09 กันยายน 2556 แหล่งข่าวจากกสทช. TRUE ต้องขอใบอนุญาติประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ก่อนตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมได้
ประเด็นหลัก
แหล่งข่าวจากกสทช. ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2556 ที่ผ่านมา มีมติให้สำนักงานกสทช.ศึกษารายละเอียด หลักเกณฑ์และบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุน IFF และได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม กรณีการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ตามที่ทรูได้ยื่นเรื่องขออนุญาตเพื่อนำเสาโทรคมนาคมและทรัพย์สินที่มีไประดมทุน โดยกำหนดให้คณะทำงานฯต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คณะทำงานฯได้สรุปผลวิเคราะห์จากการรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกองทุนรวมฯ ได้แก่ บลจ. ไทยพาณิชย์ กลุ่มทรูฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตามที่มีกรรมสิทธิ์ ในโครงข่ายและนำไปให้ผู้ให้บริการรายอื่นเป็นผู้เช่าต่อ ผู้ที่ให้บริการตามกรรมสิทธิ์ โครงข่ายต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130909/528439/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%
B8%8A.%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B9%8
9%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0
%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%
99%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AF%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0
%B9%8C.html
______________________________________
กสทช.ชี้ทรูต้องมี'ไลเซ่น'ตั้งอินฟราฯฟันด์
กสทช.ชี้กลุ่มทรูต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมแบบที่ 3 ก่อนตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เหตุเกี่ยวโยงกฎ ก.ล.ต.และสัญญาสัมปทาน
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งมีพลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี เป็นประธาน ได้ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์กรณีที่บมจ.ทรู คอร์ป เตรียมตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน(Infrastructure Fund) หรือ IFF โดยระบุว่าทรูต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจากกสทช.ด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งกองทุนฯของบริษัทโทรคมนาคมอาจส่งผลให้กสทช.ไม่สามารถกำกับดูแลได้
แหล่งข่าวจากกสทช. ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2556 ที่ผ่านมา มีมติให้สำนักงานกสทช.ศึกษารายละเอียด หลักเกณฑ์และบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุน IFF และได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม กรณีการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ตามที่ทรูได้ยื่นเรื่องขออนุญาตเพื่อนำเสาโทรคมนาคมและทรัพย์สินที่มีไประดมทุน โดยกำหนดให้คณะทำงานฯต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คณะทำงานฯได้สรุปผลวิเคราะห์จากการรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกองทุนรวมฯ ได้แก่ บลจ. ไทยพาณิชย์ กลุ่มทรูฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตามที่มีกรรมสิทธิ์ ในโครงข่ายและนำไปให้ผู้ให้บริการรายอื่นเป็นผู้เช่าต่อ ผู้ที่ให้บริการตามกรรมสิทธิ์ โครงข่ายต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544
นอกจากนั้น บลจ.ไทยพาณิชย์ยังให้ข้อมูลว่าการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานของกองทุนรวมฯ จะมีการจัดหาประโยชน์จากรายได้และทรัพย์สินภายใต้สัญญาเช่าเครื่อง และอุปกรณ์เอชเอสพีเอ การรับรายได้จากบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด จากการให้เช่าทรัพย์สินภายใต้สัญญาเช่าเครื่องและอุปกรณ์เอชเอสพีเอตามที่บีเอฟเคที จะได้รับจากบมจ.กสท โทรคมนาคมในแต่ละเดือนให้แก่กองทุนรวมฯ ภายใต้สัญญาโอนขายทรัพย์สิน และรายได้ระหว่าง บีเอฟเคที ในฐานะผู้ขายและกองทุนรวมฯ ในฐานะผู้ซื้อ
อย่างไรก็ตาม การให้เช่าทรัพย์สินโทรคมนาคมที่ได้รับโอนหรือเช่ามาจากกลุ่มทรูฯ โดยการนำเอาทรัพย์สินดังกล่าวออกให้เช่าแก่ กลุ่มทรูฯ และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายอื่น เมื่อการดำเนินกิจการของกองทุนรวมฯ มีลักษณะเป็นกิจการซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการให้บริการ การส่ง การแพร่ หรือการรับเครื่องหมาย สัญญาณ ตัวหนังสือ ตัวเลข ภาพ เสียง หรือสิ่งอื่น โดยตรง และมีลักษณะและประเภทตามที่กำหนดไว้ในประกาศ กสทช.เรื่องกำหนดลักษณะและประเภทของกิจการโทรคมนาคม ข้อที่ 1 กำหนดว่า ลักษณะและประเภทของกิจการโทรคมนาคมไว้ ได้แก่ การให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อให้เช่าใช้ หรือเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ เท่านั้น หรือการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโทรคมนาคม
สำนักงาน กสทช.ยังให้ข้อคิดเห็นว่า หาก กสทช.ไม่สามารถกำกับดูแลกิจการดำเนินกิจการของกองทุนรวมฯ จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการกำกับดูแลของ กสทช.ได้แก่ การประกอบกิจการหรือการแข่งขันในการประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนในการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงเรื่องค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมสำหรับนำมาใช้ในการกำกับดูแลของ กสทช.และค่าธรรมเนียมยูเอสโอ สำหรับนำมาใช้ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการสาธารณะ
"กรณีนี้มองแล้วเหมือนการยักย้ายบัญชี ต่อไปในอนาคตจะทำให้กสทช.ไม่สามารถกำกับดูแลได้ และผู้ประกอบการหาเหตุผลในการจัดตั้งกองทุนรวมฯหลากหลาย เพื่อจะเป็นวิธีการหลีกเลี่ยงภาระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตต่างๆ"
นอกจากนี้ การปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายของ กสทช.ซึ่งอาจดำเนินการโดยวิธีการจัดตั้งบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ แบบที่ 3 ตาม กฎหมายของ กสทช.แล้ว หากการดำเนินกิจการของกองทุนรวมฯ มีส่วนหนึ่งส่วนใดเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นหรือจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรอื่น เช่น ก.ล.ต.หรือจะต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามสัญญาอื่นด้วย เช่น สัญญาสัมปทาน หรือสัญญาอื่นของรัฐ ซึ่งกองทุนรวมฯ จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฎหมายในเรื่องนั้นๆ กำหนดไว้ หรืออาจต้องได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาสัมปทานหรือหน่วยงานรัฐอีกด้วย
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130909/528439/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%
B8%8A.%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B9%8
9%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0
%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%
99%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AF%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0
%B9%8C.html
แหล่งข่าวจากกสทช. TRUE ต้องขอใบอนุญาติประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ก่อนตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมได้
ประเด็นหลัก
แหล่งข่าวจากกสทช. ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2556 ที่ผ่านมา มีมติให้สำนักงานกสทช.ศึกษารายละเอียด หลักเกณฑ์และบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุน IFF และได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม กรณีการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ตามที่ทรูได้ยื่นเรื่องขออนุญาตเพื่อนำเสาโทรคมนาคมและทรัพย์สินที่มีไประดมทุน โดยกำหนดให้คณะทำงานฯต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คณะทำงานฯได้สรุปผลวิเคราะห์จากการรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกองทุนรวมฯ ได้แก่ บลจ. ไทยพาณิชย์ กลุ่มทรูฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตามที่มีกรรมสิทธิ์ ในโครงข่ายและนำไปให้ผู้ให้บริการรายอื่นเป็นผู้เช่าต่อ ผู้ที่ให้บริการตามกรรมสิทธิ์ โครงข่ายต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130909/528439/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%
B8%8A.%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B9%8
9%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0
%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%
99%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AF%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0
%B9%8C.html
______________________________________
กสทช.ชี้ทรูต้องมี'ไลเซ่น'ตั้งอินฟราฯฟันด์
กสทช.ชี้กลุ่มทรูต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมแบบที่ 3 ก่อนตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เหตุเกี่ยวโยงกฎ ก.ล.ต.และสัญญาสัมปทาน
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งมีพลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี เป็นประธาน ได้ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์กรณีที่บมจ.ทรู คอร์ป เตรียมตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน(Infrastructure Fund) หรือ IFF โดยระบุว่าทรูต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจากกสทช.ด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งกองทุนฯของบริษัทโทรคมนาคมอาจส่งผลให้กสทช.ไม่สามารถกำกับดูแลได้
แหล่งข่าวจากกสทช. ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2556 ที่ผ่านมา มีมติให้สำนักงานกสทช.ศึกษารายละเอียด หลักเกณฑ์และบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุน IFF และได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม กรณีการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ตามที่ทรูได้ยื่นเรื่องขออนุญาตเพื่อนำเสาโทรคมนาคมและทรัพย์สินที่มีไประดมทุน โดยกำหนดให้คณะทำงานฯต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คณะทำงานฯได้สรุปผลวิเคราะห์จากการรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกองทุนรวมฯ ได้แก่ บลจ. ไทยพาณิชย์ กลุ่มทรูฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตามที่มีกรรมสิทธิ์ ในโครงข่ายและนำไปให้ผู้ให้บริการรายอื่นเป็นผู้เช่าต่อ ผู้ที่ให้บริการตามกรรมสิทธิ์ โครงข่ายต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544
นอกจากนั้น บลจ.ไทยพาณิชย์ยังให้ข้อมูลว่าการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานของกองทุนรวมฯ จะมีการจัดหาประโยชน์จากรายได้และทรัพย์สินภายใต้สัญญาเช่าเครื่อง และอุปกรณ์เอชเอสพีเอ การรับรายได้จากบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด จากการให้เช่าทรัพย์สินภายใต้สัญญาเช่าเครื่องและอุปกรณ์เอชเอสพีเอตามที่บีเอฟเคที จะได้รับจากบมจ.กสท โทรคมนาคมในแต่ละเดือนให้แก่กองทุนรวมฯ ภายใต้สัญญาโอนขายทรัพย์สิน และรายได้ระหว่าง บีเอฟเคที ในฐานะผู้ขายและกองทุนรวมฯ ในฐานะผู้ซื้อ
อย่างไรก็ตาม การให้เช่าทรัพย์สินโทรคมนาคมที่ได้รับโอนหรือเช่ามาจากกลุ่มทรูฯ โดยการนำเอาทรัพย์สินดังกล่าวออกให้เช่าแก่ กลุ่มทรูฯ และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายอื่น เมื่อการดำเนินกิจการของกองทุนรวมฯ มีลักษณะเป็นกิจการซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการให้บริการ การส่ง การแพร่ หรือการรับเครื่องหมาย สัญญาณ ตัวหนังสือ ตัวเลข ภาพ เสียง หรือสิ่งอื่น โดยตรง และมีลักษณะและประเภทตามที่กำหนดไว้ในประกาศ กสทช.เรื่องกำหนดลักษณะและประเภทของกิจการโทรคมนาคม ข้อที่ 1 กำหนดว่า ลักษณะและประเภทของกิจการโทรคมนาคมไว้ ได้แก่ การให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อให้เช่าใช้ หรือเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ เท่านั้น หรือการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโทรคมนาคม
สำนักงาน กสทช.ยังให้ข้อคิดเห็นว่า หาก กสทช.ไม่สามารถกำกับดูแลกิจการดำเนินกิจการของกองทุนรวมฯ จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการกำกับดูแลของ กสทช.ได้แก่ การประกอบกิจการหรือการแข่งขันในการประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนในการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงเรื่องค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมสำหรับนำมาใช้ในการกำกับดูแลของ กสทช.และค่าธรรมเนียมยูเอสโอ สำหรับนำมาใช้ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการสาธารณะ
"กรณีนี้มองแล้วเหมือนการยักย้ายบัญชี ต่อไปในอนาคตจะทำให้กสทช.ไม่สามารถกำกับดูแลได้ และผู้ประกอบการหาเหตุผลในการจัดตั้งกองทุนรวมฯหลากหลาย เพื่อจะเป็นวิธีการหลีกเลี่ยงภาระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตต่างๆ"
นอกจากนี้ การปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายของ กสทช.ซึ่งอาจดำเนินการโดยวิธีการจัดตั้งบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ แบบที่ 3 ตาม กฎหมายของ กสทช.แล้ว หากการดำเนินกิจการของกองทุนรวมฯ มีส่วนหนึ่งส่วนใดเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นหรือจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรอื่น เช่น ก.ล.ต.หรือจะต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามสัญญาอื่นด้วย เช่น สัญญาสัมปทาน หรือสัญญาอื่นของรัฐ ซึ่งกองทุนรวมฯ จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฎหมายในเรื่องนั้นๆ กำหนดไว้ หรืออาจต้องได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาสัมปทานหรือหน่วยงานรัฐอีกด้วย
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130909/528439/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%
B8%8A.%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B9%8
9%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0
%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%
99%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AF%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0
%B9%8C.html