🛍️​ เทศกาลชอปปิง 11.11 ในจีนซบเซา โปรโมชันเกลื่อนตลาดทำผู้บริโภคเมิน ร้านค้ารายย่อยกำไรหดตัว

เทศกาลชอปปิง 11.11 ในจีนซบเซา โปรโมชันเกลื่อนตลาดทำผู้บริโภคเมิน ร้านค้ารายย่อยกำไรหดตัว
.
เทศกาลชอปปิง 11.11 ของจีนกำลังเปลี่ยนไป เมื่อการลดราคาที่เคยเป็นจุดขายสำคัญไม่สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้เหมือนในอดีต หลังโปรโมชันกลายเป็นเรื่องปกติตลอดทั้งปี ผู้ซื้อจึงให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากกว่าการเร่งซื้อในช่วงแคมเปญ ขณะที่ร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนเพื่อแข่งขันด้านราคา ส่วนแพลตฟอร์มออนไลน์ก็เริ่มปรับรูปแบบการขายเพื่อหาทางเติบโตต่อไป
.
เมื่อ 10 ปีก่อน เทศกาล 11.11 มักมีโปรโมชันลดครึ่งราคาหรือซื้อ 1 แถม 1 แต่ปัจจุบันทั้งเทศกาล 618, 11.11 และแคมเปญลดราคาทั่วไปจัดต่อเนื่องตลอดปี ทำให้ส่วนลดไม่ใช่เรื่องพิเศษอีกต่อไป ผู้บริโภคจึงหันมาเปรียบเทียบราคาและพิจารณาความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อ แทนการรีบกักตุนสินค้าเพียงเพราะกลัวพลาดโปรโมชัน
.
เฉาเหล่ย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยอีคอมเมิร์ซของ NetEconomy ระบุว่า การจัดโปรโมชันที่ยาวนานขึ้นทำให้ส่วนลดสูญเสียแรงดึงดูด ขณะเดียวกัน เงื่อนไขการซื้อที่ซับซ้อนและข้อครหาเรื่องการขึ้นราคาก่อนลดราคา ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ส่งผลให้หลายคนหันมาซื้อสินค้าเมื่อจำเป็น แทนการซื้อจำนวนมากในช่วงมหกรรมลดราคา
.
สำหรับร้านค้าออนไลน์ การเข้าร่วมมหกรรมลดราคาไม่ได้หมายความว่าจะได้กำไรเสมอไป หวังหัว (นามสมมติ) เจ้าของร้านบน Taobao ซึ่งไม่เข้าร่วมแคมเปญ 618 และ 11.11 ติดต่อกัน 3 ปี กล่าวว่า ร้านค้ารายย่อยกำลังเผชิญทางเลือกที่ยากลำบาก หากไม่เข้าร่วมก็อาจเข้าถึงลูกค้าได้น้อยลง แต่หากเข้าร่วมก็ต้องแบกรับต้นทุนส่วนลดและค่าโฆษณา
.
เขาเล่าว่าในช่วงแรกของเทศกาล 11.11 ร้านค้าที่มียอดขายเฉลี่ยวันละประมาณ 100 คำสั่งซื้อ อาจมียอดพุ่งขึ้นเป็นหลักพันคำสั่งซื้อในวันแคมเปญ แต่ปัจจุบันยอดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น 10-20% ก็ถือว่าดีแล้ว ร้านค้ามักต้องลดราคา 10-15% และอาจมีค่าโฆษณาเพิ่มเติม ทำให้ยอดขายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้รับประกันว่าจะมีกำไรมากขึ้นตามไปด้วย
.
นอกจากต้นทุนที่สูงขึ้นแล้ว ร้านค้ารายย่อยยังเสียเปรียบในการเข้าถึงลูกค้า เพราะยอดเข้าชมจากแคมเปญมักกระจุกตัวอยู่กับร้านค้ารายใหญ่และแบรนด์ดัง เมื่อจำนวนลูกค้าที่เข้าชมร้านค้าโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาลดลง ร้านค้าก็ต้องจ่ายเงินค่าโฆษณามากขึ้นเพื่อดึงลูกค้า
.
หนานจือ (นามสมมติ) เจ้าของร้านออนไลน์อีกรายระบุว่า ส่วนลดและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มอาจทำให้ต้นทุนสินค้าบางรายการสูงถึง 20-25% ของราคาขาย ส่งผลให้ร้านค้าบางรายต้องขึ้นราคาป้ายก่อนเข้าร่วมแคมเปญเพื่อรักษากำไร แต่ก็เสี่ยงถูกผู้บริโภคตั้งข้อสงสัยเรื่องการขึ้นราคาก่อนลดราคา สำหรับร้านค้ารายย่อยจึงต้องให้ความสำคัญกับกำไรหลังหักต้นทุน มากกว่าการมุ่งเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว
.
เมื่อการแข่งขันด้านราคาเริ่มได้ผลน้อยลง แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีนจึงปรับแคมเปญ 11.11 ให้เรียบง่ายขึ้น โดย Tmall ยกเลิกส่วนลดที่ต้องซื้อสินค้าจากหลายร้านให้ครบยอด แล้วเปลี่ยนมาใช้ส่วนลดจากร้านค้าโดยตรงร่วมกับคูปองแพลตฟอร์ม ส่วน JD.com ยกเลิกการสั่งจองล่วงหน้าที่ต้องวางเงินมัดจำและหันมาเน้นขายสินค้าพร้อมส่ง ขณะที่ Douyin E-commerce ใช้ส่วนลดทันทีและจัดส่งสินค้าจากสต๊อกโดยตรง
.
เจียลั่ว ประธาน Tmall กล่าวว่า การยกเลิกส่วนลดแบบซื้อข้ามร้านผ่านการสำรวจความคิดเห็นของร้านค้าในวงกว้าง โดยเป้าหมายคือทำให้โปรโมชันเข้าใจง่ายขึ้น ร้านค้าบางรายมองว่าผู้บริโภคปัจจุบันมักสั่งซื้อทันทีเมื่อมีความต้องการ ขณะที่เงื่อนไขซับซ้อนอาจเพิ่มภาระจากการคืนสินค้าและค่าใช้จ่ายด้านบริการลูกค้ากับการขนส่ง อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูผลหลังจบแคมเปญว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายและลดการคืนสินค้าได้จริงหรือไม่
.
นอกจากการปรับรูปแบบโปรโมชันแล้ว แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยังพยายามดึงดูดลูกค้าด้วยการยกระดับบริการและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ โดย JD.com ประกาศเพิ่มบริการให้ครอบคลุมกว่า 100 ด้าน พร้อมนำ AI มาใช้เป็นผู้ช่วยเลือกซื้อสินค้า ใช้สตรีมเมอร์ AI ไลฟ์ขายสินค้าและใช้หุ่นยนต์ช่วยจัดการงานด้านโลจิสติกส์และการจัดส่ง เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
.
ด้าน Tmall มีแบรนด์จากทั่วโลกเข้าร่วม 1 ล้านแบรนด์ และสินค้ากว่า 72 ล้านรายการ ซึ่งต่างเป็นสถิติสูงสุดของแพลตฟอร์ม ขณะที่จำนวนร้านค้าที่เปิดตัวสินค้าใหม่บน Taobao และ Tmall ในช่วงหนึ่งเดือนก่อนเริ่มแคมเปญเพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ Tmall ยังเปิดหมวด AI Token เป็นครั้งแรก โดยบริษัท AI อย่าง Zhipu และ MiniMax จำหน่ายแพ็กเกจ Token ผ่านร้านค้าอย่างเป็นทางการ
.
อย่างไรก็ตาม ร้านค้าออนไลน์หลายรายมองว่า เครื่องมือ AI ยังใช้งานได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวัง ภาพที่สร้างขึ้นอาจผิดเพี้ยน ส่วนเนื้อหาที่ได้ยังต้องแก้ไขก่อนนำไปใช้จริง ขณะที่บางฟังก์ชันมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จึงยังไม่แน่ใจว่าจะช่วยลดต้นทุนหรือเพิ่มยอดขายได้คุ้มค่าหรือไม่
.
เมื่อเทศกาล 11.11 ก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่การจัดโปรโมชันให้ดึงดูดใจ แต่คือการทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าซื้อแล้วคุ้มค่าและช่วยให้ร้านค้าขายสินค้าได้โดยมีกำไรอย่างยั่งยืน เพราะในวันที่ส่วนลดมีให้เห็นตลอดปี การแข่งขันด้วยราคาถูกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้มหกรรมชอปปิงนี้เติบโตต่อไปได้
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#เทศกาลชอปปิง #อีคอมเมิร์ซจีน
.
https://www.facebook.com/share/p/19bGNSw1J6/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่