อามานะฮ์ หรือ ความรับผิดชอบที่ถูกลืม

บิ้สมิ้ลลาฮิรเราะห์มานิ้รร่อฮีม ด้วยพระนามของเอกองค์อัลลอฮ(ซบ ) ที่เมตตากรุณาปราณีเสมอ
อัซซลามุอาลัยกุมวาเราะห์มาตุ้ลลอฮิวาบารอกาตุห์

สวัสดีครับ พี่น้องผู้มีศรัทธาชนทั้งหลาย สาเหตุที่วันนี้อยากเขียนเรื่องนี้ เพราะมันมีสาเหตุมาจากการไม่รักษาคำพูดของคนที่ผมประสพพบมาในแวดวงธุรกิจและแวดวงศาสนา  ไม่ว่าการนัดหมาย ไม่ว่าสัญญาจากคำพูด การรักษาเวลา การพูดอะไรลอยๆขาดความรับผิดชอบ บางคนจับไม้จับมือร่วมเดินทางเดียวกันพอวันรุ่งขึ้น ไปนอนคิดแปดตลบ แล้วมาเปลี่ยนแปลงในวันรุ่งขึ้น

ผมมีเหตุการณ์นึง ตอนนั้นผมร่วมกันสร้างทีมขึ้นมาเพื่อประกอบธุรกิจค้าขายตัวแทนกับเมืองนอก ประชุมกันย่ำค่ำดึกดื่น ก่อนเลิกจับไม้จับมือกัน เอาละสรุปในที่ประชุมเราจะดำเนินการด้วยวิธีนี้ และเป็น พาร์ทเนอร์กัน พรุ่งนี้เช้าเราเริ่มงานกันเลย นัดหมาย 9โมงเช้าเริ่มสตาร์ทงานกันตาม Action plan พอถึงวันเวลาดั่งกล่าว กลับหายกะโหลกกัน พอตามตัวได้ บางคนบอกว่าขอโทษ เมื่อคืนปรึกษาเมียแล้ว เมียไม่โอเค บางคนบอกว่ายังไม่ได้ดูหมอดู สารพัดเหตุผลมาอ้างกัน และพอเบี้ยวก็ไม่โทรแจ้งให้ทราบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลง  

ผมมันคนทำงานพอสรุปเสร็จเราก็เริ่มติดต่อนู้นี้  พอมาเบี้ยวแบบนี้  จากคนที่ไร้ความรับผิดชอบทางด้านคำพูด มันพลอยให้เราต้องกลายเป็นคนเหลาะแหละตามไปด้วย คนเหลาะแหละแบบนี้ คือคนที่ปราศจากอามานะฮ์ คบด้วยก็ต้องทำใจ ว่าจะต้อง เหลาะแหละตามเค้า

สังคมแบบนี้เป็นเอามากในสังคมโลก นี่คือมะเร็งร้ายของสังคม  ที่ไม่ยอมคิดก่อน ที่จะพูดออกไป ไม่ยอมคิดก่อนที่จะสัญญาอะไรออกไป เลยสร้างความโกลาหล ให้เกิดในสังคม

ผมเริ่มงานครั้งแรกในชีวิตเมื่อ 30 ปีที่แล้วมา กับบริษัท ญี่ปุ่น ชื่อดัง ผู้บริหารญี่ปุ่นบอกผมว่า ไม่แน่ใจไม่ต้องพูด ไม่แน่ใจไม่ต้องรับปาก นัดหมายใคร ให้ตรงเวลาไปไม่ได้ต้องหาทุกวิถีทางในการแจ้งให้ทราบ โทรแจ้ง ให้คนไปบอก ถ้าไม่มีอะไรสักอย่าง ถึงต้องคลานไปบอกก็ต้องคลานไป ญี่ปุ่นคนนั้นบอกว่า ถ้าไม่รู้ห้ามชี้ อย่างเด็ดขาดเพราะจะสร้างความยุ่งยากให้กับผู้อื่นไปด้วย


ในศาสนาอิสลามมีคำสอน  มีพระดำรัสของพระองค์อัลลอฮ์(ซบ)ไว้ดั่งนี้

"โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! พวกเจ้าอย่าบิดพริ้วต่ออัลเลาะฮ์และศาสนทูตและอย่าบิดพริ้วต่อ(อะมานะฮ์)ความไว้วางใจ (ที่ผู้อื่นมอบแก่)พวกเจ้า  เพื่อพวกเจ้าจะได้กตัญญู" อัลอัมฟาล : 27


อามานะห์ในส่วนของศาสนาอิสลาม และของท่านศาสดา หรือรอซูล มูฮำหมัดและบรรดาเหล่านบีทั้งหลายนั้น มีดังนี้คือ

ซีฟัต(คุณลักษณะ)อะมานะฮ์สำหรับร่อซูลนั้น  ประเสริฐที่มุสลิมทุกคนสมควรนำมาปฏิบัติให้สุดความสามารถเท่าที่เรามีสิทธิจะกระทำได้

ดังนั้น "อะมานะฮ์สำหรับร่อซูล"  แปลว่า  ไว้ใจได้  เชื่อถือได้  กล่าวคือ  ได้รับการปกป้องและพิทักษ์ไม่ให้กระทำสิ่งต้องห้าม  หรือสิ่งที่ไม่ควร  ตลอดจนสิ่งที่ไม่คู่ควรทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย  ไม่หลงในขณะเวลาที่ยังเป็นเด็กอยู่หรือโตแล้ว  และทั้งก่อนการเป็นนบีและหลังการเป็นนบี  เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ท่านนบีจะ "บิดพริ้ว"

อะมานะฮ์  คือ  สัญญาว่าจะกระทำตามสัญญาตามที่เราได้รับมอบหมายมา   กล่าวคือ  ท่านนบีถูกใช้ให้ทำการเผยแพร่  ก็ต้องด้วยอะมานะฮ์  เผยแพร่โดยเชื่อถือได้ และปฏิบัติตามสิ่งที่ได้เผยแพร่ไป  โดยไม่บิดพริ้วหรือขัดกับสิ่งที่ถูกบัญชาใช้จากอัลเลาะฮ์   คือต้องมีอะมานะฮ์ทั้งภายนอกและภายใน   สำหรับอะมานะฮ์ภายนอกคือ  เราจะต้องปฏิบัติสิ่งที่อัลเลาะฮ์ทรงใช้  เช่นทำการละหมาด  ถือศีลอด  ละเว้นการโกหก  การดื่มเหล้าและทำซินา  เป็นต้น  เพราะหากเราไม่ปฏิบัติตามนั้น  แสดงว่าเราบิดพริ้วต่ออัลเลาะฮ์  ไม่มีอะมานะฮ์ในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงมอบหมายให้เราฏออัตทำตามคำสั่งต่อพระองค์    

อะมานะฮ์ภายใน คือ จะต้องไม่อิจฉาริษยา  โอ้อวด  ลำพอง  ยิ่งยะโส  อยากเด่นอยากดัง  เป็นต้น   เพราะสิ่งเหล่านั้น อัลเลาะฮ์ทรงห้าม  หากเรากระทำมันแสดงว่าเราบิดพริ้ว  ไม่มีอะมานะฮ์ต่อพระองค์

วัลลอฮ์ วัลฮิดายะห์ วัลเตาฟิกร์

พี่จิม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่