ลัทธิของฮินดู
จุดมุ่งหมายของการเคารพ พระเจ้าและสิ่งต่างๆ ทั้งมวลที่มีความเกี่ยวข้องกับพระเจ้าในทั้ง 6 นิกายของฮินดู รวมทั้งการจาริกไปยังสถานศักดิ์สิทธิ์ ก็เพื่อหลุดพ้น ชาวฮินดูเรียกการหลุดพ้นว่า "โมกษะ" หรือความเป็นเสรีไม่ต้องกลับมาเกิดอีก การเกิดอีกในรูปใดๆก็ตามนักปราชญ์ของฮินดูถือว่าเป็นสิ่งไม่พึงปรารถนา ทุกๆคนจึงต้องพึ่งศาสนาเป็นทาง หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด การทำให้วิญญาณมีความเสรีไปรวมกับปรมาตมันมีหลายวิถีในความรู้สึกนึกคิด ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวทางปฏิบัติแตกต่างกันไปตามแต่ความต้องการ ไม่ให้มีการเกิดใหม่ของวิญญาณมีอยู่ทั่วไปในความรู้สึกของชาวฮินดู
ชาวฮินดูไม่เชื่อว่าชีวิตของมนุษย์โลกมีอยู่เพียงครั้งเดียว เมื่อคนหนึ่งตายไป วิญญาณจะเดินทางออกไปจากร่างกาย หลังจากนั้นวิญญาณจะกลับมาเกิดอีก ส่วนจะเกิดใหม่ในรูปใดนั้นย่อมแล้วแต่การกระทำของผู้นั้น เช่น หญิงคบชู้จะเกิดใหม่เป็นสุนัขจิ้งจอก เมื่อผิดประเวณีจะเกิดเป็นกา ส่วนคนที่เคร่งครัดทางศาสนาจะเกิดเป็นกษัตริย์ กฎแห่งกรรมมีเรื่องรายละเอียดของบาปทั้งหมด ซึ่งมีผลกระทบถึงการเกิดใหม่ ซึ่งบางเรื่องมีความละเอียดมาก ส่วนผู้ที่มีความรู้มากในเรื่องนี้เมื่อมองดูคนหนึ่งๆ ก็จะทราบได้ชัดว่าชาติก่อนนั้นบุคคลผู้นั้นเคยทำอะไรไว้ คนที่เคร่งศาสนาเท่านั้นจึงจะบรรลุโมกษะ แต่คนส่วนมากกลับมาเกิดอีก เพื่อเก็บเกี่ยวผลแห่งการกระทำของตนในชีวิตนี้ อย่างไรก็ดีคนที่จะมาเกิดใหม่ไม่จำเป็นต้องมาเกิดในโลกนี้ เขาอาจมาเกิดใหม่ในทั้ง 14 โลก หรือไปเกิดเป็นพระเจ้าเป็นยักษ์หรือเป็นนาค ชาวฮินดูมีทัศนคติในเรื่องการเกิดและการตายว่าเหมือนการเปลี่ยนเสื้อผ้าของวิญญาณ
หลักเกณฑ์เรื่องวิญญาณที่ชาวฮินดูเชื่อกันอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีอยู่ในคัมภีร์พระเวท เพราะแนวคิดเรื่องชีวิตหลังความตายในคัมภีร์พระเวทคือสถานที่สุขสำราญของผู้กระทำความดี แต่วิญญาณของผู้มีความชั่วร้ายจะถูกทำลายไป เมื่อแนวความคิดใหม่ในเรื่องกฎเกณฑ์ของวิญญาณฮินดูได้รับความนิยม บรรดานักปราชญ์จึงพบกับความยุ่งยากในการเอาแนวความคิดที่มีอยู่เดิมในคัมภีร์พระเวท กับหลักการของวิญญาณในทฤษฎีใหม่ให้ลงรอยกันได้ จึงให้วิญญาณเดินทางออกไปจากร่างกายแล้ววิญญาณจะเดินทางไปพบกับพญายม เทพเจ้าแห่งความตายหรือพญามัจจุราช วิญญาณจะถูกพิพากษา ภายหลังที่วิญญาณอยู่ในสวรรค์หรือนรกชั่วคราวตามคำพิพากษาแล้ว จึงจะกลับมาเกิดใหม่
ตามความเชื่อในปัจจุบันของชาวฮินดู วิญญาณที่ออกจากร่างไปจะไปปรากฎที่ยมบุรี ศาลของพยายม มีพญาจิตรคุปตะผู้ทำบัญชีของพญายมอ่านประวัติการกระทำความผิดของตน พญายมจะอ่านคำพิพากษา ถ้าวิญญาณถูกลงโทษ คนรับใช้ของพญายมจะนำตัวไปลงโทษในนรกแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง นรกของชาวฮินดูไม่ใช่สถานที่ที่มีแต่ความทุกข์ทรมานไม่มีที่สิ้นสุด มันเหมือนเป็นสถานที่ชำระวิญญาณ เมื่อครบกำหนดการลงโทษแล้ว วิญญาณจะถูกนำไปสู่สวรรค์เพื่อความสุขสำราญเป็นรางวัลต่อการกระทำความดีในขณะมีชีวิตอยู่บนโลก หรือไม่ก็อยู่ในสวรรค์โดยไม่มีกำหนด ถ้าหากว่าวิญญาณขณะมีชีวิตอยู่ในโลกได้บำเพ็ญความเพียรพยายามหาทางบรรลุโมกษะอย่างต่อเนื่อง
จากเวป siamganesh.com
นรก สวรรค์ ตามความเชื่อชาวพุทธ แตกต่างจากของฮินดูอย่างไรบ้างครับ
ขอบคุณ
นรก สวรรค์
จุดมุ่งหมายของการเคารพ พระเจ้าและสิ่งต่างๆ ทั้งมวลที่มีความเกี่ยวข้องกับพระเจ้าในทั้ง 6 นิกายของฮินดู รวมทั้งการจาริกไปยังสถานศักดิ์สิทธิ์ ก็เพื่อหลุดพ้น ชาวฮินดูเรียกการหลุดพ้นว่า "โมกษะ" หรือความเป็นเสรีไม่ต้องกลับมาเกิดอีก การเกิดอีกในรูปใดๆก็ตามนักปราชญ์ของฮินดูถือว่าเป็นสิ่งไม่พึงปรารถนา ทุกๆคนจึงต้องพึ่งศาสนาเป็นทาง หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด การทำให้วิญญาณมีความเสรีไปรวมกับปรมาตมันมีหลายวิถีในความรู้สึกนึกคิด ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวทางปฏิบัติแตกต่างกันไปตามแต่ความต้องการ ไม่ให้มีการเกิดใหม่ของวิญญาณมีอยู่ทั่วไปในความรู้สึกของชาวฮินดู
ชาวฮินดูไม่เชื่อว่าชีวิตของมนุษย์โลกมีอยู่เพียงครั้งเดียว เมื่อคนหนึ่งตายไป วิญญาณจะเดินทางออกไปจากร่างกาย หลังจากนั้นวิญญาณจะกลับมาเกิดอีก ส่วนจะเกิดใหม่ในรูปใดนั้นย่อมแล้วแต่การกระทำของผู้นั้น เช่น หญิงคบชู้จะเกิดใหม่เป็นสุนัขจิ้งจอก เมื่อผิดประเวณีจะเกิดเป็นกา ส่วนคนที่เคร่งครัดทางศาสนาจะเกิดเป็นกษัตริย์ กฎแห่งกรรมมีเรื่องรายละเอียดของบาปทั้งหมด ซึ่งมีผลกระทบถึงการเกิดใหม่ ซึ่งบางเรื่องมีความละเอียดมาก ส่วนผู้ที่มีความรู้มากในเรื่องนี้เมื่อมองดูคนหนึ่งๆ ก็จะทราบได้ชัดว่าชาติก่อนนั้นบุคคลผู้นั้นเคยทำอะไรไว้ คนที่เคร่งศาสนาเท่านั้นจึงจะบรรลุโมกษะ แต่คนส่วนมากกลับมาเกิดอีก เพื่อเก็บเกี่ยวผลแห่งการกระทำของตนในชีวิตนี้ อย่างไรก็ดีคนที่จะมาเกิดใหม่ไม่จำเป็นต้องมาเกิดในโลกนี้ เขาอาจมาเกิดใหม่ในทั้ง 14 โลก หรือไปเกิดเป็นพระเจ้าเป็นยักษ์หรือเป็นนาค ชาวฮินดูมีทัศนคติในเรื่องการเกิดและการตายว่าเหมือนการเปลี่ยนเสื้อผ้าของวิญญาณ
หลักเกณฑ์เรื่องวิญญาณที่ชาวฮินดูเชื่อกันอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีอยู่ในคัมภีร์พระเวท เพราะแนวคิดเรื่องชีวิตหลังความตายในคัมภีร์พระเวทคือสถานที่สุขสำราญของผู้กระทำความดี แต่วิญญาณของผู้มีความชั่วร้ายจะถูกทำลายไป เมื่อแนวความคิดใหม่ในเรื่องกฎเกณฑ์ของวิญญาณฮินดูได้รับความนิยม บรรดานักปราชญ์จึงพบกับความยุ่งยากในการเอาแนวความคิดที่มีอยู่เดิมในคัมภีร์พระเวท กับหลักการของวิญญาณในทฤษฎีใหม่ให้ลงรอยกันได้ จึงให้วิญญาณเดินทางออกไปจากร่างกายแล้ววิญญาณจะเดินทางไปพบกับพญายม เทพเจ้าแห่งความตายหรือพญามัจจุราช วิญญาณจะถูกพิพากษา ภายหลังที่วิญญาณอยู่ในสวรรค์หรือนรกชั่วคราวตามคำพิพากษาแล้ว จึงจะกลับมาเกิดใหม่
ตามความเชื่อในปัจจุบันของชาวฮินดู วิญญาณที่ออกจากร่างไปจะไปปรากฎที่ยมบุรี ศาลของพยายม มีพญาจิตรคุปตะผู้ทำบัญชีของพญายมอ่านประวัติการกระทำความผิดของตน พญายมจะอ่านคำพิพากษา ถ้าวิญญาณถูกลงโทษ คนรับใช้ของพญายมจะนำตัวไปลงโทษในนรกแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง นรกของชาวฮินดูไม่ใช่สถานที่ที่มีแต่ความทุกข์ทรมานไม่มีที่สิ้นสุด มันเหมือนเป็นสถานที่ชำระวิญญาณ เมื่อครบกำหนดการลงโทษแล้ว วิญญาณจะถูกนำไปสู่สวรรค์เพื่อความสุขสำราญเป็นรางวัลต่อการกระทำความดีในขณะมีชีวิตอยู่บนโลก หรือไม่ก็อยู่ในสวรรค์โดยไม่มีกำหนด ถ้าหากว่าวิญญาณขณะมีชีวิตอยู่ในโลกได้บำเพ็ญความเพียรพยายามหาทางบรรลุโมกษะอย่างต่อเนื่อง
จากเวป siamganesh.com
นรก สวรรค์ ตามความเชื่อชาวพุทธ แตกต่างจากของฮินดูอย่างไรบ้างครับ
ขอบคุณ