แทนที่จะตั้งใจทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามที่ได้ถวายศัตย์ปฏิญาณตน แต่รัฐบาลหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์ ชินวัตรกลับทำตัวเป็นรัฐบาลของทักษิณ โดยทักษิณและเพื่อทักษิณ ที่ทุ่มเทมุ่งทำทุกอย่างเพียงเพื่อสนองตัณหาของนักโทษหนีคุกอันเป็นการสุมไฟวิกฤติโดยมีหายนะของชาติบ้านเมืองเป็นเดิมพัน
การประกาศสงครามขั้นแตกหักของเครือข่ายระบอบทักษิณทั้งพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงถึงขั้นประกาศไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและมุ่งจะกำจัดให้สิ้นซากไม่ว่าจะด้วยวิธีการถ่อยดิบเถื่อนอย่างไรก็ตามถือเป็นสัญญาณอันตรายเพราะเท่ากับบ้านเมืองมาถึงยุคมืดไร้ขื่อไร้แปอย่างสิ้นเชิงและกำลังจะเดินไปสู่กลียุคนองเลือดเมื่อมหาชนจำนวนไม่น้อยที่เริ่มทนไม่ได้กับพฤติการณ์ถ่อยดิบเถื่อนดุจอันธาพของระบอบทักษิณที่ขณะนี้ทำสงครามโดยอาศัยพรรคการเมืองที่คุมอำนาจรัฐ และพลังมวลชนถ่อย ขาดเพียงอย่างเดียวคือกองกำลังชุดดำที่เคยปฏิบัติการก่อการร้ายเผาบ้านทำลาเมืองเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
สถาบันศาลนั้นในนานาอารยประเทศไม่ว่าชาติไหนในโลกต่างให้การยอมรับและถือเป็นที่พึ่งสุดท้ายแห่งความยุติธรรม หากที่พึ่งสูงสุดแห่งกระบวนการยุติธรรมถูกปฏิเสธไม่ยอมรับและที่เลวร้ายกว่านั้นคือถูกมุ่งกำจัดทำลายล้างเท่ากับบ้านเมืองเข้าสู่ยุคเถื่อนของ”อนารยาธิปไตย”
ขณะที่สุมไฟวิกฤติด้วยการประกาศสงครามกับศาลรัฐธรรมนูญ นายกฯหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์ ยังแสดงให้เห็นถึงการไร้ภาวะผู้นำที่ดีด้วยการซ้ำเติมวิกฤติแตกแยกให้ลุกโชนลุกลามบานปลายจากการไปกล่าวปาฐกถาในเวทีประชาคมประชาธิปไตยที่ประเทศมองโกเลียแบบดุเดือดด้วยการทำลายภาพพจน์ประเทศอ้างว่าไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะยังมีฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งบิดเบือนเหตุการณ์เผาบ้านทำลายเมืองเมื่อปี 2553 อ้างว่ามีผู้เสียชีวิต 98 รายจากฝีมือของพวกที่ไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย และโจมตีบรรดาองค์กรอิสระรวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นผลพวงจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ขณะเดียวกันก็ปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าถูกกลั่นแกล้งจากคณะรัฐประหาร ทั้งๆที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษหนีคุกตามคำพิพากษาของศาลในความผิดฐานทุจริต
วิกฤติความแตกแยกลุกลามบานปลายขึ้นเรื่อยๆซึ่งนอกจากกลุ่มเสื้อแดงจะบุกคุกคามที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญแล้ว กลุ่มเสื้อแดงอีกกลุ่มหนึ่งนำโดย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ แ กนนำพรรคเพื่อไทย ยังบุกไปยังหนังสือพิมพ์ไทยรัฐแสดงท่าทีข่มขู่คุกคามหลังจากที่ “ชัย ราชวัตร” การ์ตูนนิสต์ชื่อดังวิพากษ์วิจารณ์พฤติการณ์ส่อไปในทางขายชาติของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกฯของประเทศไทย
พฤติการณ์ถ่อยดิบเถื่อนของกลุ่มคนเสื้อแดงดังกล่าวทำให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเศไทยออกแถลงการณ์ประณามว่าเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน
สถานการณ์ขณะนี้เหมือนลูกธนูที่ถูกน้าวมาจนสุดล้าพร้อมที่จะถึงจุดแตกหักทุกขณะระหว่างระบอบทักษิณกับฝ่ายที่ต่อต้านการลุแก่อำนาจของเครือข่ายระบอบทักษิณ สถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นแม้แต่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ก็ยอมรับว่ารู้สึกวิตกและสมช.กำลังจับตาสถานการณ์ความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจากชนวนระเบิดเวลาทางการเมืองลูกใหญ่ 3 ลูกเพราะอาจทำให้ประเทศเดินไปสู่ทางตัน
ระเบิดเวลา 3 ลูกใหญ่ประกอบด้วยวิกฤติการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกตั้งข้อสังเกตุว่ามุ่งปูทางไปสู่การสถาปนาระบอบทักษิณผูกขาดอำนาจยึดประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด วิกฤติ พ.ร.บ.นิรโทษที่มุ่งฟอกโทษความผิดทั้งหมดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และ วิกฤติไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญของเครือข่ายระบอบทักษิณ
ภายใต้สถานการณ์ที่กำลังจะเดินไปสู่ทางตันขณะนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะนำไปสู่กลียุคนองเลือดจากสงครามกลางเมือง และแม้จะมีการยุบสภาตามแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่คงไม่ช่วยแก้ปัญหาตราบใดที่ระบอบทักษิณยังครองเมืองลุแก่อำนาจแสวงหาผลประโยชน์อย่างย่ามใจและประเทศยังอยู่ในวังวนของวงจรอุบาทธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ทรราชย์ในคราบประชาธิปไตย ตราบนั้นบ้านเมืองก็ยากที่จะสงบสุขเดินหน้า เว้นเสียแต่จะมีการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่เพื่อขจัดระบอบอันชั่วร้ายให้หมดไปจากแผ่นดินเท่านั้น
ที่มา:
http://www.naewna.com/creative/50634
ปล.บ้านเมืองจะวุ่นวายยังงัย ไอ้แม้วมันไม่เคยสนใจ ขอแค่มันได้กลับบ้านเป็นพอ...กลับมาไว ๆ นะแม้ว...เอิ๊ก ๆ ๆ
ระบอบทักษิณสุมไฟวิกฤติ บีบสถานการณ์สู่ทางตันกลียุค
การประกาศสงครามขั้นแตกหักของเครือข่ายระบอบทักษิณทั้งพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงถึงขั้นประกาศไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและมุ่งจะกำจัดให้สิ้นซากไม่ว่าจะด้วยวิธีการถ่อยดิบเถื่อนอย่างไรก็ตามถือเป็นสัญญาณอันตรายเพราะเท่ากับบ้านเมืองมาถึงยุคมืดไร้ขื่อไร้แปอย่างสิ้นเชิงและกำลังจะเดินไปสู่กลียุคนองเลือดเมื่อมหาชนจำนวนไม่น้อยที่เริ่มทนไม่ได้กับพฤติการณ์ถ่อยดิบเถื่อนดุจอันธาพของระบอบทักษิณที่ขณะนี้ทำสงครามโดยอาศัยพรรคการเมืองที่คุมอำนาจรัฐ และพลังมวลชนถ่อย ขาดเพียงอย่างเดียวคือกองกำลังชุดดำที่เคยปฏิบัติการก่อการร้ายเผาบ้านทำลาเมืองเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
สถาบันศาลนั้นในนานาอารยประเทศไม่ว่าชาติไหนในโลกต่างให้การยอมรับและถือเป็นที่พึ่งสุดท้ายแห่งความยุติธรรม หากที่พึ่งสูงสุดแห่งกระบวนการยุติธรรมถูกปฏิเสธไม่ยอมรับและที่เลวร้ายกว่านั้นคือถูกมุ่งกำจัดทำลายล้างเท่ากับบ้านเมืองเข้าสู่ยุคเถื่อนของ”อนารยาธิปไตย”
ขณะที่สุมไฟวิกฤติด้วยการประกาศสงครามกับศาลรัฐธรรมนูญ นายกฯหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์ ยังแสดงให้เห็นถึงการไร้ภาวะผู้นำที่ดีด้วยการซ้ำเติมวิกฤติแตกแยกให้ลุกโชนลุกลามบานปลายจากการไปกล่าวปาฐกถาในเวทีประชาคมประชาธิปไตยที่ประเทศมองโกเลียแบบดุเดือดด้วยการทำลายภาพพจน์ประเทศอ้างว่าไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะยังมีฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งบิดเบือนเหตุการณ์เผาบ้านทำลายเมืองเมื่อปี 2553 อ้างว่ามีผู้เสียชีวิต 98 รายจากฝีมือของพวกที่ไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย และโจมตีบรรดาองค์กรอิสระรวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นผลพวงจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ขณะเดียวกันก็ปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าถูกกลั่นแกล้งจากคณะรัฐประหาร ทั้งๆที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษหนีคุกตามคำพิพากษาของศาลในความผิดฐานทุจริต
วิกฤติความแตกแยกลุกลามบานปลายขึ้นเรื่อยๆซึ่งนอกจากกลุ่มเสื้อแดงจะบุกคุกคามที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญแล้ว กลุ่มเสื้อแดงอีกกลุ่มหนึ่งนำโดย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ แ กนนำพรรคเพื่อไทย ยังบุกไปยังหนังสือพิมพ์ไทยรัฐแสดงท่าทีข่มขู่คุกคามหลังจากที่ “ชัย ราชวัตร” การ์ตูนนิสต์ชื่อดังวิพากษ์วิจารณ์พฤติการณ์ส่อไปในทางขายชาติของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกฯของประเทศไทย
พฤติการณ์ถ่อยดิบเถื่อนของกลุ่มคนเสื้อแดงดังกล่าวทำให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเศไทยออกแถลงการณ์ประณามว่าเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน
สถานการณ์ขณะนี้เหมือนลูกธนูที่ถูกน้าวมาจนสุดล้าพร้อมที่จะถึงจุดแตกหักทุกขณะระหว่างระบอบทักษิณกับฝ่ายที่ต่อต้านการลุแก่อำนาจของเครือข่ายระบอบทักษิณ สถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นแม้แต่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ก็ยอมรับว่ารู้สึกวิตกและสมช.กำลังจับตาสถานการณ์ความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจากชนวนระเบิดเวลาทางการเมืองลูกใหญ่ 3 ลูกเพราะอาจทำให้ประเทศเดินไปสู่ทางตัน
ระเบิดเวลา 3 ลูกใหญ่ประกอบด้วยวิกฤติการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกตั้งข้อสังเกตุว่ามุ่งปูทางไปสู่การสถาปนาระบอบทักษิณผูกขาดอำนาจยึดประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด วิกฤติ พ.ร.บ.นิรโทษที่มุ่งฟอกโทษความผิดทั้งหมดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และ วิกฤติไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญของเครือข่ายระบอบทักษิณ
ภายใต้สถานการณ์ที่กำลังจะเดินไปสู่ทางตันขณะนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะนำไปสู่กลียุคนองเลือดจากสงครามกลางเมือง และแม้จะมีการยุบสภาตามแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่คงไม่ช่วยแก้ปัญหาตราบใดที่ระบอบทักษิณยังครองเมืองลุแก่อำนาจแสวงหาผลประโยชน์อย่างย่ามใจและประเทศยังอยู่ในวังวนของวงจรอุบาทธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ทรราชย์ในคราบประชาธิปไตย ตราบนั้นบ้านเมืองก็ยากที่จะสงบสุขเดินหน้า เว้นเสียแต่จะมีการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่เพื่อขจัดระบอบอันชั่วร้ายให้หมดไปจากแผ่นดินเท่านั้น
ที่มา:http://www.naewna.com/creative/50634
ปล.บ้านเมืองจะวุ่นวายยังงัย ไอ้แม้วมันไม่เคยสนใจ ขอแค่มันได้กลับบ้านเป็นพอ...กลับมาไว ๆ นะแม้ว...เอิ๊ก ๆ ๆ