บทเรียนจากการซื้ออาหารสำเร็จรูป.... เพื่อนเกือบตาย

วันนี้เรามีเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องมาเล่าให้ฟัง อาจเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นเพื่อไม่ให้เจอปัญหาอย่างเรา
เป็นเรื่องอันตรายจากการซื้ออาหารสำเร็จรูปหรือ"แกงถุง"
ซึ่งปกติเราและน้องก็ซื้อกินเป็นประจำ เนื่องจากความสะดวก
น้องเราแพ้กุ้ง ถ้าทานเข้าไปจะมีอาการแพ้ขั้นรุนแรง เคยต้องเข้าICU มาแล้ว
ซึ่งหมอก็เคยเตือนว่าให้ระวังเพราะอาการแพ้จะรุนแรงมากขึ้นอีกหากได้รับสารที่แพ้เข้าสู่ร่างกาย

ดังนั้นในการทานอาหารไม่ว่าจะทำเอง หรือซื้อมากิน หรือทานข้าวนอกบ้าน
น้องเราก็จะต้องมั่นใจว่าอาหารนั้นไม่มีส่วนผสมของกุ้งในการประกอบอาหาร

จนเรื่องนี้เกิดขึ้น.  
เราซื้อแกงถุงเป็นแกงส้มหรือแกงเหลืองตามภาษาภาคกลางจากร้านอาหารปักษ์ใต้
ที่เคยไปซื้อบ่อยๆ ตอนที่เราซื้อเราเห็นในหม้อที่ใส่เป็นแกงส้มปลากับสัปปะรด อ้อดิบและยอดมะพร้าว
เราก็เลยซื้อ. หลังจากทานข้าวมื้อค่ำได้สัก 5 นาที น้องเราเริ่มมีอาการไอถี่ๆ และตาและปากเริ่มแดงบวม
เราจึงรีบพาน้องไปโรงพยาบาล เพราะรู้อาการแล้วว่าต้องแพ้กุ้งอย่างรุนแรง
อาการระหว่างทางน้องเริ่มไอถี่มากขึ้น พูดแทบไม่ได้เสียงแหบแห้ง
หน้าตาๆม่ต้องพูดถึงทั้งแดงทั้งบวมไปทั้งหน้า
และน้องก็บอกว่าปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ

เราก็เลยกะว่าเมื่อไปถึงโรงพยาบาลจะพาน้องไปห้องน้ำก่อน
แต่เมื่อเข้าไปที่โรงพยาบาล ห้องฉุกเฉิน พยาบาลที่เห็นสภาพน้องเรา รีบบอกว่าไม่ต้องไม่เข้าห้องน้ำหรอก
ให้รีบขึ้นเตียงนอน ฉีดยาแก้แพ้ทันที พร้อมพ่นยาขยายหลอดลม และให้เกลือ.
เพราะคุณหมออธิบายว่าอาการแพ้ของน้องนั้น เกือบครบทั้ง 4 ระบบของร่างกายแล้วคือ
ทางผิวหนัง_ผืื่นแดงบวม
ระบบทางเดินหายใจ_ไอหอบ หายใจลำบาก เนื่องจากหลอดลมเกร็ง
ระบบทางเดินอาหาร_ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน (น้องเราเริ่มรู้สึกขณะเดินทางไปโรงพยาบาล)
และสุดท้ายคือ ความดันโลหิต ชีพจรเต้นเร็วและช็อค หมดสติ อาจถึงแก่ชีวิตได้

อาการทั้งหมดยกเว้นอาการช็อค เกิดกับน้องเราในเวลาไม่ถึง 30 นาที
โชคดีที่หอพักอยู่ใกล้โรงพยาบาล และเรารู้ปัญหาเรื่องการแพ้อาหารและอาการที่เกิดขึ้น
ทำให้ส่งน้องเข้าโรงพยาบาลได้เร็ว  ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่อยากจะคิดเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

หลังจากที่น้องรักษาตัวอยู่ เรามานึกทบทวนว่าทำไมน้องถึงมีอาการแพ้ขั้นรุนแรงได้
เพราะอาหารที่กินวันนี้ นอกจากแกงส้มปลาที่เราซื้อมา นอกนั้นเป็นอาหารที่เราทำเอง คือผัดผักกับหมู
ไม่มีกุ้งแน่นอน. ดังนั้นผู้ต้องสงสัยก็คือแกงส้มที่อาจเป็นไปได้ว่ามีส่วนผสมของกุ้ง
เพราะตอนที่เราไปซื้อเป็นช่วงบ่าย แต่ร้านเปิดมาตั้งแต่เช้า ดังนั้นอาจจะเป็นแกงส้มกุ้งก่อน เมื่อกุ้งหมด คนขายอาจจะนำปลามาเติมในหม้อเก่า
ซึ่งตอนที่เราไปซื้อ เราก็เห็นว่าเป็นแกงส้มปลา เราจึงซื้อมา
ไม่คิดว่าจะทำให้น้องเราเกือบตายได้

เราไม่ได้โทษร้านขายแกงหรอกเพราะไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างที่เราสันนิษฐานหรือไม่ที่เป็นแกงส้มที่มีการนำเนื้อปลามาใส่ภายหลัง
(แต่อย่างที่บอกกับข้าวอย่างอื่นเราทำเองทั้งนั้น). และถึงจะเป็นอย่างนั้น ทางร้านก็ไม่ได้ทำผิดอะไรที่มีการใช้วีธีการดังกล่าว
อาจเพื่อประหยัดเวลาต้นทุนหรืิอเป็นสูตรเด็ดเคล็ดลับของทางร้านก็ได้

ดังนั้นจึงเป็นบทเรียนกับเราว่าอะไรที่เห็นอาจไม่ใช่อย่างที่เห็น
ต่อไปเราต้องยิ่งระวังในการเลือกซื้ออาหารมากขึ้นอีก
และน้องเองก็อย่าประมาทกับสภาพร่างกายตัวเอง

ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่กินข้าวอยู่ที่บ้านก็เลยไปทัน
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  สุขภาพกาย อาหาร ครอบครัว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่