เรื่องเล่ส

กระทู้สนทนา
///////////////////////////เจอดีที่โป่งน้ำซับ//////////////////
เรื่องนี้ลับและความเชื่อนั้นต้องยอมรับเลยว่ายังอยู่คู่สังคมไทยมาเนิ่นนานตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งความเชื่อเรื่องอาถรรพ์เรื่องผีแม้กระทั้งคาถาอาคมต่างๆ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่บุคคล ซึ่งนักนิยมไพรหรือนักท่องป่านั้นจะได้ยินเรื่องเล่ากันบ่อยนัานก็คือเสือสมิง ส่วนตัวผมเองก็มักจะให้ปู่กับพ่อหรือแม้กระทั้งคนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟัง ตัวผมเองนั้นชอบนอนฟังมาก จากที่ฟังเรื่องเล่ามานั้น เสือสมิงมีหลายรูปแบบ บางทีก็แปลงกายเป็นคนในครอบครัวมาเรือกให้ลงจากต้นไม้ แปลงเป็นพระบ้าง หรือว่าพรายคนไหนเมียกำลังท้อง เสือทฃสมิงก็จะแปลงร่างเป็นญาติเป็นคนในหมู่บ้านมาเรียกให้ลงจากต้นไม้บอกว่าเมียกำลังจะคลอดลูกให้รีบกลับบ้าน พรานคนไหนลืมคิดหรือไม่ตระหนักคิดก็จะรรบลงจากนั่งห้างยิงสัตว์เพื่อที่จะรีบกลับไปดูเมียที่บ้าน พอลงมาถึงพื้นดินคนที่เสือสมิงแปลงร่างแปลงดายมาก็จะกลับเป็นเสือสมิงจับพรานคนนั่นกิน ซึ่งเราจะได้ยินเรื่องเล่าเหล่านี้มานมนาน ส่วนตัวผู้เขียนเรื่องนี้ก็ไม่ได้เชื่อเรื่องลี้ลับนี้สักเท่าไรแต่ก็อดใจที่จะชอบให้คนแก่คนเฒ่าเล่าให้ฟังไม่ได้ และตัวผู้เขียนเองก็ชอบท่องเที่ยวป่าและชอบถ่ายรูปสัตว์ป่า ชอบไปตามป่าตามเขาถ่ายรูปสัตว์ป่าและชอบเรียนรู้การดำรงชีวิตของสัตว์ป่าเหล่านั้นว่าการใช้ชีวิตการดำรงชีวิตอย่างไร และมีเหตุการณ์หนึ่งที่ผู้เขียนได้เจอด้วยต้นเองไม่คิดว่าเราจะได้เจอกับตัวเอง ซึ่งครั้งนั้นผู้เขียนเองได้เดินทางไปที่โป่งน้ำซับเพื่อที่จะไปนั่งห้างถ่ายรูปหมูป่าโทนลงมากินดินโป่ง โป่งนี้ไม่ได้อยู่ในเขคป่าสงวนเพียงอยู่ติดกับพื้นที่อุทยาน และเป็นไร่ข้าวไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน ซึ่งผมได้รู้จักลุงเอกเมื่อก่อนแกเป็นพรานล่าสัตว์ป่าแต่ปัจจุบันแกไม่ได้ออกล่าสัตว์ป่าแล้วเนื่องด้วยอายุและการดูแลป่าดูแลสัตว์ป่าอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่รัฐ ลุงเอกได้โทรมาบอกมีหมูโทนลงมากินข้าวโพดกินข้าวในไร่ หมูโทนตัวนี้ใครยิงมันก็ไม่มีครได้มันเลย รอยลูกปืนเต็มตัวแต่ไม่มีใครพิชิตมันได้เลย น้ำหนักน่าจะเป็นร้อยกิโลกรัม ความฉลาดของมันจะบอกว่าขั้นเทพก็ไม่ผิด พรานไปนั่งห้างดักยิงที่ใดมันก็จะลงไปกินข้าวโพดอีกทางหนึ่ง เคยมีพรานเอาหมาไปไล่เหล่าพรานได้หอบหมากลับบ้านไร้ลมหายใจ เพราะมันไล่ขวิดหมาใส้แตกก็มี หมูป่าโทนตัวนี้ถึงกับประสบการณ์ขั้นเทพ ลุงเอกเล่าว่าบางทีเราไปไร่ข้าวโพดไม่ได้เอาปืนไปหมูป่าโทนตัวนี้ก็จะออกมาเดินให้เราเห็นใกล้ๆเหมือนมันรู้ว่าเรานั่นไม่สามารถทำอะไรมันได้ลุงเอกบางทีถึงกับหลุดปากมาว่าผมจะหมั่นเขี้ยวมันเหลือเกิน โป่งน้ำซับแห่งนี้อยู่ในหุบเขาท้ายไร่ลุงแฉ่งเพื่อนเกลอลุงเอกสายเป๊กทั้งคู่ เมื่อผู้เขียนเดินทางไปถึง ก็ได้จัดเตรียมกล้องถ่ายรูปอุปกรณ์ที่ต้องใช้ และได้เดินทางไปกระท่อมที่ไร่ลุงแฉ่งเพื่อจะเดินเท้าไปทำห้างที่ต้นข่อยขนาดใหญ่กิ้งก้านสาขาจำนวนมากและที่สำคัญต้นข่อยเนื้อไม้เกนียวมากหักยากสามารรับน้ำหนักได้ ซึ่งเราก็ได้ขอแรงลุงแฉ่งให้ไปช่วยทำห้างค่าจ้างด้วยสุราเถื่อน1แกลลอนราคาสามร้อยห้าสิบบาท ซึ่งที่ที่ผู้เขียนทำห้างเพื่อถ่ายรูปหมูป่าโทนไม่ได้ไกลจากกระท่อมลุงแฉ่งมากประมาณ800เมตรเห็นจะได้ สามคนรวมผู้เขียนด้วยได้ไปตัดไม้ไผ่ท้ายไร่มาขัดห้างทำอย่างดีสามารถนอนได้สามถึงสี่คน พอทำห้าวเสร็จลุงแฉ่งเจ้าของกอไผ่ถึงกับบ่นว่าพวกทำห้างกันทีกอไผ่กูหมดไปครึ่งกอ เวลาผ่านไปก็บ่ายคล้อยพวกเราจึงได้เดินทางกลับมาในหมู่บ้านเพื่ออาบน้ำกินข้าวพบคล่ำจะได้ไปนั่งห้างเพื่อถ่ายรูปหมูป่าโทน เมื่อเราทำทุระส่วนตัวเสร็จเก็บของด้วยรถกระบะไมตี้เอ็กรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าของและได้แวะรับลุงแฉ่งที่บ้านพร้อมการเดินทางไปในไร่ข้าวโพด ซึ่งเวลานั้นก็หกโมงเย็นก็เริ่มมืดเพราะช่วงนั้นเป็นหน้าหนาวเดือนธันวาคม ผู้เขียนและลุงเอกก็ได้จอดรถที่กระท่อมและได้เดินเท้าำปที่ห้างที่เราทำใว้ส่วนลุงแฉ่งขอนอนที่กระท่อม เมื่อเราเดินทางมาถึงขึ้นห้างแล้วก็มองไปที่กระท่อมเห็นไฟตะเกียงจุดสว่างที่ระท่อม พอเราขึ้นห้างแล้วผู้เขียนก็ไม่ลืมพกเครื่องดื่มแก้หนาวไปด้วยหงษ์ทอง1กลมเอาใว้กรึ๊บแก้หนาว ห้างที่ทำใว้ใหญ่แข็งแรงมั่นคงและผู้เขียนและลึงเอกได้เตรียมผ้าห่มหมอนไปด้วย เมื่อเตรียมกล้องเสร็จพร้อมแล้ว เราก็ได้นั่งมองนั่งฟังเสียงรหัสป่าว่ามีอะไรลงมาที่โป่งที่เรานั่งไหม มือก็หยิบขวดมาเทใส่แก้วไม่ไผ่คนละกรึ๊บสองกรึ๊บใหญ่ร้อยคอว๊าบแหม่จะว่าไปบรรยากาศมันได้ ยกกรึ๊บไปกรึ๊บมาระหว่างรอหมูโทนลงโป่งหงษ์ทองเราก็เกือบหมดกลม ความกรึ่มก็ตามมาทั้งสองคน ลุงเอกได้กระซิบมาช่วงนั้นเป็นเวลาตีสองเห็นจะได้ บอกว่าคืนนี้คงไม่มีอะไรลงมาโป่งแล้วพักผ่อนเอาแรงวันพรุ้งนี้ค่อยมาใหม่ ผู้เขียนเองก็เหนื่ยล้าจากการเดินทางและแบกไม้มาทำห้างเพราะเป็นหุบเขาค่อนข้างชันจึงได้ปูถุงนอนต่างคนต่างเอนตัวหลับไปตอนไหนไม่ทราบ มารู้ตัวอีกทีลุงเอกมาสะกิดผมและปลุกให้ลุก แล้วได้ส่องไปฉายไปใต้ต้นไม้ที่เราขัดห้างผมดูนาฬิกาเวลาตีสาม และได้เห็นลุงแฉ่งมายืนเรียก ไอ้เอก ไอ้เอก ลงเอาไฟแช็คมาให้กูทีไฟแช็คที่กระท่อมกูพังกู้ลยเดินมาที่ห้างเพราะเห็นว่าใกล้สว่างแล้ว ลุงเอกก็ได้กระซิบบอกผมอย่าลงนะอาจเป็นเสือสมิง ลุงเอกเลยได้ถามไปจมาอะไรเวลานี้ใครเค้าจะลงจากห้างเป็นกฏของพราน ด้วยความที่ลุงเอกเป็นพรานเก่าคงจะเคร่งคัดในกฏของพรานป่า และลืมไปว่าห้างที่เราทำนั้นอยู่ชายไร่ ลุงแฉ่งก็ได้เรียกลุงเอกขอไฟแช็คจะเอาไปก่อไฟผิงเพราะอากาศมันหนาว ผมเห็นลุงเอกรายคาถาอาคมเป่าไปที่กำมือส่มทีแล้วเขวี้ยงไปที่ลุงแฉ่ง แล้วได้โยนห่อยาเส้นที่มีไฟแช๊คไปให้ลุงแฉ่งแกก็จุดพร้อมพันยาเส้นดูดพร้อพูดออกมานี่รู้ใจกูจริงๆเลยกำลังอยากสูบยาพอ แกเลยบอกให้ลุงเอกลงมากันได้แล้วหมูมันไม่มาแล้ว สองคนนอนกรนกันลั่นหุบหมูมันคงจะลงมาให้เห็นหน้าอยู่หรอก ผู้เขียนกับลุงเอกมองหน้ากัน ด้วยความที่ลุงเอกเป็นพรานเก่าด้วยความมั่นต้องมาก่อนแกได้ล้วงไปในย่ามพร้อมยริกรรมคาถาเป่าไปสามทีขว้างข้าวสารเสกไปที่ลุงแฉ่งเมื่อข้าวสารเสกได้ถูกตัวลุงแฉ่งได้ร้องเสียงดังสนั่นป่ามาว่า ข้างมาทำพ่อทำแม่รึไอ้ยิ้ม กูคนนี่ดูระครเยอะไปแล้วไอ้เอกนี่มันชายไร่ไม่ได้อยู่ในป่าดงดิบ ไอ้ยิ้ม ผมถึงกับหัวเราะลั่นหุบเขา เสือสมืงพ่อเสือสมิงแม่มันมาอยู่ป่าข้าวโพดรึ ไปๆลงมาเอาเหล้าสีมาถอนด้วยจะสว่างแล้ว เรื่องเล่าก็มีเท่านี้ครับ.
ด้วยความเคารพ.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่