หนึ่งในสิ่งที่หลายคนสงสัย คือเลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียม แตกต่างจากเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปอย่างไร?เพื่อให้เข้าใจข้อแตกต่าง และสามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสม วันนี้เลยเอาข้อมูลดี ๆ จาก Mattaya Vision Center มาฝากค่ะ
โครงสร้าง 3 ระยะของเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปและข้อจำกัดที่ทำให้ปรับตัวยาก
โครงสร้างของเลนส์โปรเกรสซีฟจะแบ่งโซนการมองเห็นเป็น 3 โซน ได้แก่ระยะใกล้ กลาง และไกล ซึ่งแต่ละโซนจะถูกออกแบบตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน และต้องเรียนรู้การใช้งานแต่ละโซน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม โดยมีข้อจำกัดคือภาพบิดเบือนด้านข้าง ซึ่งถ้าหากเผลอมองอาจทำให้มีอาการเวียนหัว หรือไม่สบายตาได้
เลนส์โปรเกรสซีฟ ถูกออกแบบให้มองเห็นคมชัดทุกระยะในเลนส์เดียว จึงมีการแบ่งโซนออกเป็น 3 โซน ได้แก่
1. โซนระยะใกล้ บริเวณด้านล่างสุดของตัวเลนส์จะเป็นจุดที่ใช้สำหรับมองระยะใกล้ เช่น อ่านหนังสือ เล่นโทรศัพท์มือถือ
2. โซนระยะกลาง บริเวณตรงกลางของเลนส์จะเป็นส่วนที่ใช้สำหรับงานระยะกลางหรือระยะช่วงแขน เช่น ใช้มองคอมพิวเตอร์
3. โซนระยะไกล บริเวณด้านบนสุดของตัวเลนส์ใช้สำหรับมองระยะไกล เช่น ใช้ขับรถ หรือเดินขึ้นลงบันได
กลไกการมองเห็นเมื่อเหลือบสายตามองโดนพื้นที่บิดเบือนด้านข้างแว่น
เลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปจะมีพื้นที่การมองเห็นที่จำกัด ดังนั้น เมื่อเหลือบสายตาไปโดนพื้นที่บิดเบือนด้านข้างแว่น จะทำให้เกิดอาการเวียนหัว จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการหันหน้าแทน เพื่อลดความเหนื่อยล้าของดวงตาจากการเพ่งหาโฟกัสตลอดเวลา ดังนั้น การใช้เลนส์โปรเกรสซีฟจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าสายตาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับตำแหน่งการมอง พฤติกรรมการใช้สายตา และการออกแบบโครงสร้างเลนส์ด้วยค่ะ
การทำงานของดวงตาที่นำไปสู่สภาวะอ่อนล้าจากการเพ่งหาจุดโฟกัส
เมื่อมีภาวะสายตายาวตามวัย ดวงตาจะสูญเสียความสามารถในการปรับโฟกัสระยะใกล้ตามธรรมชาติ ทำให้ทุกครั้งที่ต้องมองระยะใกล้หรือเปลี่ยนระยะการมอง ดวงตาต้องใช้ความพยายามมากขึ้นกว่าปกติ หากเลนส์โปรเกรสซีฟที่ใช้มีพื้นที่มองชัดจำกัด หรือจุดมองชัดไม่ตรงกับพฤติกรรมการใช้งานจริง ดวงตาจะยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหาโฟกัสที่คมชัด
เลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียม ทางออกเพื่อมุมมองที่กว้างและเป็นธรรมชาติ
เลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียม คือเลนส์ที่ถูกออกแบบโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อออกแบบเลนส์เฉพาะบุคคล มีการออกแบบโดยคำนึงถึงค่าพารามิเตอร์ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อให้สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาใหญ่ของเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปคือมุมมองที่แคบ และภาพบิดเบือนด้านข้างที่ทำให้ใส่แล้วมีอาการเวียนหัว แต่สำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียม จะถูกออกแบบโดยอิงจากค่าพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล และแต่ละโซนก็ถูกออกแบบโดยอ้างอิงจากไลฟ์สไตล์ ถ้าหากเน้นใช้ตอนขับรถ ก็จะทำให้โซนมองไกลกว้างขึ้น ถ้าเน้นทำงานระยะใกล้ ก็จะทำให้โซนมองใกล้กว้างขึ้น จึงช่วยเพิ่มความสบายตาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องก้มหรือขยับหน้าเพื่อหาจุดโฟกัสเหมือนรุ่นทั่วไป
นอกจากนี้ เลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียม ยังสามารถเสริมออปชันปกป้องดวงตาและแว่น เช่น เลนส์กรองแสงสีฟ้า เลนส์เปลี่ยนสี ป้องกันฝ้าเมื่อใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันรอยขีดข่วน ซึ่งส่วนนี้ก็จะช่วยซัพพอร์ตดวงตา โดยอ้างอิงจากไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนค่ะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
เลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียมพิเศษอย่างไร?
ไขข้อสงสัย เลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียมพิเศษอย่างไร?
หนึ่งในสิ่งที่หลายคนสงสัย คือเลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียม แตกต่างจากเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปอย่างไร?เพื่อให้เข้าใจข้อแตกต่าง และสามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสม วันนี้เลยเอาข้อมูลดี ๆ จาก Mattaya Vision Center มาฝากค่ะ
โครงสร้าง 3 ระยะของเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปและข้อจำกัดที่ทำให้ปรับตัวยาก
โครงสร้างของเลนส์โปรเกรสซีฟจะแบ่งโซนการมองเห็นเป็น 3 โซน ได้แก่ระยะใกล้ กลาง และไกล ซึ่งแต่ละโซนจะถูกออกแบบตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน และต้องเรียนรู้การใช้งานแต่ละโซน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม โดยมีข้อจำกัดคือภาพบิดเบือนด้านข้าง ซึ่งถ้าหากเผลอมองอาจทำให้มีอาการเวียนหัว หรือไม่สบายตาได้
เลนส์โปรเกรสซีฟ ถูกออกแบบให้มองเห็นคมชัดทุกระยะในเลนส์เดียว จึงมีการแบ่งโซนออกเป็น 3 โซน ได้แก่
1. โซนระยะใกล้ บริเวณด้านล่างสุดของตัวเลนส์จะเป็นจุดที่ใช้สำหรับมองระยะใกล้ เช่น อ่านหนังสือ เล่นโทรศัพท์มือถือ
2. โซนระยะกลาง บริเวณตรงกลางของเลนส์จะเป็นส่วนที่ใช้สำหรับงานระยะกลางหรือระยะช่วงแขน เช่น ใช้มองคอมพิวเตอร์
3. โซนระยะไกล บริเวณด้านบนสุดของตัวเลนส์ใช้สำหรับมองระยะไกล เช่น ใช้ขับรถ หรือเดินขึ้นลงบันได
กลไกการมองเห็นเมื่อเหลือบสายตามองโดนพื้นที่บิดเบือนด้านข้างแว่น
เลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปจะมีพื้นที่การมองเห็นที่จำกัด ดังนั้น เมื่อเหลือบสายตาไปโดนพื้นที่บิดเบือนด้านข้างแว่น จะทำให้เกิดอาการเวียนหัว จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการหันหน้าแทน เพื่อลดความเหนื่อยล้าของดวงตาจากการเพ่งหาโฟกัสตลอดเวลา ดังนั้น การใช้เลนส์โปรเกรสซีฟจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าสายตาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับตำแหน่งการมอง พฤติกรรมการใช้สายตา และการออกแบบโครงสร้างเลนส์ด้วยค่ะ
การทำงานของดวงตาที่นำไปสู่สภาวะอ่อนล้าจากการเพ่งหาจุดโฟกัส
เมื่อมีภาวะสายตายาวตามวัย ดวงตาจะสูญเสียความสามารถในการปรับโฟกัสระยะใกล้ตามธรรมชาติ ทำให้ทุกครั้งที่ต้องมองระยะใกล้หรือเปลี่ยนระยะการมอง ดวงตาต้องใช้ความพยายามมากขึ้นกว่าปกติ หากเลนส์โปรเกรสซีฟที่ใช้มีพื้นที่มองชัดจำกัด หรือจุดมองชัดไม่ตรงกับพฤติกรรมการใช้งานจริง ดวงตาจะยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหาโฟกัสที่คมชัด
เลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียม ทางออกเพื่อมุมมองที่กว้างและเป็นธรรมชาติ
เลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียม คือเลนส์ที่ถูกออกแบบโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อออกแบบเลนส์เฉพาะบุคคล มีการออกแบบโดยคำนึงถึงค่าพารามิเตอร์ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อให้สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาใหญ่ของเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปคือมุมมองที่แคบ และภาพบิดเบือนด้านข้างที่ทำให้ใส่แล้วมีอาการเวียนหัว แต่สำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียม จะถูกออกแบบโดยอิงจากค่าพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล และแต่ละโซนก็ถูกออกแบบโดยอ้างอิงจากไลฟ์สไตล์ ถ้าหากเน้นใช้ตอนขับรถ ก็จะทำให้โซนมองไกลกว้างขึ้น ถ้าเน้นทำงานระยะใกล้ ก็จะทำให้โซนมองใกล้กว้างขึ้น จึงช่วยเพิ่มความสบายตาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องก้มหรือขยับหน้าเพื่อหาจุดโฟกัสเหมือนรุ่นทั่วไป
นอกจากนี้ เลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียม ยังสามารถเสริมออปชันปกป้องดวงตาและแว่น เช่น เลนส์กรองแสงสีฟ้า เลนส์เปลี่ยนสี ป้องกันฝ้าเมื่อใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันรอยขีดข่วน ซึ่งส่วนนี้ก็จะช่วยซัพพอร์ตดวงตา โดยอ้างอิงจากไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนค่ะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เลนส์โปรเกรสซีฟพรีเมียมพิเศษอย่างไร?