ส.ส.ปชน. จี้ นายกฯ ลงนามให้ชัด ไม่ขยาย EEC ไปปราจีนฯ หลังชาวบ้านงงเลขาพูดไม่เหมือนรัฐบาล
https://www.matichon.co.th/politics/news_5965520
.
.
นฤมาศ จี้ ‘อนุทิน’ แจงปมขยาย EEC ไปปราจีนบุรี หลังเลขาฯ EEC ยังเดินหน้าผลักดันสวนทางคำยืนยันรัฐบาล แนะ ‘นายกฯ’ ลงนามยุติอย่างเป็นทางการ
.
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน น.ส.
นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวถึงความชัดเจนของรัฐบาลกรณีการขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไปยังจ.ปราจีนบุรี หลังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเคยยืนยันว่าจะยุติการพิจารณา แต่ล่าสุดนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EEC กลับให้สัมภาษณ์ว่าจะเดินหน้าผลักดันให้ปราจีนบุรีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ EEC ว่า ตนขอตั้งคำถามว่าใครเป็นผู้กำหนดนโยบายและพูดแทนรัฐบาลกันแน่ หากนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งยุติการพิจารณาจริง สำนักงาน EEC ย่อมไม่ควรเดินหน้าผลักดันเรื่องดังกล่าวต่อ แต่หากเลขาธิการ EEC ยังสามารถเดินหน้าได้ ก็อาจหมายความว่ายังไม่มีคำสั่งยุติอย่างเป็นทางการ และคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชนอาจเป็นเพียงคำพูดเพื่อคลี่คลายสถานการณ์การชุมนุมเท่านั้น
.
น.ส.
นฤมาศ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ประชาชนชาวปราจีนบุรีเรียกร้องมาตั้งแต่ต้นไม่ใช่เพียงคำยืนยันด้วยวาจา แต่ต้องการเอกสารอย่างเป็นทางการที่แสดงถึงการยุติการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว ฉะนั้น ตนจึงขอเรียกร้องให้นายอนุทินในฐานะประธาน กพอ. ชี้แจงต่อสาธารณะ 3 ประเด็น ดังนี้ 1.มติ กพอ. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่เห็นชอบในหลักการผนวกปราจีนบุรีเข้า EEC ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ 2.การให้สัมภาษณ์ของเลขาธิการ EEC เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นการดำเนินการภายใต้นโยบายของใคร และ 3.นายกรัฐมนตรีจะลงนามในเอกสารยุติการขยายพื้นที่ EEC มายัง จ.ปราจีนบุรีตามข้อเรียกร้องของประชาชนเมื่อใด
.
“
ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไม่ได้วัดจากคำพูดที่ให้ไว้ในวันที่ประชาชนรวมตัวกันหน้าศาลากลาง แต่วัดจากการรักษาคำพูดนั้นในวันที่ประชาชนกลับบ้านไปแล้ว ถ้ารัฐบาลยืนยันว่าปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC ก็ขอให้ยืนยันด้วยลายเซ็น ไม่ใช่ด้วยการปล่อยให้หน่วยงานใต้การกำกับของตัวเองพูดสวนทาง” น.ส.
นฤมาศ กล่าว
.
.
“ศุภโชติ-ปชน.” ซัด “รมว.พลังงาน” สั่งยื้อส่งข้อมูลสกัดการตรวจสอบ
https://www.innnews.co.th/news/news_1092076/
.
“ศุภโชติ-ปชน.” ซัด “รมว.พลังงาน” สั่งยื้อส่งข้อมูล PDP2026 ชี้พยายามสกัดการตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติ หวั่นคนไทยแบกค่าไฟแพง-ตกขบวนพลังงานสะอาด
.
นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร โดยแสดงความกังวลอย่างยิ่งหลังหน่วยงานผู้รับผิดชอบการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP2026) ไม่สามารถชี้แจงความชัดเจนและปฏิเสธที่จะส่งมอบข้อมูลความคืบหน้าต่อคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งในการประชุมคณะกรรมาธิการการฯ ตนได้เสนอให้เชิญสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักผู้จัดทำแผนเพื่อเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เข้ามาชี้แจงความคืบหน้า ตลอดจนหลักการและสมมติฐานสำคัญที่ใช้ในการจัดทำแผน PDP2026 เนื่องจากแผนดังกล่าวมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ที่จะกำหนดปริมาณกำลังการผลิตไฟฟ้า ทิศทางพลังงาน และโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าที่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนต้องแบกรับในอนาคต
.
อย่างไรก็ตาม ผู้แทนจาก สนพ. กลับชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการอย่างคลุมเครือ ไม่ได้แสดงข้อมูลหรือความคืบหน้าใดๆ เพิ่มเติมไปกว่าสิ่งที่เคยแถลงต่อสาธารณะไปแล้ว โดยศุภโชติเปิดเผยข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเสนอให้คณะกรรมาธิการฯ ทำหนังสือเชิญ สนพ. มาชี้แจงตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา แต่ทางหน่วยงานขอเลื่อนโดยอ้างว่าติดภารกิจและรับปากว่าจะจัดส่งเอกสารข้อมูลให้ในภายหลัง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมากว่า 1 เดือน ตนจึงเสนอให้เชิญมาชี้แจงอีกครั้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะการขาดเอกสารบันทึกการประชุมในวาระที่มีการหารือถึงการจัดทำสมมติฐาน ซึ่งถือเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดของการจัดทำแผน ทั้งที่ สนพ. มีกำหนดการจัดทำแผน PDP2026 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ และในอดีตที่ผ่านมา สนพ. ก็เคยให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการมาโดยตลอด
.
นายศุภโชติ ตั้งข้อสังเกตว่า พฤติการณ์การดึงเรื่องและไม่ยอมส่งข้อมูลสำคัญให้แก่คณะกรรมาธิการในระยะหลัง น่าจะเป็นผลมาจากคำสั่งหรือแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง ที่พยายามปกปิดข้อมูลเพราะเกรงว่า สส. ฝ่ายค้านจะตรวจพบความผิดปกติหรือข้อพิรุธ แล้วนำไปใช้เป็นข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่
.
ซึ่งตนมองว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการสกัดกั้นและลดทอนประสิทธิภาพการทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างไม่อาจยอมรับได้
.
.
ศึกพืชสวนโลก ! ‘สส.อานันท์’ พรรคส้มตอก ‘นายกอบจ.อุดรฯ’ ไล่ไปอ่าน 5 ข้อเสนอให้ครบ อย่าดูแต่กรุ๊ปไลน์ สจ.ปั่น https://www.dailynews.co.th/news/6339295/
.
ศึกพืชสวนโลก ! ‘สส.อานันท์’ พรรคส้มตอก ‘นายกอบจ.อุดรฯ’ ไล่ไปอ่าน 5 ข้อเสนอให้ครบ อย่าดูแต่กรุ๊ปไลน์ สจ.กลุ่มการเมืองปั่น ยันไม่กลัวรัฐบาลได้หน้าแต่กลัวประชาชนได้ประโยชน์ไม่คุ้มเงินภาษี ย้ำส่งเสริมให้คนมาร่วมงานกับเกณฑ์ทำยอดเป็นคนละเรื่องกัน หวังรัฐบาลปรับปรับปรุงยกระดับงานดึงดูดคนถึงเป้า 3.6 ล้าน
.
เมื่อวันที่ 7 พ.ย.นาย
อานันท์ อัมรินทร์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน โพสต์แชร์ข้อความของนาย
ศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ที่ออกมาตอบโต้กรณีนาย
อานันท์แสดงความเห็นถึงการจัดงานพืชสวนโลก ว่า ท่าน สส.พูดจริงรึป่าว ท่านรู้ไหมว่าพืชสวนโลกเชียงใหม่ 20 ปีที่แล้ว รัฐบาลสนับสนุนให้ทุกหน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา สามารถจัดการไปศึกษาดูงานพืชสวนโลกเชียงใหม่ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่นี่อุดรบ้านท่านด้วยนะครับ ต้องช่วยกันสนับสนุนให้คนมาเที่ยวมากๆ และถ้ารัฐบาลจะสนับสนุนให้คนมาเที่ยวเยอะๆถือเป็นเรื่องดีต่อจังหวัดอุดรธานี การชวนคนมาเที่ยวเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายครับ รวมถึงท่านด้วย
.
โดยนาย
อานันท์ ระบุว่า ผมไม่แน่ใจว่าท่านนายก อบจ. อุดรธานี ได้อ่านเนื้อหาข่าวและข้อเสนอทั้ง 5 ข้อของผมอย่างครบถ้วนแล้วหรือยัง หรือเพียงอ่านพาดหัวข่าว แล้วรับฟังคำกล่าวอ้างจาก สจ.บางท่านในกลุ่มการเมืองของท่าน เหมือนที่ผมเคยเห็นข้อความในกลุ่ม LINE ก่อนหน้านี้
.
หากท่านอ่านข้อเสนอทั้งหมด จะพบว่าผมไม่ได้คัดค้านการจัดงานพืชสวนโลกอุดรธานี และไม่ได้คัดค้านการสนับสนุนให้ประชาชน นักเรียน หรือบุคลากรภาครัฐเดินทางมาเที่ยวชมงาน แต่ผมตั้งคำถามถึงการใช้คำสั่งหรือการกำหนดโควตาเพื่อเกณฑ์คนมาเพิ่มยอดผู้เข้าชม โดยไม่คำนึงถึงความสมัครใจและความคุ้มค่าของงบประมาณ
.
นาย
อานันท์ กล่าวว่า การส่งเสริมให้คนมาเที่ยวงาน กับการเกณฑ์คนมาเพื่อทำยอด เป็นคนละเรื่องกันครับ ผมเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงการบริหารจัดการ แก้ปัญหาสิ่งอำนวยความสะดวก ยกระดับคุณภาพงาน และวางแผนดึงดูดนักท่องเที่ยวให้บรรลุเป้าหมาย 3.6 ล้านคน โดยไม่ใช้งบประมาณเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาที่ควรจัดการได้จากงบเดิม ผมไม่ทราบว่าท่านเข้าใจข้อเสนอของผมคลาดเคลื่อนไปจากขั้นตอนไหน แต่ยินดีอธิบายให้เข้าใจตรงกันครับ ผมไม่ได้กลัวว่ารัฐบาลจะได้หน้า แต่ผมกลัวว่าประชาชนจะไม่ได้รับประโยชน์คุ้มค่ากับเงินภาษีที่จ่ายไปมากกว่า
.
“
สุดท้ายนี้ ผมยืนยันอีกครั้งว่า ผมต้องการเห็นพืชสวนโลกอุดรธานีประสบความสำเร็จ และหากรัฐบาลทำได้ดี ผมก็พร้อมชื่นชม เพราะหน้าที่ของ สส. ไม่ใช่การปรบมือให้รัฐบาลทุกเรื่อง แต่คือการสนับสนุนสิ่งที่ดี ตรวจสอบสิ่งที่มีปัญหา และเสนอทางออกให้ประชาชนครับ ด้วยความเคารพครับ เผื่ออยากอ่านข้อเสนอจากผมเต็มๆครับ” นาย
อานันท์ระบุ
.
ก่อนหน้านี้ นาย
อานันท์ โพสต์ข้อความแสดงความเห็นระบุว่า พืชสวนโลกอุดรธานี อย่าใช้เงินภาษีรอบที่สอง เพื่อพิสูจน์ว่าเงินภาษีรอบแรกประสบความสำเร็จ ผ่านไปแล้ว 3 วัน สำหรับมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าชมตลอดการจัดงาน 134 วัน จำนวน 3.6 ล้านคน หรือเฉลี่ยประมาณ 26,866 คนต่อวัน
.
ล่าสุดมีการเปิดเผยตัวเลขผู้เข้าชม 3 วันแรก ดังนี้ 1 พ.ย. 8,999 คน 2 พ.ย. 9,342 คน 3 พ.ย. 10,128 คนรวม 3 วัน มีผู้เข้าชม 28,469 คน เฉลี่ย 9,490 คนต่อวัน แม้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ ยอดผู้เข้าชมยังอยู่ที่ประมาณ 35% ของค่าเฉลี่ยที่ต้องทำให้ได้ นั่นหมายความว่า อีก 131 วันที่เหลือ รัฐบาลจะต้องทำให้มีผู้เข้าชมเฉลี่ยประมาณ 27,264 คนต่อวัน จึงจะบรรลุเป้าหมาย 3.6 ล้านคน
.
ก่อนหน้านี้ นาย
วัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยอดผู้เข้าชมวันแรก 8,999 คน ถือว่าสูงเกินคาด และคาดว่าในช่วงไฮซีซั่นอาจเพิ่มขึ้นถึง 20,000 คนต่อวัน ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่า แม้ยอดผู้เข้าชมอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 20,000 คนต่อวันจริง ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายของรัฐบาล
.
แน่นอนว่าเพิ่งผ่านไปเพียง 3 วัน ผมยังไม่ด่วนสรุปว่างานจะล้มเหลว และผมก็ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะคนอุดรธานีควรได้รับประโยชน์จากการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศ
.
นาย
อานันท์ ระบุว่า แต่ผมมีข้อกังวลที่อยากฝากถึงรัฐบาลไว้ล่วงหน้า 2 เรื่อง เรื่องแรก อย่าใช้กลไกราชการระดมคนมาเติมยอดผู้เข้าชม หากในอนาคตยอดผู้เข้าชมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ผมไม่อยากเห็นการออกหนังสือเวียนจากกระทรวงมหาดไทยไปยังจังหวัด อำเภอ เทศบาล อบต. หรือ อบจ. เพื่อขอความร่วมมือให้จัดคณะศึกษาดูงานเดินทางมาเข้าชมพืชสวนโลกอุดรธานี โดยเฉพาะการนำงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาใช้เป็นค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพียงเพื่อเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้เป็นไปตามเป้าหมาย ผมไม่ได้คัดค้านการศึกษาดูงานที่เกิดประโยชน์จริง แต่ไม่เห็นด้วยหากมีการใช้กลไกของระบบราชการมาสร้างตัวเลขความสำเร็จให้โครงการ
.
เรื่องที่สอง อย่าแก้ปัญหาด้วยการของบประมาณเพิ่มเติม ที่ผ่านมาโครงการนี้ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะงบด้านการบริหารจัดการ ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรม ซึ่งมีวงเงินรวมหลายร้อยล้านบาท หากยอดผู้เข้าชมต่ำกว่าเป้าหมาย รัฐบาลต้องกลับไปประเมินก่อนว่า งบประมาณที่ใช้ไปแล้วเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างไร มีปัญหาตรงไหน และจะแก้ไขอย่างไร ไม่ใช่ใช้เหตุผลว่ายอดนักท่องเที่ยวยังไม่ถึงเป้าหมาย เพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มโดยไม่มีการประเมินความคุ้มค่าอย่างชัดเจน
.
ผมจึงมีข้อเสนอถึงรัฐบาล 5 ประการ
1. เปิดเผยยอดผู้เข้าชมรายวันและยอดสะสมอย่างเป็นทางการ พร้อมเปรียบเทียบกับเป้าหมาย 3.6 ล้านคน เพื่อให้ประชาชนติดตามได้ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
2. จำแนกสถิติผู้เข้าชมระหว่างนักท่องเที่ยวทั่วไป คณะศึกษาดูงานจากหน่วยงานราชการ และกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนค่าเดินทางจากงบประมาณรัฐ
3. ไม่กำหนดโควตาหรือออกหนังสือเวียนที่สร้างแรงกดดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องใช้งบประมาณจัดคณะเดินทางมาเข้าชมงาน
4. หากมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม ต้องเปิดเผยเหตุผล รายละเอียดค่าใช้จ่าย และผลประเมินความคุ้มค่าก่อน ไม่ใช่อนุมัติเพิ่มเพียงเพื่อไล่ตามตัวเลขผู้เข้าชม
5. เร่งปรับปรุงคุณภาพการจัดงาน ทั้งสวนนานาชาติ กิจกรรมภายในงาน สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบขนส่ง และการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาเอง
JJNY : ปชน.จี้ลงนามให้ชัด│“ศุภโชติ-ปชน.”ซัดรมว.พลังงาน│พรรคส้มตอก ‘นายกอบจ.อุดรฯ’│ม็อบกำนันมะโนมุ่งหน้ากทม.ยอดบริจาคพุ่ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5965520
.
นฤมาศ จี้ ‘อนุทิน’ แจงปมขยาย EEC ไปปราจีนบุรี หลังเลขาฯ EEC ยังเดินหน้าผลักดันสวนทางคำยืนยันรัฐบาล แนะ ‘นายกฯ’ ลงนามยุติอย่างเป็นทางการ
.
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวถึงความชัดเจนของรัฐบาลกรณีการขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไปยังจ.ปราจีนบุรี หลังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเคยยืนยันว่าจะยุติการพิจารณา แต่ล่าสุดนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EEC กลับให้สัมภาษณ์ว่าจะเดินหน้าผลักดันให้ปราจีนบุรีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ EEC ว่า ตนขอตั้งคำถามว่าใครเป็นผู้กำหนดนโยบายและพูดแทนรัฐบาลกันแน่ หากนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งยุติการพิจารณาจริง สำนักงาน EEC ย่อมไม่ควรเดินหน้าผลักดันเรื่องดังกล่าวต่อ แต่หากเลขาธิการ EEC ยังสามารถเดินหน้าได้ ก็อาจหมายความว่ายังไม่มีคำสั่งยุติอย่างเป็นทางการ และคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชนอาจเป็นเพียงคำพูดเพื่อคลี่คลายสถานการณ์การชุมนุมเท่านั้น
.
น.ส.นฤมาศ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ประชาชนชาวปราจีนบุรีเรียกร้องมาตั้งแต่ต้นไม่ใช่เพียงคำยืนยันด้วยวาจา แต่ต้องการเอกสารอย่างเป็นทางการที่แสดงถึงการยุติการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว ฉะนั้น ตนจึงขอเรียกร้องให้นายอนุทินในฐานะประธาน กพอ. ชี้แจงต่อสาธารณะ 3 ประเด็น ดังนี้ 1.มติ กพอ. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่เห็นชอบในหลักการผนวกปราจีนบุรีเข้า EEC ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ 2.การให้สัมภาษณ์ของเลขาธิการ EEC เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นการดำเนินการภายใต้นโยบายของใคร และ 3.นายกรัฐมนตรีจะลงนามในเอกสารยุติการขยายพื้นที่ EEC มายัง จ.ปราจีนบุรีตามข้อเรียกร้องของประชาชนเมื่อใด
.
“ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไม่ได้วัดจากคำพูดที่ให้ไว้ในวันที่ประชาชนรวมตัวกันหน้าศาลากลาง แต่วัดจากการรักษาคำพูดนั้นในวันที่ประชาชนกลับบ้านไปแล้ว ถ้ารัฐบาลยืนยันว่าปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC ก็ขอให้ยืนยันด้วยลายเซ็น ไม่ใช่ด้วยการปล่อยให้หน่วยงานใต้การกำกับของตัวเองพูดสวนทาง” น.ส.นฤมาศ กล่าว
.
.
.
ศึกพืชสวนโลก ! ‘สส.อานันท์’ พรรคส้มตอก ‘นายกอบจ.อุดรฯ’ ไล่ไปอ่าน 5 ข้อเสนอให้ครบ อย่าดูแต่กรุ๊ปไลน์ สจ.ปั่น https://www.dailynews.co.th/news/6339295/
.
ศึกพืชสวนโลก ! ‘สส.อานันท์’ พรรคส้มตอก ‘นายกอบจ.อุดรฯ’ ไล่ไปอ่าน 5 ข้อเสนอให้ครบ อย่าดูแต่กรุ๊ปไลน์ สจ.กลุ่มการเมืองปั่น ยันไม่กลัวรัฐบาลได้หน้าแต่กลัวประชาชนได้ประโยชน์ไม่คุ้มเงินภาษี ย้ำส่งเสริมให้คนมาร่วมงานกับเกณฑ์ทำยอดเป็นคนละเรื่องกัน หวังรัฐบาลปรับปรับปรุงยกระดับงานดึงดูดคนถึงเป้า 3.6 ล้าน
.
เมื่อวันที่ 7 พ.ย.นายอานันท์ อัมรินทร์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน โพสต์แชร์ข้อความของนายศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ที่ออกมาตอบโต้กรณีนายอานันท์แสดงความเห็นถึงการจัดงานพืชสวนโลก ว่า ท่าน สส.พูดจริงรึป่าว ท่านรู้ไหมว่าพืชสวนโลกเชียงใหม่ 20 ปีที่แล้ว รัฐบาลสนับสนุนให้ทุกหน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา สามารถจัดการไปศึกษาดูงานพืชสวนโลกเชียงใหม่ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่นี่อุดรบ้านท่านด้วยนะครับ ต้องช่วยกันสนับสนุนให้คนมาเที่ยวมากๆ และถ้ารัฐบาลจะสนับสนุนให้คนมาเที่ยวเยอะๆถือเป็นเรื่องดีต่อจังหวัดอุดรธานี การชวนคนมาเที่ยวเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายครับ รวมถึงท่านด้วย
.
โดยนายอานันท์ ระบุว่า ผมไม่แน่ใจว่าท่านนายก อบจ. อุดรธานี ได้อ่านเนื้อหาข่าวและข้อเสนอทั้ง 5 ข้อของผมอย่างครบถ้วนแล้วหรือยัง หรือเพียงอ่านพาดหัวข่าว แล้วรับฟังคำกล่าวอ้างจาก สจ.บางท่านในกลุ่มการเมืองของท่าน เหมือนที่ผมเคยเห็นข้อความในกลุ่ม LINE ก่อนหน้านี้
.
หากท่านอ่านข้อเสนอทั้งหมด จะพบว่าผมไม่ได้คัดค้านการจัดงานพืชสวนโลกอุดรธานี และไม่ได้คัดค้านการสนับสนุนให้ประชาชน นักเรียน หรือบุคลากรภาครัฐเดินทางมาเที่ยวชมงาน แต่ผมตั้งคำถามถึงการใช้คำสั่งหรือการกำหนดโควตาเพื่อเกณฑ์คนมาเพิ่มยอดผู้เข้าชม โดยไม่คำนึงถึงความสมัครใจและความคุ้มค่าของงบประมาณ
.
นายอานันท์ กล่าวว่า การส่งเสริมให้คนมาเที่ยวงาน กับการเกณฑ์คนมาเพื่อทำยอด เป็นคนละเรื่องกันครับ ผมเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงการบริหารจัดการ แก้ปัญหาสิ่งอำนวยความสะดวก ยกระดับคุณภาพงาน และวางแผนดึงดูดนักท่องเที่ยวให้บรรลุเป้าหมาย 3.6 ล้านคน โดยไม่ใช้งบประมาณเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาที่ควรจัดการได้จากงบเดิม ผมไม่ทราบว่าท่านเข้าใจข้อเสนอของผมคลาดเคลื่อนไปจากขั้นตอนไหน แต่ยินดีอธิบายให้เข้าใจตรงกันครับ ผมไม่ได้กลัวว่ารัฐบาลจะได้หน้า แต่ผมกลัวว่าประชาชนจะไม่ได้รับประโยชน์คุ้มค่ากับเงินภาษีที่จ่ายไปมากกว่า
.
“สุดท้ายนี้ ผมยืนยันอีกครั้งว่า ผมต้องการเห็นพืชสวนโลกอุดรธานีประสบความสำเร็จ และหากรัฐบาลทำได้ดี ผมก็พร้อมชื่นชม เพราะหน้าที่ของ สส. ไม่ใช่การปรบมือให้รัฐบาลทุกเรื่อง แต่คือการสนับสนุนสิ่งที่ดี ตรวจสอบสิ่งที่มีปัญหา และเสนอทางออกให้ประชาชนครับ ด้วยความเคารพครับ เผื่ออยากอ่านข้อเสนอจากผมเต็มๆครับ” นายอานันท์ระบุ
.
ก่อนหน้านี้ นายอานันท์ โพสต์ข้อความแสดงความเห็นระบุว่า พืชสวนโลกอุดรธานี อย่าใช้เงินภาษีรอบที่สอง เพื่อพิสูจน์ว่าเงินภาษีรอบแรกประสบความสำเร็จ ผ่านไปแล้ว 3 วัน สำหรับมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าชมตลอดการจัดงาน 134 วัน จำนวน 3.6 ล้านคน หรือเฉลี่ยประมาณ 26,866 คนต่อวัน
.
ล่าสุดมีการเปิดเผยตัวเลขผู้เข้าชม 3 วันแรก ดังนี้ 1 พ.ย. 8,999 คน 2 พ.ย. 9,342 คน 3 พ.ย. 10,128 คนรวม 3 วัน มีผู้เข้าชม 28,469 คน เฉลี่ย 9,490 คนต่อวัน แม้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ ยอดผู้เข้าชมยังอยู่ที่ประมาณ 35% ของค่าเฉลี่ยที่ต้องทำให้ได้ นั่นหมายความว่า อีก 131 วันที่เหลือ รัฐบาลจะต้องทำให้มีผู้เข้าชมเฉลี่ยประมาณ 27,264 คนต่อวัน จึงจะบรรลุเป้าหมาย 3.6 ล้านคน
.
ก่อนหน้านี้ นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยอดผู้เข้าชมวันแรก 8,999 คน ถือว่าสูงเกินคาด และคาดว่าในช่วงไฮซีซั่นอาจเพิ่มขึ้นถึง 20,000 คนต่อวัน ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่า แม้ยอดผู้เข้าชมอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 20,000 คนต่อวันจริง ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายของรัฐบาล
.
แน่นอนว่าเพิ่งผ่านไปเพียง 3 วัน ผมยังไม่ด่วนสรุปว่างานจะล้มเหลว และผมก็ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะคนอุดรธานีควรได้รับประโยชน์จากการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศ
.
นายอานันท์ ระบุว่า แต่ผมมีข้อกังวลที่อยากฝากถึงรัฐบาลไว้ล่วงหน้า 2 เรื่อง เรื่องแรก อย่าใช้กลไกราชการระดมคนมาเติมยอดผู้เข้าชม หากในอนาคตยอดผู้เข้าชมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ผมไม่อยากเห็นการออกหนังสือเวียนจากกระทรวงมหาดไทยไปยังจังหวัด อำเภอ เทศบาล อบต. หรือ อบจ. เพื่อขอความร่วมมือให้จัดคณะศึกษาดูงานเดินทางมาเข้าชมพืชสวนโลกอุดรธานี โดยเฉพาะการนำงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาใช้เป็นค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพียงเพื่อเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้เป็นไปตามเป้าหมาย ผมไม่ได้คัดค้านการศึกษาดูงานที่เกิดประโยชน์จริง แต่ไม่เห็นด้วยหากมีการใช้กลไกของระบบราชการมาสร้างตัวเลขความสำเร็จให้โครงการ
.
เรื่องที่สอง อย่าแก้ปัญหาด้วยการของบประมาณเพิ่มเติม ที่ผ่านมาโครงการนี้ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะงบด้านการบริหารจัดการ ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรม ซึ่งมีวงเงินรวมหลายร้อยล้านบาท หากยอดผู้เข้าชมต่ำกว่าเป้าหมาย รัฐบาลต้องกลับไปประเมินก่อนว่า งบประมาณที่ใช้ไปแล้วเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างไร มีปัญหาตรงไหน และจะแก้ไขอย่างไร ไม่ใช่ใช้เหตุผลว่ายอดนักท่องเที่ยวยังไม่ถึงเป้าหมาย เพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มโดยไม่มีการประเมินความคุ้มค่าอย่างชัดเจน
.
ผมจึงมีข้อเสนอถึงรัฐบาล 5 ประการ
1. เปิดเผยยอดผู้เข้าชมรายวันและยอดสะสมอย่างเป็นทางการ พร้อมเปรียบเทียบกับเป้าหมาย 3.6 ล้านคน เพื่อให้ประชาชนติดตามได้ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
2. จำแนกสถิติผู้เข้าชมระหว่างนักท่องเที่ยวทั่วไป คณะศึกษาดูงานจากหน่วยงานราชการ และกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนค่าเดินทางจากงบประมาณรัฐ
3. ไม่กำหนดโควตาหรือออกหนังสือเวียนที่สร้างแรงกดดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องใช้งบประมาณจัดคณะเดินทางมาเข้าชมงาน
4. หากมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม ต้องเปิดเผยเหตุผล รายละเอียดค่าใช้จ่าย และผลประเมินความคุ้มค่าก่อน ไม่ใช่อนุมัติเพิ่มเพียงเพื่อไล่ตามตัวเลขผู้เข้าชม
5. เร่งปรับปรุงคุณภาพการจัดงาน ทั้งสวนนานาชาติ กิจกรรมภายในงาน สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบขนส่ง และการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาเอง