ราตรีสีอำพัน (99)
หลังเทศกาลลอยกระทง ท่านหญิงได้ลงสระกับหมอเติ้ลบ่อยขึ้น
ทั้งคู่ดูเหมือนชอบว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ชุดว่ายน้ำหมอกับท่านหญิงเหมือนกัน เป็นผ้ายืด
แขนสั้นรัดรูป และกางเกงเป็นขาสั้นเช่นกัน ชุดหมอเติ้ลที่ใส่ตอนที่ไปเที่ยวเดดซี
ดูจะวาบหวามเกินเหตุในสถานที่เช่นในวัง
วันที่ห้าธันวาคม วนมาอีกรอบ ความห่างไกล ทำได้เพียงโทรหาลุงหม่อม และป๋า แล้วคุยกันยาว
หมอเติ้ลได้เห็นข่าวในหลวงด้วย พระองค์ทรงมีพระพักตร์สดใสขึ้นมาก ทุกคนมีความสุขที่เห็นท่านแข็งแรง
***วันที่ห้าเวียนมาให้ได้นึก
***ท่านพ่อฝึกความเกร่งให้พวกข้า
***ชีพนี้ขอมอบไว้ใต้บาทา
***ส่วนหัวใจและตัวข้ามอบแผ่นดิน
สรุปจากที่คุยกับทางบ้าน ทั้งหมดที่จะเดินทางมาเยี่ยมหมอเติ้ล มีเจ็ดคน มาถึงวันที่ 23 ธันวาคม
จะอยู่สิบวัน วันเดินทางกลับคือวันที่ 2หรือ3 มกราคม
“เติ้ล หนูถามท่านชาย และท่านแม่ว่าสะดวกไหมอย่าลืมนะ” “ค่ะป๋า”
วางสายเสร็จฟารีเอาะห์ ก็แวะมาแจ้งว่า”ท่านหมอ ท่านแม่ให้มาเชิญไปรับประทานอาหารเย็นที่เรือนใหญ่ค่ะ “
“สักกี่โมงล่ะ ฟารี”
“ทุ่มหนึ่งค่ะ”
“ได้จ้ะ เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จหมอจะไปถึงตามเวลา”
หมอเติ้ลแต่งชุดเดรสสีส้มอมชมพู คอกลมขลิบด้วยผ้าป่านสีชมพูอ่อน แขนสามส่วนอัดพลีททรงระฆัง
ตัวชุดยาวลงมาเลยหัวเข่า รองเท้าคัทชู ห้อยสร้อยทองคำขาวของมะ กับนาฬิกาเรือนโปรด
เมื่อมาถึง ทุกคนมาแล้ว “ขอโทษด้วยค่ะ หมอมาสายหรือเปล่าคะ”
“ไม่หรอกท่านหมอ พวกข้ามาไวกันนิดหนึ่ง” ท่านแม่ยิ้มและตอบคำถาม
“เชิญท่านหมอนั่งเถอะ”
ท่านชายนั่งหัวโต๊ะ เขามองสาวน้อยที่แต่งกาย งดงามน่ารัก
“สีนี้ข้าชอบนัก เพราะมันทำให้ผิวนางที่ขาวดูผุดผ่องขึ้นอีก”
“ข้าอยากขอบคุณที่ท่านจัดงานวันลอยกระทง เมื่อหลายวันก่อน ทุกคนมีความสุขกับงานที่ท่านหมอจัดขึ้นมาก กับโถเซรามิคที่จัดเป็นสวนหย่อมเล็ก น่าดูนัก และทุกคนชอบในของที่ท่านให้มาเมื่อคราวก่อนด้วย
เมื่อครั้งเพื่อนท่านมาประชุม แม่ท่านหมอฝากผ้าไหมสีสวยมามากมาย พวกเจ้าช่างดีกับเราจริงๆ” ท่านแม่กล่าว
หมอเติ้ลยิ้มหวานให้ แล้วทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารกัน
วันนี้มีข้าวอบเนื้อแกะ และซุปมะเขือเทศ เสริฟกับผักดอง และสลัดผักจานใหญ่ ปิดท้ายด้วยผลไม้รวม
มีส้ม แอบเปิล และองุ่น
“ท่านแม่คะ หมอจะขออนุญาตท่านแม่ว่า ทางบ้านหมอ รวมเจ็ดคนจะมาเยี่ยมหมอที่นี่”
“โอ้!ดีๆ วังเราจะได้คึกคัก” ท่านหญิงมาเรียมเอ่ยเสริม
“ใช่แล้วเราไม่ได้เปิดรับแขกมานานแล้วใช่ไหมท่านพี่”ท่านแม่หันไปถามท่านป้าใหญ่
“ใช่ น้องข้า”
“โอ้!มาเลยๆ เรามีห้องพักแขก ตกแต่งอย่างดีพร้อมเครื่องเรือน ตั้งสี่ห้อง” ท่านแม่ย้ำ
“แต่คุณพ่อกะว่าจะเช่าโรงแรมแมริออท ซึ่งอยู่ไม่ไกลวังค่ะ”
“ไม่ได้ๆ เจ้าก็เปรียบเหมือนครอบครัวข้า ท่านพ่อท่านแม่ของหมอก็เปรียบเช่นเดียวกับครอบครัวเรา ท่านหมอ ดูแลเราอย่างดีเพียงนี้ จะให้แขกไปนอนโรงแรมได้เช่นไร” ท่านแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มจริงจัง
“หมอเกรงใจท่านแม่”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ คุณหมอใส่ใจและไม่เคยรังเกียจครอบครัวเรา ให้เรามีโอกาศรับรองแขกด้วยนะครับ”
“ถ้าเช่นนั้นให้หมอแจ้งไปทางคุณพ่อก่อนนะคะ” หมอยิ้มให้ท่านแม่ เกรงท่านแม่จะโกรธเอา
“อาหารอร่อยค่ะ ยังมีผลไม้สดด้วยหมอชอบ”
“ชอบต้องทานเยอะๆ เดี๋ยวแม่ท่านหมอมา จะหาว่าทางเราเลี้ยงไม่ดี” ท่านหญิงมาเรียมแจมด้วยพร้อมเสียงหัวเราะเหมือนเย้าเล่น
หลังอาหารค่ำทุกคนย้ายที่ไปที่ห้องรับแขก ไมทาและฟาติมา ยกชามาเสริฟพร้อมอินทผลัมผลงาม
“ดีเลยพวกครอบครัวหมอมาจะได้เข้าไปเก็บผลอินทผลัม ปีนี้น่าจะสุกและเก็บได้เร็วกว่าปีก่อน
เพราะอากาศร้อนและแล้ง”
“ค่ะท่านแม่” แล้วทั้งกลุ่มก็คุยเรื่องจิปาถะ
หลังจากจิบชาท่านหมอก็ลากลับมีท่านชายอะซันเดินมาส่ง
”ผมเห็นด้วยกับท่านแม่ ครอบครัวคุณหากมาพักที่นี่ จะเป็นเกียรติกับทางเรานะครับ อย่าให้ผมและท่านแม่เสียน้ำใจเลยครับ” เสียงเอื้อนเอ่ยอ่อนโยนบอกถึงความเต็มใจ
“ให้ฉันถามทางโน้นหน่อยนะคะ อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณ ท่านชาย” เธอยิ้ม แล้วก้มศีรษะให้นิดหนึ่งก่อนเข้าเรือนไป
หมอมองนาฬิกา “ป่านนี้คงหลับหมดแล้ว” เพราะทางประเทศไทยเร็วกว่าที่นี่สี่ชั่วโมง”
รุ่งเช้าท่านชายโทรเช็คสายการบินจอร์แดน
“วันที่ยี่สิบสามมีคนชื่อท่านชายฉัตราทัศน์จองต๋วคณะเดินทางมาที่จอร์แดนใช่ไหม” ท่านชายถามแผนกตั่ว “ถูกต้องค่ะ”
“ข้าท่านชายอะซันโทรมาจากวัง”
“อ้อ!ท่านชายอะซันมีอะไรให้รับใช้ค่ะ”
“ข้าต้องการให้เลื่อนตั๋วชั้นธรรมดามาเป็นชั้นธุรกิจ พอเป็นไปได้ไหม”
“ท่านชายกรุณารอสักครู่ ..” แล้วเจ้าหน้าที่ก็กลับมาพร้อมคำตอบ
”ได้คะ ทางเราจัดการเรียบร้อยแล้ว ค่าใช้จ่ายข้าจะเป็นคนจัดการ”
“ค่ะ ขอบพระคุณท่านชาย” เจ้าหน้าที่วางสายลงแล้วกรี๊ดเบาๆกับเพื่อน
“ท่านชายอะซันรูปหล่อโทรมาน่ะ ข้าล่ะตื่นเต้นมาก”
“ว้าว!เป็นไงเสียงท่านชายน่ะ”
“โอ้หล่อแต่ตัวยังไม่พอเสียงหล่ออีกต่างหาก พูดก็ไพเราะ เฮ้อ!”
“นางที่ท่านชายไปไหนมาไหนเห็นบางทีหนังสือพิมพ์ลง แล้วตอนแข่งขี่ม้า ช่างเหมาะกันนัก นางสวยงามมีสง่า อิจฉาจัง”
หมอเติ้ลเพิ่งกลับถึงเรือนเล็กเธอหุ่งข้าวหอมมะลิ แล้วเตรียมจะทำไข่เจียวปู
“จะให้ทำพิสดารกว่านี้ต้องรอตัวแม่มาเยี่ยมก่อน” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ
หมอหมายถึง ป้าอำไพ กับพี่แดง แล้วอาบน้ำสวมกางเกงเลสี่เขียวใบไม้ กับเสื้อยืดกองทัพไทย ผมรวบแล้วมุ่นขึ้นเอาตะเกียบเสียบเห็นลำคอระหงขาวผ่อง
ข้าวในหม้อสุกแล้วส่งกลิ่นหอม ท่านชายเดินตามกลิ่นมาถึงเรือนหมอเติ้ล
ในมือถือตะกร้าผลไม้ตะกร้าใหญ่ มีทั้งแอบเปิล องุ่น กีวี และ สตอเบอรี่ผลใหญ่
“หมอทำอะไรครับหอมจัง” ท่านชายเอ่ยขึ้นและวางตะกร้าลง
“คุณให้ฟารียกมาก็ได้ ไม่เห็นต้องลำบากมาเองเลย”
“ไม่ลำบากนี่ครับ แค่หิ้วมาแล้ววาง “ หมอเติ้ลรู้ว่าเขายั่วเล่น
“ฮึ!” เธอทำเสียงสบัดแล้วค้อนให้
“มาทำไมบ่อยๆ” เสียงพูดกับตัวเองเบาๆ ทั้งทีพอได้ยินเสียงแว่วมาก็ลิงโลด แต่ทำเป็นบ่นซะอย่างงั้น
อย่างนี้เรียกว่าปากกับใจไม่ตรงกัน
“ท่านชายนั่งลงทำท่าสบาย “อย่าบอกนะว่าจะมาฝากท้องไว้ที่นี่ เพราะ มีแต่ไข่เจียว”
“อะไรผมก็ ทานได้ครับ”
“ตามใจขึ้นไปทานของอร่อยไม่เอา แล้วนี่คุณหอบผลไม้มากมายมาจากไหนและเนื่องในโอกาศใดมิทราบ”
“เพื่อนท่านแม่เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น ขนซื้อผลไม้มาฝากคนนั้นคนนี้ ท่านเพิ่งแวะมา คุยอยู่กับท่านแม่
และท่านแม่ให้ผมเอามาให้ครับผม” ท่านชายตอบแล้วยิ้ม “นางคงไม่ให้ท่านชายเอามาหรอก”
“ใช่แล้วค่ะ ท่านแม่ใช้ข้าๆเอาของไปเก็บ หันมาอีกทีตะกร้าเดินมาอยู่ที่เรือนหมอแล้ว“
”ฟารีเอาะห์...” เสียงเข้มของท่านชายเอ่ยขึ้น นางเอ่ยขอโทษแล้วอมยิ้ม
ฟารีเอาตะกร้าผลไม้ไปแยกผลไม้ แล้วล้างจนสะอาด
“เจ้ากลับไปบอกท่านแม่ด้วยว่าท่านหมอสงเคราะห์ให้ข้าวข้ากินหนึ่งมือ”
“อือ!ทำพูดเข้า หมั่นใส้” หมอเติ้ลพูดภาษาไทย ท่านชายยิ้มเดาว่าคงโดนหมอเติ้ลว่าเอาแน่
“ค่ะท่านชาย ท่านหมอคะ สตรอเบอรี่ข้าล้างวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว ส่วนอย่างอื่นล้างแล้วเช่นกันข้าเก็บ
ลงตะกร้าพาสติกไว้ในตู้เย็นนะคะ”
"ขอบใจมากฟารี”
"เช่นนั้นข้าขอตัวท่านทั้งสองค่ะ”
ฟารีไปแล้วมีแต่สาวน้อยที่ทำหน้าไม่รับแขก “เอ!ผมเคยได้ยินกลอนไทยที่ว่าใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับไม่ใช่หรือครับ”
“เขาเรียกว่าเป็นสุภาษิตจ้ะ พ่อคนรู้มาก” หมอเติ้ลยิ้มที่เขาพยายามจะอาคำนี้มาอ้าง
“เอ้า!มาทานข้าวได้แล้วช่างเจรจานัก” หมอเติ้ลเหน็บเอาแล้วมองหน้าคมหล่อที่ส่งสายตาหวานสดใสมาให้
“ทำตาหวานให้ฉันบ่อยๆ หัวใจฉันหายไปเที่ยวไหนนะ” หมอเติ้ลคิด
แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“เติ้ลป๋าเองนะ ป๋าจะโทรมาถามเห็นแป้งเขาบอกว่าตั๋วที่จองไว้ถูกเปลี่ยน”
“อ้าว!ทำไมล่ะค่ะ”
“เขาเลื่อนเป็นชั้นบิสซิเนสคลาสให้ แถมบัตรวีซ่าป๋าก็โดนคืนค่าตั๋วมา เขาบอกว่าทางนี้จัดการชำระแล้วน่ะ”
หมอเติ้ลหันมาทางท่านชายตาดุเหมือนกำลังจะเอาเรื่อง
“นั่งตีหน้าทำไม่รู้เรื่อง มาขอข้าวไข่เจียวกินอยู่ที่นี่” เสียงพูดกับป๋า บอกให้รู้ว่า เติ้ลไม่พอใจ จนป๋าต้องรีบพูดว่า
“เฮ้ย!เขาเป็นผู้ใหญ่กว่านะ เขาหวังดีจะได้เดินทางสะดวก หากท่านชายบอกเติ้ลก่อนเติ้ลก็ไม่ยอมอยู่ดี เอาน่าใจเย็นๆ”
หมอเติ้ลถอนใจยาว แล้วค้อนให้คนที่มองหน้าใสทำเป็นไม่รู้เรื่องทีหนึ่ง
“ป๋าท่านแม่อยากให้พวกเรามาพักที่ที่วังเขามีห้องรับรองแขกสี่ห้อง
เขาว่าเติ้ลก็เหมือนคนในครอบครัวอย่าทำให้เขาเสียน้ำใจ”
“หากเป็นความต้องการของท่านแม่ก็คงปฏิเสธยาก เอาอย่างนี้ ไว้ป๋าคุยกับลุงหม่อมแล้วจะรีบโทรกลับนะลูก”
“เติ้ลรักป๋านะ”
“จ้า ป๋าก็รักหนูที่สุด” เธอวางสายแต่ยังยิ้มค้าง หันมาเจอรอยยิ้มอย่างเอ็นดูของท่านชาย
“ได้คุยกับที่บ้านดูสาวน้อยสดชื่นเหมือนดอกไม้บาน” เขาคิด
“ข้าวไข่เจียวปูนี่อร่อยนะครับ “
“ไม่อร่อยได้ไงคุณตักข้าวจานใหญ่เชียว”
“คนตัวใหญ่ก็กินมากเป็นธรรมดา พอเลี้ยงผมไว้ไหม หรือจะให้ผมเลี้ยงคุณก็ได้”
“บ้า!กินไข่เจียวแล้วเมาหรือไง ฮึ” เขาหัวเราะชอบใจ หมอเติ้ลมองหน้า คมเข้ม แล้วนึกถึงท่านพ่อ แก่ลงหัวคงไม่ล้าน เพราะท่านพ่อหัวไม่ล้าน “ เธอคิดแล้วยิ้ม
ราตรีสีอำพัน (99)
หลังเทศกาลลอยกระทง ท่านหญิงได้ลงสระกับหมอเติ้ลบ่อยขึ้น
ทั้งคู่ดูเหมือนชอบว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ชุดว่ายน้ำหมอกับท่านหญิงเหมือนกัน เป็นผ้ายืด
แขนสั้นรัดรูป และกางเกงเป็นขาสั้นเช่นกัน ชุดหมอเติ้ลที่ใส่ตอนที่ไปเที่ยวเดดซี
ดูจะวาบหวามเกินเหตุในสถานที่เช่นในวัง
วันที่ห้าธันวาคม วนมาอีกรอบ ความห่างไกล ทำได้เพียงโทรหาลุงหม่อม และป๋า แล้วคุยกันยาว
หมอเติ้ลได้เห็นข่าวในหลวงด้วย พระองค์ทรงมีพระพักตร์สดใสขึ้นมาก ทุกคนมีความสุขที่เห็นท่านแข็งแรง
***วันที่ห้าเวียนมาให้ได้นึก
***ท่านพ่อฝึกความเกร่งให้พวกข้า
***ชีพนี้ขอมอบไว้ใต้บาทา
***ส่วนหัวใจและตัวข้ามอบแผ่นดิน
สรุปจากที่คุยกับทางบ้าน ทั้งหมดที่จะเดินทางมาเยี่ยมหมอเติ้ล มีเจ็ดคน มาถึงวันที่ 23 ธันวาคม
จะอยู่สิบวัน วันเดินทางกลับคือวันที่ 2หรือ3 มกราคม
“เติ้ล หนูถามท่านชาย และท่านแม่ว่าสะดวกไหมอย่าลืมนะ” “ค่ะป๋า”
วางสายเสร็จฟารีเอาะห์ ก็แวะมาแจ้งว่า”ท่านหมอ ท่านแม่ให้มาเชิญไปรับประทานอาหารเย็นที่เรือนใหญ่ค่ะ “
“สักกี่โมงล่ะ ฟารี”
“ทุ่มหนึ่งค่ะ”
“ได้จ้ะ เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จหมอจะไปถึงตามเวลา”
หมอเติ้ลแต่งชุดเดรสสีส้มอมชมพู คอกลมขลิบด้วยผ้าป่านสีชมพูอ่อน แขนสามส่วนอัดพลีททรงระฆัง
ตัวชุดยาวลงมาเลยหัวเข่า รองเท้าคัทชู ห้อยสร้อยทองคำขาวของมะ กับนาฬิกาเรือนโปรด
เมื่อมาถึง ทุกคนมาแล้ว “ขอโทษด้วยค่ะ หมอมาสายหรือเปล่าคะ”
“ไม่หรอกท่านหมอ พวกข้ามาไวกันนิดหนึ่ง” ท่านแม่ยิ้มและตอบคำถาม
“เชิญท่านหมอนั่งเถอะ”
ท่านชายนั่งหัวโต๊ะ เขามองสาวน้อยที่แต่งกาย งดงามน่ารัก
“สีนี้ข้าชอบนัก เพราะมันทำให้ผิวนางที่ขาวดูผุดผ่องขึ้นอีก”
“ข้าอยากขอบคุณที่ท่านจัดงานวันลอยกระทง เมื่อหลายวันก่อน ทุกคนมีความสุขกับงานที่ท่านหมอจัดขึ้นมาก กับโถเซรามิคที่จัดเป็นสวนหย่อมเล็ก น่าดูนัก และทุกคนชอบในของที่ท่านให้มาเมื่อคราวก่อนด้วย
เมื่อครั้งเพื่อนท่านมาประชุม แม่ท่านหมอฝากผ้าไหมสีสวยมามากมาย พวกเจ้าช่างดีกับเราจริงๆ” ท่านแม่กล่าว
หมอเติ้ลยิ้มหวานให้ แล้วทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารกัน
วันนี้มีข้าวอบเนื้อแกะ และซุปมะเขือเทศ เสริฟกับผักดอง และสลัดผักจานใหญ่ ปิดท้ายด้วยผลไม้รวม
มีส้ม แอบเปิล และองุ่น
“ท่านแม่คะ หมอจะขออนุญาตท่านแม่ว่า ทางบ้านหมอ รวมเจ็ดคนจะมาเยี่ยมหมอที่นี่”
“โอ้!ดีๆ วังเราจะได้คึกคัก” ท่านหญิงมาเรียมเอ่ยเสริม
“ใช่แล้วเราไม่ได้เปิดรับแขกมานานแล้วใช่ไหมท่านพี่”ท่านแม่หันไปถามท่านป้าใหญ่
“ใช่ น้องข้า”
“โอ้!มาเลยๆ เรามีห้องพักแขก ตกแต่งอย่างดีพร้อมเครื่องเรือน ตั้งสี่ห้อง” ท่านแม่ย้ำ
“แต่คุณพ่อกะว่าจะเช่าโรงแรมแมริออท ซึ่งอยู่ไม่ไกลวังค่ะ”
“ไม่ได้ๆ เจ้าก็เปรียบเหมือนครอบครัวข้า ท่านพ่อท่านแม่ของหมอก็เปรียบเช่นเดียวกับครอบครัวเรา ท่านหมอ ดูแลเราอย่างดีเพียงนี้ จะให้แขกไปนอนโรงแรมได้เช่นไร” ท่านแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มจริงจัง
“หมอเกรงใจท่านแม่”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ คุณหมอใส่ใจและไม่เคยรังเกียจครอบครัวเรา ให้เรามีโอกาศรับรองแขกด้วยนะครับ”
“ถ้าเช่นนั้นให้หมอแจ้งไปทางคุณพ่อก่อนนะคะ” หมอยิ้มให้ท่านแม่ เกรงท่านแม่จะโกรธเอา
“อาหารอร่อยค่ะ ยังมีผลไม้สดด้วยหมอชอบ”
“ชอบต้องทานเยอะๆ เดี๋ยวแม่ท่านหมอมา จะหาว่าทางเราเลี้ยงไม่ดี” ท่านหญิงมาเรียมแจมด้วยพร้อมเสียงหัวเราะเหมือนเย้าเล่น
หลังอาหารค่ำทุกคนย้ายที่ไปที่ห้องรับแขก ไมทาและฟาติมา ยกชามาเสริฟพร้อมอินทผลัมผลงาม
“ดีเลยพวกครอบครัวหมอมาจะได้เข้าไปเก็บผลอินทผลัม ปีนี้น่าจะสุกและเก็บได้เร็วกว่าปีก่อน
เพราะอากาศร้อนและแล้ง”
“ค่ะท่านแม่” แล้วทั้งกลุ่มก็คุยเรื่องจิปาถะ
หลังจากจิบชาท่านหมอก็ลากลับมีท่านชายอะซันเดินมาส่ง
”ผมเห็นด้วยกับท่านแม่ ครอบครัวคุณหากมาพักที่นี่ จะเป็นเกียรติกับทางเรานะครับ อย่าให้ผมและท่านแม่เสียน้ำใจเลยครับ” เสียงเอื้อนเอ่ยอ่อนโยนบอกถึงความเต็มใจ
“ให้ฉันถามทางโน้นหน่อยนะคะ อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณ ท่านชาย” เธอยิ้ม แล้วก้มศีรษะให้นิดหนึ่งก่อนเข้าเรือนไป
หมอมองนาฬิกา “ป่านนี้คงหลับหมดแล้ว” เพราะทางประเทศไทยเร็วกว่าที่นี่สี่ชั่วโมง”
รุ่งเช้าท่านชายโทรเช็คสายการบินจอร์แดน
“วันที่ยี่สิบสามมีคนชื่อท่านชายฉัตราทัศน์จองต๋วคณะเดินทางมาที่จอร์แดนใช่ไหม” ท่านชายถามแผนกตั่ว “ถูกต้องค่ะ”
“ข้าท่านชายอะซันโทรมาจากวัง”
“อ้อ!ท่านชายอะซันมีอะไรให้รับใช้ค่ะ”
“ข้าต้องการให้เลื่อนตั๋วชั้นธรรมดามาเป็นชั้นธุรกิจ พอเป็นไปได้ไหม”
“ท่านชายกรุณารอสักครู่ ..” แล้วเจ้าหน้าที่ก็กลับมาพร้อมคำตอบ
”ได้คะ ทางเราจัดการเรียบร้อยแล้ว ค่าใช้จ่ายข้าจะเป็นคนจัดการ”
“ค่ะ ขอบพระคุณท่านชาย” เจ้าหน้าที่วางสายลงแล้วกรี๊ดเบาๆกับเพื่อน
“ท่านชายอะซันรูปหล่อโทรมาน่ะ ข้าล่ะตื่นเต้นมาก”
“ว้าว!เป็นไงเสียงท่านชายน่ะ”
“โอ้หล่อแต่ตัวยังไม่พอเสียงหล่ออีกต่างหาก พูดก็ไพเราะ เฮ้อ!”
“นางที่ท่านชายไปไหนมาไหนเห็นบางทีหนังสือพิมพ์ลง แล้วตอนแข่งขี่ม้า ช่างเหมาะกันนัก นางสวยงามมีสง่า อิจฉาจัง”
หมอเติ้ลเพิ่งกลับถึงเรือนเล็กเธอหุ่งข้าวหอมมะลิ แล้วเตรียมจะทำไข่เจียวปู
“จะให้ทำพิสดารกว่านี้ต้องรอตัวแม่มาเยี่ยมก่อน” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ
หมอหมายถึง ป้าอำไพ กับพี่แดง แล้วอาบน้ำสวมกางเกงเลสี่เขียวใบไม้ กับเสื้อยืดกองทัพไทย ผมรวบแล้วมุ่นขึ้นเอาตะเกียบเสียบเห็นลำคอระหงขาวผ่อง
ข้าวในหม้อสุกแล้วส่งกลิ่นหอม ท่านชายเดินตามกลิ่นมาถึงเรือนหมอเติ้ล
ในมือถือตะกร้าผลไม้ตะกร้าใหญ่ มีทั้งแอบเปิล องุ่น กีวี และ สตอเบอรี่ผลใหญ่
“หมอทำอะไรครับหอมจัง” ท่านชายเอ่ยขึ้นและวางตะกร้าลง
“คุณให้ฟารียกมาก็ได้ ไม่เห็นต้องลำบากมาเองเลย”
“ไม่ลำบากนี่ครับ แค่หิ้วมาแล้ววาง “ หมอเติ้ลรู้ว่าเขายั่วเล่น
“ฮึ!” เธอทำเสียงสบัดแล้วค้อนให้
“มาทำไมบ่อยๆ” เสียงพูดกับตัวเองเบาๆ ทั้งทีพอได้ยินเสียงแว่วมาก็ลิงโลด แต่ทำเป็นบ่นซะอย่างงั้น
อย่างนี้เรียกว่าปากกับใจไม่ตรงกัน
“ท่านชายนั่งลงทำท่าสบาย “อย่าบอกนะว่าจะมาฝากท้องไว้ที่นี่ เพราะ มีแต่ไข่เจียว”
“อะไรผมก็ ทานได้ครับ”
“ตามใจขึ้นไปทานของอร่อยไม่เอา แล้วนี่คุณหอบผลไม้มากมายมาจากไหนและเนื่องในโอกาศใดมิทราบ”
“เพื่อนท่านแม่เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น ขนซื้อผลไม้มาฝากคนนั้นคนนี้ ท่านเพิ่งแวะมา คุยอยู่กับท่านแม่
และท่านแม่ให้ผมเอามาให้ครับผม” ท่านชายตอบแล้วยิ้ม “นางคงไม่ให้ท่านชายเอามาหรอก”
“ใช่แล้วค่ะ ท่านแม่ใช้ข้าๆเอาของไปเก็บ หันมาอีกทีตะกร้าเดินมาอยู่ที่เรือนหมอแล้ว“
”ฟารีเอาะห์...” เสียงเข้มของท่านชายเอ่ยขึ้น นางเอ่ยขอโทษแล้วอมยิ้ม
ฟารีเอาตะกร้าผลไม้ไปแยกผลไม้ แล้วล้างจนสะอาด
“เจ้ากลับไปบอกท่านแม่ด้วยว่าท่านหมอสงเคราะห์ให้ข้าวข้ากินหนึ่งมือ”
“อือ!ทำพูดเข้า หมั่นใส้” หมอเติ้ลพูดภาษาไทย ท่านชายยิ้มเดาว่าคงโดนหมอเติ้ลว่าเอาแน่
“ค่ะท่านชาย ท่านหมอคะ สตรอเบอรี่ข้าล้างวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว ส่วนอย่างอื่นล้างแล้วเช่นกันข้าเก็บ
ลงตะกร้าพาสติกไว้ในตู้เย็นนะคะ”
"ขอบใจมากฟารี”
"เช่นนั้นข้าขอตัวท่านทั้งสองค่ะ”
ฟารีไปแล้วมีแต่สาวน้อยที่ทำหน้าไม่รับแขก “เอ!ผมเคยได้ยินกลอนไทยที่ว่าใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับไม่ใช่หรือครับ”
“เขาเรียกว่าเป็นสุภาษิตจ้ะ พ่อคนรู้มาก” หมอเติ้ลยิ้มที่เขาพยายามจะอาคำนี้มาอ้าง
“เอ้า!มาทานข้าวได้แล้วช่างเจรจานัก” หมอเติ้ลเหน็บเอาแล้วมองหน้าคมหล่อที่ส่งสายตาหวานสดใสมาให้
“ทำตาหวานให้ฉันบ่อยๆ หัวใจฉันหายไปเที่ยวไหนนะ” หมอเติ้ลคิด
แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“เติ้ลป๋าเองนะ ป๋าจะโทรมาถามเห็นแป้งเขาบอกว่าตั๋วที่จองไว้ถูกเปลี่ยน”
“อ้าว!ทำไมล่ะค่ะ”
“เขาเลื่อนเป็นชั้นบิสซิเนสคลาสให้ แถมบัตรวีซ่าป๋าก็โดนคืนค่าตั๋วมา เขาบอกว่าทางนี้จัดการชำระแล้วน่ะ”
หมอเติ้ลหันมาทางท่านชายตาดุเหมือนกำลังจะเอาเรื่อง
“นั่งตีหน้าทำไม่รู้เรื่อง มาขอข้าวไข่เจียวกินอยู่ที่นี่” เสียงพูดกับป๋า บอกให้รู้ว่า เติ้ลไม่พอใจ จนป๋าต้องรีบพูดว่า
“เฮ้ย!เขาเป็นผู้ใหญ่กว่านะ เขาหวังดีจะได้เดินทางสะดวก หากท่านชายบอกเติ้ลก่อนเติ้ลก็ไม่ยอมอยู่ดี เอาน่าใจเย็นๆ”
หมอเติ้ลถอนใจยาว แล้วค้อนให้คนที่มองหน้าใสทำเป็นไม่รู้เรื่องทีหนึ่ง
“ป๋าท่านแม่อยากให้พวกเรามาพักที่ที่วังเขามีห้องรับรองแขกสี่ห้อง
เขาว่าเติ้ลก็เหมือนคนในครอบครัวอย่าทำให้เขาเสียน้ำใจ”
“หากเป็นความต้องการของท่านแม่ก็คงปฏิเสธยาก เอาอย่างนี้ ไว้ป๋าคุยกับลุงหม่อมแล้วจะรีบโทรกลับนะลูก”
“เติ้ลรักป๋านะ”
“จ้า ป๋าก็รักหนูที่สุด” เธอวางสายแต่ยังยิ้มค้าง หันมาเจอรอยยิ้มอย่างเอ็นดูของท่านชาย
“ได้คุยกับที่บ้านดูสาวน้อยสดชื่นเหมือนดอกไม้บาน” เขาคิด
“ข้าวไข่เจียวปูนี่อร่อยนะครับ “
“ไม่อร่อยได้ไงคุณตักข้าวจานใหญ่เชียว”
“คนตัวใหญ่ก็กินมากเป็นธรรมดา พอเลี้ยงผมไว้ไหม หรือจะให้ผมเลี้ยงคุณก็ได้”
“บ้า!กินไข่เจียวแล้วเมาหรือไง ฮึ” เขาหัวเราะชอบใจ หมอเติ้ลมองหน้า คมเข้ม แล้วนึกถึงท่านพ่อ แก่ลงหัวคงไม่ล้าน เพราะท่านพ่อหัวไม่ล้าน “ เธอคิดแล้วยิ้ม