กลยุทธ์ป้องกันมะเร็ง ตอนที่ 2 กำเนิดมะเร็งจิ๋ว 1-2 mm ที่ฝังตัวในร่างกายนานนับทศวรรษ

"มะเร็งไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มันคือปลายทางของสงครามเงียบนานนับทศวรรษในร่างกายเรา"


ปี ค.ศ. 1961 - ณ ห้องทดลองอันเงียบสงบของกองทัพเรือสหรัฐฯ

หมอผ่าตัดหนุ่มวัย 27 ปี นามว่า จูดาห์ โฟล์กแมน (Judah Folkman) กำลังก้มมองจานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อภายใต้แสงไฟสว่างจ้า

ภารกิจเดิมของเขาในตอนนั้นเป็นเพียงการทดสอบเลือดสังเคราะห์สำหรับใช้ในยามสงคราม แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับนำพาเขาไปสู่ปริศนาที่ใหญ่หลวงกว่านั้น...

ในจานเพาะเลี้ยง เซลล์มะเร็งที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ กลับหยุดชะงักลงกะทันหันเมื่อมันมีขนาดเท่ากับ "หัวเข็มหมุด" หรือประมาณ 1-2 มิลลิเมตร

ไม่ว่าจะป้อนสารอาหารให้มันมากแค่ไหน มันก็ไม่ยอมโตขึ้นอีกเลย ราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นมันไว้

แต่เมื่อเขานำเซลล์มะเร็งจิ๋วขนาดเท่าเดิมนี้ ฉีดกลับเข้าไปในตัวสัตว์ทดลอง สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...

ภายในเวลาไม่กี่วัน เนื้องอกก้อนเดิมกลับ "ระเบิดตัว" ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเป็นร้อยเท่า พันเท่า!

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง 'จานเพาะเลี้ยง' กับ 'ร่างกายมนุษย์'? อะไรคือสิ่งที่เสกให้เนื้องอกจิ๋วที่หลับใหล ฟื้นคืนชีพขึ้นมากลายเป็นอสูรร้าย?

คำตอบไม่ได้ซ่อนอยู่ในตัวเซลล์มะเร็ง... แต่มันซ่อนอยู่ใน "เส้นเลือด" ที่เลื้อยเข้ามาหาต่างหาก

────────

✦ ยุคสมัยแห่งการเย้ยหยัน (1971) ✦

เมื่อโฟล์กแมนตีพิมพ์ทฤษฎี Anti-Angiogenesis (การต้านการสร้างหลอดเลือดใหม่) ในปี 1971 โดยเสนอแนวคิดสุดโต่งว่า:

"เนื้องอกไม่ได้โตเพราะตัวมันเอง... แต่โตเพราะมันเรียกให้ร่างกายสร้าง 'ท่อน้ำเลี้ยง' (เส้นเลือดใหม่) เข้าไปป้อนอาหารให้มัน หากเราตัดท่อน้ำเลี้ยงนี้ได้ เนื้องอกจะฝ่อตายไปเอง"

วงการแพทย์ยุคนั้นกลับตอบรับเขาด้วย "ความเงียบ และ เสียงหัวเราะ"

บรรดาปรมาจารย์ด้านมะเร็งวิทยาต่างพากันสั่นหัวและมองว่าเขาเป็นเพียง "หมอผ่าตัดเพ้อฝัน" ที่ไม่เข้าใจชีววิทยาของมะเร็ง

หลายคนชี้หน้าบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกคนเชื่อตรงกันมาตลอดหลายทศวรรษว่า

"มะเร็งคือเซลล์ที่เติบโตอย่างไร้การควบคุมด้วยตัวเอง ไม่เกี่ยวกับเส้นเลือดรอบข้างสักนิด!"

แต่งานวิจัยของโฟล์กแมนไม่ได้เกิดจากจินตนาการ มันเกิดจากความช่างสังเกต และการปฏิเสธที่จะเชื่อในสิ่งที่คนอื่นยอมรับกันมาโดยไม่มีคำถาม

เขาใช้เวลานานนับสิบๆ ปี ทนต่อคำสบประมาทและงบประมาณวิจัยที่ถูกตัด เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า...

สมรภูมิที่แท้จริงของการต้านมะเร็ง ไม่ใช่การไล่ล่าฆ่าเซลล์ร้ายให้หมดสิ้น แต่คือการ "ตัดกำลังบำรุง" ไม่ให้มันสร้างทางด่วนลำเลียงเสบียงได้สำเร็จ!

แม้ว่าในท้ายที่สุด Dr. Judah Folkman จะเสียชีวิตลงในปี 2008 โดยไม่ทันได้สัมผัสเหรียญรางวัลโนเบล แต่สิ่งที่เขาชนะอย่างแท้จริงคือ

"ชัยชนะเหนือความเชื่อผิดๆ ของวงการแพทย์"

ยาในกลุ่ม Anti-Angiogenesis Inhibitors (เช่น Avastin) ที่พัฒนาขึ้นมาจากทฤษฎีของเขา ได้ถูกองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) รับรอง และถูกนำไปใช้เพื่อยืดชีวิตผู้ป่วยมะเร็งนับล้านคนทั่วโลก

เขาได้รับรางวัลเกียรติยศทางการแพทย์ชั้นนำระดับโลกนับสิบๆ รางวัล (รวมถึง Wolf Prize in Medicine และ Massry Prize) และได้รับการยกย่องจากนักวิจัยทั่วโลกว่าเป็น

"บิดาแห่งวิทยาศาสตร์การยับยั้งการสร้างเส้นเลือดใหม่"

และที่สำคัญที่สุด... ทฤษฎีของเขาได้จุดประกายให้โลกตระหนักว่า

"เราสามารถใช้ชีวิตและเลือกกินอาหารในทุกๆ วัน เพื่อเป็นผู้ควบคุม Anti-Angiogenesis ในร่างกายเราได้เอง"

Moses Judah Folkman (February 24, 1933 - January 14, 2008)
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่