เลือกตั้ง 2569 : “สมชัย” ฟาด กกต. ลอบกัด ไม่กล้าเปิดชื่อผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา กลัวฟ้องกลับ ม.157
.
.
“สมชัย” โพสต์เดือด ชี้ กกต. สงวนชื่อผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ไม่แตกต่างอะไรกับพฤติกรรมของคนลอบกัด ลับ ๆ ล่อ ๆ ที่กลัวการฟ้องกลับ ม.157
.
วันที่ 28 ก.พ. 69 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เดือด กรณี กกต. แจ้งความภาคประชาชน 6 ราย จากการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ระบุว่า เป็นการแจ้งความแบบปั่นกระแส หวังข่มขู่ประชาชนที่ออกมาเปิดโปงสิ่งที่ กกต. ประพฤติมิชอบหรือไม่
.
ตามที่ สำนักงาน กกต. ได้ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ เลขที่ข่าว 196/2569 วันที่เผยแพร่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 3 หน้าเพื่ออธิบายที่ กกต. ไปแจ้งความกองปราบว่า ไม่ใช่การฟ้องประชาชนหรือคุกคามสื่อ แต่เป็นการแจ้งความคณะบุคคลที่ร่วมและแบ่งกันทำงานและขบวนการ
โดยระบุเหตุผล 6 ข้อดังนี้
1. ขัดขวางการทำงานของ กกต.
2. กระทำการอ่านบาร์โค้ดเพื่อไปถึงข้อมูลว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกใคร
3. กกต. ไม่เคยดำเนินคดีกับประชาชน ยกเว้นคนที่มีเจตนาไม่สุจริต
4. กลุ่มคนที่โดนแจ้ง เป็นกลุ่มคนที่ไปปรากฏตัว มีหลักฐานการนำเสนอข้อมูลร่วมกัน
5. คนที่ไม่ไปปรากฏ มีการนัดหมายกับกลุ่มขบวนการจะเปิดเผยสิ่งที่ทำในเวทีสาธารณะ
6. มีการปั่นกระแสในโซเชียล ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย เป็นภัยต่อความมั่นคง
.
"เอกสารทั้งหมด ไม่มีการระบุชื่อบุคคลทั้ง 6 คน มีแต่ข่าวปล่อยที่หวังปั่นกระแสในโซเชียล เพื่อข่มขู่ คุกคามประชาชน ด้วยข้อกล่าวหาอาญาแผ่นดินที่ร้ายแรง โดยหวังลดทอนการตรวจสอบการประพฤติมิชอบของ กกต.เอง ซึ่งนับวันจะมีคนออกมาเปิดโปงมากขึ้นเรื่อย ๆ" นายสมชัยกล่าว
.
อดีต กกต. เสริมว่า "การสงวนชื่อผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ไม่แตกต่างอะไรกับพฤติกรรมของคนขลาด ที่ลอบกัด ลับ ๆ ล่อ ๆ ที่กลัวการฟ้องกลับ ม.157 เมื่อบุคคลดังกล่าวได้ทราบข้อมูลการฟ้องที่เป็นทางการ"
.
นายสมชัยบอกว่า "เปิดเผยชื่อสิครับ อย่าขลาดกลัวเกินเหตุ หากมั่นใจว่าข้อกล่าวหาเป็นความจริง แต่หากเป็นการแจ้งความเท็จเมื่อไหร่ การแจ้งความกลับเกิดขึ้นทันที อย่างน้อย 9 คน ทั้งอาญาและแพ่งที่แพงมาก"
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid02Yns2Vf5VTwEgrsFJKPtGEyFPx7ZBeZsPFEa5pJixaMcAvTEXYh7HRsKBX9qDXFsHl
.
.
สมาคมทนายความ ชี้กกต.น่าละอาย แจ้งจับ 6 ประชาชน เผยอาจถูกฟ้องกับแจ้งความเท็จ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5614536
.
สมาคมทนายความ ชี้กกต.น่าละอาย แจ้งจับ 6 ประชาชน เผยอาจถูกฟ้องกับแจ้งความเท็จ
.
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์
.
ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน 6 คน ที่ติดตามตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร กล่าวหาว่าประชาชนทั้งหกขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย กระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ เป็นอั้งยี่ เปิดเผยความลับของผู้อื่น และกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นั้น
.
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วมีความเห็น ดังนี้
.
1. การกระทำของประชาชนทั้งหกมิได้เกิดจากแรงจูงใจทางอาญา (criminal motive) อันเป็นมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ผู้กระทำตกลงใจกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญาหากแต่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง (political motive) เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม การกระทำของประชาชนทั้งหกจึงขาดเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญา อีกทั้งการกระทำยังไม่ครบองค์ประกอบของความผิดตามข้อกล่าวหา การกระทำของประชาชนทั้งหกจึงไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายใด ดังนี้
.
(1) การติดตาม ตรวจสอบ และสังเกตการเลือกตั้ง โดยมีการบันทึกภาพและถ่ายภาพมิได้เป็นการขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฏหมาย ประกอบกับไม่มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดร้องทุกข์กล่าวหาว่าบุคคลทั้งหกขัดขวางการเลือกตั้ง การกระทำของประชาชนทั้งหกจึงไม่เป็นความผิดฐานขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตาม มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560
.
(2) การตรวจสอบการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหกมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อันเป็นกระกระทำภายในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ทั้งยังเป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมิได้มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฏหมาย จึงไม่เป็นความผิดฐานเป็นอั้งยี่ตาม มาตรา 209 และเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะมิได้ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จึงไม่เป็นความผิดฐานเปิดเผยความลับตาม มาตรา 322
.
(3) การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง กระทำไปเพื่อให้เกิดการตรวจสอบโดยมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ จึงไม่ใช่การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือต่อความมั่นคงด้านต่างๆ ของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จึงไม่เป็นความผิดตาม มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
.
2. สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยเห็นว่า การกระทำของประชาชนทั้งหกมีลักษณะเป็นการตรวจสอบการจัดการการเลือกตั้งของ กกต. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ใช้อำนาจรัฐ โดยมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมิได้มีการกระทำใดที่เอนเอียงหรือเข้าข้างผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นไปตามความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญตามแนวนโยบายแห่งรัฐที่บัญญัติให้รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 ทั้งนี้การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือในกฎหมายอื่น ประชาชนจึงมีสิทธิและเสรีภาพที่จะกระทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคหนึ่ง การที่ กกต. นำเอาการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะไปร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับประชาชนจึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) และอาจเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา โดยรู้อยู่ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นตาม มาตรา 172 และ 173 แห่งประมวลกฎหมายอาญา การกระทำดังกล่าวจึงเป็นที่น่าละอาย และสมควรถูกถอดถอน แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้โกงอำนาจของประชาชนที่จะถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ
.
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยจึงขอท้วงติงและตำหนิการแจ้งความร้องทุกข์ของ กกต.และเรียกร้องให้ กกต. ได้ไปถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าว พร้อมกับออกมาขอโทษประชาชนที่จัดการเลือกตั้งได้ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือจนตกเป็นภาระแก่ประชาชนที่ต้องออกมาติดตามตรวจสอบ ทั้งที่เป็นหน้าที่และอำนาจโดยตรงของ กกต. ซึ่งทำงานโดยได้รับเงินเดือนและค่าใช้จ่ายจากภาษีอากรของประชาชน กกต. จึงควรสำนึกในบุญคุณของประชาชน สำนึกว่าประชาชนเป็นเจ้านายและต้องปฏิบัติหน้าที่ให้คุ้มกับเงินเดือนที่ประชาชนจ่ายให้ หากเสร็จการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้แล้วก็ควรลาออกไปเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป
.
อนึ่ง สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ยินดีให้บริการทางกฎหมายกับประชาชนที่ถูกกกต. ร้องทุกข์กล่าวโทษโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และยินดีจะเป็นทนายความเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ กกต. ในเรื่องดังกล่าว
.
นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
28 กุมภาพันธ์ 2569
.
https://www.facebook.com/lawyerassn/posts/pfbid02mwodLG1wDNUtjzvTpNbw4DH9Cx96C3sM1iEVS1PGJCo4XhuULnYx8ky6QQYbvgdSl
.
.
เศรษฐกิจชะงักเพราะการเมืองไร้เสถียรภาพ ชี้ ต้องหยุดทุจริต
https://www.innnews.co.th/news/news_1006186/
.
ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน มองเศรษฐกิจชะงักเพราะการเมืองไร้เสถียรภาพ ชี้ ต้องหยุดทุจริต นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องรับผิดชอบแบบมืออาชีพ
.
ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค “มานะ นิมิตรมงคล” ในหัวข้อ “เศรษฐกิจชะงัก เพราะการเมืองไร้เสถียรภาพได้อย่างไร?”
.
โดยระบุว่า
.
“เศรษฐกิจชะงักเพราะการเมืองไร้เสถียรภาพ” การเปลี่ยนขั้วรัฐบาลหรือเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีบ่อยทำให้เกิดความไม่แน่นอน ทิศทางไม่ชัดเจน เอกชนจึงชะลอการตัดสินใจเพื่อดูทิศทาง เรื่องนี้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้อธิบายไว้บ่อยครั้ง
แต่ยังมีปัจจัยที่เกิดจากคอร์รัปชันและความด้อยประสิทธิภาพของระบบราชการที่ถ่วงรั้งเศรษฐกิจมากเช่นกัน เป็นเรื่องปรกติที่รัฐบาล และรัฐมนตรีคนใหม่จะมีมุมมองทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนที่ต่างจากเดิม โดยหลักการนี้การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐในภาพรวมจึงมีเหตุผลที่รับฟังได้
.
แต่ในประเทศที่คอร์รัปชันทำได้ง่าย การเลือกตั้งต้องใช้เงินมหาศาลไปซื้อตัว ส.ส. และซื้อเสียงเลือกตั้ง ทำให้ทุกนโยบายเศรษฐกิจ – การลงทุนของรัฐเสี่ยงที่จะถูกบิดเบือนเพื่อประโยชน์เฉพาะหน้าทางการเมืองและความั่งคั่งของพวกพ้อง
.
พฤติกรรมคอร์รัปชันที่พบเห็นได้
.
1. คอร์รัปชันทางการเมือง
นักการเมืองจำนวนมากเลือกผลประโยชน์เฉพาะหน้ามากกว่าอนาคตบ้านเมือง จึงเน้นสร้างโครงการใหม่ๆ แล้วหยุดโครงการที่รัฐบาลอื่นทำมา หลายครั้งที่เพียงนำมาปัดฝุ่นแปลงนโยบาย แนวทางการใช้ทรัพยากรของรัฐให้กลายเป็นผลงานของตน ที่แย่กว่านั้นคือ มีการแก้เงื่อนไขให้เกิดประโยชน์มากขึ้นกับนายทุนพรรคและพวกพ้องหรือพื้นที่ฐานเสียงทางการเมือง
.
2. คอร์รัปชันแบบตรงไปตรงมา
2.1 รัฐมนตรีใหม่มักไม่ไว้วางใจว่ารัฐมนตรีเก่าหรือเจ้าหน้าที่รัฐ “วางกับดัก” ไว้หรือไม่ จึงตั้งทีมงานของตนมาศึกษาให้รอบคอบ สร้างความล่าช้าโดยปริยาย
2.2 สั่งให้เปลี่ยนแปลงโครงการในสาระสำคัญ ให้เป็นไปในทิศทางที่พวกตนจะควบคุมการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการให้สิทธิสัมปทานแก่เอกชน เช่น เปลี่ยนทำเลที่ตั้ง เปลี่ยนอาคาร
2.3 โครงการที่เริ่มแล้วยังปล่อยไปตามเดิม แต่เรียกเอกชนและผู้เกี่ยวข้องมาเจรจาผลประโยชน์ใหม่
2.4 โครงการที่เริ่มไปแล้ว ก็เรียกเอกชนมาเจรจาเงินส่วนแบ่ง แม้งานจบแล้วแต่ยังไม่จ่ายเงิน ก็ขอค่าน้ำหมึกในการการอนุมัติจ่ายเงินจากหน่วยงานหลายปัจจัยถ่วงที่หลีกเลี่ยงได้
JJNY : “สมชัย”ฟาด กกต.ลอบกัด│ส.ทนายความชี้ กกต.น่าละอาย│ศก.ชะงักเพราะการเมืองไร้เสถียรภาพ│ทรัมป์เล็งขอรื้อคำพิพากษาศาล
.
สมาคมทนายความ ชี้กกต.น่าละอาย แจ้งจับ 6 ประชาชน เผยอาจถูกฟ้องกับแจ้งความเท็จ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5614536
.
สมาคมทนายความ ชี้กกต.น่าละอาย แจ้งจับ 6 ประชาชน เผยอาจถูกฟ้องกับแจ้งความเท็จ
.
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์
.
ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน 6 คน ที่ติดตามตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร กล่าวหาว่าประชาชนทั้งหกขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย กระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ เป็นอั้งยี่ เปิดเผยความลับของผู้อื่น และกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นั้น
.
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วมีความเห็น ดังนี้
.
1. การกระทำของประชาชนทั้งหกมิได้เกิดจากแรงจูงใจทางอาญา (criminal motive) อันเป็นมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ผู้กระทำตกลงใจกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญาหากแต่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง (political motive) เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม การกระทำของประชาชนทั้งหกจึงขาดเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญา อีกทั้งการกระทำยังไม่ครบองค์ประกอบของความผิดตามข้อกล่าวหา การกระทำของประชาชนทั้งหกจึงไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายใด ดังนี้
.
(1) การติดตาม ตรวจสอบ และสังเกตการเลือกตั้ง โดยมีการบันทึกภาพและถ่ายภาพมิได้เป็นการขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฏหมาย ประกอบกับไม่มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดร้องทุกข์กล่าวหาว่าบุคคลทั้งหกขัดขวางการเลือกตั้ง การกระทำของประชาชนทั้งหกจึงไม่เป็นความผิดฐานขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตาม มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560
.
(2) การตรวจสอบการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหกมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อันเป็นกระกระทำภายในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ทั้งยังเป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมิได้มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฏหมาย จึงไม่เป็นความผิดฐานเป็นอั้งยี่ตาม มาตรา 209 และเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะมิได้ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จึงไม่เป็นความผิดฐานเปิดเผยความลับตาม มาตรา 322
.
(3) การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง กระทำไปเพื่อให้เกิดการตรวจสอบโดยมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ จึงไม่ใช่การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือต่อความมั่นคงด้านต่างๆ ของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จึงไม่เป็นความผิดตาม มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
.
2. สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยเห็นว่า การกระทำของประชาชนทั้งหกมีลักษณะเป็นการตรวจสอบการจัดการการเลือกตั้งของ กกต. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ใช้อำนาจรัฐ โดยมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมิได้มีการกระทำใดที่เอนเอียงหรือเข้าข้างผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นไปตามความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญตามแนวนโยบายแห่งรัฐที่บัญญัติให้รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 ทั้งนี้การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือในกฎหมายอื่น ประชาชนจึงมีสิทธิและเสรีภาพที่จะกระทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคหนึ่ง การที่ กกต. นำเอาการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะไปร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับประชาชนจึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) และอาจเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา โดยรู้อยู่ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นตาม มาตรา 172 และ 173 แห่งประมวลกฎหมายอาญา การกระทำดังกล่าวจึงเป็นที่น่าละอาย และสมควรถูกถอดถอน แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้โกงอำนาจของประชาชนที่จะถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ
.
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยจึงขอท้วงติงและตำหนิการแจ้งความร้องทุกข์ของ กกต.และเรียกร้องให้ กกต. ได้ไปถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าว พร้อมกับออกมาขอโทษประชาชนที่จัดการเลือกตั้งได้ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือจนตกเป็นภาระแก่ประชาชนที่ต้องออกมาติดตามตรวจสอบ ทั้งที่เป็นหน้าที่และอำนาจโดยตรงของ กกต. ซึ่งทำงานโดยได้รับเงินเดือนและค่าใช้จ่ายจากภาษีอากรของประชาชน กกต. จึงควรสำนึกในบุญคุณของประชาชน สำนึกว่าประชาชนเป็นเจ้านายและต้องปฏิบัติหน้าที่ให้คุ้มกับเงินเดือนที่ประชาชนจ่ายให้ หากเสร็จการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้แล้วก็ควรลาออกไปเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป
.
อนึ่ง สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ยินดีให้บริการทางกฎหมายกับประชาชนที่ถูกกกต. ร้องทุกข์กล่าวโทษโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และยินดีจะเป็นทนายความเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ กกต. ในเรื่องดังกล่าว
.
นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
28 กุมภาพันธ์ 2569
.
https://www.facebook.com/lawyerassn/posts/pfbid02mwodLG1wDNUtjzvTpNbw4DH9Cx96C3sM1iEVS1PGJCo4XhuULnYx8ky6QQYbvgdSl
.
.
เศรษฐกิจชะงักเพราะการเมืองไร้เสถียรภาพ ชี้ ต้องหยุดทุจริต
https://www.innnews.co.th/news/news_1006186/
.
.
นักการเมืองจำนวนมากเลือกผลประโยชน์เฉพาะหน้ามากกว่าอนาคตบ้านเมือง จึงเน้นสร้างโครงการใหม่ๆ แล้วหยุดโครงการที่รัฐบาลอื่นทำมา หลายครั้งที่เพียงนำมาปัดฝุ่นแปลงนโยบาย แนวทางการใช้ทรัพยากรของรัฐให้กลายเป็นผลงานของตน ที่แย่กว่านั้นคือ มีการแก้เงื่อนไขให้เกิดประโยชน์มากขึ้นกับนายทุนพรรคและพวกพ้องหรือพื้นที่ฐานเสียงทางการเมือง
2.1 รัฐมนตรีใหม่มักไม่ไว้วางใจว่ารัฐมนตรีเก่าหรือเจ้าหน้าที่รัฐ “วางกับดัก” ไว้หรือไม่ จึงตั้งทีมงานของตนมาศึกษาให้รอบคอบ สร้างความล่าช้าโดยปริยาย
2.2 สั่งให้เปลี่ยนแปลงโครงการในสาระสำคัญ ให้เป็นไปในทิศทางที่พวกตนจะควบคุมการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการให้สิทธิสัมปทานแก่เอกชน เช่น เปลี่ยนทำเลที่ตั้ง เปลี่ยนอาคาร
2.3 โครงการที่เริ่มแล้วยังปล่อยไปตามเดิม แต่เรียกเอกชนและผู้เกี่ยวข้องมาเจรจาผลประโยชน์ใหม่
2.4 โครงการที่เริ่มไปแล้ว ก็เรียกเอกชนมาเจรจาเงินส่วนแบ่ง แม้งานจบแล้วแต่ยังไม่จ่ายเงิน ก็ขอค่าน้ำหมึกในการการอนุมัติจ่ายเงินจากหน่วยงานหลายปัจจัยถ่วงที่หลีกเลี่ยงได้