ขอย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว.... ช่วงเดือนธันวาคม
เพื่อนหญิงผมนั่ง Taxi กลับมหาลัย คุณลุง Taxi ก็ชวนคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ จนมาถึงเรื่องท่องเที่ยว คุณลุงจัดหนักเลยเพราะคุณลุงเคยเป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้มาก่อน ( นี่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เราอยากเข้าป่า 5555 )
หลังจากนั้นไม่กี่วัน เพื่อนผมคนนั้น มันก็มาชวนไปเข้าป่า เช่ารถโฟวีลล์คนหนึ่ง บวกกับชวนเพื่อนๆร่วมทริปอีก 3 คน ทุกคนกำลังเรียนอยู่ แต่ก็ยอมละทิ้งหน้าที่การงาน เพื่อจะไปดมกลิ่นหญ้า กลิ่นหมอก กลิ่นลมบนภูเขา
วันที่หนึ่ง
การเดินทางเริ่มต้นที่หน้าหอ TU Dome เวลาประมาณ 3 ทุ่ม ทริปนี้พวกเรานอนกลางป่า ไม่มีการเช่าห้องพักใดๆ ทั้งสิ้น เตรียมเสบียงอาหาร และเครื่องไม้เครื่องมือป้องกันตัวกันไปเอง วางแผนล่วงหน้าเพียง 1 อาทิตย์ เราไปกัน 5 คน รวมคนขับเป็น 6 ของที่เราขนไปเยอะมากจนข้างหน้าเหลือที่นั่งเพียง 2 ที เราให้สาวๆ นั่งหน้า ส่วนผู้ชายแมนๆ อย่างเรา ก็นั่งหลังคดหลังแข็งอยู่หลังกระบะไปเหมือนแรงงานต่างด้าว 555

เดินทางไปเรื่อยๆ ซักพักก็มีเสียงเบรคลากยาว และเสียงตบท้าย "ตึ้ง!" อย่างดัง รถเสียหลักเล็กน้อย และก็มีเสียงเตือนดังขึ้น ทำให้การเดินทางของเราต้องหยุดชะงัก และเมื่อลงมาดูก็พบว่า ล้อเรายางแตกใน เพราะหลุมบนถนนอย่างที่เห็น

เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการเปลี่ยนยางสำรอง ซึ่งข้างทางมีแต่ทุ่งนา กับเสียงกบเสียงเขียด กลัวผีมาก 5555 หลังจากเปลี่ยนเสร็จเราก็ขับต่อไปจอดหน้าร้านปะยางตอน ตี 4 และรอให้ร้านเปิด เพื่อจะได้ปะยางเก่า เผื่อเส้นทางข้างหน้า เราจะเจอเหตุการแบบนี้อีก

Part 1 : Palapilii Thailand : บุกป่าตะวันตก
วันที่สอง
เช้าตรู่กับอีกจังหวัดหนึ่ง ตอนนี้เราอยูที่ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี หลังจากที่ซ่อมรถเสร็จ เราก็มากราบไหว้พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย เพื่อขอพรให้การเดินทางครั้งนี้ไร้ปัญหาต่างๆนาๆ ทั้งปวง

เราสามคนเด็กผู้ชายตัวน้อยๆ นั่งหลังนอนตากแดดกันจนตัวจะเกรียมอยู่แล้ว จุดหมายต่อไปคือ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี...

ตอนนี้เราอยูที่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เวลาเที่ยงๆ ยังไม่ได้กินข้าวเช้าด้วย เราก็เข้ามาที่ตลาด อ.บ้านไร่ เพื่อกินข้าวเช้าบวกเที่ยง และเตรียมเสบียงก่อนเข้าไปลุยในป่า บอกเลยว่า พวกเราตื่นเต้นกันมากๆ



คราวนี้ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อแล้ว ทุกคนไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อคืน รอไปเล่นน้ำตกกลางป่ากัน ระหว่างทางจะมีวิวทิวทัศน์ที่สวยขึ้นเรื่อยๆ เพราะเริ่มห่างไกลจากความเจริญมากขึ้น ทุกคนยังคงตื่นเต้นและโหยหากลิ่นหมอก กลิ่นภูเขา

จุดหมายแรกที่เราจะแวะพักคือ น้ำตกหินลาด (น้ำตกไซเบอร์) จากถนนหลักเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลูกรัง ซอยแคบๆ ถนนเริ่มจะกันดานขึ้นเรื่อยๆ มีสวนมันสัมปะหรัง และพืชพันธุ์อีกหลายชนิดข้างทาง
เราเก็บภาพ ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ และก็คุยโม้กันยกใหญ่ สองสาวเิปิดกระจกข้าง รับอากาศบริสุทธิ์ ส่วนพวกเราผู้ชาย ก็ยืนบนกระบะ ปล่อยให้ลมที่หอมกลิ่นภูเขา ตีพัดเข้าหน้าอย่างที่โหยหามานาน

และแล้วเราก็มาถึงเป้าหมายแรกแล้วครับ
บริเวณที่เราจะเข้าไปพักอยู่ในส่วนของการดูแลของเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ไหนๆ มาแล้ว ก็เลย "แชะ!" หน้าป้ายกันซะเลย : )
ขอบคุณที่ติดตามมาถึงตรงนี้นะครับ แล้วถ้าว่างจะมาอัพเดทเรื่องราวต่อครับ ^___^
[CR] บุกป่าตะวันตก 6 วัน
เพื่อนหญิงผมนั่ง Taxi กลับมหาลัย คุณลุง Taxi ก็ชวนคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ จนมาถึงเรื่องท่องเที่ยว คุณลุงจัดหนักเลยเพราะคุณลุงเคยเป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้มาก่อน ( นี่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เราอยากเข้าป่า 5555 )
หลังจากนั้นไม่กี่วัน เพื่อนผมคนนั้น มันก็มาชวนไปเข้าป่า เช่ารถโฟวีลล์คนหนึ่ง บวกกับชวนเพื่อนๆร่วมทริปอีก 3 คน ทุกคนกำลังเรียนอยู่ แต่ก็ยอมละทิ้งหน้าที่การงาน เพื่อจะไปดมกลิ่นหญ้า กลิ่นหมอก กลิ่นลมบนภูเขา
วันที่หนึ่ง
การเดินทางเริ่มต้นที่หน้าหอ TU Dome เวลาประมาณ 3 ทุ่ม ทริปนี้พวกเรานอนกลางป่า ไม่มีการเช่าห้องพักใดๆ ทั้งสิ้น เตรียมเสบียงอาหาร และเครื่องไม้เครื่องมือป้องกันตัวกันไปเอง วางแผนล่วงหน้าเพียง 1 อาทิตย์ เราไปกัน 5 คน รวมคนขับเป็น 6 ของที่เราขนไปเยอะมากจนข้างหน้าเหลือที่นั่งเพียง 2 ที เราให้สาวๆ นั่งหน้า ส่วนผู้ชายแมนๆ อย่างเรา ก็นั่งหลังคดหลังแข็งอยู่หลังกระบะไปเหมือนแรงงานต่างด้าว 555
เดินทางไปเรื่อยๆ ซักพักก็มีเสียงเบรคลากยาว และเสียงตบท้าย "ตึ้ง!" อย่างดัง รถเสียหลักเล็กน้อย และก็มีเสียงเตือนดังขึ้น ทำให้การเดินทางของเราต้องหยุดชะงัก และเมื่อลงมาดูก็พบว่า ล้อเรายางแตกใน เพราะหลุมบนถนนอย่างที่เห็น
เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการเปลี่ยนยางสำรอง ซึ่งข้างทางมีแต่ทุ่งนา กับเสียงกบเสียงเขียด กลัวผีมาก 5555 หลังจากเปลี่ยนเสร็จเราก็ขับต่อไปจอดหน้าร้านปะยางตอน ตี 4 และรอให้ร้านเปิด เพื่อจะได้ปะยางเก่า เผื่อเส้นทางข้างหน้า เราจะเจอเหตุการแบบนี้อีก
Part 1 : Palapilii Thailand : บุกป่าตะวันตก
วันที่สอง
เช้าตรู่กับอีกจังหวัดหนึ่ง ตอนนี้เราอยูที่ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี หลังจากที่ซ่อมรถเสร็จ เราก็มากราบไหว้พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย เพื่อขอพรให้การเดินทางครั้งนี้ไร้ปัญหาต่างๆนาๆ ทั้งปวง
เราสามคนเด็กผู้ชายตัวน้อยๆ นั่งหลังนอนตากแดดกันจนตัวจะเกรียมอยู่แล้ว จุดหมายต่อไปคือ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี...
ตอนนี้เราอยูที่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เวลาเที่ยงๆ ยังไม่ได้กินข้าวเช้าด้วย เราก็เข้ามาที่ตลาด อ.บ้านไร่ เพื่อกินข้าวเช้าบวกเที่ยง และเตรียมเสบียงก่อนเข้าไปลุยในป่า บอกเลยว่า พวกเราตื่นเต้นกันมากๆ
คราวนี้ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อแล้ว ทุกคนไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อคืน รอไปเล่นน้ำตกกลางป่ากัน ระหว่างทางจะมีวิวทิวทัศน์ที่สวยขึ้นเรื่อยๆ เพราะเริ่มห่างไกลจากความเจริญมากขึ้น ทุกคนยังคงตื่นเต้นและโหยหากลิ่นหมอก กลิ่นภูเขา
จุดหมายแรกที่เราจะแวะพักคือ น้ำตกหินลาด (น้ำตกไซเบอร์) จากถนนหลักเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลูกรัง ซอยแคบๆ ถนนเริ่มจะกันดานขึ้นเรื่อยๆ มีสวนมันสัมปะหรัง และพืชพันธุ์อีกหลายชนิดข้างทาง
เราเก็บภาพ ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ และก็คุยโม้กันยกใหญ่ สองสาวเิปิดกระจกข้าง รับอากาศบริสุทธิ์ ส่วนพวกเราผู้ชาย ก็ยืนบนกระบะ ปล่อยให้ลมที่หอมกลิ่นภูเขา ตีพัดเข้าหน้าอย่างที่โหยหามานาน
และแล้วเราก็มาถึงเป้าหมายแรกแล้วครับ
บริเวณที่เราจะเข้าไปพักอยู่ในส่วนของการดูแลของเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ไหนๆ มาแล้ว ก็เลย "แชะ!" หน้าป้ายกันซะเลย : )
ขอบคุณที่ติดตามมาถึงตรงนี้นะครับ แล้วถ้าว่างจะมาอัพเดทเรื่องราวต่อครับ ^___^