สวัสดีค่ะทุกคน 😁
🌧️ ช่วงหน้าฝน บรรยากาศครึ้มๆแบบนี้ ชวนให้อยากทานอะไรที่ร้อนๆ ทำให้ร่างกายอบอุ่น
🌱 เมนูของที่บ้านวันนี้เลยจบลงที่
"แกงส้มปลานิลใส่ผักบุ้งไทย" หม้อโตๆ ซดน้ำแกงร้อนๆ คู่กับ
หมูทอด บอกเลยว่าฟินมากค่ะ 😋
🎣 ในระหว่างที่กำลังนั่งล้างผักบุ้งไทยก้านโตๆ ก็มองไปเห็นรูตรงก้านผักบุ้ง เลยคุยกับคุณสามี เล่าถึงอดีตที่สมัยยังเป็นเด็กวิ่งเล่นตามหัวไร่ปลายนา บางทีก็วิ่งตามตาไปตกเบ็ด หาปลา เลยทำให้นึกถึงเมนูโบราณที่ตาเคยเล่าความหลังให้ฟัง... นั่นคือ
"แกงส้มปลาลูกครอก" (เคยฟังแต่ยังไม่เคยทานค่ะ)
เด็กๆ หลายคนในยุคนี้อาจจะไม่คุ้นหู หรือถ้าได้ยินคำว่า
"ลูกครอก" (ลูกปลาช่อนตัวเล็กๆ ที่ว่ายรวมกันเป็นฝูง) อาจจะรู้สึกแอบหวาดเสียวในใจ แต่สำหรับคนรุ่นก่อน มันคือวิถีชีวิตและภูมิปัญญาแห่งความอุดมสมบูรณ์ค่ะ 😊
🌧️🌾
วิถีหน้าฝน: เมื่อผักบุ้งทอดยอด และฝูงปลาลูกครอกออกเริงร่า ในอดีต
ช่วงฤดูน้ำหลากตามท้องนา ผักบุ้งไทยจะแตกยอดอ่อน และเป็นช่วงเดียวกับที่
แม่ปลาช่อนพาลูกครอกฝูงโตออกหากิน ชาวบ้านที่ออกไปหาปลา ก็มักจะใช้สวิงช้อนเอาลูกปลาช่อนตัวเล็กๆ ขนาดเท่านิ้วมือติดมือกลับมาด้วย
🌱 ความที่
ปลาตัวเล็ก ก้างยังไม่แข็งและเนื้อหวานนุ่มละมุน พอเอามาจับคู่กับ
ผักบุ้งนา มันจึงกลายเป็นมวยถูกคู่ รสเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียกในแกงส้มจะไปช่วยทำให้ก้างเล็กๆ เหล่านั้นนิ่มลง จนเวลาเคี้ยวสามารถกินได้ทั้งตัว แถมได้แคลเซียมไปในตัวด้วยค่ะ
🏡 บางบ้านมีเมนูในตำนานอย่าง
"ปลาช่อนมุดรู" ที่เขาจะเอาผักบุ้งก้านโตๆ ตัดเป็นท่อน ใส่ลงในหม้อน้ำเย็นพร้อม
ปลาลูกครอก พอตั้งไฟให้เริ่มอุ่นตามธรรมชาติ ลูกปลาจะตกใจวิ่งหาที่หลบแล้วมุดเข้าไปซ่อนตัวในรูผักบุ้ง พอปลาสุกคาก้านผักบุ้ง ก็นำไปแกงส้ม น้ำแกงจะเข้าไปซึมในก้านผักบุ้งและเนื้อปลา ซึ่งปัจจุบัน น่าจะหาทานไม่ได้แล้ว ถือเป็น
เรื่องเล่าในความทรงจำค่ะ
🐟 ตัดภาพกลับมาที่ชามแกงส้มของเราในวันนี้ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราคงไม่ได้ออกไปช้อนปลาลูกครอกตามท้องนา หรือเก็บผักบุ้งตามหนองน้ำธรรมชาติกันง่ายๆ แล้ว (แถมต้องช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์ปลาด้วย)
เมนูแกงส้มผักบุ้งไทย ในวันนี้ จึงถูกส่งไม้ต่อมาให้กับ "ปลานิล" ที่จขกท.ซื้อมาสดๆ จากเขื่อนระบำ เนื้อนุ่มหวานเต็มๆ คำ และเข้ากับน้ำแกงส้มได้ดีไม่แพ้กันเลยค่ะ
"แกงส้มผักบุ้งปลานิล" รสชาติเข้มข้น เปรี้ยว เค็ม หวาน ครบ 3 รส ทำเองสดๆ ร้อนๆ หม้อโตๆ เลยค่ะ มาดูสูตรกันเลย! 👇
🛒
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. ปลานิลสด ล้างสะอาด(หั่นชิ้นหนา)
2. ผักบุ้งไทย (ผักบุ้งนา) 3 กำ ตัดเอาแต่ยอดอ่อนๆ
(มีถั่วฝักยาวเหลืออยู่ จขกท.เลยเอามาใส่รวมค่ะ)
3. พริกแกงส้ม
4. กระชาย 2-3 แง่ง (ซอยชิ้นเล็กสำหรับนำไปโขลก)
5. หอมแดง 4-5 หัว
6. กะปิแท้ 1/2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมะขามเปียก 4-5 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามชอบ)
6. น้ำปลา, น้ำปลาร้าต้มสุก
7 .น้ำตาลทรายเล็กน้อย เพื่อตัดรส
8. น้ำเปล่า หรือ น้ำสะอาด สำหรับต้ม
👩🍳
ขั้นตอนการทำ
1. นำผักบุ้งมาล้างให้สะอาด ดึงใบแก่ออก เด็ดผักบุ้งเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 2 นิ้ว (เคล็ดลับ: ให้ใช้มือกดหรือบีบก้านผักบุ้งเบาๆ ให้พอแตกเล็กน้อย เพื่อให้น้ำแกงส้มซึมเข้าเนื้อได้ดีขึ้นค่ะ)
2. นำพริกแกงส้ม กระชายซอย หอมแดง และกะปิ ลงในครกโขลกให้ละเอียดเข้ากัน ต่อด้วยนำเนื้อปลานิลชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 ชิ้นที่ต้มสุกแล้วลงไปโขลกรวมกันจนเนื้อเนียน วิธีนี้จะช่วยให้ น้ำแกงส้มปลานิล ของเราเข้มข้นน่าทานค่ะ
3. นำพริกแกงที่เราโขลกไว้ ละลายลงในหม้อน้ำเดือด รอจนน้ำแกงเดือดพล่าน ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
4. ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำปลาร้า และน้ำตาลทรายเล็กน้อยลงไป ชิมรสชาติให้ได้เปรี้ยวนำ ตามด้วยเค็มและมีความนัวจากน้ำปลาร้า
5. เร่งไฟให้เดือดจัด ใส่เนื้อปลานิลชิ้นโตๆ ที่เหลือลงไป (เคล็ดลับ: ใส่แล้วห้ามคนเด็ดขาด! เพื่อป้องกันไม่ให้แกงมีกลิ่นคาวปลา รอจนเนื้อปลาสุกดี)
6. เมื่อปลาสุกเริ่มสุกใส่ถั่วฝักยาวลงไป รอน้ำเดือดอีกครั้งให้ใส่ผักบุ้งไทย ตามลงไปใช้ทัพพีกดให้ผักบุ้งจมน้ำแกงอย่างรวดเร็ว ต้มต่อด้วยไฟแรงประมาณ 1-2 นาทีพอให้ผักสลด และยังคงความกรอบ
7. จากนั้นปิดไฟตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ได้เลยค่ะ
💡
เคล็ดลับก้นครัว
1. กระชาย : จะช่วยดับกลิ่นคาวของปลา และกลิ่นปลาร้าได้เป็นอย่างดี ช่วยทำให้น้ำแกงมีความหอมของสมุนไพร
2. หอมแดง: จะให้ความหวานจากธรรมชาติ
3.
ระวังเรื่องน้ำปลา: เนื่องจากน้ำปลาร้าและกะปิมีความเค็มในตัวอยู่แล้ว ตอนปรุงรสแนะนำให้ค่อยๆ ทยอยใส่น้ำปลา แล้วชิมไปเรื่อยๆ นะคะ
❤️🌧️
แกงส้มผักบุ้ง ในมื้อนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความอิ่มท้อง แต่คือรสชาติแห่งความทรงจำ ที่ชวนให้คิดถึงกลิ่นดิน คิดถึงเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสี และคิดถึงกับข้าวรสมือของตากับยายที่ไม่มีวันหวนคืนมา...
มีใครเคยฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับ
"แกงส้มปลาลูกครอก" หรือมีเมนูอาหารในความทรงจำแบบไหนกันบ้างมั้ยคะ 😁
🍲🐟 ชวนชิม "แกงส้มผักบุ้งปลานิล" กับเรื่องเล่าวันวาน "แกงส้มปลาลูกครอก" เมนูความทรงจำวัยเด็ก 🌾✨
🌧️ ช่วงหน้าฝน บรรยากาศครึ้มๆแบบนี้ ชวนให้อยากทานอะไรที่ร้อนๆ ทำให้ร่างกายอบอุ่น
🌱 เมนูของที่บ้านวันนี้เลยจบลงที่ "แกงส้มปลานิลใส่ผักบุ้งไทย" หม้อโตๆ ซดน้ำแกงร้อนๆ คู่กับ หมูทอด บอกเลยว่าฟินมากค่ะ 😋
🎣 ในระหว่างที่กำลังนั่งล้างผักบุ้งไทยก้านโตๆ ก็มองไปเห็นรูตรงก้านผักบุ้ง เลยคุยกับคุณสามี เล่าถึงอดีตที่สมัยยังเป็นเด็กวิ่งเล่นตามหัวไร่ปลายนา บางทีก็วิ่งตามตาไปตกเบ็ด หาปลา เลยทำให้นึกถึงเมนูโบราณที่ตาเคยเล่าความหลังให้ฟัง... นั่นคือ "แกงส้มปลาลูกครอก" (เคยฟังแต่ยังไม่เคยทานค่ะ)
เด็กๆ หลายคนในยุคนี้อาจจะไม่คุ้นหู หรือถ้าได้ยินคำว่า "ลูกครอก" (ลูกปลาช่อนตัวเล็กๆ ที่ว่ายรวมกันเป็นฝูง) อาจจะรู้สึกแอบหวาดเสียวในใจ แต่สำหรับคนรุ่นก่อน มันคือวิถีชีวิตและภูมิปัญญาแห่งความอุดมสมบูรณ์ค่ะ 😊
🌧️🌾 วิถีหน้าฝน: เมื่อผักบุ้งทอดยอด และฝูงปลาลูกครอกออกเริงร่า ในอดีต
ช่วงฤดูน้ำหลากตามท้องนา ผักบุ้งไทยจะแตกยอดอ่อน และเป็นช่วงเดียวกับที่แม่ปลาช่อนพาลูกครอกฝูงโตออกหากิน ชาวบ้านที่ออกไปหาปลา ก็มักจะใช้สวิงช้อนเอาลูกปลาช่อนตัวเล็กๆ ขนาดเท่านิ้วมือติดมือกลับมาด้วย
🌱 ความที่ปลาตัวเล็ก ก้างยังไม่แข็งและเนื้อหวานนุ่มละมุน พอเอามาจับคู่กับผักบุ้งนา มันจึงกลายเป็นมวยถูกคู่ รสเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียกในแกงส้มจะไปช่วยทำให้ก้างเล็กๆ เหล่านั้นนิ่มลง จนเวลาเคี้ยวสามารถกินได้ทั้งตัว แถมได้แคลเซียมไปในตัวด้วยค่ะ
🏡 บางบ้านมีเมนูในตำนานอย่าง "ปลาช่อนมุดรู" ที่เขาจะเอาผักบุ้งก้านโตๆ ตัดเป็นท่อน ใส่ลงในหม้อน้ำเย็นพร้อม ปลาลูกครอก พอตั้งไฟให้เริ่มอุ่นตามธรรมชาติ ลูกปลาจะตกใจวิ่งหาที่หลบแล้วมุดเข้าไปซ่อนตัวในรูผักบุ้ง พอปลาสุกคาก้านผักบุ้ง ก็นำไปแกงส้ม น้ำแกงจะเข้าไปซึมในก้านผักบุ้งและเนื้อปลา ซึ่งปัจจุบัน น่าจะหาทานไม่ได้แล้ว ถือเป็น เรื่องเล่าในความทรงจำค่ะ
🐟 ตัดภาพกลับมาที่ชามแกงส้มของเราในวันนี้ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราคงไม่ได้ออกไปช้อนปลาลูกครอกตามท้องนา หรือเก็บผักบุ้งตามหนองน้ำธรรมชาติกันง่ายๆ แล้ว (แถมต้องช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์ปลาด้วย) เมนูแกงส้มผักบุ้งไทย ในวันนี้ จึงถูกส่งไม้ต่อมาให้กับ "ปลานิล" ที่จขกท.ซื้อมาสดๆ จากเขื่อนระบำ เนื้อนุ่มหวานเต็มๆ คำ และเข้ากับน้ำแกงส้มได้ดีไม่แพ้กันเลยค่ะ
"แกงส้มผักบุ้งปลานิล" รสชาติเข้มข้น เปรี้ยว เค็ม หวาน ครบ 3 รส ทำเองสดๆ ร้อนๆ หม้อโตๆ เลยค่ะ มาดูสูตรกันเลย! 👇
🛒 วัตถุดิบและส่วนผสม
1. ปลานิลสด ล้างสะอาด(หั่นชิ้นหนา)
2. ผักบุ้งไทย (ผักบุ้งนา) 3 กำ ตัดเอาแต่ยอดอ่อนๆ
(มีถั่วฝักยาวเหลืออยู่ จขกท.เลยเอามาใส่รวมค่ะ)
3. พริกแกงส้ม
4. กระชาย 2-3 แง่ง (ซอยชิ้นเล็กสำหรับนำไปโขลก)
5. หอมแดง 4-5 หัว
6. กะปิแท้ 1/2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมะขามเปียก 4-5 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามชอบ)
6. น้ำปลา, น้ำปลาร้าต้มสุก
7 .น้ำตาลทรายเล็กน้อย เพื่อตัดรส
8. น้ำเปล่า หรือ น้ำสะอาด สำหรับต้ม
👩🍳 ขั้นตอนการทำ
1. นำผักบุ้งมาล้างให้สะอาด ดึงใบแก่ออก เด็ดผักบุ้งเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 2 นิ้ว (เคล็ดลับ: ให้ใช้มือกดหรือบีบก้านผักบุ้งเบาๆ ให้พอแตกเล็กน้อย เพื่อให้น้ำแกงส้มซึมเข้าเนื้อได้ดีขึ้นค่ะ)
2. นำพริกแกงส้ม กระชายซอย หอมแดง และกะปิ ลงในครกโขลกให้ละเอียดเข้ากัน ต่อด้วยนำเนื้อปลานิลชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 ชิ้นที่ต้มสุกแล้วลงไปโขลกรวมกันจนเนื้อเนียน วิธีนี้จะช่วยให้ น้ำแกงส้มปลานิล ของเราเข้มข้นน่าทานค่ะ
3. นำพริกแกงที่เราโขลกไว้ ละลายลงในหม้อน้ำเดือด รอจนน้ำแกงเดือดพล่าน ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
4. ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำปลาร้า และน้ำตาลทรายเล็กน้อยลงไป ชิมรสชาติให้ได้เปรี้ยวนำ ตามด้วยเค็มและมีความนัวจากน้ำปลาร้า
5. เร่งไฟให้เดือดจัด ใส่เนื้อปลานิลชิ้นโตๆ ที่เหลือลงไป (เคล็ดลับ: ใส่แล้วห้ามคนเด็ดขาด! เพื่อป้องกันไม่ให้แกงมีกลิ่นคาวปลา รอจนเนื้อปลาสุกดี)
6. เมื่อปลาสุกเริ่มสุกใส่ถั่วฝักยาวลงไป รอน้ำเดือดอีกครั้งให้ใส่ผักบุ้งไทย ตามลงไปใช้ทัพพีกดให้ผักบุ้งจมน้ำแกงอย่างรวดเร็ว ต้มต่อด้วยไฟแรงประมาณ 1-2 นาทีพอให้ผักสลด และยังคงความกรอบ
7. จากนั้นปิดไฟตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ได้เลยค่ะ
💡 เคล็ดลับก้นครัว
1. กระชาย : จะช่วยดับกลิ่นคาวของปลา และกลิ่นปลาร้าได้เป็นอย่างดี ช่วยทำให้น้ำแกงมีความหอมของสมุนไพร
2. หอมแดง: จะให้ความหวานจากธรรมชาติ
3. ระวังเรื่องน้ำปลา: เนื่องจากน้ำปลาร้าและกะปิมีความเค็มในตัวอยู่แล้ว ตอนปรุงรสแนะนำให้ค่อยๆ ทยอยใส่น้ำปลา แล้วชิมไปเรื่อยๆ นะคะ
❤️🌧️ แกงส้มผักบุ้ง ในมื้อนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความอิ่มท้อง แต่คือรสชาติแห่งความทรงจำ ที่ชวนให้คิดถึงกลิ่นดิน คิดถึงเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสี และคิดถึงกับข้าวรสมือของตากับยายที่ไม่มีวันหวนคืนมา...
มีใครเคยฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "แกงส้มปลาลูกครอก" หรือมีเมนูอาหารในความทรงจำแบบไหนกันบ้างมั้ยคะ 😁