....เสียงในสภา ขณะ ฟากรัฐบาล แน่นหนา มีแต่ เพิ่ม ไม่มีทาง ลด ด้านฝ่ายค้านนับวันจะ
แฟบ ลง เพราะ กลุ่มมัชฌิมา ในทางพฤตินัย เข้าร่วมกับรัฐบาลเรียบร้อย โหวตเมื่อไร ผ่านฉลุย
ทุกเรื่อง หากหวัง เหตุผลของฝ่ายค้านจะเหนือกว่า ในยามที่ประชาชนแตกแยก การเมืองถือ
ฝักฝ่าย เหตุผลไม่มีความหมาย เท่ากับพวกพ้อง ดังนั้น หากเล่นกันเฉพาะเกมในสภา รัฐบาล
เดินหน้าได้ทั้งนั้น
....หากจะสะดุด ย่อมไม่ใช่จาก สภา แต่เป็นไปได้ที่ องค์กรอิสระ ทั้งหลาย เพราะตัดสินกันด้วย
คนไม่กี่คน แถมที่มาล้วนโยงกับกลุ่มอำนาจเก่าเสียเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม บทเรียนที่ผ่านมา
น่าจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ความคิดในการจัดการขององค์กรอิสระไม่น้อย ด้วยการใช้ดุลพินิจ
ในบางทิศทาง แทนที่จะเป็นทางออกของประเทศ ยิ่งนำชาติสู่วิกฤตหนักหนาขึ้นอีก
....อีกทางหนึ่งที่จะต้านรัฐบาลได้ คืออาศัย พลังมวลชน เพียงแต่ความรุนแรงเพราะการชุมนุมที่
ผ่านมา ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความเบื่อหน่าย และไม่เห็นด้วยกับการใช้ ม็อบกดดัน ซึ่งมี
แต่สร้างความวุ่นวายให้กับประเทศชาติ สรุปรวมแล้ว หนทางที่ดีที่สุดคือการใช้ กลไกรัฐสภา
ซึ่งชัดเจนว่า ฟากรัฐบาล ถือไพ่เหนือกว่า เพราะกุมส่วนส่วนใหญ่ไว้ได้ ขณะที่ฝ่ายค้านแทบจะรวม
ตัวกันไม่ติด
....ที่สุดแล้ว การแก้รัฐธรรมนูญ ในขั้นรับหลักการ คงผ่าน รัฐสภา ไปได้ แม้จะมีอุปสรรคที่เป็น
รายละเอียดบ้าง ซึ่งคงผ่าน เมษายน ที่หลายฝ่ายกังวลว่าการเมืองจะระอุไปได้ ล่าสุด มีการประเมิน
กันครั้งใหม่ว่า ความร้อนแรง จริงๆ จะเกิดขึ้นในเดือน สิงหาคม-กันยายน แทน
....เริ่มจาก 1 สิงหาคม ที่ สภาจะเปิดสมัยประชุมสามัญ อีกครั้ง ช่วงนั้น เรื่องใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น
พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน หรือ พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และต่อด้วย
วาระ 3 ซึ่งของจริงจะมาในช่วงนั้น ประเด็นต่างๆ จะเริ่มชัด จนพอที่ฝ่ายต่อต้านจะนำขึ้นสู่การร้อง
เรียนต่อ องค์กรอิสระ เหมือนที่เคยทำมากับการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เดิมที่คาอยู่ในวาระ 3 เพราะ
ไม่แน่ใจในคำสั่งของ ศาลรัฐธรรมนูญ
....ยิ่งไปกว่านั้น จากวันนี้ถึง สิงหาคม ฝ่ายต่อต้าน พอมีเวลาที่จะแสวงหาแนวร่วม การประสานกัน
ระหว่าง เกมในสภา ที่พิสูจน์แล้วว่า ฝ่ายค้าน มีฝีมือในการป่วนไม่เบา กับ องค์กรอิสระ และ มวลชน
ผู้สนับสนุน อีกทั้งประวัติศาสตร์การเมืองไทย ตอกย้ำมาแล้วหลายครั้งหลายคราวว่า กันยายน เป็น
ห้วงแห่งความยุ่งยาก หลายเหตุการณ์ที่ก่อความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมักเกิดขึ้นในเดือนนี้
....เพียงแต่อย่างที่เคยพูดไว้แล้ว หาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถ ประคับประคองรัฐนาวาให้ผ่าน
ห้วงเวลาเหล่านี้ไปได้ ประเทศ จะเดินหน้าไปอีกขั้น ทั้ง ด้านเศรษฐกิจ ที่เกิดจากผลการเริ่มดำเนิน
การโครงการขนาดใหญ่ตาม พ.ร.บ.กู้เงินฯ ขณะ ประชาธิปไตย จะคลี่คลายจากการครอบงำของ
โครงสร้างอำนาจนอกระบบ หากนำประเทศก้าวไปถึงสภาวะนั้นได้ จะสร้างความเชื่อมั่นอย่างใหญ่
หลวงให้เกิดขึ้นทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ
http://www.matichon.co.th/daily/view_news.php?newsid=01soc01030456§ionid=0113&selday=2013-04-03
ติดตามการทำงานของฝ่ายค้าน แล้วเห็นว่า เขาอยากให้ประเทศเดินหน้าหรือเปล่า ...
หรือชอบให้ถอยหลัง หรือหยุดอยู่กับที่ ...รวมถึงดูกระทู้ฝ่ายแฟนคลับปชป. ก็ไม่ต่างกันมากนัก
อยากให้รัฐบาลเดินหน้าบริหารต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดทั้งในและ ตปท. ไหม ??? โดย ชโลทร .. มติชนออนไลน์
แฟบ ลง เพราะ กลุ่มมัชฌิมา ในทางพฤตินัย เข้าร่วมกับรัฐบาลเรียบร้อย โหวตเมื่อไร ผ่านฉลุย
ทุกเรื่อง หากหวัง เหตุผลของฝ่ายค้านจะเหนือกว่า ในยามที่ประชาชนแตกแยก การเมืองถือ
ฝักฝ่าย เหตุผลไม่มีความหมาย เท่ากับพวกพ้อง ดังนั้น หากเล่นกันเฉพาะเกมในสภา รัฐบาล
เดินหน้าได้ทั้งนั้น
....หากจะสะดุด ย่อมไม่ใช่จาก สภา แต่เป็นไปได้ที่ องค์กรอิสระ ทั้งหลาย เพราะตัดสินกันด้วย
คนไม่กี่คน แถมที่มาล้วนโยงกับกลุ่มอำนาจเก่าเสียเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม บทเรียนที่ผ่านมา
น่าจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ความคิดในการจัดการขององค์กรอิสระไม่น้อย ด้วยการใช้ดุลพินิจ
ในบางทิศทาง แทนที่จะเป็นทางออกของประเทศ ยิ่งนำชาติสู่วิกฤตหนักหนาขึ้นอีก
....อีกทางหนึ่งที่จะต้านรัฐบาลได้ คืออาศัย พลังมวลชน เพียงแต่ความรุนแรงเพราะการชุมนุมที่
ผ่านมา ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความเบื่อหน่าย และไม่เห็นด้วยกับการใช้ ม็อบกดดัน ซึ่งมี
แต่สร้างความวุ่นวายให้กับประเทศชาติ สรุปรวมแล้ว หนทางที่ดีที่สุดคือการใช้ กลไกรัฐสภา
ซึ่งชัดเจนว่า ฟากรัฐบาล ถือไพ่เหนือกว่า เพราะกุมส่วนส่วนใหญ่ไว้ได้ ขณะที่ฝ่ายค้านแทบจะรวม
ตัวกันไม่ติด
....ที่สุดแล้ว การแก้รัฐธรรมนูญ ในขั้นรับหลักการ คงผ่าน รัฐสภา ไปได้ แม้จะมีอุปสรรคที่เป็น
รายละเอียดบ้าง ซึ่งคงผ่าน เมษายน ที่หลายฝ่ายกังวลว่าการเมืองจะระอุไปได้ ล่าสุด มีการประเมิน
กันครั้งใหม่ว่า ความร้อนแรง จริงๆ จะเกิดขึ้นในเดือน สิงหาคม-กันยายน แทน
....เริ่มจาก 1 สิงหาคม ที่ สภาจะเปิดสมัยประชุมสามัญ อีกครั้ง ช่วงนั้น เรื่องใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น
พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน หรือ พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และต่อด้วย
วาระ 3 ซึ่งของจริงจะมาในช่วงนั้น ประเด็นต่างๆ จะเริ่มชัด จนพอที่ฝ่ายต่อต้านจะนำขึ้นสู่การร้อง
เรียนต่อ องค์กรอิสระ เหมือนที่เคยทำมากับการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เดิมที่คาอยู่ในวาระ 3 เพราะ
ไม่แน่ใจในคำสั่งของ ศาลรัฐธรรมนูญ
....ยิ่งไปกว่านั้น จากวันนี้ถึง สิงหาคม ฝ่ายต่อต้าน พอมีเวลาที่จะแสวงหาแนวร่วม การประสานกัน
ระหว่าง เกมในสภา ที่พิสูจน์แล้วว่า ฝ่ายค้าน มีฝีมือในการป่วนไม่เบา กับ องค์กรอิสระ และ มวลชน
ผู้สนับสนุน อีกทั้งประวัติศาสตร์การเมืองไทย ตอกย้ำมาแล้วหลายครั้งหลายคราวว่า กันยายน เป็น
ห้วงแห่งความยุ่งยาก หลายเหตุการณ์ที่ก่อความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมักเกิดขึ้นในเดือนนี้
....เพียงแต่อย่างที่เคยพูดไว้แล้ว หาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถ ประคับประคองรัฐนาวาให้ผ่าน
ห้วงเวลาเหล่านี้ไปได้ ประเทศ จะเดินหน้าไปอีกขั้น ทั้ง ด้านเศรษฐกิจ ที่เกิดจากผลการเริ่มดำเนิน
การโครงการขนาดใหญ่ตาม พ.ร.บ.กู้เงินฯ ขณะ ประชาธิปไตย จะคลี่คลายจากการครอบงำของ
โครงสร้างอำนาจนอกระบบ หากนำประเทศก้าวไปถึงสภาวะนั้นได้ จะสร้างความเชื่อมั่นอย่างใหญ่
หลวงให้เกิดขึ้นทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ
http://www.matichon.co.th/daily/view_news.php?newsid=01soc01030456§ionid=0113&selday=2013-04-03
ติดตามการทำงานของฝ่ายค้าน แล้วเห็นว่า เขาอยากให้ประเทศเดินหน้าหรือเปล่า ...
หรือชอบให้ถอยหลัง หรือหยุดอยู่กับที่ ...รวมถึงดูกระทู้ฝ่ายแฟนคลับปชป. ก็ไม่ต่างกันมากนัก