เย็นนั้น รถแท็กซี่คันเดิมแล่นเข้ามาจอดหน้าคอนโด ไผทลงจากรถแล้ววิ่งเข้าตึกทันที
ไผทยังใส่หมวกกับแว่นกันแดดกึ่งเดินกึ่งวิ่งจะเข้ามาที่โถงล็อบบี้คอนโด เจอนักข่าวถือไมค์อยู่สองสามคนดักอยู่ เลยรีบหันหลังเพื่อจะเดินอ้อมไปอีกทางเพื่อจะขึ้นลิฟต์ แต่พอเดินอ้อมมาอีกทางก็เจอนักข่าวอีกกลุ่มที่ดักรออยู่
ไผทชะงักเดินกลับไปอีกทางทันที แต่คราวนี้เห็นนักข่าวกลุ่มแรกมองๆ มาที่ตัวเอง
ไผทลังเลว่าจะไปทางไหนดี เดินไปข้างหน้าก็โดนเดินไปข้างหลังก็โดน
ทันใดนั้นเอง ก็มีคนของร้านซักอบรีด เข็นราวเสื้อผ้า กำลังจะผ่านพอดี ไผทรีบฉวยโอกาสไปแอบอยู่หลังราวเสื้อผ้าแล้วเดินไปพร้อมกับคนเข็นที่กำลังจะเข็นไปทางลิฟต์
เหมือนว่าไผทจะรอดไปได้ และเดินขึ้นลิฟต์แบบรอดพ้นสายตานักข่าว แต่โทรศัพท์ของคนเข็นราวเสื้อผ้าดังขึ้น หล่อนจึงหยุดเข็นแล้วทิ้งราวเสื้อผ้าไว้ตรงนั้นก่อนจะเดินออกไปคุยโทรศัพท์
ไผทจำต้องยืนอยู่ตรงนั้นไปไหนไม่ได้
แท็กซี่คนหนึ่งขับเข้ามาจอดที่หน้าคอนโดไผท แนวหน้าลงมาอย่างรีบร้อน คุยมือถือกับขิงไปด้วย
“โอเคขิง พี่กลับมาถึงคอนโดไผทแล้ว เดี๋ยวถ้าใครเจอไผทก่อนก็โทร.หากันนะจ๊ะ”
แนวหน้ากดวางสาย แล้ววิ่งเข้าไปที่โถง ล็อบบี้คอนโด
แนวหน้าเข้ามาที่ลอบบี้ จะเดินตรงไปที่ลิฟต์ แต่เห็นไผทแอบอยู่หลังราวแขวนเสื้อจึงทักเสียงดังลั่น
“อ้าว เฮ้ยไผท”
ไผทตกใจรีบหันมาชู่ว์ปากให้เบาเสียง
“พี่แนว เบาๆ พี่” พูดบอกเสียงเบา “นักข่าว” แล้วชี้ให้แนวหน้าดูว่ามีนักข่าวอยู่แถวนั้นเต็ม
แนวหน้าหันไปมองตามที่ไผทชี้เห็นว่ามีนักข่าวอยู่จริงๆ ด้วย
ไผทมองไปที่ลิฟต์ รอจังหวะที่นักข่าวหันไปทางอื่น แล้วจะรีบวิ่งไปขึ้นลิฟต์ ไผทพูดกับแนวหน้าเบาๆ ทำมือไม้ประกอบ
“พี่แนวช่วยผมหน่อยสิ”
แนวหน้าคิดนิดหนึ่งแล้วตัดสินใจจะเดินไปกดลิฟต์ให้ไผท
แต่ทันใดนั้นเองก็เห็นก้อยเดินเข้ามาในล็อบบี้เสียก่อน และมีนักข่าวคนหนึ่งหันไปเห็นว่าก้อยกำลังเดินมาทางไผท ร้องบอกเพื่อนๆ
“น้องก้อย!”
ไผทหันขวับไปดู หน้าตาตกใจสุดฤทธิ์
นักข่าวทั้งหมดกรูเข้าไปหาก้อยที่หน้าประตูทางเข้าทันที
นักข่าว 1 ถาม “น้องก้อยมาที่นี่ทำไมคะ”
นักข่าว 2 ถามตาม “หรือว่ามาหาคุณไผท?”
ก้อยอึกอักเป็นพิธี แล้วว่า “เอ่อ...คือ ก้อยเป็นห่วงพี่ไผทน่ะค่ะ ตั้งแต่ข่าวออกมาเราก็ไม่ได้คุยกันเลย ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเราคุยกันทุกวัน”
นักข่าว 3 ซัก “แสดงว่าก้อยกับไผทสนิทกันมากจริงๆ ใช่ไหมคะ”
ก้อยทำเป็นตกใจ “อุ๊ย!..” พร้อมกับยกมือไหว้ออดอ้อนนักข่าวอย่างสตรอว์เบอแหลสุดๆ “พี่ๆ อย่าเอาไปลงนะคะ ก้อยสงสารพี่ไผท...นะคะ...นะคะ...แต่จริงค่ะ เราสองคนสนิทกันมาก”
ไผทดูและฟังอยู่เซ็งสุดๆ “อะไรวะ”
แนวหน้าหมั่นไส้ “อื้อหือ... พูดจาวอนเป็นข่าวจริงๆ เลย ท่าทางจะอยากดังนะอีหนูคนเนี้ย”
แนวหน้ากลับไปมองไผท เห็นไผทกุมหัว ท่าทางเครียดสุดๆ
“โอ๊ย... ทำไงดีโว้ย”
แนวหน้าปิ๊งไอเดียทันที เดินเร็วรี่ไปกดลิฟต์ แล้วทำเป็นเดินผ่านราวแขวนเสื้อ พูดกับไผท
“เอางี้ แกขึ้นห้องไปก่อน ทางนี้ชั้นจัดการให้เอง...ไม่ใช่เพราะฉันอยากยุ่งอะไรหรอกนะ แต่เพราะชั้นเป็นคนดี! เข้าใจปะ”
แนวหน้าเดินตรงไปทางก้อย ไผทมองตามงงๆ ว่าแนวหน้าจะทำอะไร
เสียงลิฟต์ดังกิ๊ง ประตูลิฟต์เปิด ไผทเลยจำต้องวิ่งเข้าลิฟต์ไปก่อน
ฝ่ายก้อยยังคงให้สัมภาษณ์กับนักข่าวแบบสตรอว์เบอแหลอยู่
“พี่ไผท…เค้ายังไม่อยากให้ใช้คำว่าแฟนหรอกค่ะ เพราะก้อยยังเรียนหนังสืออยู่ เราเป็นแค่พี่น้องที่สนิทกันมากๆ เท่านั้นแหละค่ะ”
แนวหน้าแหวกนักข่าวเข้าไปหาก้อยด้วยท่าทีโหดๆ เรียกเสียงเข้ม “ก้อย”
ก้อยและเหล่าบรรดานักข่าวหันมองแนวหน้าอย่างงงๆ ว่าเมริงเป็นใคร?
“พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาที่นี่” แนวหน้าอินคาแร็คเตอร์โหดต่อ
ก้อยงงเป็นไก่ถูกจิกตาแตก “พี่เป็นใคร? มายุ่งอะไรกับหนู”
“แหม น้องก้อยล่ะก็ โกรธทีไรเป็นแบบนี้ทุกที” แนวหน้าเข้าจับแก้มทั้ง 2 ข้าง “บู่บู๋ละก็”
ก้อยตาเหลือก “หา… ปล่อยนะ”
แนวหน้าโอบก้อยโชว์นักข่าว ภูมิใจนำเสนอ “น้องก้อยกับผม เราเป็นแฟนกันครับ”
นักข่าวทั้งก๊วน ตกใจเช่นกัน “หา”
แล้วพอนักข่าวตั้งสติกันได้ ก็รีบรุมถ่ายรูปแนวหน้ากับก้อยกันรัวแชะๆๆ รัวยิ่งกว่าเดิม
ก้อยงง เหวอ มองแนวหน้าว่า เมริงเป็นใครคระ?
นักข่าว 2 ซักต่อ “แล้วไผทล่ะคะ”
“อย่างงี้ก็แสดงว่าน้องก้อยมี ผัว...เอ๊ย แฟนอยู่แล้ว แล้วมาหลอกพี่ไผทเหรอคะ” นักข่าว 1 ยิงคำถาม
“ไม่จริงค่ะ หนูไม่รู้จักไอ้บ้านี่” ก้อยพยายามแกะมือแนวออก
แนวหน้าโอบก้อยแน่นกว่าเดิม “น้องก้อยเค้าเป็นแบบนี้แหละครับ เค้าชอบทะเลาะกับผม แล้วเผอิญไผทกับผมก็เป็นเพื่อนสนิทกัน พอโกรธกันเค้าก็เลยยั่วให้ผมหึง ด้วยการเป็นข่าวเรื่องไผท แต่ผมไม่โกรธหรอกครับ แค่เห็นใจไผทมันที่ต้องเดือดร้อนไปด้วย เราดีกันนะบู่บู๋ รักบู่บู๋นะ ม้วฟ...”
แนวหน้าปิดจ๊อบด้วยการหอมหน้าผากก้อยอย่างดูดดื่ม อีกฝ่ายขยะแขยงดิ้นรนสุดฤทธิ์
นักข่าว ช่างภาพรุมถ่ายรูปแนวหน้ากับก้อยไม่ยั้ง
เรื่องเต็มน่ารักตอนที่ 5/4-5/5 วันพฤหัสบดี 08/05/2557
เย็นนั้น รถแท็กซี่คันเดิมแล่นเข้ามาจอดหน้าคอนโด ไผทลงจากรถแล้ววิ่งเข้าตึกทันที
ไผทยังใส่หมวกกับแว่นกันแดดกึ่งเดินกึ่งวิ่งจะเข้ามาที่โถงล็อบบี้คอนโด เจอนักข่าวถือไมค์อยู่สองสามคนดักอยู่ เลยรีบหันหลังเพื่อจะเดินอ้อมไปอีกทางเพื่อจะขึ้นลิฟต์ แต่พอเดินอ้อมมาอีกทางก็เจอนักข่าวอีกกลุ่มที่ดักรออยู่
ไผทชะงักเดินกลับไปอีกทางทันที แต่คราวนี้เห็นนักข่าวกลุ่มแรกมองๆ มาที่ตัวเอง
ไผทลังเลว่าจะไปทางไหนดี เดินไปข้างหน้าก็โดนเดินไปข้างหลังก็โดน
ทันใดนั้นเอง ก็มีคนของร้านซักอบรีด เข็นราวเสื้อผ้า กำลังจะผ่านพอดี ไผทรีบฉวยโอกาสไปแอบอยู่หลังราวเสื้อผ้าแล้วเดินไปพร้อมกับคนเข็นที่กำลังจะเข็นไปทางลิฟต์
เหมือนว่าไผทจะรอดไปได้ และเดินขึ้นลิฟต์แบบรอดพ้นสายตานักข่าว แต่โทรศัพท์ของคนเข็นราวเสื้อผ้าดังขึ้น หล่อนจึงหยุดเข็นแล้วทิ้งราวเสื้อผ้าไว้ตรงนั้นก่อนจะเดินออกไปคุยโทรศัพท์
ไผทจำต้องยืนอยู่ตรงนั้นไปไหนไม่ได้
แท็กซี่คนหนึ่งขับเข้ามาจอดที่หน้าคอนโดไผท แนวหน้าลงมาอย่างรีบร้อน คุยมือถือกับขิงไปด้วย
“โอเคขิง พี่กลับมาถึงคอนโดไผทแล้ว เดี๋ยวถ้าใครเจอไผทก่อนก็โทร.หากันนะจ๊ะ”
แนวหน้ากดวางสาย แล้ววิ่งเข้าไปที่โถง ล็อบบี้คอนโด
แนวหน้าเข้ามาที่ลอบบี้ จะเดินตรงไปที่ลิฟต์ แต่เห็นไผทแอบอยู่หลังราวแขวนเสื้อจึงทักเสียงดังลั่น
“อ้าว เฮ้ยไผท”
ไผทตกใจรีบหันมาชู่ว์ปากให้เบาเสียง
“พี่แนว เบาๆ พี่” พูดบอกเสียงเบา “นักข่าว” แล้วชี้ให้แนวหน้าดูว่ามีนักข่าวอยู่แถวนั้นเต็ม
แนวหน้าหันไปมองตามที่ไผทชี้เห็นว่ามีนักข่าวอยู่จริงๆ ด้วย
ไผทมองไปที่ลิฟต์ รอจังหวะที่นักข่าวหันไปทางอื่น แล้วจะรีบวิ่งไปขึ้นลิฟต์ ไผทพูดกับแนวหน้าเบาๆ ทำมือไม้ประกอบ
“พี่แนวช่วยผมหน่อยสิ”
แนวหน้าคิดนิดหนึ่งแล้วตัดสินใจจะเดินไปกดลิฟต์ให้ไผท
แต่ทันใดนั้นเองก็เห็นก้อยเดินเข้ามาในล็อบบี้เสียก่อน และมีนักข่าวคนหนึ่งหันไปเห็นว่าก้อยกำลังเดินมาทางไผท ร้องบอกเพื่อนๆ
“น้องก้อย!”
ไผทหันขวับไปดู หน้าตาตกใจสุดฤทธิ์
นักข่าวทั้งหมดกรูเข้าไปหาก้อยที่หน้าประตูทางเข้าทันที
นักข่าว 1 ถาม “น้องก้อยมาที่นี่ทำไมคะ”
นักข่าว 2 ถามตาม “หรือว่ามาหาคุณไผท?”
ก้อยอึกอักเป็นพิธี แล้วว่า “เอ่อ...คือ ก้อยเป็นห่วงพี่ไผทน่ะค่ะ ตั้งแต่ข่าวออกมาเราก็ไม่ได้คุยกันเลย ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเราคุยกันทุกวัน”
นักข่าว 3 ซัก “แสดงว่าก้อยกับไผทสนิทกันมากจริงๆ ใช่ไหมคะ”
ก้อยทำเป็นตกใจ “อุ๊ย!..” พร้อมกับยกมือไหว้ออดอ้อนนักข่าวอย่างสตรอว์เบอแหลสุดๆ “พี่ๆ อย่าเอาไปลงนะคะ ก้อยสงสารพี่ไผท...นะคะ...นะคะ...แต่จริงค่ะ เราสองคนสนิทกันมาก”
ไผทดูและฟังอยู่เซ็งสุดๆ “อะไรวะ”
แนวหน้าหมั่นไส้ “อื้อหือ... พูดจาวอนเป็นข่าวจริงๆ เลย ท่าทางจะอยากดังนะอีหนูคนเนี้ย”
แนวหน้ากลับไปมองไผท เห็นไผทกุมหัว ท่าทางเครียดสุดๆ
“โอ๊ย... ทำไงดีโว้ย”
แนวหน้าปิ๊งไอเดียทันที เดินเร็วรี่ไปกดลิฟต์ แล้วทำเป็นเดินผ่านราวแขวนเสื้อ พูดกับไผท
“เอางี้ แกขึ้นห้องไปก่อน ทางนี้ชั้นจัดการให้เอง...ไม่ใช่เพราะฉันอยากยุ่งอะไรหรอกนะ แต่เพราะชั้นเป็นคนดี! เข้าใจปะ”
แนวหน้าเดินตรงไปทางก้อย ไผทมองตามงงๆ ว่าแนวหน้าจะทำอะไร
เสียงลิฟต์ดังกิ๊ง ประตูลิฟต์เปิด ไผทเลยจำต้องวิ่งเข้าลิฟต์ไปก่อน
ฝ่ายก้อยยังคงให้สัมภาษณ์กับนักข่าวแบบสตรอว์เบอแหลอยู่
“พี่ไผท…เค้ายังไม่อยากให้ใช้คำว่าแฟนหรอกค่ะ เพราะก้อยยังเรียนหนังสืออยู่ เราเป็นแค่พี่น้องที่สนิทกันมากๆ เท่านั้นแหละค่ะ”
แนวหน้าแหวกนักข่าวเข้าไปหาก้อยด้วยท่าทีโหดๆ เรียกเสียงเข้ม “ก้อย”
ก้อยและเหล่าบรรดานักข่าวหันมองแนวหน้าอย่างงงๆ ว่าเมริงเป็นใคร?
“พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาที่นี่” แนวหน้าอินคาแร็คเตอร์โหดต่อ
ก้อยงงเป็นไก่ถูกจิกตาแตก “พี่เป็นใคร? มายุ่งอะไรกับหนู”
“แหม น้องก้อยล่ะก็ โกรธทีไรเป็นแบบนี้ทุกที” แนวหน้าเข้าจับแก้มทั้ง 2 ข้าง “บู่บู๋ละก็”
ก้อยตาเหลือก “หา… ปล่อยนะ”
แนวหน้าโอบก้อยโชว์นักข่าว ภูมิใจนำเสนอ “น้องก้อยกับผม เราเป็นแฟนกันครับ”
นักข่าวทั้งก๊วน ตกใจเช่นกัน “หา”
แล้วพอนักข่าวตั้งสติกันได้ ก็รีบรุมถ่ายรูปแนวหน้ากับก้อยกันรัวแชะๆๆ รัวยิ่งกว่าเดิม
ก้อยงง เหวอ มองแนวหน้าว่า เมริงเป็นใครคระ?
นักข่าว 2 ซักต่อ “แล้วไผทล่ะคะ”
“อย่างงี้ก็แสดงว่าน้องก้อยมี ผัว...เอ๊ย แฟนอยู่แล้ว แล้วมาหลอกพี่ไผทเหรอคะ” นักข่าว 1 ยิงคำถาม
“ไม่จริงค่ะ หนูไม่รู้จักไอ้บ้านี่” ก้อยพยายามแกะมือแนวออก
แนวหน้าโอบก้อยแน่นกว่าเดิม “น้องก้อยเค้าเป็นแบบนี้แหละครับ เค้าชอบทะเลาะกับผม แล้วเผอิญไผทกับผมก็เป็นเพื่อนสนิทกัน พอโกรธกันเค้าก็เลยยั่วให้ผมหึง ด้วยการเป็นข่าวเรื่องไผท แต่ผมไม่โกรธหรอกครับ แค่เห็นใจไผทมันที่ต้องเดือดร้อนไปด้วย เราดีกันนะบู่บู๋ รักบู่บู๋นะ ม้วฟ...”
แนวหน้าปิดจ๊อบด้วยการหอมหน้าผากก้อยอย่างดูดดื่ม อีกฝ่ายขยะแขยงดิ้นรนสุดฤทธิ์
นักข่าว ช่างภาพรุมถ่ายรูปแนวหน้ากับก้อยไม่ยั้ง