โฮกกกกกกกกกกกกกกก กลับมาแล้วค่า
พอดีช่วงที่ผ่านมา จขกท มีแสดงค่ะ เพิ่งจะหมดคอนเสิร์ตไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นอนสลบไปครึ่งวันแล้วไปทำงานต่อ ตอนนี้เพิ่งจะมีเรี่ยวมีแรงลุกขึ้นมาอัพเดทสักหน่อย
ก่อนจะเข้าเรื่อง อยากเอารูปมาอวดค่ะ อิอิอิอิ
รูปแรกเป้นรู้ที่ถ่ายตอนวันซ้อม คนเกือบจะครบทุกคนเลยค่ะ ส่วนรูปที่สองนั่นเป้นรูปหลังจากจบคอนเสิร์ตค่า
ตามนี้เลยค่ะ ส่วน จขกท อยู่ตรงไหน...ไม่บอก อิอิอิอิ
แล้วจะมาล่าเรื่องคอนเสิร์ตนี้ให้ฟังค่ะ ว่าเป็นยังไงมายังไง ^^
วันนี้ จขกท จะมาเล่าเรื่องที่ทำให้รู้สึกแปลกๆอยู่เป็นเดือนค่ะ และก็เป็นเรื่องที่หลายๆคนแอบที่จะหมั่นไส้กับความท่ามากของ จขกท ไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆๆๆ
เรื่องของเรื่อง มันเกิดจากการที่เราเริ่มเรียนที่นี่ ทำให้เราได้รู้จักกับเพื่อนหลายๆคน ซึ่งส่วนมากก็เป็นคนญี่ปุ่น เกาหลี จนกระทั่งวันนึง หลังจากมาเริ่มเรียนที่นี่ได้ไม่นาน เราก็ได้รู้จักกับนาย ช. (นามสมมติ)
นาย ช. เป็นคนญี่ปุ่นค่ะ เงียบมากกกกกกกกกกกกกกก เรียบร้อยมากกกกกกกกกกกกก พูดจาแทบจะนับคำได้ ผอมก้างยิ่งกว่า จขกท แต่เป็นนักบัลเล่ต์ที่เต้นเก่งมากทีเดียวเลยค่ะ เค้าเป็นพาร์ทเนอร์ของเพื่อนเราเอง ซึ่งจากระดับความแตกต่างระหว่างเจ้าชายหงส์กับลูกเป็ดเตาะแตะ ก็ไม่น่าจะมีโอกาสมาเรียนร่วมกันได้ซักเท่าไหร่ แต่ก็มีหลายคลาสที่เราได้เรียนด้วยกันค่ะ ฮี่ๆๆ
เรื่องราวความรู้สึกแปลกๆมันอาจจะเริ่มจากการที่เราได้คุยกันบ้างในคลาส Theatre Dance ซึ่งอีตานี่ก็เป็นตัวหน้าๆของคลาสที่ชอบเต้นอยู่หลังห้อง ไม่รู้ทำไม ="= ซึ่ง จขกท ก็เต้นไม่ได้เรื่อง ก็เลยอยู่หลังห้องไปด้วย
หลังจากนั้นเราก็ได้คุยกันบ้าง...บ้าง...เพราะฮีไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาเอาซะเลย เอาแต่ยิ้มอย่างเดียวจริงๆ คำที่หลุดจากปากบ่อยๆค่ะ Hmm? Maybe, Yes, No, I don't know, No idea, Really? เท่านั้นจริงๆค่ะ นานๆทีจะได้ยินอะไรที่เป็นประโยคจากปากคุณเธอ นอกจากภาษาญี่ปุ่นที่เห็นพูดบ้าง แต่ก็ไม่มากอยู่ดี จนบางที จขกท ผู้ซึ่งพยายามผูกมิตรก็ได้แต่ถอนใจ ชะรอยอีตานี่มันคงไม่ชอบขี้หน้าเราเป้นแน่แท้วึ้ย
แล้ววันนึง ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป...
วันนั้นหลังจากเรียนคลาสของเคนนี่เสร็จ สตูดิโอก็ว่าง ไม่มีใครใช้ เราก็เลยไปใช้เปียโเพื่อซ้อมร้องเพลงต่อไปตามเรื่องตามราว และฮีก็ยึดพื้นที่กลางสตูดิโอเพื่อซ้อมเต้น ซ้อมหมุนของฮีไป เราได้แต่นั่งมองแล้วก็อิจฉา ผู้ชายอะไรวะ เต้นเก่งกว่าตูอีก (ใครๆก็เก่งกว่าหล่อน)
เรารวมรวมความกล้าเพื่อเข้าไปคุยกะฮี ฮีก็คุยด้วย แต่ก็ถามคำตอบคำเหมือนเดิม จนเพื่อนเราโทรมาชวนไปกินข้าว เราก้รับคำ แล้วันไปหาฮี
เรา : ช. เราจะไปกินข้าว ไปด้วยกันมั้ย
ฮี : หืม? ที่ไหนเหรอ
เรา : ไชน่าทาวน์ ไปป่าว
ฮี : งือ ไว้คราวหน้าละกันนะ
น่าน ไปคนเดียวก็ได้ฟระ ชิ แต่อย่างน้อยก็ยังรู้สึกดีนะ ว่าวันนี้ฮีพูดด้วยมากกว่าเดิม
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีโชว์เคสของโรงเรียนซึ่งฮีต้องขึ้นแสดงคู่กับเพื่อนเรา เรามาถึง ร.ร.ก็เห็นเพื่อนพยายามเย็บชุดอยู่ เราก็เลยอาสาเข้าไปช่วยเพราะเพื่อนสาวทำหน้ายุ่งบอกว่าไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เย็บผ้าไม่เป็น นั่งงมๆทำอยู่กับตา ช.มาตั้งนานแล้ว เราก็เลย อ่ะ จัดไป เดี๋ยวเจ้จัดให้เอง โชคดีจริงๆที่เย็บผ้าค่อยข้างเก่ง ฮ่าๆๆๆๆ แล้วเราก็ได้นั่งข้างๆฮี เย็บผ้าไปตามเรื่องตามราว ฮีก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม เฮ้อ...
วันแสดง หลังจากจบงาน เราไปขอฮีถ่ายรูปด้วย ฮีก็ยิ้ม แล้วก็ทำหน้าประหลาดๆใส่กล้อง
หลังจากนั้น เหมือนจะมีเหตุใ้ห้ต้องเจอกันบ่อยๆที่โรงเรียน ซึ่งเราเองก็เริ่มรู้สึกแปลกๆละค่ะ ว่าเอ...นี่มันความรู้สึกอะไรกันหว่า แต่ก็เงียบไว้ ไม่กระโตกกระตาก ฮ่าๆๆ แต่ฮีก็แสนจะดี วันนึงเราเอาสีทาเล็บมาทาเล่นกับเพื่อนที่ ร.ร. ฮีนั่งอยู่แถวนั้น เราก็หันไปบอก เห้ย เอาเล็บมายืมทาเล่นหน่อยดิ
...ฮีนิ่งไปนิด แล้วก็พยักหน้า...บอก นิ้วเดียวนะ อย่าทาเยอะนะ ก่อนจะยอมให้เราทำหน้าโหดบังคับเอานิ้วก้อยออกมาทาเล่นได้ในที่สุด โดยที่เจ้าตัวนั่งทำหน้าพิลึกเกาหัวแกรกๆเหมือนขัดไม่ได้
ตั้งแต่เหตุการณ์ยาทาเล็บร่วมสาบานครั้งนั้น เราก็เลยเหมือนจะสนิทกับฮีมากขึ้น ก่อนวันเกิด จขกท เมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา หลังคลาส จขกท ก็ชวนเพื่อนสองสามคนไปกินข้าวกัน และฮีก็ยอมมาด้วยในที่สุดค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
ตอนนั้นแหละ จขกท ก็เริ่มรู้สึกว่า มันมีอะไรในบรรยากาศแฮะ ไม่ใช่ฮีนะคะ เราเองนั่นแหละ ^^" คืออีตานี่สุดจะไม่ใช่สเป็คเลยจริงๆ ผอมแห้ง สูงๆ หน้าแหลมๆ ตอบๆ สิวเยอะๆ ="= แต่ไม่รู้ทำไม มาค้นพบว่า่ช่วงหลัง ทุกครั้งที่มาถึง ร.ร. เราจะต้องมองหาฮีก่อนเสมอ ชอบแกล้ง ขอให้ไ้แกล้งเหอะ คืนนั้นจะนอนหลับได้ในที่สุด ฮาาาาา
...หรือเราจะมีใจให้ฮีซะแล้ว!?!!?!?!?!?!
อึ้งไปกับความคิดนี้ จขกท ก็เก็บมันไว้กับตัว ได้แต่แกล้งฮีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนึง...
วันนั้น จขกท กลับจากทำงาน มาถถึง ร.ร. ก็เจอฮียืนอยู่ที่ลอบบี้ เราก็เลยถอดผ้าพันคอออกเหวี่ยงใส่คอฮีแล้วจับพันไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปในออฟฟิศ ร.ร. สักพัก ฮีก็เดินตามเข้ามา แล้วถึงผ้าออกส่งให้ บอกว่าจะกลับแล้ว เราเองก็ไม่ได้คิดอะไร ก็เดินตามออกมาเพื่อเอาผ้าเก็บใส่กระเป๋า และที่ลอบบี้นั่นเอง ก็มีผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ ยิ้มให้เรา เราก็งง ใครฟะ ได้แต่ยิ้มตอบ เค้าก็ทักขึ้นมาว่า Hi เราก็ได้แต่ทักตอบไป โดยที่หัวสมองก็พยายามคิดว่า หน้าคุ้นมาก เคยเจอที่ไหนหว่า แต่ก็ไม่มีคำตอบจนกระทั่งนาย ช.เดินมา ยิ้มแล้วบอกด้วยเสียงเรื่อยๆว่า My mother...
จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จ๊ากจริงๆค่ะ เพราะเพิ่งจะเอาผ้าไปรัดคอลูกชายเค้าเมื่อตะกี้ ไม่รู้ท่านแม่จะเห้นมั้ย ที่แน่ๆคือแม่เค้ายิ้มแล้วเดินเข้ามาจับไม้จับมือ แล้วเอามือแตะแก้มเรา บอก สวัสดีจ้ะ แพนจัง
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เห็นชัวร์!!!!
ก็เสียวสันหลังกันไปตามประสาคนิตไม่บริสุทธิ์ ก็เริ่มจะไปรู้สึกว่ามีใจกับลูกชายเค้า แม่ก็ดันโผล่มาที่นิวยอร์คซะงั้น
วันนั้นเราคุยกับเอลิซาเบ็ธหลังจากที่ฮีกลับไปแล้ว ว่าเราเจอแม่ฮีด้วย เค้ามาทำอะไรเหรอ มาเที่ยวหรืออยู่ที่นี่กับลุกชายอยู่แล้ว เอลิซาเบ็ธหันมามองหน้า
เอลิซาเบ็ธ : อ้าว เธอไม่รู้เรื่อง ช.หรอ
เรา : เห? เรื่องอะไรง่ะ
เอลิซาเบ็ธ : ก็ที่ฮีจะกลัญี่ปุ่นไง นี่แม่เค้ามาเที่ยวแล้วรับกลับไปพร้อมกันเลย
เรา : เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย กลับนานแค่ไหน
เอลิซาเบ็ธ : ก็กลับไปอยู่ที่นู่นเลย Forever
เปรี้ยง!!!!!!
ดูเอาเถอะ พอจะชอบใครซักคน ก็ดันเป็นซะอย่างงี้
หลังจากนั้นสองวัน เราก็มีโอกาสได้คุยกับอีตานี่ในที่สุด
เรา : ช. เราได้ข่าวว่าเธอจะกลับญี่ปุ่นเหรอ
ฮี : อือ
เรา : ทำไมล่ะ ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเหรอ
ฮี : เราต้องกลับไปสอนบัลเล่ต์ที่นั่น ครอบครัวเรามีสตูดิโอสอนบัลเล่ต์น่ะ
เรา : กลับเมื่อไหร่เหรอ
ฮี : ปลายเดือนนี้(ตอนนั้นเดือนตุลาค่ะ)
เรา : เร็วจัง อีกแค่สองอาทิตย์เองนะ
ฮี : อืม นั่นสินะ
เรา : ไม่กลับไปไม่ไ่ด้เหรอ
ฮี : ทำไมล่ะ
เรา : (นิ่ง...เออนั่นสิ ทำไมล่ะ) แล้วทำไมไม่บอกเราบ้างเลยล่ะ
ฮี : ก็เธอมาโรงเรียนแค่วีคละสองวันนี่นา...
...เออ จริงของเอ็ง...จบข่าว
แต่ดูเหมือนไม่รู้ว่าอะไรจะเป็นใจนักหนา อีกไม่กี่วันหลังจากนั้นก็มีครูที่โรงเรียนจัดปาร์ตี้ที่บ้าน เราได้รับเชิญให้ไป และเมื่อกรึ่มๆกันได้ที่ เราก็โดนใช้ให้ออกไปซื้อน้ำกับไอศครีมมาเพิ่ม โดยที่ฮีก็ออกไปเป้นเพื่อนเพราะมันดึกมากแล้ว
ระหว่างที่เดินด้วยกัน เรา...ซึ่งเริ่มจะมึนๆพอสมควรเพราะเพื่อนคะยั้ยคะยอให้กินวอดก้าไปสองแก้วก็ไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก ได้แต่เดินกันไปเงียบๆ จะด้วยความเมาหรืออะไรก็ตาม เราก็เลยจับแขนเสื้อฮีไว้ แล้วหลังจากั้น ไม่รู้ยังไง มาู้ตัวอีกทีทำไมถึงกลายมาเป้นเดินจับมือกันซะงั้น... แต่ก็ไม่นานหรอกค่ะ เพราะเหมือนฮีเองก็จะรู้ตัว ก็ปล่อยมือเราแล้วล้วงกระเป๋าเดินดุ่มๆต่อโดยที่ยังไม่พูดอะไรมากนัก นอกจากถามเราว่าจะซื้ออะไรบ้าง
เธอกำลังทำให้ชั้นหวั่นไหวนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
แล้วก้เหมือนฟ้าผนจะเป้นใจอยู่เรื่อยๆ ทำให้เราสองคนมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆ จนกระทั่งวันเสาร์สุดท้ายก่อนที่นาย ช.จะกลับ เราไปที่โรงเรียนตามปกติ คุยเล่นกับเพื่อน และวันนั้นเราก็อารมณ์ดี นั่งทำ Panna Cotta ไปแจกที่โรงเรียน ซึ่งเราเคยทำมาก่อนหน้านี้แล้วทุกคนล้วนติดใจ ก็เลยมีคนเรียกร้องให้ทำอีกค่ะ ฮี่ๆๆ
วันนั้นฮีตามมาทีหลัง เราเองก็แอบรู้ไต๋ เลยเก็บไว้นิดหน่อย ฮีก็ทำตาปริบๆมองตอนเราเอาไปให้คนอื่น จนเพื่อนอีกคนมากระซิบบอกว่า นี่ เอาให้นาย ช. มั่งสิ ฮีอยากกินแต่ไม่กล้าขอเธออ่ัะ แน่นอนว่าเราก้ให้ค่ะ แล้วก็ได้เห้นว่าคุณชายเธอกินแบบว่า ปาดแล้วปาดอีก จนอยากจะถามว่า เลียถ้วยเลยมั้ยจ๊ะหนู แต่ก็เกรงใจ เลยถามว่า จะเอาอีกมั้ย....คุณชายไม่ตอบ แต่มองหน้าเราแบบเกรงใจๆ เราก็เลยฮาก๊าก เดินไปหยิบีกถ้วยมาให้ แล้วบอกว่า นี่เห้นว่าเธอจะไปแล้วหรอกนะ ก็เลยให้พิเศษอีกถ้วย แล้วฮีก็ฟาดเรียบเหมือนเดิม ปลื้มจริงๆ...
กินเสร็จ ยูกะซัง ครุสอนบัลเล่ต์ก็เดินมาคุยด้วย แล้วถ่ายรูปเล่นกัน ถ่ายไปถ่ายมาก็บอกเราว่า เอ้า แพนจังกับ ช. ถ่ายคู่กันหน่อย จุ๊บๆด้วยนะ
เรากำลังยิ้ม จู่ๆฮีก็ยื่นหน้ามาจุ๊บแก้มจริงๆซะงั้น...พร้อมกับเสียงชัตเตอร์ดัง!!!
ไปไม่เป้นเลยค่ะ แต่เก้บอาการสุดชีวิต แล้วเราก็ถ่ายรูปเล่นกันอีกหลายรูป วันนั้นท่านแม่ของฮีมาที่โรงเรียน แล้วก็ชวนเรา กับเพื่อนอีกสองสามคนว่าจะไปกินข้าวเย็นกัน อยากไปด้วยมั้ย เราเห้นว่าร้านมันอยู่สถานีเดียวกับบ้านเราพอดีก็เลยตัดสินใจไปด้วย (จริงๆอยากไปอยู่แล้วก็บอกมาเหอะ แหม)
อาหารมื้อนั้นจะว่ามีความสุขก็ใช่ จะว่าเศร้าก็ใช่ เมื่อเรากับฮีแยกกันนั่งคนละมุมโต๊ะ วันนั้นไปกันหกคน เรานั่งล่างขวาสุด ฮีนั่งบนซ้ายสุด ก็เลยไมไ่ด้คุยกันมากนัก จนกระทั่งจะแยกกัน แม่เค้าก็ห้ามเราว่าไม่ต้องเดินไปส่งหรอก จากสถานีกลับบ้านเรามันไกล ก็เลยบอกลากันตรงนั้น โดยที่แม่เค้าก็กอดเรา กอดแล้วกอดอีก เพราะว่าจะไม่ได้เจอกันแล้วจนวันเดินทาง แล้วก็บอกเราว่า กอด ช.ด้วยสิ!!
เราหันมาทำหน้าไม่ถูก กอดฮีแบบครึ่งๆแขน และเพื่อนๆก็ดันเชียร์ขึ้นมาว่า จุ๊บๆด้วย ฮียิ้มเขินๆแล้วบอกเราว่า พรุ่งนี้ละกันนะ เราเลยฮาตอบ แอบกระซิบฮีว่า ถ้าพรุ่งนี้ก่อนไปโรงเรียนเธอว่าง แวะมาที่ร้านชั้นนะ เดี๋ยวเลี้ยงเอง ฮีก็ยิ้ม แล้วเดินไปที่สถานีโดยไมไ่ด้ให้คำตอบอะไร ซึ่งเราเองก็ไม่กล้าคิดว่าฮีจะไปจริงๆหรอกค่ะ แต่ก็แอบหวังนิดหน่อย ฮาๆๆๆ
ที่แน่ๆคือ อะไรก็ตามที่เรารุ้สึก เราจะไม่หลุดออกมาให้เห็นเลยซักนิด ไม่เลยจริงๆ...ยิ้งฮีจะไปแบบนี้ อย่าหวังเลยว่าจะบอกให้รู้ว่าชอบ เชอะ
...โอย เรื่องยาวจริงๆแฮะ วันนี้สงสัยต้องค้างไว้แค่นี้ก่อนแล้วค่ะ เีดี๋ยวจะรีบกลับมาเขียนต่อให้จบเรื่องนะคะ อย่าเพิ่งลืมกันไปซะก่อนเน้อ ^^
อัพเดทฮ่าาาาาา
http://pantip.com/topic/31208766 แปะตอนต่อแล้วนะค้า อิอิอิอิ
เรื่องเล่าจากสาวเอ๋อ :: เมื่อดอกรักบานบนลานบัลเล่ต์#1
พอดีช่วงที่ผ่านมา จขกท มีแสดงค่ะ เพิ่งจะหมดคอนเสิร์ตไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นอนสลบไปครึ่งวันแล้วไปทำงานต่อ ตอนนี้เพิ่งจะมีเรี่ยวมีแรงลุกขึ้นมาอัพเดทสักหน่อย
ก่อนจะเข้าเรื่อง อยากเอารูปมาอวดค่ะ อิอิอิอิ
รูปแรกเป้นรู้ที่ถ่ายตอนวันซ้อม คนเกือบจะครบทุกคนเลยค่ะ ส่วนรูปที่สองนั่นเป้นรูปหลังจากจบคอนเสิร์ตค่า
ตามนี้เลยค่ะ ส่วน จขกท อยู่ตรงไหน...ไม่บอก อิอิอิอิ
แล้วจะมาล่าเรื่องคอนเสิร์ตนี้ให้ฟังค่ะ ว่าเป็นยังไงมายังไง ^^
วันนี้ จขกท จะมาเล่าเรื่องที่ทำให้รู้สึกแปลกๆอยู่เป็นเดือนค่ะ และก็เป็นเรื่องที่หลายๆคนแอบที่จะหมั่นไส้กับความท่ามากของ จขกท ไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆๆๆ
เรื่องของเรื่อง มันเกิดจากการที่เราเริ่มเรียนที่นี่ ทำให้เราได้รู้จักกับเพื่อนหลายๆคน ซึ่งส่วนมากก็เป็นคนญี่ปุ่น เกาหลี จนกระทั่งวันนึง หลังจากมาเริ่มเรียนที่นี่ได้ไม่นาน เราก็ได้รู้จักกับนาย ช. (นามสมมติ)
นาย ช. เป็นคนญี่ปุ่นค่ะ เงียบมากกกกกกกกกกกกกกก เรียบร้อยมากกกกกกกกกกกกก พูดจาแทบจะนับคำได้ ผอมก้างยิ่งกว่า จขกท แต่เป็นนักบัลเล่ต์ที่เต้นเก่งมากทีเดียวเลยค่ะ เค้าเป็นพาร์ทเนอร์ของเพื่อนเราเอง ซึ่งจากระดับความแตกต่างระหว่างเจ้าชายหงส์กับลูกเป็ดเตาะแตะ ก็ไม่น่าจะมีโอกาสมาเรียนร่วมกันได้ซักเท่าไหร่ แต่ก็มีหลายคลาสที่เราได้เรียนด้วยกันค่ะ ฮี่ๆๆ
เรื่องราวความรู้สึกแปลกๆมันอาจจะเริ่มจากการที่เราได้คุยกันบ้างในคลาส Theatre Dance ซึ่งอีตานี่ก็เป็นตัวหน้าๆของคลาสที่ชอบเต้นอยู่หลังห้อง ไม่รู้ทำไม ="= ซึ่ง จขกท ก็เต้นไม่ได้เรื่อง ก็เลยอยู่หลังห้องไปด้วย
หลังจากนั้นเราก็ได้คุยกันบ้าง...บ้าง...เพราะฮีไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาเอาซะเลย เอาแต่ยิ้มอย่างเดียวจริงๆ คำที่หลุดจากปากบ่อยๆค่ะ Hmm? Maybe, Yes, No, I don't know, No idea, Really? เท่านั้นจริงๆค่ะ นานๆทีจะได้ยินอะไรที่เป็นประโยคจากปากคุณเธอ นอกจากภาษาญี่ปุ่นที่เห็นพูดบ้าง แต่ก็ไม่มากอยู่ดี จนบางที จขกท ผู้ซึ่งพยายามผูกมิตรก็ได้แต่ถอนใจ ชะรอยอีตานี่มันคงไม่ชอบขี้หน้าเราเป้นแน่แท้วึ้ย
แล้ววันนึง ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป...
วันนั้นหลังจากเรียนคลาสของเคนนี่เสร็จ สตูดิโอก็ว่าง ไม่มีใครใช้ เราก็เลยไปใช้เปียโเพื่อซ้อมร้องเพลงต่อไปตามเรื่องตามราว และฮีก็ยึดพื้นที่กลางสตูดิโอเพื่อซ้อมเต้น ซ้อมหมุนของฮีไป เราได้แต่นั่งมองแล้วก็อิจฉา ผู้ชายอะไรวะ เต้นเก่งกว่าตูอีก (ใครๆก็เก่งกว่าหล่อน)
เรารวมรวมความกล้าเพื่อเข้าไปคุยกะฮี ฮีก็คุยด้วย แต่ก็ถามคำตอบคำเหมือนเดิม จนเพื่อนเราโทรมาชวนไปกินข้าว เราก้รับคำ แล้วันไปหาฮี
เรา : ช. เราจะไปกินข้าว ไปด้วยกันมั้ย
ฮี : หืม? ที่ไหนเหรอ
เรา : ไชน่าทาวน์ ไปป่าว
ฮี : งือ ไว้คราวหน้าละกันนะ
น่าน ไปคนเดียวก็ได้ฟระ ชิ แต่อย่างน้อยก็ยังรู้สึกดีนะ ว่าวันนี้ฮีพูดด้วยมากกว่าเดิม
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีโชว์เคสของโรงเรียนซึ่งฮีต้องขึ้นแสดงคู่กับเพื่อนเรา เรามาถึง ร.ร.ก็เห็นเพื่อนพยายามเย็บชุดอยู่ เราก็เลยอาสาเข้าไปช่วยเพราะเพื่อนสาวทำหน้ายุ่งบอกว่าไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เย็บผ้าไม่เป็น นั่งงมๆทำอยู่กับตา ช.มาตั้งนานแล้ว เราก็เลย อ่ะ จัดไป เดี๋ยวเจ้จัดให้เอง โชคดีจริงๆที่เย็บผ้าค่อยข้างเก่ง ฮ่าๆๆๆๆ แล้วเราก็ได้นั่งข้างๆฮี เย็บผ้าไปตามเรื่องตามราว ฮีก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม เฮ้อ...
วันแสดง หลังจากจบงาน เราไปขอฮีถ่ายรูปด้วย ฮีก็ยิ้ม แล้วก็ทำหน้าประหลาดๆใส่กล้อง
หลังจากนั้น เหมือนจะมีเหตุใ้ห้ต้องเจอกันบ่อยๆที่โรงเรียน ซึ่งเราเองก็เริ่มรู้สึกแปลกๆละค่ะ ว่าเอ...นี่มันความรู้สึกอะไรกันหว่า แต่ก็เงียบไว้ ไม่กระโตกกระตาก ฮ่าๆๆ แต่ฮีก็แสนจะดี วันนึงเราเอาสีทาเล็บมาทาเล่นกับเพื่อนที่ ร.ร. ฮีนั่งอยู่แถวนั้น เราก็หันไปบอก เห้ย เอาเล็บมายืมทาเล่นหน่อยดิ
...ฮีนิ่งไปนิด แล้วก็พยักหน้า...บอก นิ้วเดียวนะ อย่าทาเยอะนะ ก่อนจะยอมให้เราทำหน้าโหดบังคับเอานิ้วก้อยออกมาทาเล่นได้ในที่สุด โดยที่เจ้าตัวนั่งทำหน้าพิลึกเกาหัวแกรกๆเหมือนขัดไม่ได้
ตั้งแต่เหตุการณ์ยาทาเล็บร่วมสาบานครั้งนั้น เราก็เลยเหมือนจะสนิทกับฮีมากขึ้น ก่อนวันเกิด จขกท เมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา หลังคลาส จขกท ก็ชวนเพื่อนสองสามคนไปกินข้าวกัน และฮีก็ยอมมาด้วยในที่สุดค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
ตอนนั้นแหละ จขกท ก็เริ่มรู้สึกว่า มันมีอะไรในบรรยากาศแฮะ ไม่ใช่ฮีนะคะ เราเองนั่นแหละ ^^" คืออีตานี่สุดจะไม่ใช่สเป็คเลยจริงๆ ผอมแห้ง สูงๆ หน้าแหลมๆ ตอบๆ สิวเยอะๆ ="= แต่ไม่รู้ทำไม มาค้นพบว่า่ช่วงหลัง ทุกครั้งที่มาถึง ร.ร. เราจะต้องมองหาฮีก่อนเสมอ ชอบแกล้ง ขอให้ไ้แกล้งเหอะ คืนนั้นจะนอนหลับได้ในที่สุด ฮาาาาา
...หรือเราจะมีใจให้ฮีซะแล้ว!?!!?!?!?!?!
อึ้งไปกับความคิดนี้ จขกท ก็เก็บมันไว้กับตัว ได้แต่แกล้งฮีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนึง...
วันนั้น จขกท กลับจากทำงาน มาถถึง ร.ร. ก็เจอฮียืนอยู่ที่ลอบบี้ เราก็เลยถอดผ้าพันคอออกเหวี่ยงใส่คอฮีแล้วจับพันไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปในออฟฟิศ ร.ร. สักพัก ฮีก็เดินตามเข้ามา แล้วถึงผ้าออกส่งให้ บอกว่าจะกลับแล้ว เราเองก็ไม่ได้คิดอะไร ก็เดินตามออกมาเพื่อเอาผ้าเก็บใส่กระเป๋า และที่ลอบบี้นั่นเอง ก็มีผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ ยิ้มให้เรา เราก็งง ใครฟะ ได้แต่ยิ้มตอบ เค้าก็ทักขึ้นมาว่า Hi เราก็ได้แต่ทักตอบไป โดยที่หัวสมองก็พยายามคิดว่า หน้าคุ้นมาก เคยเจอที่ไหนหว่า แต่ก็ไม่มีคำตอบจนกระทั่งนาย ช.เดินมา ยิ้มแล้วบอกด้วยเสียงเรื่อยๆว่า My mother...
จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จ๊ากจริงๆค่ะ เพราะเพิ่งจะเอาผ้าไปรัดคอลูกชายเค้าเมื่อตะกี้ ไม่รู้ท่านแม่จะเห้นมั้ย ที่แน่ๆคือแม่เค้ายิ้มแล้วเดินเข้ามาจับไม้จับมือ แล้วเอามือแตะแก้มเรา บอก สวัสดีจ้ะ แพนจัง
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เห็นชัวร์!!!!
ก็เสียวสันหลังกันไปตามประสาคนิตไม่บริสุทธิ์ ก็เริ่มจะไปรู้สึกว่ามีใจกับลูกชายเค้า แม่ก็ดันโผล่มาที่นิวยอร์คซะงั้น
วันนั้นเราคุยกับเอลิซาเบ็ธหลังจากที่ฮีกลับไปแล้ว ว่าเราเจอแม่ฮีด้วย เค้ามาทำอะไรเหรอ มาเที่ยวหรืออยู่ที่นี่กับลุกชายอยู่แล้ว เอลิซาเบ็ธหันมามองหน้า
เอลิซาเบ็ธ : อ้าว เธอไม่รู้เรื่อง ช.หรอ
เรา : เห? เรื่องอะไรง่ะ
เอลิซาเบ็ธ : ก็ที่ฮีจะกลัญี่ปุ่นไง นี่แม่เค้ามาเที่ยวแล้วรับกลับไปพร้อมกันเลย
เรา : เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย กลับนานแค่ไหน
เอลิซาเบ็ธ : ก็กลับไปอยู่ที่นู่นเลย Forever
เปรี้ยง!!!!!!
ดูเอาเถอะ พอจะชอบใครซักคน ก็ดันเป็นซะอย่างงี้
หลังจากนั้นสองวัน เราก็มีโอกาสได้คุยกับอีตานี่ในที่สุด
เรา : ช. เราได้ข่าวว่าเธอจะกลับญี่ปุ่นเหรอ
ฮี : อือ
เรา : ทำไมล่ะ ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเหรอ
ฮี : เราต้องกลับไปสอนบัลเล่ต์ที่นั่น ครอบครัวเรามีสตูดิโอสอนบัลเล่ต์น่ะ
เรา : กลับเมื่อไหร่เหรอ
ฮี : ปลายเดือนนี้(ตอนนั้นเดือนตุลาค่ะ)
เรา : เร็วจัง อีกแค่สองอาทิตย์เองนะ
ฮี : อืม นั่นสินะ
เรา : ไม่กลับไปไม่ไ่ด้เหรอ
ฮี : ทำไมล่ะ
เรา : (นิ่ง...เออนั่นสิ ทำไมล่ะ) แล้วทำไมไม่บอกเราบ้างเลยล่ะ
ฮี : ก็เธอมาโรงเรียนแค่วีคละสองวันนี่นา...
...เออ จริงของเอ็ง...จบข่าว
แต่ดูเหมือนไม่รู้ว่าอะไรจะเป็นใจนักหนา อีกไม่กี่วันหลังจากนั้นก็มีครูที่โรงเรียนจัดปาร์ตี้ที่บ้าน เราได้รับเชิญให้ไป และเมื่อกรึ่มๆกันได้ที่ เราก็โดนใช้ให้ออกไปซื้อน้ำกับไอศครีมมาเพิ่ม โดยที่ฮีก็ออกไปเป้นเพื่อนเพราะมันดึกมากแล้ว
ระหว่างที่เดินด้วยกัน เรา...ซึ่งเริ่มจะมึนๆพอสมควรเพราะเพื่อนคะยั้ยคะยอให้กินวอดก้าไปสองแก้วก็ไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก ได้แต่เดินกันไปเงียบๆ จะด้วยความเมาหรืออะไรก็ตาม เราก็เลยจับแขนเสื้อฮีไว้ แล้วหลังจากั้น ไม่รู้ยังไง มาู้ตัวอีกทีทำไมถึงกลายมาเป้นเดินจับมือกันซะงั้น... แต่ก็ไม่นานหรอกค่ะ เพราะเหมือนฮีเองก็จะรู้ตัว ก็ปล่อยมือเราแล้วล้วงกระเป๋าเดินดุ่มๆต่อโดยที่ยังไม่พูดอะไรมากนัก นอกจากถามเราว่าจะซื้ออะไรบ้าง
เธอกำลังทำให้ชั้นหวั่นไหวนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
แล้วก้เหมือนฟ้าผนจะเป้นใจอยู่เรื่อยๆ ทำให้เราสองคนมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆ จนกระทั่งวันเสาร์สุดท้ายก่อนที่นาย ช.จะกลับ เราไปที่โรงเรียนตามปกติ คุยเล่นกับเพื่อน และวันนั้นเราก็อารมณ์ดี นั่งทำ Panna Cotta ไปแจกที่โรงเรียน ซึ่งเราเคยทำมาก่อนหน้านี้แล้วทุกคนล้วนติดใจ ก็เลยมีคนเรียกร้องให้ทำอีกค่ะ ฮี่ๆๆ
วันนั้นฮีตามมาทีหลัง เราเองก็แอบรู้ไต๋ เลยเก็บไว้นิดหน่อย ฮีก็ทำตาปริบๆมองตอนเราเอาไปให้คนอื่น จนเพื่อนอีกคนมากระซิบบอกว่า นี่ เอาให้นาย ช. มั่งสิ ฮีอยากกินแต่ไม่กล้าขอเธออ่ัะ แน่นอนว่าเราก้ให้ค่ะ แล้วก็ได้เห้นว่าคุณชายเธอกินแบบว่า ปาดแล้วปาดอีก จนอยากจะถามว่า เลียถ้วยเลยมั้ยจ๊ะหนู แต่ก็เกรงใจ เลยถามว่า จะเอาอีกมั้ย....คุณชายไม่ตอบ แต่มองหน้าเราแบบเกรงใจๆ เราก็เลยฮาก๊าก เดินไปหยิบีกถ้วยมาให้ แล้วบอกว่า นี่เห้นว่าเธอจะไปแล้วหรอกนะ ก็เลยให้พิเศษอีกถ้วย แล้วฮีก็ฟาดเรียบเหมือนเดิม ปลื้มจริงๆ...
กินเสร็จ ยูกะซัง ครุสอนบัลเล่ต์ก็เดินมาคุยด้วย แล้วถ่ายรูปเล่นกัน ถ่ายไปถ่ายมาก็บอกเราว่า เอ้า แพนจังกับ ช. ถ่ายคู่กันหน่อย จุ๊บๆด้วยนะ
เรากำลังยิ้ม จู่ๆฮีก็ยื่นหน้ามาจุ๊บแก้มจริงๆซะงั้น...พร้อมกับเสียงชัตเตอร์ดัง!!!
ไปไม่เป้นเลยค่ะ แต่เก้บอาการสุดชีวิต แล้วเราก็ถ่ายรูปเล่นกันอีกหลายรูป วันนั้นท่านแม่ของฮีมาที่โรงเรียน แล้วก็ชวนเรา กับเพื่อนอีกสองสามคนว่าจะไปกินข้าวเย็นกัน อยากไปด้วยมั้ย เราเห้นว่าร้านมันอยู่สถานีเดียวกับบ้านเราพอดีก็เลยตัดสินใจไปด้วย (จริงๆอยากไปอยู่แล้วก็บอกมาเหอะ แหม)
อาหารมื้อนั้นจะว่ามีความสุขก็ใช่ จะว่าเศร้าก็ใช่ เมื่อเรากับฮีแยกกันนั่งคนละมุมโต๊ะ วันนั้นไปกันหกคน เรานั่งล่างขวาสุด ฮีนั่งบนซ้ายสุด ก็เลยไมไ่ด้คุยกันมากนัก จนกระทั่งจะแยกกัน แม่เค้าก็ห้ามเราว่าไม่ต้องเดินไปส่งหรอก จากสถานีกลับบ้านเรามันไกล ก็เลยบอกลากันตรงนั้น โดยที่แม่เค้าก็กอดเรา กอดแล้วกอดอีก เพราะว่าจะไม่ได้เจอกันแล้วจนวันเดินทาง แล้วก็บอกเราว่า กอด ช.ด้วยสิ!!
เราหันมาทำหน้าไม่ถูก กอดฮีแบบครึ่งๆแขน และเพื่อนๆก็ดันเชียร์ขึ้นมาว่า จุ๊บๆด้วย ฮียิ้มเขินๆแล้วบอกเราว่า พรุ่งนี้ละกันนะ เราเลยฮาตอบ แอบกระซิบฮีว่า ถ้าพรุ่งนี้ก่อนไปโรงเรียนเธอว่าง แวะมาที่ร้านชั้นนะ เดี๋ยวเลี้ยงเอง ฮีก็ยิ้ม แล้วเดินไปที่สถานีโดยไมไ่ด้ให้คำตอบอะไร ซึ่งเราเองก็ไม่กล้าคิดว่าฮีจะไปจริงๆหรอกค่ะ แต่ก็แอบหวังนิดหน่อย ฮาๆๆๆ
ที่แน่ๆคือ อะไรก็ตามที่เรารุ้สึก เราจะไม่หลุดออกมาให้เห็นเลยซักนิด ไม่เลยจริงๆ...ยิ้งฮีจะไปแบบนี้ อย่าหวังเลยว่าจะบอกให้รู้ว่าชอบ เชอะ
...โอย เรื่องยาวจริงๆแฮะ วันนี้สงสัยต้องค้างไว้แค่นี้ก่อนแล้วค่ะ เีดี๋ยวจะรีบกลับมาเขียนต่อให้จบเรื่องนะคะ อย่าเพิ่งลืมกันไปซะก่อนเน้อ ^^
อัพเดทฮ่าาาาาา http://pantip.com/topic/31208766 แปะตอนต่อแล้วนะค้า อิอิอิอิ