ข้อผิดพลาดในการซื้อบ้าน สำหรับมือใหม่

จริงๆ แล้ว มูลเหตุสำคัญ ที่ทำให้การซื้อบ้าน กลายเป็นเรื่องยากลำบาก โดยเฉพาะกับมือใหม่ มักเกิดขึ้นจากความผิดพลาดหรือการมองข้ามสิ่งสำคัญ ใน 6 ประเด็น ดังต่อไปนี้

1. เวลาที่ดีที่สุดในการพิจารณาเรื่องการขายบ้าน ก็คือในเวลาก่อนที่จะซื้อบ้าน

ทุกครั้งที่คิดจะซื้อบ้านเพื่อการลงทุน จะต้องไม่ลืมให้ความสำคัญกับจุดขายของบ้านในอนาคตด้วยเสมอ นั่นคือต้องเน้นเลือกบ้านที่ดีจริงๆ ทั้งกับเจ้าของบ้านเองและกับคนซื้อทั่วไปด้วย โดยพิจารณาได้จากบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่พึงจะได้จากการเป็นเจ้าของบ้านหลังนั้นๆ ด้วย เช่นที่จอดรถ สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ เป็นต้น

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ นอกจากจะให้ความสะดวกสบายกับเจ้าของได้แล้ว ต้องแน่ใจด้วยว่าจะสามารถดึงดูดใจผู้ซื้อรายอื่นให้อยากเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ได้ด้วย วิธีคิดง่ายๆ ก็คือให้ลองมโนภาพว่าตัวเองเป็นผู้ซื้อรายอื่น ว่าน่าจะต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง ถ้าสิ่งเหล่านี้มีอยู่ ก็แปลว่าบ้านหลังนั้นน่าสนใจ แต่ถ้าไม่มีอยู่เลย หรือมีบ้างแต่ไม่ครบ ก็แสดงว่าบ้านหลังนั้นไม่น่าซื้อ เนื่องจากซื้อแล้วจะขายต่อยากและเมื่อขายจะไม่ได้ราคา

2. ต้องระมัดระวัง ไม่ให้อารมณ์ ความรู้สึก เข้ามามีอิทธิพลเหนือเหตุผล

ปรากฏการณ์ที่มักเกิดบ่อยๆ ในช่วงเวลาของการเลือกซื้อบ้านกัน ก็คือการซื้อบ้าน โดยอิงกับอารมณ์และความรู้สึกเป็นสำคัญ เพราะคนชอบคิดกันว่าการซื้อบ้าน ก็ไม่ต่างอะไรกับการซื้อของใช้ส่วนตัว ขอให้ชอบซะอย่าง ก็จะไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องอื่นๆ ซึ่งความคิดลักษณะนี้ถือเป็นกำแพงปิดกั้น ที่ทำให้คนจำนวนมาก ไม่สามารถเข้าถึงบ้านที่ดีและเหมาะสมได้

วิธีป้องกันดีที่สุด ก็คือก่อนต่อรองซื้อบ้านหลังใดก็ตาม ให้วางแผนแต่เนิ่นๆ คือทำการสำรวจก่อนเพื่อให้ทราบแน่ชัดว่าบ้านลักษณะเดียวกันในบริเวณนั้น และบริเวณใกล้เคียง ซื้อขายกันที่ราคาเท่าไหร่ สินเชื่อที่อยู่อาศัยตอนนี้มีดอกเบี้ยและเงื่อนไขอย่างไร และตัวเองมีกำลังกู้ซื้อได้เท่าไหร่ ซึ่งการมีข้อมูลลักษณะนี้อยู่ในมือจะช่วยให้ง่ายต่อการควบคุมอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว และช่วยให้การเจรจามีประสิทธิภาพมากขึ้นได้

3.ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการซื้อบ้าน ต่อรองได้และเป็นสิ่งที่ต้องต่อรองเสมอ

ผู้ซื้อที่ฉลาด จะต้องทำการประเมินเงื่อนไขและสภาพตลาด รวมถึงมูลค่าที่ควรจะเป็นของบ้านในบริเวณนั้น ให้ทราบแน่ชัดก่อนทุกครั้ง เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มากำหนดจังหวะ และหาโอกาสในการเจรจาต่อรองเพื่อซื้อให้ได้ในราคาถูก และเงื่อนไขดีที่สุด

4.ห้ามมองข้ามโลจิสติกส์ (Logistics) อย่างเด็ดขาด

ในแง่การลงทุนแล้ว โลจิสติกส์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ที่เป็นตัวกำหนดความเป็นไปของทำเลบ้านว่าจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ด้วยเหตุนี้ในการเลือกบ้านทุกครั้งจึงจำเป็นต้องพิจารณาในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ คือต้องพิจารณาทั้งในเรื่องการเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน และจากที่ทำงานกลับมายังบ้าน ซึ่งต้องแน่ใจว่าทำได้สะดวก ไม่มีปัญหารถติด

รวมถึงต้องพิจารณาเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางจากบ้านไปยังตลาด ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงเรียน ร้านอาหาร และภัตตราคาร และสถานบริการเพื่อความบันเทิงต่างๆ ด้วย

5. อย่าซื้อบ้านในทำเลที่ตัวเราเองไม่ได้อยู่ในบริเวณนั้น

ทุกครั้งที่ซื้อบ้าน ต้องแน่ใจว่าตัวเองจะต้องอยู่ในพื้นที่หรือบริเวณนั้นไม่น้อยกว่า 5 ปี ถ้าประเมินดูแล้ว หากไม่ได้อยู่ ก็ไม่ควรซื้อบ้านหลังนั้นเป็นอันขาด ที่ต้องทำเช่นนี้ เนื่องจากการซื้อและขายบ้านในระยะเวลาสั้นๆ เป็นเรื่องที่มักไม่ค่อยทำเงิน อีกทั้งยังมีต้นทุนในการเปลี่ยนมือค่อนข้างสูง หรือในกรณีคิดจะนำบ้านมาให้คนเช่า หรือการปิดบ้านไว้เฉยๆ โดยที่เจ้าของไม่ได้อยู่ในพื้นที่นั้น ก็เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำเช่นกัน เพราะจะยากในการดูแล หรือหากจ้างผู้อื่นดูแล ก็จะทำให้สูญเสียอำนาจการควบคุมโดยตรง และเกิดความเสี่ยงขึ้นได้

6.อย่าปล่อยบ้านทิ้งว่างโดยไม่ดูแล

ในกรณีที่ต้องย้ายที่อยู่ ไกลจากบ้านที่เป็นเจ้าของหรือซื้อไว้ จนไม่อยู่ในวิสัยจะไปดู หรือไปสำรวจได้อย่างน้อยเดือนละครั้ง ควรพิจารณาขายบ้านหลังนั้นออกไปเสีย เพราะการฝืนถือครองไว้ต่อไป จะมีความเสี่ยงหลายอย่างในการถูกบุกรุก หรือถูกโจรงัดแงะได้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่