของฉัน
"กำลังกลับค่ะแม่ จะถึงแล้ว"ฉันตอบแม่ออกไปทั้งๆที่น้ำเสียงเริ่มสั่น
"กลับบ้านระวังๆนะ แม่เป็นห่วง"หลัง จบประโยคนี้ของแม่ มันทำให้ฉันไม่สามารถสะกดกลั้นความรู้สึกผิดที่ตัวเองน้อยใจแม่ไปได้ ฉันได้แต่ยืนก้มหน้าอยู่ที่ตรงนั้น พูดอะไรไม่ออก
"แม่ ว่าเราไม่ได้คุยอย่างนี้มานานแล้วนะ ขอโทษนะที่เอาแต่ทำงานจนลืมที่จะนึกถึงความรู้สึกของหนู ทั้งที่แม่แค่อยากให้เราได้อยู่ด้วยกันอย่างสบายจะได้ไม่ต้องมาลำบากทีหลัง"
"หนู ต่างหากค่ะแม่ไม่ดีเอง ที่เอาแต่คิดเห็นแก่ตัวไม่ได้มองความลำบากของแม่เลย แม่ค่ะต่อไปนี้หนูสัญญาว่าหนูจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว หนูจะเป็นเด็กดีคนเดิมของแม่ หนูจะไม่ทำแบบนี้อีก" น้ำเสียงที่สั่นเครือของฉันเกิดจะสะกดกลั้นมันได้อีกพาแต่จะปล่อยให้น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดให้รินไหลออกมา
"จ๊ะ เด็กดีของแม่"น้ำเสียงเดิมๆของแม่มันทำให้ฉันอยากจะเจอแม่ อยากจะกอดแม่ และก็อยากจะพูดว่า ขอโทษ กับแม่ และฉันคิดว่าตอนนี้ฉันก็ควรจะพูดมันออกไป
"แม่ค่ะ..."
"ว่าไง"
"หนู..."
โครม!!!!!!!!!!!!!!!
ทันทีที่ฉันกำลังจะพูดออกไป ฉันรู้สึกว่าฉันได้ยินเสียงที่ดังสนั่นบางอย่างในสายของแม่ ซึ่งตัวฉันเองก็รู้สึกว่ามันดังมาก ราวกับว่าเสียงที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ได้ไกลออกไปจากตัวฉันเลย
"แม่ค่ะ ฮัลโหลๆ แม่ค่ะ แม่ตอบหนูสิค่ะ"ฉัน ได้แต่พูดซ้ำไปซ้ำมาเพราะฉันไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากแม่เลยหลังจากที่ฉัน ได้ยินเสียงเมื่อกี้ ภายในสายเสียงที่ฉันได้ยินมีแต่เสียงผู้คนมากมายที่พูดอะไรออกมาโดยที่ตัว ฉันเองก็ฟังออกมาไม่ได้รู้และเข้าใจเลย และฉันได้แต่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก เมื่อหันหลังไปในระยะที่ไกลจากฉันไม่กี่เมตร ฉันเห็นกลุ่มคนมากมายกำลังยืนมุงดูอะไรสักอย่าง ระหว่างนั้นร่างกายของฉันมันเหมือนกับออกคำสั่งให้ฉันเดินไป ฉันแหวกตัวเข้าสู่หมู่ฝูงชนโดยรอบที่มุงดูเหตุการณ์บางอย่างตรงหน้าที่เกิด ขึ้นเผื่อไปดูว่าสิ่งที่เกิดตรงนั้นมันคืออะไร ในใจก็เฝ้าแต่ภาวนาว่ามันต้องไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด ไม่ใช่... แต่แล้ว...ภาพที่ฉันเห็น มันทำให้ฉันแทบจะยืนอยู่ต่อไปไม่ไหว...
ฉัน รีบพาตัวเองเข้าไปหาร่างนั้นร่างของแม่ฉันที่ในมือยังคงกำโทรศัพท์ไว้แน่น ทั้งตัวของแม่เต็มไปด้วยเลือดที่หลั่งไหลออกมาอย่างไม่หยุด ดวงตาของแม่ที่ดูจะอ่อนล้ามองมาที่ฉัน ทำไม...ทำไมเมื่อกี้ฉันถึงไม่รู้สึกเลยว่าแม่เดินตามหลังฉันอยู่ ทำไมฉันถึงได้ไม่คิดเฉลียวใจสักนิด ทำไม...
ทันที ที่รถพยาบาลมาถึงก็พาแม่ไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยมีฉันตามไปด้วย ตลอดทางฉันทำได้แต่จับมือแม่ พูดอยู่แต่ประโยคเดิมๆประโยคซ้ำๆ
อดทนนะค่ะแม่ เดี๋ยวเราจะกลับบ้านด้วยกัน!!!
ฉัน มองหน้าแม่ทั้งๆที่น้ำตาทั้งสองข้างของฉันยังคงไหลไม่หยุด แต่ใบหน้าของแม่ฉันกลับยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับฉัน ราวกับคอยบอกฉันว่า แม่ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงแม่นะ
ระหว่าง การเดินทางที่ดูจะยาวนานและแสนไกลที่สุดสำหรับฉันนั้น ฉันได้แต่คิดว่า เรื่องอย่างนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้น ทำไม ทำไม มันต้องเกิดขึ้นกับฉันทั้งที่ฉันยังไม่ได้บอกแม่เลยว่า ขอโทษ...
ฉันอยากให้แม่ได้ยิน...คำพูดที่ฉันต้องการบอกมากที่สุดในตอนนี้
ฉันอยาก...อยู่กับแม่...
ฉันอยากให้แม่ปลอดภัย...
ฉัน...ฉัน...นี่ฉันควร...จะทำยังไง...
เวลานี้ ที่มีอยู่ ช่างแสนสั้น
ไม่อาจเอ่ย เรื่องรำพัน เรื่องใดต่อ
ขอเวลา ช่วยมีมาก มากเกินพอ
ให้ฉันได้ เอ่ยเอื้อนต่อ ขอเวลา
แม้ไม่อาจ ย้อนคืน ได้ดังหวัง
แค่สักครั้ง ทั้งที่จริง ไม่อาจฝืน
โชคชะตา เล่นตลก สุดกล้ำกลืน
ไม่อาจยื้อ ให้หวนคืน ดังวันวาน...
.........
เพราะสุดท้าย แม้ไม่อาจ ได้หวนคืน
ไม่อาจฝืน หากทุกสิ่ง ยังสั่นไหว
แค่สักครั้ง ก่อนทุกอย่าง จะเสียไป
แม้ไม่อาจ ได้พูดไป แต่อยากให้ ใครสักคน เข้าถึงมัน
…คำขอโทษ ครั้งสุดท้าย…
***********************
เรื่องสั้นแหละ
มีอะไรจะพูดกับคนในครอบครัว ก็รีบพูดนะ
เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าเวลาที่ได้อยู่กับเค้ามันนานแค่ไหน