คิดว่าตัวเองโดนเพื่อนหลอกให้โอนเงิน มีวิธีตามคืนอย่างไรบ้างครับในทางกฎหมาย

ขอเล่าสรุปให้เข้าใจง่ายๆนะครับ แต่พยายามจะเล่าให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด อันไหนเล่าไม่เคลียร์ สามารถถามได้นะครับ ผมจะเข้าไปอธิบายในส่วนที่เป็นข้อสงสัย

เรื่องนี้มีตัวละครสามตัวครับ คือ 1. ผม(คนให้ยืมเงิน) 2. เพื่อนสนิทผม(คนกลาง)"นาย P" 3. เพื่อนของ P แต่รู้จักกันกับผม(คนยืมเงิน) "นาง V" 4.น้องชายของ V  "ไอ้ T"

- ผมเป็นคนมีรายได้ไม่เยอะแต่รายจ่ายน้อย เลยพอมีเงินสำรองเก็บ
- นาย P เรียนกฎหมาย มีความรู้เรื่องสัญญา แต่เป็น NEET
- นาง V ทางบ้านธุรกิจร่ำรวย แต่ออกมาลงทุนทำร้านตัวเอง
- พวกผมไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน เป็นเพื่อนกันผ่านทางเน็ต แต่รู้จักกันมาเกิน 5 ปี
- ทุกอย่างคุยผ่านสไกป์(พิมพ์) ยกเว้นอันที่ผมบอกว่าโทร

เรื่องมีอยู่ว่า กลางดึกสามวันที่แล้ว P ได้มาบอกว่า V อยากจะขอยืมเงินไปจ่ายค่าบิลรายเดือนที่ค้างไว้เป็นจำนวนเงิน 500 บาท แล้วจะคืนให้ในอีกครึ่งชม. ผมก็เลยไปคุยกับ V ตกลงว่าจะให้ยืมไป เพราะเห็นว่าเคยเป็นคนเครดิตดี แต่ V บอกขอเป็น 1000 นึงได้ไหม ก็ตกลง โดยให้โอนเข้าบัญชีกสิกรไทย ชื่อนาง S  

*ถึงตอนนี้ผมก็สงสัยว่า จ่ายบิลทำไมถึงต้องโอนเข้าบัญชีบุคคลที่ 3 ไม่โอนเข้าบัญชีเจ้าตัวหรือจ่ายเข้าบริษัทตรงๆเลย*

ทว่าสักพัก V มาขอยืมต่ออีก 1000 โดยบอกว่าไม่พอจ่ายบิล ก็โอนให้ไปอีกรอบบัญชี S เหมือนเดิม บอกพอได้สัญญาณโทรศัพท์แล้วเดี๋ยวจะโอนคืนให้

สักพักก็มาขอยืมอีก บอกว่าจะขอไปซื้อของจาก ID แอบเปิ้ลระหว่างรอได้สัญญาณ ตอนนั้นผมไม่คิดอะไรก็โอนเข้าไปอีก 1000 ทีนี้เป็นบัญชีของน้อง V  ก็คือไอ้ T

แต่พอถึงเวลาที่จะบอกว่าจะคืน V กลับบอกว่าโดนตัดบิลพอดี คืนให้ไม่ได้ ด้วยความง่วงเพราะมันดึกมากแล้วมีงานต้องทำเช้า ก็เลยบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยคืนก็ได้ แล้วก็นอนไป

ตอนหลับก็มีเสียงโทรศัพท์มาบอกว่า"สวัสดีครับผมคือไอ้ T นะครับ" แล้วก็พูดประมาณว่า V สั่งให้เค้าโอนเงินคืนไปให้แต่ติดปัญหาไม่รู้ทำไมโอนไม่ได้

ที่น่าแปลกคืออยู่ๆไอ้ T ก็มาขอให้ผมโอนเงินให้เค้า บอกว่าจะได้ครบยอดบัตรเครดิตอะไรสักอย่าง จะได้ได้ของรางวัล ประมาณ 600 บาท ด้วยอารมณ์ตอนนั้นง่วงบวกไม่รู้ว่าเงินพอไหม ก็เลยตอบปฏิเสธไปละบอกให้โอนของเก่าที่ V ค้างอยู่คืนมาก่อน T ก็รับปากละบอกว่าก่อนเที่ยงจะโอนให้


ตอนเช้ามา V มาขอเงินเพิ่มอีก บอกไม่สามารถใช้บัญชีตัวเองได้ติดบิลค้าง ถ้าโอนมาก็สามารถไปต่อสัญญาณโอนคืนเงินผมได้ ผมบอกว่าผมเหลือ 200 ในบัญชี เค้าก็บอกว่าเอาแค่นั้นก็ได้ ผมก็ให้ไป ด้วยความหวังว่าให้ก้อนนี้แล้วจะจบ

ทว่ามันไม่เป็นเช่นนั้น....

ตอนสายๆผมเห็นน้องเค้าเมสเสจมาว่า พี่เค้าไปศูนย์ รอผมโอนตังให้อีกพัน ผมก็งง ว่าผมไปบอกตอนไหนว่าจะโอนให้อีกพัน เพราะในบัญชีเหลือไม่ถึง 100 แล้ว T ก็บอก V อาจจะเข้าใจผิด อย่างไรก็ดี ตอนเที่ยงๆมีโอกาสผมก็เอาเงินเข้าธนาคารสำรองไว้ 1000 บาท ในขณะที่ผมก็ไม่ได้เงินคืนตามกำหนด

ตอนดึกกลับมาผมก็ถาม V ว่า T โอนเงินคืนให้ผมรึยัง  V กลับตอบว่า T ติดต่อไม่ได้ไม่รู้หายไปไหน แล้วก็บอกให้ผมโอนเงินให้เค้าอีกแปดร้อย เค้าจะได้เคลียร์ๆหนี้ผมให้มันจบ ผมก็ให้ไปอีก 800 ที่ผมฝากไว้ตอนกลางวันเพื่อจะได้เงินคืนให้มันจบๆ เค้าบอกจะโอนคืนให้ตอนตีสอง รอบนี้โอนเข้าบัญชี คนชื่อ M ซึ่งเป็นชื่อคนต่างด้าว

*ถึงตรงนี้ผมก็เริ่มสะกิดใจละว่านี่มันไม่ใช่ชื่อคนไทยนี่หว่า*

ตอนตีสาม V ก็มาขอเงินเพราะมันตัดรอบบิล ทำให้โอนไม่ได้ ผมก็เริ่มสงสัยว่ามันตัดสัญญาณอะไรนักหนา เพราะปกติผมไปขอเพิ่มยอดวงเงินให้เฮียกับของผมประจำ ก็ไม่มีปัญหาอะไร ผมก็บอกว่าผมเงินไม่เหลือในบัญชีแล้ว ละก็ไซโคเค้าไปว่าคือ"จะยืมเราเรื่องอะไรเราก็ไม่สนหรอกนะ เรามีหน้าที่แค่ให้ยืม แลัวพอถึงกำหนดก็รับคืนแค่นั้น" เพื่อให้เค้ารู้สกึว่าผมไม่เชื่อกับเหตุผลที่เค้ามายืมเงินผมนะ เค้าก็คงเริ่มรู้ว่าผมกลัวเค้าจะเบี้ยวหนี้ เค้าก็จะขอพิสูจน์ตัวเอง
ด้วยการขอ 200 ที่ผมเหลือในบัญชีไป เพื่อจ่ายเงินละขอให้เค้าเปิดสัญญาณให้เพื่อโอนเงินคืนให้ ละถ้าผมโอนให้แล้วให้โทรหาเค้า ถ้าโทรติดก็จะพิสูจน์ตัวเค้าได้ เค้าก็บอกว่าคุ้มนะ 200 กับการพิสูจน์

ผมก็อะๆ กูเสียมาเยอะละ เสียอีกหน่อยให้โอกาสคน แต่ตอนนั้น K-Cyber ปิดปรับปรุงพอดี ผมก็บอกตีห้าครึ่งถึงโอนได้นะ เค้าก็บอกเค้ารอไม่ไหว ขอหลับก่อน ผมก็รอจนมันเปิดละโอนไปให้ แล้วก็โทรไปตามเบอร์ที่เค้าบอกมาว่าควรจะเปิดแล้ว แต่ก็โทรไม่ติด ตอนนั้นผมง่วงมาก ตื่นค่อยว่ากัน ละก็เงิบหลับไป

สรุปมามันก็ไม่เป็นดังที่หวัง...

พอตื่นมาผมก็มาอ่านข้อความที่เค้าพิมพ์ทิ้งไว้ว่า ขอโทษจริงๆแล้วร้านเค้ามีปัญหา เค้าไม่กล้าบอกพ่อหรือให้คนรู้จักเค้ารู้ว่าทำร้านเจ๊ง ตอนนี้ต้องการเงินก้อนมาหมุนเงินในร้านเพื่อจ่ายเงินเดือนให้ลูกน้อง เค้าฟังผมไซโคเมื่อคืนแล้วก็คิดว่าควรจะเล่าความจริงดีกว่า แล้วก็บอกว่าขอยืมเพิ่มอีกสองพันได้ไหม

*ตอนนั้นผมกลับคิดว่า V เล่าความจริงไม่หมด*

อย่างไรก็ตามผมไม่ได้สนว่าความจริงจะเป็นยังไง เข้าใจทุกคนต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ตอนนี้กรูอยากได้กำหนดคืนเงินให้มันชัดๆ ผมเลยบอกว่าจะให้ก็ได้อีก 2000 แต่ทำสัญญากู้ยืมมา เพื่อความสบายใจของผมว่ากำหนดคืนเงินต้องได้เงินจริงๆ ถ้าเบี้ยวก็จะตามตัวได้

ระหว่างนั้นผมก็ไปปรึกษานาย P ว่าเอาไงดีนาย เราควรมีหลักฐานอะไรบ้าง นาย P ก็บอกควรจะมีสัญญาเงินกู้ สำเนาบัตรปชช. สำเนาทะเบียนบ้าน ผมก็โอเค ถ้ามีหลักฐานแบบนี้ เราก็ตามได้แหละ ก็เลยไปบอก V ว่าผมขอให้ P เป็นพยานนะ V ก็โอเคซิกกาแรต

ผมก็ไปปรึกษาเพื่อนอีกคน เพื่อนก็ขอเลขบัญชีที่ผมโอนมาไปเช็ค พบว่าอยู่ที่สาขาประตูน้ำ,สีลม,แล้วก็ตลาดโรงเกลือ...ตามลำดับ (ของโรงเกลือนี่ M แน่นอน)

ผมก็ลาก P ไปเป็นพยานด้วย ไล่ถามไปมา เค้าบอกบัญชีแรกคือเจ้าของที่ บัญชีที่สองคือน้องชายหรือไอ้ T จริงๆ บัญชีที่สามคือลูกจ้างที่ร้าน แล้ว V บอกว่าเขาไม่สามารถให้ผมรู้ข้อมูลในชีวิตจริงของเขาได้ เพราะผมเป็นคนที่เขาไม่รู้จัก เขาจึงมากล้ายืมเงิน เพราะเขาไม่กล้ายืมคนที่รู้จักเขาหรอก อาย

*อันนี้ผมว่าตรรกะแปลกๆ ผมก็เพี้ยนเองด้วยที่ดันให้ยืมไปแต่แรก*

ผมก็เริ่มหงุดหงิด ว่าไรฟะ ยืมเงินคนอื่น มาโกหกเขา จะเรียกร้องความไว้ใจ ก็อุตส่าห์ให้ทำหลักฐานก็ไม่ทำอีก สุดท้ายก็หาทางออกให้เขาด้วยการให้ V ส่งหลักฐานทั้งหมดให้ P แล้วโทรยืนยันตัวตนว่าคือ V จริงๆ เพราะ P เคยคุยโทรศัพท์กับ V เมื่อนานมาแล้วจะจำเสียงได้  แล้วถ้าเกิด V เบี้ยว P ถึงจะส่งหลักฐานที่เหลือมาให้ผม ระหว่างครบกำหนดนั้น ผมจะไม่ขอรับรู้ไรทั้งนั้น V บอกถ้างั้นก็โอเค

วันต่อมาที่ V จะส่งเอกสารและโทรหา P  V กลับบอกว่าสำเนาบัตรประชาชนเค้าไม่อยู่ขอส่งเป็นของไอ้ T แทนได้ไหม

*ตรงนี้ผมก็เริ่มมีความเชื่อมากขึ้นว่า คนที่คุยอยู่ด้วยจริงๆก็คือไอ้ T แต่แรก ตามที่เอะใจไว้*

P บอกว่าผมไม่ควรให้ ผมก็เลยบอกว่าไม่ให้ เพราะเรายอมให้มากแล้ว เขาก็มาบอกว่าเค้าลำบากจริงๆไม่รู้จะทำไงให้เชื่อแล้ว ผมก็เลยลองดูอีกครั้งบอกว่าให้เค้าโทรคุยกับ P identify ตัวเองให้ได้ ถ้า P บอกว่าเชื่อได้ ผมก็จะให้ยืม

ตอนหลัง P มาเล่า V บอกว่าอีกสักพักค่อยโทรไป เหมือนมีพิรุธ ผมก็เลยดักว่าจะให้คนอื่นคุยแทนหรือเปล่า P ก็บอกเดี๋ยวลองคุยดู

พอ P คุยเสร็จก็มาบอกผมว่า เสียงไม่คุ้น ละรีบๆพูดๆให้จบๆไป บอกว่ายืมของในเกม 2000 ละ P ก็บอกผมว่า ไม่ควรให้อีกต่อไป ละ P ก็บอก V กับผมว่าเค้าไม่รับรอง V

ผมเลยตัดสินใจบอกว่าไม่ให้ ละก็มีความมั่นใจมากขึ้นว่า V ก็คือ ไอ้ T นั่นเอง (แต่จริงหรือเปล่าไม่รู้นะ)

สุดท้ายเค้าก็บอกว่าจะพยายามใช้คืนให้ ขอบคุณ

สรุปยอดที่ยืมไปคือ 4,200 บาท

คำถามของผมคือ ผมกลัวว่าจะโดนเบี้ยวหนี้ เรียกว่าโดนโกงก็ได้ ผมควรจะทำอย่างไรดีครับต่อจากนี้

- ข้อมูลเค้าที่ผมมีอยู่ที่ P คือบัตรของไอ้ T และเบอร์โทร กับบัญชีธนาคารกสิกรทั้งสามแห่ง ข้อมูลการโอนเงิน
- P เป็นกลางในเรื่องนี้ ถึงจะเป็น NEET และไม่มีตังแต่เค้าก็เป็นคนดี(ละมั้ง)ครับ เพราะฉะนั้น P ไม่สมรู้ร่วมคิดกับ V แน่นอน
- โดยปกติผมจะปล่อยให้พี่ๆน้องๆยืมเงินอยู่แล้วครั้งละจำนวนมากๆ เป็นหมื่นก็มี แต่ทุกคน identify ตัวเองหรืออย่างน้อยมีคนที่ผมจะไปตามกับเค้าได้ เลยไม่ยุ่งยากมาก อีกทั้งทุกคนบอกเหตุผลในการยืมตรงไปตรงมาด้วย ถึงแม้ผมจะไม่สนเหตุผลก็ตาม
- ดูเหมือนเงินจะไม่เยอะ ผมก็โดนเบี้ยวมาบ้าง แต่สิ่งที่ผมกลัวเสียไม่ใช่เงินอย่างเดียวครับแต่เป็นความรู้สึก เลยอยากได้ทางแก้ปัญหาไว้รองรับเพื่อความสบายใจครับ มันมีคุณค่าสำหรับผม
- ที่ผมเรียก T ว่าไอ้ เพราะเค้าโทรหาผมตีสี่ครึ่งสองวันติดครับ ผมเป็นพวกหงุดหงิดถ้าใครมากวนตอนนอน แค้น 55
- กระทู้นี้เป็นความจริง 100% ครับ สงสัยก็ยินดีติดต่อหลังไมค์ได้ครับ

ขอบพระคุณทุกท่านที่ช่วยให้คำแนะนำครับ ผมต้องขอรบกวนด้วยครับ น้อมรับทุกความคิดเห็นครับ m(_ _)m

*เพิ่มเติม* ถ้าเห็นว่ากระทู้น่าสนใจ เป็นไปได้รบกวน"ไม่"แชร์ไปโพสต์บนหน้าวอลล์เฟสตัวเองนะครับ อยากปรึกษาทุกท่านแค่ในนี้ ไม่อยากให้มันบานปลายไป พอได้ทางออกที่พอจะเป็นไปได้ ผมก็จะดำเนินการครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
แจ้งความครับ การมายืมเงินโดยปกปิดตัวตน และจุดประสงค์ที่แท้จริง เป็นการแสดงเจตนาลวง เพื่อให้ได้ทรัพย์สินไป ถือว่าฉ้อโกง ผิดอาญา

และถึงไม่เอาผิดทางอาญา การยืมเงินครั้งละไม่เกินสองพันบาท สามารถฟ้องทางแพ่งได้ โดยไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้กู้ยืม ครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่