ยกเลิกวุฒิสภา แล้วสร้าง "สภามนตรีประมุขแห่งชาติ" ทำหน้าที่คล้ายวุฒิสภา โดยมีที่มาดังนี้
คุณสมบัติ
ไม่ดำรงตำแหน่งทางราชการ รัฐวิสาหกิจ การเมือง และ ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง อย่างน้อย 3 ปีก่อนดำรงตำแหน่ง ระหว่างดำรงตำแหน่งไม่สามารถรับตำแหน่งราชการ รัฐวิสาหกิจและเป็นพนักงาน ลูกจ้าง บอร์ดบริหาร และกรรมการผู้ถือหุ้นบริษัทเอกชนได้ หลังพ้นจากตำแหน่งอย่างน้อย 2 ปี ห้ามมิให้รับราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนใดๆ
ที่มีสภามนตรีประมุขแห่งชาติ
คณะองคมนตรีทั้ง 19 คน คัดสรรชื่อผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมจำนวน 200 รายชื่อ จากนั้นประชาชน ลงคะแนนเลือกตั้งเหลือเพียง 81 คน รวมกับ คณะองคมนตรีเป็น 100 คน (สำรองเลื่อขึ้นหากมีการพ้นตำแหน่ง เสียชีวิต)
อำนาจและหน้าที่
ทำหน้าที่คล้ายวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย, จัดตั้งคณะคัดสรรองค์กรอิสระ
ร่วมกับสภาผู้แทนฯ อภิปรายถอดถอนตำแหน่งองค์กรอิสระ โดยต้องมีเสียงรวมสองสภามากกว่ากึ่งหนึ่ง และต้องมีเสียงเห็นชอบถอดถอนจากสภามนตรีประมุขไม่น้อยกว่า 1/3 (ต้อให้ได้มติ 500 เสียงจากสภาผู้แทนฯ ก็ไม่สามารถถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระได้หากได้เสียงจากสภามนตรีฯไม่ถึง 1/3 ในทางกลับกัน ผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระใดๆที่ผ่านการเห็นชอบมาอย่างหมิ่นเหม่ หากประพฤติมิชอบ หรือ ปฎิบัติหน้าที่เป็นที่เคลือบแคลงของผู้แทนประชาชน ก็มีสิทธิ์ถูกถอดถอนได้อย่างไม่ยาก)
เพิ่มอำนาจ บริหารกิจการด้านความมั่นคงร่วมกับสภาผู้แทนฯ
บังคับให้ กรรมาธิการด้านกิจการความมั่นคง กระทรวงมหาดไท, กลาโหม ต้องมีสมาชิกสภามนตรีประมุขแห่งชติเข้าร่วมครึ่งหนึ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญว่าด้วย องค์พระประมุข ทรงเป็นจอมทัพไทย ดังนั้น กิจการด้านควมมั่นคง ต้องมีส่วนร่วมจากสภามนตรีประมุขด้วย
การถอดถอนสภามนตรีประมุขแห่งชาติ
ยื่นมติถอดถอนสมาชิกสภามนตรีประมุขแห่งชาติรายบุคคล หรือ คณะบุคคล ทำได้โดย สภาผู้แทนฯ ยื่นมติไม่ไว้วางใจรายบุคคลหรือคณะบุคคล สมาชิกสภามนตรีฯ โดยต้องมีเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ(250) และต้องได้รับการรับรองอย่งน้อย 1/3 จากสภามนตรีประมุขแห่งชาติ(34)
อำนาจในการถอดถอนสมาชิกสภามนตรีประมุขแห่งชาติ คณะองคมนตรีและประธานองคมนตรี ลงมติ ในขั้นตอนสุดท้าย โดยต้องได้รับเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง (10 เสียง) เพื่อถอดถอนตำแหน่งสมาชิกสภามนตรีฯ (หรือคณะ)
ทำไมต้องมีสภามนตรีประมุขแห่งชาติ?
เพื่อคานอำนาจนักการเมือง จัดตั้งองค์กรอิสระที่มีหน้าที่และอำนาจ ตรวจสอบนักการเมือง ข้าราชการ ถอดถอนตำแหน่งราชการและการเมืองได้ โดย มีที่มาจากการคัดสรรของประมุข และ เชื่อมโยงกับประชาชน ภายใต้แนวความคิดของประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นว่า องค์พระประมุขย่อมทรงปรารถนีดีกับปวงชน ผสกนิกรอย่างหาใดเปรียมิได้
เชื่อว่า ถ้าคุณไม่ได้เป็นฝ่ายเสรีนิยมสุดโต่ง บ้าคลั่งประชาธิปไตยแบบอเมริกันสุดขีด น่าจะพอเห็นเค้าลางว่านี่คือการออกแบบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ภายใต้กรอบสังคมแบบไทยๆ ที่เดินหน้าไปได้โดยมีความขัดแย้งน้อยกว่าที่เป็น
สภามนตรีประมุขแห่งชาติ สะท้อนเสียงของประชาชน ที่ลงความเห็นเลือกคนที่เหมาะสมจะเข้าไปกลั่นกรอง แต่งตั้งอำนาจอิสระตรวจสอบได้ ในทางกลับกัน สภาผู้แทนฯ ที่เ)็นเสียงทางตรงของประชาชน ก็ยังมีอำนาจในการถอดถอน ยื่นยติอภิปรายสภามนตรีประมุขได้ และ คณะองคมนตรี ภายใต้พระบรมราชโองการแต่งตั้งผ คือผู้มีอำนาจสูงสุดในการถอดถอน เพื่อดำรงไว้ซึ่งการบริหาร ปกครอง และคานอำนาจกับนักการเมือง
สภามนตรีประมุขแห่งชาติ ทางออกประชาธิปไตยแบบไทย
คุณสมบัติ
ไม่ดำรงตำแหน่งทางราชการ รัฐวิสาหกิจ การเมือง และ ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง อย่างน้อย 3 ปีก่อนดำรงตำแหน่ง ระหว่างดำรงตำแหน่งไม่สามารถรับตำแหน่งราชการ รัฐวิสาหกิจและเป็นพนักงาน ลูกจ้าง บอร์ดบริหาร และกรรมการผู้ถือหุ้นบริษัทเอกชนได้ หลังพ้นจากตำแหน่งอย่างน้อย 2 ปี ห้ามมิให้รับราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนใดๆ
ที่มีสภามนตรีประมุขแห่งชาติ
คณะองคมนตรีทั้ง 19 คน คัดสรรชื่อผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมจำนวน 200 รายชื่อ จากนั้นประชาชน ลงคะแนนเลือกตั้งเหลือเพียง 81 คน รวมกับ คณะองคมนตรีเป็น 100 คน (สำรองเลื่อขึ้นหากมีการพ้นตำแหน่ง เสียชีวิต)
อำนาจและหน้าที่
ทำหน้าที่คล้ายวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย, จัดตั้งคณะคัดสรรองค์กรอิสระ
ร่วมกับสภาผู้แทนฯ อภิปรายถอดถอนตำแหน่งองค์กรอิสระ โดยต้องมีเสียงรวมสองสภามากกว่ากึ่งหนึ่ง และต้องมีเสียงเห็นชอบถอดถอนจากสภามนตรีประมุขไม่น้อยกว่า 1/3 (ต้อให้ได้มติ 500 เสียงจากสภาผู้แทนฯ ก็ไม่สามารถถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระได้หากได้เสียงจากสภามนตรีฯไม่ถึง 1/3 ในทางกลับกัน ผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระใดๆที่ผ่านการเห็นชอบมาอย่างหมิ่นเหม่ หากประพฤติมิชอบ หรือ ปฎิบัติหน้าที่เป็นที่เคลือบแคลงของผู้แทนประชาชน ก็มีสิทธิ์ถูกถอดถอนได้อย่างไม่ยาก)
เพิ่มอำนาจ บริหารกิจการด้านความมั่นคงร่วมกับสภาผู้แทนฯ
บังคับให้ กรรมาธิการด้านกิจการความมั่นคง กระทรวงมหาดไท, กลาโหม ต้องมีสมาชิกสภามนตรีประมุขแห่งชติเข้าร่วมครึ่งหนึ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญว่าด้วย องค์พระประมุข ทรงเป็นจอมทัพไทย ดังนั้น กิจการด้านควมมั่นคง ต้องมีส่วนร่วมจากสภามนตรีประมุขด้วย
การถอดถอนสภามนตรีประมุขแห่งชาติ
ยื่นมติถอดถอนสมาชิกสภามนตรีประมุขแห่งชาติรายบุคคล หรือ คณะบุคคล ทำได้โดย สภาผู้แทนฯ ยื่นมติไม่ไว้วางใจรายบุคคลหรือคณะบุคคล สมาชิกสภามนตรีฯ โดยต้องมีเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ(250) และต้องได้รับการรับรองอย่งน้อย 1/3 จากสภามนตรีประมุขแห่งชาติ(34)
อำนาจในการถอดถอนสมาชิกสภามนตรีประมุขแห่งชาติ คณะองคมนตรีและประธานองคมนตรี ลงมติ ในขั้นตอนสุดท้าย โดยต้องได้รับเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง (10 เสียง) เพื่อถอดถอนตำแหน่งสมาชิกสภามนตรีฯ (หรือคณะ)
ทำไมต้องมีสภามนตรีประมุขแห่งชาติ?
เพื่อคานอำนาจนักการเมือง จัดตั้งองค์กรอิสระที่มีหน้าที่และอำนาจ ตรวจสอบนักการเมือง ข้าราชการ ถอดถอนตำแหน่งราชการและการเมืองได้ โดย มีที่มาจากการคัดสรรของประมุข และ เชื่อมโยงกับประชาชน ภายใต้แนวความคิดของประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นว่า องค์พระประมุขย่อมทรงปรารถนีดีกับปวงชน ผสกนิกรอย่างหาใดเปรียมิได้
เชื่อว่า ถ้าคุณไม่ได้เป็นฝ่ายเสรีนิยมสุดโต่ง บ้าคลั่งประชาธิปไตยแบบอเมริกันสุดขีด น่าจะพอเห็นเค้าลางว่านี่คือการออกแบบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ภายใต้กรอบสังคมแบบไทยๆ ที่เดินหน้าไปได้โดยมีความขัดแย้งน้อยกว่าที่เป็น
สภามนตรีประมุขแห่งชาติ สะท้อนเสียงของประชาชน ที่ลงความเห็นเลือกคนที่เหมาะสมจะเข้าไปกลั่นกรอง แต่งตั้งอำนาจอิสระตรวจสอบได้ ในทางกลับกัน สภาผู้แทนฯ ที่เ)็นเสียงทางตรงของประชาชน ก็ยังมีอำนาจในการถอดถอน ยื่นยติอภิปรายสภามนตรีประมุขได้ และ คณะองคมนตรี ภายใต้พระบรมราชโองการแต่งตั้งผ คือผู้มีอำนาจสูงสุดในการถอดถอน เพื่อดำรงไว้ซึ่งการบริหาร ปกครอง และคานอำนาจกับนักการเมือง