กลยุทธ์ป้องกันมะเร็ง ตอนที่ 5 คู่มือการกิน เพื่อต้านการสร้างเส้นเลือดของมะเร็งจิ๋ว

"คุณไม่จำเป็นต้องรอให้ป่วยจนต้องพึ่งพายาเคมีราคาแพง เพราะห้องแล็บที่ทรงพลังที่สุดในการสกัดกั้นมะเร็ง... เปิดทำการอยู่แล้วในห้องครัวของคุณเอง"


ย้อนกลับไปในยุค 1970s วงการแพทย์กระแสหลักเคยหัวเราะเยาะนายแพทย์หนุ่มชื่อ จูดาห์ โฟล์กแมน (Dr. Judah Folkman) เมื่อเขากล้าเสนอทฤษฎีแหกคอกที่ว่า

"ก้อนมะเร็งจะไม่มีทางเติบโตใหญ่กว่าหัวเข็มหมุดได้เลย หากมันไม่สามารถสร้างเครือข่ายหลอดเลือดใหม่มาดูดอาหารไปเลี้ยงตัวเอง"

กว่าที่โลกจะเลิกหัวเราะและยอมรับทฤษฎีการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Angiogenesis) ของเขา ก็ต้องรอจนถึงยุค 2000s เมื่อบริษัทยาสามารถคิดค้น "ยามุ่งเป้า" (Targeted Therapy) ชนิดแรกที่เข้าไปตัดเส้นเลือดมะเร็งได้สำเร็จ

มันคือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่พิสูจน์ว่าโฟล์กแมนคิดถูก แต่ก็เป็นชัยชนะที่แลกมาด้วยป้ายราคาแพงระยับ (ระดับขายบ้าน-ขายรถ) และผลข้างเคียงต่อระบบหลอดเลือดปกติของร่างกาย

ทว่าสำหรับ ดร. วิลเลียม หลี่ (Dr. William Li) แพทย์และนักวิจัยผู้ก่อตั้ง Angiogenesis Foundation ซึ่งเป็น "ศิษย์เอก" ที่ได้รับการถ่ายทอดวิสัยทัศน์มาจาก ดร. โฟล์กแมน โดยตรง เขาตัดสินใจที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของอาจารย์

"หากยาเคมีราคาแพงในโรงพยาบาลสามารถตัดเสบียงมะเร็งได้... แล้วสารธรรมชาติในอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันล่ะ มีขีดความสามารถในการทำหน้าที่นี้ได้ดีแค่ไหน?"

────────

✦ ณ ห้องแล็บของสถาบัน ✦ 

ดร. หลี่ ตัดสินใจจำลองสภาพแวดล้อมของเซลล์เนื้อเยื่อบุผิวหลอดเลือด (Endothelial cells) ขึ้นมาในหลอดทดลอง เมื่อเซลล์ถูกกระตุ้น มันจะเริ่มแตกกิ่งก้านสาขาประสานกันเป็นท่อหลอดเลือดใหม่ คล้ายกับรากต้นไม้ที่กำลังชอนไชหาแหล่งน้ำ

จากนั้นทีมวิจัยได้ทดลองหยดยาต้านมะเร็งแผนปัจจุบันลงไป... ผลคือโครงข่ายหลอดเลือดนั้นฝ่อและสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว

แต่ฉากที่ทำให้ทีมวิจัยต้องเบิกตากว้าง เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาเปลี่ยนจากการหยดยาเคมี มาเป็นการหยด "สารสกัดจากพืชผัก" ที่เรากินกันอยู่ทุกวันลงไปแทน

เมื่อสารสกัดจากชาเขียว ถั่วเหลือง และมะเขือเทศสัมผัสกับเซลล์หลอดเลือด กราฟการยับยั้งการเจริญเติบโตพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรง โครงข่ายท่อส่งเสบียงของมะเร็งแตกสลายลงไม่ต่างจากการใช้ยา

สารพฤกษเคมีบางชนิดสามารถสกัดกั้นการสร้างเส้นเลือดได้เทียบเท่า หรือรุนแรงกว่ายาเคมีสังเคราะห์ราคาแพงเสียด้วยซ้ำ!

────────

✦ ความลับระดับโมเลกุลนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะถูกปิดตายไว้แค่ในห้องแล็บ ✦

ในปี 2010 ดร. หลี่ ได้ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกอย่าง TED Talk ท่ามกลางผู้ชมที่เงียบกริบ เขาตั้งคำถามที่สั่นสะเทือนวงการแพทย์ว่า "Can we eat to starve cancer?" (เราสามารถกินเพื่อให้มะเร็งอดตายได้ไหม?)

จากนั้นเขากดรีโมทเปลี่ยนสไลด์โชว์กราฟแท่งที่นำ "ยารักษามะเร็ง" มาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการตัดเส้นเลือดแข่งกับ "สารสกัดจากอาหาร"

ผู้คนในฮอลล์ต่างตกตะลึงเมื่อเห็นว่า ภายใต้สภาพแวดล้อมในหลอดทดลองนั้น แท่งกราฟของสารสกัดจากชาเขียว ถั่วเหลือง มะเขือเทศ และเบอร์รี่ สามารถออกฤทธิ์สกัดกั้นเส้นเลือดได้ทัดเทียม หรือกระทั่งทำเปอร์เซ็นต์ได้สูงกว่ายาเคมีบางตัว!

ภาพบนหน้าจอสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วฮอลล์ แต่ก่อนที่ใครจะตีความเตลิดไปไกล ดร. หลี่ ได้เบรกความคิดนั้นด้วยประโยคที่ตรงไปตรงมาและหนักแน่นว่า "ผมไม่ได้ต่อต้านการแพทย์แผนปัจจุบัน (I am not anti-medicine)"

สิ่งที่เขาต้องการสื่อไม่ใช่การปฏิเสธการแพทย์ แต่คือการปลุก 'พลังของการป้องกัน' ก่อนที่เขาจะส่งมอบประโยคทองที่เปลี่ยนมุมมองคนทั้งฮอลล์ว่า...

"อาหารคือทางเลือกเดียวที่เราสามารถตัดสินใจเลือกเพื่อสุขภาพตัวเองได้ถึงวันละ 3 เวลา"

ภาพความจริงบนจอโปรเจกเตอร์วันนั้น ได้ให้กำเนิดแคมเปญระดับโลกที่ชื่อว่า Eat to Defeat Cancer มันคือการประกาศอิสรภาพทางสุขภาพ ว่าเราไม่จำเป็นต้องตั้งรับรอให้ป่วยจนต้องพึ่งพายาเคมีเพียงอย่างเดียว

เพราะเราสามารถแปลงมรดกทางความคิดของ ดร. โฟล์กแมน มาสร้างเป็น "เกราะป้องกัน" ทางชีวภาพบนจานข้าว... ที่เราทุกคนมีสิทธิ์ลงมือทำได้เองทุกวัน!"

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่