สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
จึงอยากทราบครับว่า แนวคิดนี้ มีที่มาจากพระสูตรใด ในพระไตรปิฎก
------------------- 1. พระสูตร อัสสุตวตาสูตรที่ 1 และ อัสสุตวตาสูตรที่ 2
ทรงแสดงว่า จิต เกิดดับ ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน
ในพระสูตร อัสสุตวตาสูตรที่ 1 ทรงแสดงว่า การเกิดดับ เหมือนลิงที่เที่ยวไปโดย
"...วานรเมื่อเที่ยวไปในป่าใหญ่จับกิ่งไม้ ปล่อย
กิ่งนั้น ยึดเอากิ่งอื่น ปล่อยกิ่งที่ยึดเดิม เหนี่ยวกิ่งใหม่ต่อไป..."
" ...จิตเป็นต้นนั้นดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป ในกลางคืนและกลางวัน ก็ฉัน
นั้นแล ฯ"
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=16&A=2519&Z=2566&pagebreak=0
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=16&A=2567&Z=2619
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
2. -- ที่ระบุความเร็ว มีในอรรถกถา ของพระสูตร อัสสุตวตาสูตรที่ 1
http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=16&i=230
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
------------------- 1. พระสูตร อัสสุตวตาสูตรที่ 1 และ อัสสุตวตาสูตรที่ 2
ทรงแสดงว่า จิต เกิดดับ ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน
ในพระสูตร อัสสุตวตาสูตรที่ 1 ทรงแสดงว่า การเกิดดับ เหมือนลิงที่เที่ยวไปโดย
"...วานรเมื่อเที่ยวไปในป่าใหญ่จับกิ่งไม้ ปล่อย
กิ่งนั้น ยึดเอากิ่งอื่น ปล่อยกิ่งที่ยึดเดิม เหนี่ยวกิ่งใหม่ต่อไป..."
" ...จิตเป็นต้นนั้นดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป ในกลางคืนและกลางวัน ก็ฉัน
นั้นแล ฯ"
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=16&A=2519&Z=2566&pagebreak=0
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
มหาวรรคที่ ๗
๑. อัสสุตวตาสูตรที่ ๑
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=16&A=2567&Z=2619
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
๒. อัสสุตวตาสูตรที่ ๒
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
2. -- ที่ระบุความเร็ว มีในอรรถกถา ของพระสูตร อัสสุตวตาสูตรที่ 1
http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=16&i=230
อรรถกถา สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗
อัสสุตวตาสูตรที่ ๑
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
ทฤษฎีจิตเกิดดับรวดเร็วมากๆจนเห็นจิตต่อเนื่องแบบหนังการ์ตูน - พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระสูตรใด
แบบเดียวกับหลอดไฟที่กระพริบเร็วๆ จนเห็นมันไม่กระพริบ
แบบเดียวกับหนังการ์ตูน ที่ฉายทีละภาพ จนเห็นมันเคลื่อนไหวต่อเนื่อง
บ้างก็อธิบายว่ามันเป็นผลเนื่องมาจากการกระพริบของอนุภาคในระดับควอนตัม ต้องเจริญสติจนถึงขึ้นสูงจึงจะเห็นจิตกระพริบได้
จึงอยากทราบครับว่า แนวคิดนี้ มีที่มาจากพระสูตรใด ในพระไตรปิฎก
โดยส่วนตัว เห็นว่า จิตของคนเรานี้ เป็นภาพลวงที่เกิดขึ้นจากการทำงานของอวัยวะของร่างกาย คือสมอง
ไม่ว่าเราจะรู้สึกอะไร คิดอะไร ก็อาศัยปฏิกริยา ทางเคมี และชีววิทยาที่เกิดขึ้นในสมองทั้งสิ้น ซึ่งไม่มีทางเลยที่
ปฏิกริยาเหล่านั้น จะรวดเร็วเท่าทันความเร็วของการกระพริบของอนุภาคในระดับควอนตัม ดังนั้น
เราจึงไม่มีทางรับรู้สิ่งที่รวดเร็วเช่นนั้นได้ ประสบการณ์แปลกประหลาด ที่พบเจอกันในหมู่นักวิปัสนากรรมฐาน
จึงน่าจะเป็น ภาพลวงๆ ความรู้สึกลวงๆ ที่เกิดจากปฏิกริยาเคมีในสมองเสียมากกว่า เช่น สาร เอ็นดอร์ฟิน
เป็นสารภายในร่างกายมนุษย์ที่หลั่งออกมา เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ผลิตจากต่อมใต้สมอง และ
ไฮโปทาลามัส ในกระดูกสันหลัง มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ทำให้จิตใจอ่อนแอ เคลิบเคลิ้มเป็นสุข และเห็นภาพลวงตาได้