เชื่อว่าหลายท่านในห้องนี้ ถึงจะไม่ใช่นักกฎหมายมืออาชีพ แต่คงพอมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายอยู่บ้าง
ซึ่งคงจะมีความคิดเช่นเดียวกับผม ตามหัวข้อกระทู้ อันเนื่องมาจากการอ่านคำพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้
(20 พ.ย.56) จากสำนวนภาษาที่ได้ยินจากปากของศาลรัฐธรรมนูญ เช่น "สภาผัวเมีย" "การถอยหลังลงคลอง"
"สภาผัวเมีย" มันเป็นภาษาพูดของฝ่ายที่หาเหตุผลในการสนับสนุนแนวคิดของฝ่ายตน ซึ่งในความเป็นจริงมันยังคง
ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งสิทธิของแต่ละคนซึ่งได้รับสิทธิตามหลักพื้นฐาน ซึ่งสิทธิดังกล่าวไม่ได้สิ้นสุด หรือ หมดไปจากการ
มีสามี หรือ มีภรรยา ส่วนรายละเอียดข้ออ้างต่างๆที่ตามมานั้น มันเป็นเรื่องของการจินตนาการไปเองเท่านั้น ไม่สามารถ
เป็นข้อสรุปที่ ศาลฯจะนำมาใช้เป็นเหตุผลที่จะอ้างได้
ส่วนการ "ถอยหลังลงคลอง" หรือไม่นั้น ศาลเอาอะไรมาเป็นข้อพิสูจน์ ว่าถอยหลังลงคลอง หรือ จะเดินหน้าเพื่อนำไปสู่การพัฒนา
ประชาธิปไตย การมอบความไว้วางใจในอำนาจของประชาชน อาจจะมีความน่าเชื่อถือและยอมรับได้มากกว่าที่จะมอบอำนาจ
ให้ศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน คิดและตัดสินใจก็เป็นได้
ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญหมดมุกในการนำข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย มาเสนอให้ประชาชนยอมรับได้ จึงเลือกแค่สำนวนโวหาร บนพื้นฐาน
ของการจินตนาการมาโน้มน้าว อ้างเหตุและผลออกมาอย่างไม่สามารถเชื่อถือได้เลย
ศาลรัฐธรรมนูญ จึง"ไร้ราคา" และไม่มีความน่าเชื่อถือใดๆเหลืออยู่เลย
.
ศาลรัฐธรรมนูญ "เล๊ะเทะ" ทำตัวเองหมดราคา
ซึ่งคงจะมีความคิดเช่นเดียวกับผม ตามหัวข้อกระทู้ อันเนื่องมาจากการอ่านคำพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้
(20 พ.ย.56) จากสำนวนภาษาที่ได้ยินจากปากของศาลรัฐธรรมนูญ เช่น "สภาผัวเมีย" "การถอยหลังลงคลอง"
"สภาผัวเมีย" มันเป็นภาษาพูดของฝ่ายที่หาเหตุผลในการสนับสนุนแนวคิดของฝ่ายตน ซึ่งในความเป็นจริงมันยังคง
ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งสิทธิของแต่ละคนซึ่งได้รับสิทธิตามหลักพื้นฐาน ซึ่งสิทธิดังกล่าวไม่ได้สิ้นสุด หรือ หมดไปจากการ
มีสามี หรือ มีภรรยา ส่วนรายละเอียดข้ออ้างต่างๆที่ตามมานั้น มันเป็นเรื่องของการจินตนาการไปเองเท่านั้น ไม่สามารถ
เป็นข้อสรุปที่ ศาลฯจะนำมาใช้เป็นเหตุผลที่จะอ้างได้
ส่วนการ "ถอยหลังลงคลอง" หรือไม่นั้น ศาลเอาอะไรมาเป็นข้อพิสูจน์ ว่าถอยหลังลงคลอง หรือ จะเดินหน้าเพื่อนำไปสู่การพัฒนา
ประชาธิปไตย การมอบความไว้วางใจในอำนาจของประชาชน อาจจะมีความน่าเชื่อถือและยอมรับได้มากกว่าที่จะมอบอำนาจ
ให้ศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน คิดและตัดสินใจก็เป็นได้
ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญหมดมุกในการนำข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย มาเสนอให้ประชาชนยอมรับได้ จึงเลือกแค่สำนวนโวหาร บนพื้นฐาน
ของการจินตนาการมาโน้มน้าว อ้างเหตุและผลออกมาอย่างไม่สามารถเชื่อถือได้เลย
ศาลรัฐธรรมนูญ จึง"ไร้ราคา" และไม่มีความน่าเชื่อถือใดๆเหลืออยู่เลย
.