เมื่อเศษแก้วชิ้นเล็กๆจากวัดพระแก้ว กลายเป็นที่มาของฝันร้ายและความวิบัติของฝรั่งชาวเยอรมัน๒ปีเต็ม คนไทยก็ยังเคยเจอดี-บวม

เมื่อเศษแก้วชิ้นเล็กๆจากวัดพระแก้ว กลายเป็นที่มาของฝันร้ายและความวิบัติของฝรั่งชาวเยอรมัน๒ปีเต็ม คนไทยก็ยังเคยเจอดี-อวัยวะเพศถึงกับบวม(รูปล่างสุด)

เศษแก้วสีมรกตกับคำสาปแห่งสยาม
เหตุเกิดเมื่อ พฤศจิกายน พ.ศ. 2546

นายเจอเก้น ซี (Mr. Juergen C.) นักท่องเที่ยวหนุ่มชาวเยอรมัน เดินทางมาพักผ่อนที่กรุงเทพฯ พร้อมกับแฟนสาว เขาตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของสถาปัตยกรรมไทย โดยเฉพาะที่วัดพระแก้ว
ในขณะที่เขากำลังเดินชมความวิจิตรของพระมณฑบอยู่นั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็น "เศษแก้วสีเขียวมรกต" ชิ้นเล็กๆ ขนาดประมาณ 1x1 นิ้ว ตกอยู่ที่พื้น เขาเข้าใจว่ามันเป็นชิ้นส่วนที่หลุดร่วงมาจากยอดเจดีย์หรือผนังมณฑบ ด้วยความเลื่อมใสในแบบที่เขาเข้าใจไปเอง เขาคิดว่านี่คือ "สัญญาณจากพระพุทธเจ้า" ที่ประทานของที่ระลึกอันล้ำค่านี้ให้แก่เขา

นายเจอเก้นไม่ได้แอบหยิบไปในทันที เขาได้เอ่ยถาม มัคคุเทศก์ (ไกด์) ที่นำเที่ยวในวันนั้นว่าเขาสามารถเก็บเศษแก้วชิ้นนี้กลับไปได้หรือไม่ แทนที่จะได้รับคำสั่งสอนที่ถูกต้อง ไกด์คนนั้นกลับบอกให้เขา "ตั้งจิตขอจากองค์พระแก้วมรกต" เมื่อเขารู้สึก (ไปเอง) ว่าได้รับอนุญาต เขาจึงเก็บเศษแก้วนั้นใส่กระเป๋าและนำกลับไปยังประเทศเยอรมัน
หลังจากที่เศษแก้วสีเขียวชิ้นนั้นเดินทางข้ามขอบฟ้าไปสู่เยอรมัน ชีวิตของนายเจอเก้นที่เคยปกติสุขกลับพลิกผัน ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี เขาต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาในหน้าที่การงานและมรสุมในชีวิตส่วนตัว ความโชคร้ายถาโถมเข้ามาจนเขาเริ่มฉุกคิดถึง "ของที่ระลึก" จากแดนสยาม

ด้วยความละอายใจและความกลัวที่ก่อตัวขึ้น นายเจอเก้นตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาควรทำตั้งแต่วันแรก เขาบรรจุเศษแก้วชิ้นนั้นลงในซองจดหมาย พร้อมเขียนจดหมายสารภาพผิดส่งมายัง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ในจดหมายระบุใจความว่า “ผมรู้สึกละอายใจมากที่เข้าใจผิดไปเอง ตั้งแต่ได้แก้วชิ้นนี้มา ชีวิตผมมีแต่เรื่องโชคร้าย ผมไม่สมควรจะเป็นเจ้าของมันอีกต่อไป” นอกจากส่งของคืนแล้ว เขายังแจ้งความประสงค์จะส่งเงินมาร่วมบริจาคเพื่อทำพิธีขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

เมื่อเรื่องราวนี้ถึงหูปลัดกระทรวงวัฒนธรรม หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ ท่านได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะโบราณสถานและวัดวาอารามของไทยล้วนมี "คำสาปกำกับ" โดยครูบาอาจารย์โบราณ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครนำสมบัติของแผ่นดินไปเป็นของส่วนตัว ท่านยังเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวครั้งที่ไปบูรณะพระธาตุพนม ซึ่งคนงานที่แอบหยิบของโบราณไปก็ต้องพบจุดจบที่ไม่ดีจนต้องนำมาคืนเช่นกัน

ข่าวนี้โด่งดังไปถึงสำนักข่าวระดับโลกอย่าง AFP ที่หยิบยกประเด็น "อาถรรพ์วัดพระแก้ว" ไปรายงาน จนทำให้เจ้าหน้าที่ในวัดต้องเพิ่มความเข้มงวด ตรวจตรานักท่องเที่ยวและกำราบมัคคุเทศก์ที่ขาดจรรยาบรรณอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
ทิ้งไว้เพียงบทเรียนราคาแพงให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้รู้ว่า... สมบัติของแผ่นดิน ไม่ว่าจะมีค่าเพียงเศษเสี้ยว ก็มิอาจครอบครองได้ด้วยความโลภ…





ที่มา
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่