GTA 5 บทสนทนาแปลไทย #9 'Friend Request'

กระทู้สนทนา
Friend Request



เพราะเป็นหนี้เจ้าพ่อ Martin Madrazo สองล้านห้าแสนเหรียญ Michael จำใจต้องหวนคืนวงการอาชญากรรม (รายละเอียดอยู่ในภารกิจ Marriage Counseling) เขาเดินทางมาชานเมืองเพื่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าชื่อ Lester

Michael เคาะประตูบ้านสภาพทรุดโทรมหลังหนึ่ง เห็นกล้องวงจรปิดหมุนมาจับภาพตนเอง เขาชูนิ้วกลางทั้งสองมือใส่กล้อง "เช็ดแม่ม Lester นายจะให้ฉันเข้าไปป่าว?"

"แป๊บนึง" เสียง Lester ดังผ่านไมโครโฟน จากนั้นประตูก็แง้มออก

สภาพภายในรกรุงรัง Michael เดินถึงห้องซึ่งจัดวางจอมอนิเตอร์และครื่องคอมพิวเตอร์หลายชุด ชายกลางคนหัวเถิกสวมแว่นนั่งบนรถวีลล์แชร์ทักทาย "แปลกใจเหมือนกันตอนนายโทรมานัด"

"นึกว่าฉันตายซิ" Michael ทักตอบ "โล่งอก! ฉันกะไม่ผิด อย่างนายไม่ตายง่ายๆ..." Lester พูดจบก็ตรงเข้าประเด็น "นาย... อยากให้ฉันช่วยอะไร?"

"นายรู้ได้ไง?" Michael นั่งบนโซฟา "อุตสาห์มาถึงนี่ หรือมีเหตุผลอื่น?" Lester ใช้ไม้เท้าพยุงตัวลุกจากรถเข็น เดินโขยกเขยกเข้าหาเพื่อนเก่า

"ที่ผ่านมาฉันเป็นเพื่อนที่ไม่ดีเท่าไร Lester ฉันรู้ตัว" Michael สารภาพ

"อย่างนั้น นายทำงานให้ฉันอย่างนึงเป็นการทดแทน" Lester ยื่นขอเสนอ

Michael ลุกขึ้นยืนช้าๆ ใบหน้าเคร่งขรึม Lester ชะงักแล้วรีบอธิบาย "พูดตรงๆ หมายถึง... ฉันมีบางอย่างต้องเคลียร์ ส่วนนายก็มีเรื่องขอร้องฉัน ทำไมเราไม่ช่วยกันล่ะ?"

"ฉันต้องการหาเงิน" Michael บอกจุดประสงค์

"นายจะคืนวงการ?" Lester เข้าใจความหมาย

"คงงั้น" Michael ยอมรับแล้วพูดต่อ "ฟังนะ Lester เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต..."

Lester หมุนตัวกลับไปนั่งบนรถเข็นแล้วพูดยาวเหยียด "ฉันรู้ นายไม่ได้ซัดทอดถึงฉัน ชื่อฉันไม่ได้ติดอยู่ในบัญชีดำตำรวจ นายไม่ได้หักหลังฉัน และก็เช่นกัน นายก็ควรรู้ว่าฉันไม่เคยเอ่ยเรื่องนายให้ใครฟัง เรื่องที่ศพนายควรจะค่อยๆ ย่อยสลายใน North Yankton แต่กลับกลายเป็นศพเดินได้ใน Los Santos มีจิตแพทย์คอยดูแล... กับภรรยาที่ไม่เหลือความรักต่อกัน"

Michael ถอนหายใจด้วยความอึ้ง คาดไม่ถึงว่า Lester จะติดตามข่าวของเขามาตลอด "ใช่... ถูก... คือ..." เขาอึกอักก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย "นายใส่ไอ้นั่นตั้งแต่เมื่อไร?"

"เดี๋ยว ขอเวลาแป๊บ" Lester โบกมือตัดบทเพราะมีเสียงสัญญานดังขึ้นจากหน้าจอคอมฯ "Eyefind* ส่งข้อความมา... เด็กเกรียนนี่อีกแล้ว ไอ้สวะ แม่มจอมเสแสร้ง" Lester ด่าเป็นชุด (*Eyefind ระบบบริการในอินเตอร์เน็ตของโลกเกม GTA ล้อเลียน Yahoo!)

Michael อดถามไม่ได้ "ใคร? Jay Norris* เหรอ?" (*Jay Norris ผู้ก่อตั้งเว็บไซด์ Lifeinvader ในโลกเกม GTA)

"ใช่ ไอ้กล้วยนี่โคตรยิ้ม อ่านอีเมล์เชี่ยๆ ที่มันส่งมาก็รู้ว่าแม่มจอมปลอม" Lester เดือดดาล

"ฉัน เออ คือ เคยได้ยินเขาพูดว่าทำเพื่อชาติ..." Michael เริ่มสับสน

"หา? ด้วยการจ้างแรงงานต่างชาติ? ขายมือถือทำจากเศษพลาสติก แถมระบบยังห่วยแตก?" Lester ตัดสินใจบางอย่าง "ได้เวลาเอาคืน ไอ้สารเลวลวงโลก"

"นายจะทำอะไรวะ?" Michael ยิ่งงง

"นายกำลังจะได้สัมผัสงานออฟฟิศอย่างที่นายเคยปรารถนา Mikey" Lester ตอบ แล้วหยิบเป้สะพายเชยๆ ใบหนึ่งโยนให้เพื่อน "เอานี่ไป... แฟขั่นย้อนยุค คนรุ่นนี้ดูแล้วอาจตลก แต่เหมาะสำหรับชายวัยสี่สิบห้าผู้ถวิลหายุค 80..."

"ไปหาชุดที่ดูเหมือนอัจฉริยะเศรษฐีพันล้านชอบทำตัวโลว์โซปัญญานิ่มใส่ซะ" Lester สั่งงาน "ทางที่ดี เตรียมทำใจกับอาชีพน่าขยะแขยงที่นายใฝ่ฝันมานาน"

Michael เอ่ยอย่างลังเล "โอเค Lester..." แต่ถูกตะวาดไล่ส่ง "ไปได้แล้ว! พร้อมเมื่อไรค่อยโทรหาฉัน... พวกเราจะนำพาทุนนิยมกลับสู่การแข่งขันที่ยุติธรรม น้องเอ๋ยงานนี้สนุกแน่"

"แม่ม ล้อเล่นป่าววะ?" Michael ขึ้นเสียงบ้าง "ฉันเป็นโจรนะเว้ย ไม่ใช่เว็บดีไซด์เนอร์"

"นายได้ปล้นแน่... อีกไม่นาน รับรอง เหมือนวันคืนเก่าก่อน" Lester บอกเพื่อนแล้วเริ่มหอบไอ เขาหยิบขวดยาขึ้นสูดดม Michael เงียบเสียง ส่ายหัว และทำตามที่เพื่อนสั่ง...



Michael เดินทางถึงร้าน Suburban Store สอบถามพนักงานสาวว่า "อ่า โทษทีครับ ผมมีสัมภาษณ์งานบริษัทไอที ช่วยแนะนำชุดเสื้อผ้าให้ผมหน่อย เอาแบบ... วัยรุ่นบ้าคอมฯ"

"คุณตกงานขณะที่ต้องเลี้ยงดูครอบครัวเหรอ? แย่จังเลย" พนักงานสาวเห็นใจ Michael ทำหน้าเหรอหราตอบว่า "ผมป่าวตกงาน"

"เข้าใจค่ะ อายุมากขึ้น คนใหม่มาแทน พ่อของฉันก็โดนมาเหมือนกัน" พนักงานสาวปลอบ "งั้นคุณต้องหาชุดแบบคนรุ่นใหม่ อย่างเช่น...  เสื้อกั๊กกับกางเกงสองส่วน"

Michael เลือกชุดตามคำแนะนำของพนักงาน จ่ายเงิน ออกจากร้าน แล้วโทรติดต่อกับ Lester "ฉันหาชุดได้แล้ว ทีนี้จะให้ทำไงต่อ?"

"มีมือถือต้นแบบอยู่ที่ไหนซักแห่งในออฟฟิศ Lifeinvader หาให้พบ แล้วฝังมันด้วยชิปในเป้ที่ฉันให้ไป" Lester บอกแผนการ

"แล้วจะเข้าไปในนั้นได้ไง?" Michael ถาม

"ทำไมจะไม่ได้ ถ้านายทำตัวเหมือนพวกนั้น เตร็ดเตร่ด้านหน้า รอคนเปิดประตู แล้ววางมาดซะหน่อย" Lester ชี้ช่องทาง...

Michael มาถึงอาคาร Lifeinvader ประตูทางเข้าทำด้วยกระจกล็อค เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบฆ่าเวลา สักครู่ มีชายหนุ่มคนหนึ่งคาบบุหรี่เดินออกมาจากด้านในตึก Michael ตีสนิทด้วยการทักทายจุดไฟแช็คให้

ชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดแล้วเริ่มคุยน้ำไหลไฟดับ "มี PM บอกมาให้เร่งปฏิบัติการ ทั้งที่ทำกันเต็มที่อยู่แล้ว ผมหมายถึงถ้าคิดจะรื้อโครงสร้างใหม่หมด โดยเฉพาะที่เราวางแผนจะอัพเดตราคาหุ้นในปีถัดไป รู้มั๊ย เรื่องแบบนี้..."

"ช่าย คืองี้ อะไรที่มันต้องทำ ก็ทำไป ใช่มั๊ย?" Michael แทรกขึ้นหลังจากกลอกตาพยักหน้างึกๆ มาพักหนึ่ง

ชายหนุ่มชะงักแล้วพูดต่อ "เอ่อ ผมหมายถึง เรื่องของหุ้นเบต้าในไตรมาศที่สามกับสี่ เป้าหมายโครงการก็เรื่องนึง แต่ถ้าจู่ๆ นึกจะเปลี่ยนดีไซด์ข้ามคืนแบบนี้ ไม่มีใครทำให้ทันหรอก... เข้าใจที่ผมพูดมั๊ย?"

Michael ดับบุหรี่ในมือ "ครับ หมดเวลาพักเบรคตามที่สหภาพกำหนดไว้ ขอตัว..." แล้วทำท่าจะเดินกลับเข้าตึก

"เดี๋ยวก่อน เรารู้จักกันป่ะ?" ชายหนุ่มถาม "มั้ง คิดว่านะ" Michael มั่วนิ่ม

"ลูกจ้างฝ่ายไอทีนี่?" ชายหนุ่มเอ่ยเหมือนนึกขึ้นได้ "ใช่" Michael สวมรอย

พอชายหนุ่มเปิดประตูเข้าในอาคาร Michael รีบเดินตาม "พอดีเลย ช่วยดูคอมฯ ให้หน่อยดิ" ชายหนุ่มวิงวอน

"อ่า คุณต้องทำเรื่องขอมา" Michael ตีเนียน "เอ่อ ไม่ได้ ผมไม่อยากถูกบันทึกประวัติ เรื่อง 'อย่างว่า' น่ะ คุณคงเข้าใจนะ?"



Michael ฉวยโอกาสเดินตาม 'โปรแกรมเมอร์' หนุ่ม ขึ้นชั้นบนจนถึงออฟฟิศของ Lifeinvader ชายหนุ่มชี้ไปที่โต๊ะทำงาน "เครื่องนั้นครับ" แล้วหันไปแก้เกี้ยวกับคนอื่นๆ ในห้อง "ถ้าพวกนายยอมให้ฉันใช้ OS ที่บอก ปัญหามันก็ไม่เกิดหรอก"

Michael นั่งลงหน้าจอคอมฯ สิ่งที่ปรากฏคือหน้าต่างป๊อปอัพโฆษณาและภาพเปลือยเกลื่อนกลาด "นึกว่าเรื่องอะไรซะอีก" Michael โล่งใจ "อ่า มีโปรแกรมป้องกันไวรัสมั๊ย?"

"มีมั้ง อยู่ทางซ้าย หน้าต่างขยะมันบังไว้ ผมแค่คลิกที่ลิงค์เตือน 'ไม่ปลอดภัยต่อการทำงาน' มันแห่กันมาบาน" โปรแกรมเมอร์หนุ่มเล่า

"ช่าย ไม่ปลอดภัย อืม คอมฯ ของลูกชายผมก็เจอแบบเดียวกะคุณเป็นประจำ ผมจะไล่ปิดป๊อบอัพพวกนี้ก่อน" Michael บอก

"ลูกคุณเขียนโปรแกรมด้วยเหรอ? ดีจัง หัดตั้งแต่เด็กๆ จะได้เก่งๆ พวกที่เริ่มตอนโตฝีมือห่วยแตกทั้งเพ" ชายหนุ่มจ้อไม่หยุดกระทั่ง Michael เปิดโปรแกรมกำจัดไวรัสสำเร็จ "เริ่มสแกน... เสร็จเรียบร้อย ทีหน้าทีหลังก็พยายามนึกถึงคำว่า 'ปลอดภัยต่อการทำงาน' ไว้ก่อนล่ะ" Michael บอก

โปรแกรมเมอร์หนุ่มทำท่าดีดกีตาร์อย่างลิงโลด แล้วพูดขึ้นว่า "เฮ้ คุณเห็นเครื่องต้นแบบในห้องเดโมหรือยัง?" เขาชี้ไปยังห้องถัดไป "Norris เปิดตัวในงานเมื่อไรต้องฮือฮาแน่นอน"

"เห็นด้วยเลย" Michael ดีใจเมื่อรู้ที่ตั้งเป้าหมายอย่างง่ายดาย เขาเดินเข้าห้องที่ชายหนุ่มบอก เปิดกล่องซึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงาน ข้างในมีมือถือต้นแบบ "อ่า เยี่ยม... ดีมาก" เขาหยิบชิปจากเป้สะพาย ติดตั้งมันลงในมือถือ ก่อนจะนำกลับไปวางยังกล่องดังเดิม จากนั้นก็เดินออกจากตึก Lifeinvader อย่างสบายใจ

Michael ต่อสายหา Lester แต่ปลายสายกำลังสาละวนกับกิจกรรมบางอย่าง "เฮ้ Michael ถือสายรอแป๊บ แป๊บนึง ยิงมัน ฆ่ามัน..."

"Lester? ไอ้นั่นอยู่ในเครื่องต้นแบบแล้ว ฉันกำลังกลับบ้านไปดูงานเปิดตัว" Michael รายงาน

"เอานี่ไปกินซะ เพื่อน!" Lester เอะอะมะเทิ่ง "Lester นายได้ยินมั๊ย? หรือนายมัวแต่เล่นเกมอยู่?" Michael นึกขึ้นได้ถึงความชอบของเพื่อนเก่า

"เออ เออ รู้แล้ว มือถือเรียบร้อย..." Lester ตอบอย่างรำคาญ "อะไรนักหนา แกไม่ชอบเกมเดินยิงเหรอวะ?"

"น่าเบื่อทุกเกม อีกอย่างแกก็รู้ ฉันมันคอหนังคลาสสิค Vinewood เว้ย"

"หนังคลาสสิค Vinewood หายไปสามสิบปีแล้ว ตอนนี้มีแต่ซุปเปอร์ฮีโร่ โรแมนติกคอมมิดี้ แล้วก็รีเมค ฉันไม่สนจะดูหรอก" Lester บอก

"เฮ้ ฉันเชื่อว่าเรายังสร้างหนังดีๆ อยู่นะ ไม่มีอะไรจะนิยามชีวิตอเมริกันชนได้ดีไปกว่า พล็อตเรื่องสองชั่วโมงกับฮีโร่สุดเท่ห์สยบอธรรม"

"เชิญนายดูไปคนเดียว ไงก็เหอะ โทรเข้าเครื่องต้นแบบตอนมันเปิดตัวด้วยละ แล้วค่อยคุยกัน" Lester สั่งงานก่อนจะวางสาย



Michael เดินเข้าห้องนั่งเล่นเห็น Tracey กำลังเพลินกับทีวีจอยักษ์ "โอ้พระเจ้า! พวกนายไม่ได้เรื่องเลย!" เธอวิจารณ์โชว์ที่ดูอยู่

Michael ยกมือโบกไล่ลูกสาว "ออกไปก่อน" แต่ถูกปฎิเสธ "ไม่ หนูจะดูรายการ 'รุ่งหรือร่วง'!"

ผู้เป็นพ่อเลยใช้กำลังแย่งรีโมทจากมือลูก "ยัยเด็กดื้อ! เอามา" ลูกสาวโวยวายขัดขืน "ไม่ ไม่ ไม่! อ้ากกก!" แต่สุดท้ายทานกำลังของพ่อไม่ไหว Tracey กรีดร้องกระทืบเท้าขัดเคืองใจกลับขึ้นห้องนอนชั้นบน

Michael เปลี่ยนช่องทีวีไปรายการถ่ายทอดสดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Lifeinvader เสียงจากโทรทัศน์ดังขึ้น "สุภาพบุรุษ สุภาพสตรี! โปรดปรบมือต้อนรับคุณ Jay Norris!"

Jay Norris ปรากฏตัวบนเวที "หวัดดี" เขาเริ่มสุนทรพจน์ "บริษัทของเราก่อตั้งมายาวนาน ตั้งแต่ผมเริ่มต้นธุรกิจครั้งแรกที่บ้านพ่อแม่แถวหนองน้ำ East Carraway... และวันนี้ทุกคนจะได้พบนวัตรกรรมชิ้นใหม่ ทรงประสิทธิภาพ วัสดุชั้นเลิศ สวยโฉบเฉี่ยว ครองใจคนทั้งโลก!"

รอจนเสียงปรบมือโห่ร้องสงบ เขาจึงพล่ามต่อ "เราเคยนำข้อมูลของคนร่วมพันล้านออกสู่สาธารณะ เราทุ่มเม็ดเงินทุกสตางค์เพื่อประโยชน์สูงสุด เรายังเป็นหนึ่งในบริษัทซึ่งมีพนักงานวัยเยาว์ที่สุดในโลก เฉลี่ยอายุเพียง 14.4 ปี... และนั่นไม่ใช่แค่คำว่าน่าทึ่ง มันคือการปฎิวัติวงการ!"

เหล่าสาวกพากันกรีดร้องดังกว่าเดิม... "วันนี้ ที่นี่ พวกเรากำลังจะก้าวสู่ทิศทางใหม่ เชิญพบกับ... อนาคตแห่งการสื่อสาร!"

"โชว์เลย!" "เอาเลย!" ฝูงชนถูกเร่งเร้าอารมณ์ร่วมจนถึงขีดสุด

Jay Norris หยิบมือถือต้นแบบขึ้นมาชู "เครื่องมือสื่อสารของ Lifeinvader สิ่งประดิษฐ์เหนือชั้นที่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบพกพา... ที่คุณสามารถสื่อสารได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่ว่าบนรถเมล์ รถไฟฟ้า..."

"รถพ่อม รถแม่ม" Michael สบถแล้วหยิบมือถือต่อสายเข้าหาเครื่องที่อยู่ในมือของ Jay Norris

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นบนเวที "ขอเวลาผมเดี๋ยวเดียว มีคนพยายามจะสื่อสารกับผม" Jay Norris กล่าวกับผู้เข้าร่วมงาน เขากดรับสาย "ฮัลโหล?"

ตูม! ระเบิดดังบึ้มจากมือถือต้นแบบ ส่งร่างของ Jay Norris ปลิวกระเด็นร่วงลงกับพื้นเวที!

"โอ้ว อ๊าค โอ้ว พระเจ้า! โว๊ววว ไอ้ Lest... อู้ววว" Michael สยองขวัญเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนจอทีวี แล้วสัญญานภาพก็ถูกตัด... Michael ได้แต่ส่ายหัวกับแผนการสุดโหดของ Lester เพื่อนเก่า!

(จบตอน Friend Request)

ตอนถัดไป #10 Casing the Jewel Store
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เกม ซอฟต์แวร์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่