สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนครับ/ค่ะ

เคยเป็นไหมครับ? ปีใหม่ทีไรตั้งเป้าหมายซะดิบดีว่า "ปีนี้ฉันจะผอม ปีนี้ฉันจะฟิต!" ยอมลงทุนสมัครฟิตเนสรายปี เอฟชุดออกกำลังกายมาเต็มตู้... แต่สุดท้ายจบลงที่การนอนไถมือถืออยู่บนเตียง แล้วบอกตัวเองว่า "วันนี้เหนื่อยแล้ว พรุ่งนี้ค่อยลดละกัน"

ซึ่งพรุ่งนี้ไม่เคยมีอยู่จริง

)

(มารูปจาก
https://www.homefittools.com/news/basic-exercise.html?srsltid=AYCX9vJOnqp69jyK-p1WceOIZ5OIsqbY0OBfn57PLYO2gLZCu6vFf2aE)
วันนี้ผม/ฉัน ในฐานะอดีตประธานชมรมคนรักเตียงนอน เลยอยากมาแชร์ทริคสาย "จิตวิทยา" ที่เน้นการหลอกสมองตัวเองให้ลุกไปออกกำลังกายได้แบบเนียนๆ ไม่ต้องใช้ความฮึกเหิมหรือพลังใจอะไรมากมาย เหมาะมากสำหรับสายขี้เกียจ มาดูกันครับว่ามีทริคอะไรบ้าง
1. กฎ 2 นาที (The 2-Minute Rule) หลอกสมองว่า "ทำแค่นิดเดียว" สมองคนเรามักจะต่อต้านความเหนื่อยครับ พอคิดว่าจะต้อง "ออกกำลังกายตั้ง 1 ชั่วโมง" สมองจะสั่งการให้เราท้อและขี้เกียจทันที
ทริคคือให้หลอกตัวเองว่า
"ฉันจะออกกำลังกายแค่ 2 นาทีพอ"
"แค่ใส่รองเท้าผ้าใบแล้วเดินหน้าบ้าน 2 นาที"
"แค่ปูเสื่อโยคะแล้วยืดเส้น 2 นาที" เชื่อไหมครับว่า ส่วนที่ยากที่สุดของการออกกำลังกายคือ "การเปลี่ยนชุด" และ "การเริ่มต้น" พอเราใส่ชุด ปูเสื่อ หรือเริ่มขยับตัวไปแล้ว 2 นาที ร่างกายจะเกิดแรงเฉื่อย (Momentum) ทำให้เราเครื่องติดและทำต่อไปเรื่อยๆ จนครบ 20-30 นาทีได้เองแบบงงๆ ครับ
2. กฎ "ของโปรดแลกเหงื่อ" (Temptation Bundling) เอาความบันเทิงที่เราเสพติด มาผูกกับสิ่งที่เราขี้เกียจทำครับ กติกามีอยู่ว่า
"เราจะได้รับอนุญาตให้เสพสิ่งที่ชอบ ก็ต่อเมื่อกำลังออกกำลังกายอยู่เท่านั้น"
ติดซีรีส์ Netflix หนึบหนับ? -> อนุญาตให้ดูได้เฉพาะตอนเดินบนลู่วิ่ง หรือตอนปั่นจักรยานอากาศบนเตียงเท่านั้น
ชอบฟังพอดแคสต์เล่าเรื่องผี? -> ฟังได้เฉพาะตอนออกไปวิ่งสวนสาธารณะเท่านั้น
ถ้าวันไหนไม่ออกกำลังกาย ก็อดดูซีรีส์ตอนต่อไป! วิธีนี้จะเปลี่ยนความรู้สึก "โดนบังคับให้ออกกำลังกาย" เป็น "การรอคอยเวลาที่จะได้ดูซีรีส์" แทนครับ
2. กฎ "ของโปรดแลกเหงื่อ" (Temptation Bundling) เอาความบันเทิงที่เราเสพติด มาผูกกับสิ่งที่เราขี้เกียจทำครับ กติกามีอยู่ว่า
"เราจะได้รับอนุญาตให้เสพสิ่งที่ชอบ ก็ต่อเมื่อกำลังออกกำลังกายอยู่เท่านั้น"
ติดซีรีส์ Netflix หนึบหนับ? -> อนุญาตให้ดูได้เฉพาะตอนเดินบนลู่วิ่ง หรือตอนปั่นจักรยานอากาศบนเตียงเท่านั้น
ชอบฟังพอดแคสต์เล่าเรื่องผี? -> ฟังได้เฉพาะตอนออกไปวิ่งสวนสาธารณะเท่านั้น
ถ้าวันไหนไม่ออกกำลังกาย ก็อดดูซีรีส์ตอนต่อไป! วิธีนี้จะเปลี่ยนความรู้สึก "โดนบังคับให้ออกกำลังกาย" เป็น "การรอคอยเวลาที่จะได้ดูซีรีส์" แทนครับ
4. กฎ "กากบาทแดง" รักษาสถิติ (Don't Break the Chain) วิธีนี้คลาสสิกแต่ใช้ได้ผลกระแทกใจเสมอ ให้ซื้อปฏิทินแบบตั้งโต๊ะมาวางไว้ในจุดที่เห็นชัดที่สุดในห้อง วันไหนที่ได้ออกกำลังกาย (แม้จะแค่ 5-10 นาที) ให้เอาปากกาสีแดงขีด
กากบาทตัวใหญ่ๆ (X) ทับวันที่นั้นลงไป
พอกากบาทติดกันได้สัก 3-4 วัน สมองเราจะเกิดอาการ "เสียดายสถิติ" ไม่อยากให้โซ่ความสำเร็จนี้ขาดหายไป วันไหนที่ขี้เกียจสุดๆ พอหันไปมองปฏิทินที่กากบาทมาตลอดทั้งอาทิตย์ เราจะยอมลุกไปแกว่งแขนกระโดดตบสัก 5 นาทีก็ยังดี เพื่อให้ได้ขีดกากบาทของวันนั้นครับ!
สรุปส่งท้าย :
การสร้างนิสัยออกกำลังกาย ไม่ใช่การฝืนทนทรมานร่างกายนานๆ ในวันเดียวแล้วจบไปนะครับ แต่คือการ "เอาชนะความขี้เกียจในช่วง 5 นาทีแรก" ให้ได้ต่างหาก
เพื่อนๆ ชาวพันทิปมีทริคแปลกๆ หรือวิธีขุดตัวเองลุกจากเตียงไปออกกำลังกายแบบไหนกันอีกบ้าง? หรือใครลองใช้วิธีไหนแล้วเวิร์ก คอมเมนต์มาป้ายยาพูดคุยกันได้เลยนะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคนสุขภาพดีไปด้วยกันครับ!
(ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ)
4 จิตวิทยา "หลอกตัวเอง" ให้ลุกไปออกกำลังกาย ฉบับคนขี้เกียจขั้นสุด
เคยเป็นไหมครับ? ปีใหม่ทีไรตั้งเป้าหมายซะดิบดีว่า "ปีนี้ฉันจะผอม ปีนี้ฉันจะฟิต!" ยอมลงทุนสมัครฟิตเนสรายปี เอฟชุดออกกำลังกายมาเต็มตู้... แต่สุดท้ายจบลงที่การนอนไถมือถืออยู่บนเตียง แล้วบอกตัวเองว่า "วันนี้เหนื่อยแล้ว พรุ่งนี้ค่อยลดละกัน"
(มารูปจาก https://www.homefittools.com/news/basic-exercise.html?srsltid=AYCX9vJOnqp69jyK-p1WceOIZ5OIsqbY0OBfn57PLYO2gLZCu6vFf2aE)
วันนี้ผม/ฉัน ในฐานะอดีตประธานชมรมคนรักเตียงนอน เลยอยากมาแชร์ทริคสาย "จิตวิทยา" ที่เน้นการหลอกสมองตัวเองให้ลุกไปออกกำลังกายได้แบบเนียนๆ ไม่ต้องใช้ความฮึกเหิมหรือพลังใจอะไรมากมาย เหมาะมากสำหรับสายขี้เกียจ มาดูกันครับว่ามีทริคอะไรบ้าง
1. กฎ 2 นาที (The 2-Minute Rule) หลอกสมองว่า "ทำแค่นิดเดียว" สมองคนเรามักจะต่อต้านความเหนื่อยครับ พอคิดว่าจะต้อง "ออกกำลังกายตั้ง 1 ชั่วโมง" สมองจะสั่งการให้เราท้อและขี้เกียจทันที
ทริคคือให้หลอกตัวเองว่า "ฉันจะออกกำลังกายแค่ 2 นาทีพอ"
"แค่ใส่รองเท้าผ้าใบแล้วเดินหน้าบ้าน 2 นาที"
"แค่ปูเสื่อโยคะแล้วยืดเส้น 2 นาที" เชื่อไหมครับว่า ส่วนที่ยากที่สุดของการออกกำลังกายคือ "การเปลี่ยนชุด" และ "การเริ่มต้น" พอเราใส่ชุด ปูเสื่อ หรือเริ่มขยับตัวไปแล้ว 2 นาที ร่างกายจะเกิดแรงเฉื่อย (Momentum) ทำให้เราเครื่องติดและทำต่อไปเรื่อยๆ จนครบ 20-30 นาทีได้เองแบบงงๆ ครับ
2. กฎ "ของโปรดแลกเหงื่อ" (Temptation Bundling) เอาความบันเทิงที่เราเสพติด มาผูกกับสิ่งที่เราขี้เกียจทำครับ กติกามีอยู่ว่า "เราจะได้รับอนุญาตให้เสพสิ่งที่ชอบ ก็ต่อเมื่อกำลังออกกำลังกายอยู่เท่านั้น"
ติดซีรีส์ Netflix หนึบหนับ? -> อนุญาตให้ดูได้เฉพาะตอนเดินบนลู่วิ่ง หรือตอนปั่นจักรยานอากาศบนเตียงเท่านั้น
ชอบฟังพอดแคสต์เล่าเรื่องผี? -> ฟังได้เฉพาะตอนออกไปวิ่งสวนสาธารณะเท่านั้น
ถ้าวันไหนไม่ออกกำลังกาย ก็อดดูซีรีส์ตอนต่อไป! วิธีนี้จะเปลี่ยนความรู้สึก "โดนบังคับให้ออกกำลังกาย" เป็น "การรอคอยเวลาที่จะได้ดูซีรีส์" แทนครับ
2. กฎ "ของโปรดแลกเหงื่อ" (Temptation Bundling) เอาความบันเทิงที่เราเสพติด มาผูกกับสิ่งที่เราขี้เกียจทำครับ กติกามีอยู่ว่า "เราจะได้รับอนุญาตให้เสพสิ่งที่ชอบ ก็ต่อเมื่อกำลังออกกำลังกายอยู่เท่านั้น"
ติดซีรีส์ Netflix หนึบหนับ? -> อนุญาตให้ดูได้เฉพาะตอนเดินบนลู่วิ่ง หรือตอนปั่นจักรยานอากาศบนเตียงเท่านั้น
ชอบฟังพอดแคสต์เล่าเรื่องผี? -> ฟังได้เฉพาะตอนออกไปวิ่งสวนสาธารณะเท่านั้น
ถ้าวันไหนไม่ออกกำลังกาย ก็อดดูซีรีส์ตอนต่อไป! วิธีนี้จะเปลี่ยนความรู้สึก "โดนบังคับให้ออกกำลังกาย" เป็น "การรอคอยเวลาที่จะได้ดูซีรีส์" แทนครับ
4. กฎ "กากบาทแดง" รักษาสถิติ (Don't Break the Chain) วิธีนี้คลาสสิกแต่ใช้ได้ผลกระแทกใจเสมอ ให้ซื้อปฏิทินแบบตั้งโต๊ะมาวางไว้ในจุดที่เห็นชัดที่สุดในห้อง วันไหนที่ได้ออกกำลังกาย (แม้จะแค่ 5-10 นาที) ให้เอาปากกาสีแดงขีด กากบาทตัวใหญ่ๆ (X) ทับวันที่นั้นลงไป
พอกากบาทติดกันได้สัก 3-4 วัน สมองเราจะเกิดอาการ "เสียดายสถิติ" ไม่อยากให้โซ่ความสำเร็จนี้ขาดหายไป วันไหนที่ขี้เกียจสุดๆ พอหันไปมองปฏิทินที่กากบาทมาตลอดทั้งอาทิตย์ เราจะยอมลุกไปแกว่งแขนกระโดดตบสัก 5 นาทีก็ยังดี เพื่อให้ได้ขีดกากบาทของวันนั้นครับ!
สรุปส่งท้าย :
การสร้างนิสัยออกกำลังกาย ไม่ใช่การฝืนทนทรมานร่างกายนานๆ ในวันเดียวแล้วจบไปนะครับ แต่คือการ "เอาชนะความขี้เกียจในช่วง 5 นาทีแรก" ให้ได้ต่างหาก
เพื่อนๆ ชาวพันทิปมีทริคแปลกๆ หรือวิธีขุดตัวเองลุกจากเตียงไปออกกำลังกายแบบไหนกันอีกบ้าง? หรือใครลองใช้วิธีไหนแล้วเวิร์ก คอมเมนต์มาป้ายยาพูดคุยกันได้เลยนะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคนสุขภาพดีไปด้วยกันครับ!
(ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ)