JJNY : สมชัยชี้กกต.กลางอาจผิดด้วย│ยิ่งชีพชี้ฟ้องหมิ่นโดยไม่สุจริต│โรมโต้สัมพันธ์บิ๊กโจ๊ก│"แอนโทรปิก"เตือน AI อาจเป็นภัย

ศาลตีกรอบไต่สวน แดง-สมพาน ส.ว.อำนาจเจริญ ขาดคุณสมบัติหรือไม่ สมชัยชี้กกต.กลางอาจผิดด้วย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5949574
.
.
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตีกรอบไต่สวน 2 ส.ว.ขาดคุณสมบัติ-นัดไต่สวน กกต. 6 พ.ย. ปิดคดีก่อนสิ้นปี ‘อัครวัฒน์’ หักคำสั่ง กกต. ปมสวมสิทธิขายหมู-ขายก๋วยเตี๋ยว ‘สมชัย’ เตือนเสี่ยงโดมิโน ฟันถึง กกต.กลาง
.
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำ ลต สว 10/2569 ที่นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ส.ว.สำรอง ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้พิจารณาและมีคำสั่งตามมาตรา 44 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2561 กับการลงสมัคร ส.ว.ผิดกลุ่มอาชีพ ของผู้สมัครจาก จ.อำนาจเจริญ 2 คน ได้แก่ นางแดง กองมา ส.ว. และนายสมพาน พละศักดิ์ ส.ว. ซึ่งระบุอาชีพค้าขายหมูสด และขายก๋วยเตี๋ยว โดยตามที่ผู้ร้องระบุอาชีพดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่ม 19 ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพอิสระหรือค้าขาย แต่กลับได้รับการรับรองให้เป็น ส.ว.ในกลุ่ม 10 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น
.
โดยขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกี่ยวข้องในประเด็นดังกล่าว
.
นายอัครวัฒน์กล่าวภายหลังตรวจหลักฐานเสร็จสิ้นว่า ตามที่เจตนารมณ์ของกฎหมายบัญญัติไว้ว่าบุคคลที่จะลงสมัครในแต่กลุ่มจะต้องมีการรับรองความรู้ความเชี่ยวชาญตรงกับสาขาหรือกลุ่มที่ลงสมัคร ได้นำเรื่องนี้จากที่ กกต.มีคำวินิจฉัยไปแล้วตั้งแต่ ธ.ค.2567 ว่าผู้ที่ลงสมัครอาจจะมีคุณสมบัติไม่ตรงกับกลุ่ม ผ่านมา 2 ปีกว่าเพิ่งได้คำวินิจฉัยจากข่าวสื่อมวลชน เห็นว่าประเด็นการวินิจฉัยของ กกต.น่าจะไม่ถูกต้อง จึงนำเรื่องราวมาร้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ช่วยพิจารณาว่าคำวินิจฉัยของ กกต.นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ วันนี้ศาลท่านให้โอกาส กกต.ชี้แจงเอกสารคัดค้าน และนัดไต่สวนอีกครั้งวันที่ 6 พ.ย.นี้
.
นายอัครวัฒน์กล่าวว่า ประชาชนทั้งประเทศมีความเคลือบแคลงสงสัยว่าข้อมูลถูกปกปิดหรือไม่ ทำให้บุคคลหลายคนในการสมัครรับเลือก ส.ว.ขาดอำนาจที่จะไปใช้ทางศาล ตรงนี้เป็นประเด็นที่อยากให้ กกต.รับผิดชอบ ตอนนี้คดีต้องฟ้องเป็นรายบุคคล ส่วนใครจะเข้าข่ายหรือความผิด ต้องบอกเลยว่าโดยส่วนใหญ่คุณสมบัติไม่ตรงปก ไม่ตรงอาชีพ มีการสมัครในลักษณะเพื่อจะให้ได้คะแนนมาโดยไม่สุจริต หรือให้คะแนนมาตามเป้าประสงค์ เพื่อให้ผลโหวต ผลฮั้วในคดีเป็นไปตามที่เขาได้วางไว้
.
นายอัครวัฒน์กล่าวต่อว่า เราเคารพในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมันเป็นปลายทางของประชาชน เป็นสิ่งที่เราจะพึ่งพาอาศัย จากที่เราไม่ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรอิสระที่เรียกว่า กกต. แต่เมื่อวันหนึ่งสำนวนคำร้องเดินทางมาสู่ศาลฎีกา เราก็มีความเชื่อมั่นว่าศาลจะให้ความสุจริต เที่ยงธรรม จนนำข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับรู้เพื่อลดความขัดแย้ง
.
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ที่เดินทางมาด้วย กล่าวว่า คดีนี้ศาลตีกรอบในการวินิจฉัยว่าจะพิจารณาเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการรับสมัครผิดกลุ่มหรือไม่ และจะขาดคุณสมบัติของการเป็น ส.ว.หรือไม่ ศาลบอกว่าจะไม่ไปก้าวล่วงเกี่ยวกับคดีฮั้ว ส.ว.
.
นายสมชัยกล่าวว่า ตอนนี้ถ้าพิจารณาในแง่ของกระบวนการรับสมัคร หากเป็นเรื่องผู้สมัครแต่ละคนมันมีความรับผิดชอบส่วนตัวของแต่ละคนอยู่แล้ว ที่ผ่านมา ผอ.กกต.ระดับอำเภอก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ แต่ว่า เรื่องนี้มีการร้องไปถึง กกต.กลาง และ กกต.กลางก็มีคำวินิจฉัยแล้ว ฉะนั้นคนที่จะผิดในเรื่องนี้ก็จะมีไปถึง ระดับ กกต.กลางด้วย เพราะเป็นคนทำคำวินิจฉัย
.
“วันนี้ศาลให้โอกาสฝ่ายถูกร้องอย่างเต็มที่ ศาลก็บอกว่าทุกอย่างจะให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ หมายความว่า การ วินิจฉัยในเรื่องจะเป็นเป็นตัวอย่างแรก สมมุติเคสแรกศาลบอกว่าผิด คงจะต้องมีเรื่องตามมาอีกไม่น้อย ซึ่งขณะนี้เท่าที่ทราบมีอยู่หลายคดีที่ศาลรับเป็นคดีดำแล้วอย่างน้อย 3-4 คดี มันก็จะเป็นโดมิโน แต่ยังไม่ถึงขั้นการเลือกตั้ง ส.ว.เป็นโมฆะ เป็นรายบุคคลไป” นายสมชัยกล่าว
.
นอกจากนี้ นายสมชัยยังกล่าวถึงกองทุนสิทธิพลเมืองเพื่อการเลือกตั้งที่โปร่งใส หรือกองทุนสู้ กกต.ว่า ตั้งแต่เปิดรับบริจาคช่วงการฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ระดมเงินกัน 4-5 วัน ได้เงินมาประมาณ 2.2 ล้านบาท วันนี้ยังไม่มีการถอนเงินออกมาแม้แต่บาทเดียว แต่มีอนุมัติให้กับผู้ได้รับการช่วยเหลือ 2 ราย คือ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง กลุ่มนับใหม่ ชลบุรี ไม่เกิน 100,000 บาทและไม่เกินกว่าจำนวนจริง และนายยิ่งชีพ ในคดีที่โดนนายกรัฐมนตรีมอบอำนาจให้ไปฟ้องดำเนินคดี โดยกองทุนมีคณะกรรมการ 5 คน ลงมติตัดสินใจ ไม่มีตนอยู่ในนั้น ตนเหมือนเป็นคนช่วยประชาสัมพันธ์ระดมทุน และไม่ใช่ผู้ก่อตั้งกองทุนดังกล่าว
.

.
ยิ่งชีพ แนบข้อแนะนำปธ.ศาลฎีกา ยื่นศาลอาญา ชี้อนุทินฟ้องหมิ่น ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้องทันที https://www.matichon.co.th/politics/news_5949445
.
‘ยิ่งชีพ’ ยื่นหนังสือศาลอาญา คดี ‘อนุทิน’ ฟ้องหมิ่นประมาท ชี้ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้องทันที
.
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหนังสือต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ขอให้ยกฟ้องคดีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ฟ้องหมิ่นประมาท โดยไม่ต้องดำเนินกระบวนการไต่สวนมูลฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าคดีนี้เข้าข่ายการฟ้องโดยไม่สุจริต ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 และคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569
.
คดีนี้เกิดจากการที่นายอนุทินมอบอำนาจให้ศุภชัย ใจสมุทร ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพต่อศาลอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 จากกรณีนายยิ่งชีพแถลงข่าวการยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เรียกร้องให้ฝ่ายค้านใช้อำนาจหน้าที่ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เมื่อปี 2567 เนื่องจากมีบุคคลหลายคนในคณะรัฐมนตรี รวมถึงนายอนุทิน ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูดตั้งข้อหาโดย กกต.และดีเอสไอ
.
ในการแถลงข่าวครั้งนั้น iLaw ส่งมอบข้อมูลส่วนหนึ่งให้ฝ่ายค้านนำไปตรวจสอบต่อ พร้อมแถลงข่าวเกี่ยวกับข้อสงสัยที่เชื่อมโยงนายอนุทินกับกระบวนการเลือก ส.ว. โดยมีข้อมูลจากพยานซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ว.ให้ข้อมูลว่าเคยขอให้นายอนุทินช่วยเหลือ และนายอนุทินได้ให้หมายเลขโทรศัพท์ของนางสุขสมรวย วันทนียกุล ไว้ติดต่อพูดคุยต่อ โดยในขณะนั้นนางสุขสมรวยเป็น ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 1 และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
.
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากพยานที่พบเห็นนายอนุทินนั่งร่วมโต๊ะกับนายเนวิน ชิดชอบ และ ส.ว.หลายคน ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ในวันที่มีผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว.จำนวนหนึ่งไปประชุมหารือเรื่องการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา
.
สำหรับหนังสือที่นายยิ่งชีพยื่นต่อศาลอาญาระบุว่า ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยมีที่มาจากสำนวนการสอบสวนของหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีแหล่งที่มา และเป้าหมายของการแถลงข่าวมีเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อมิให้การสืบสวนล่าช้าไปกว่านี้
.
ภายหลังได้รับหมายนัดจากศาลอาญา นายยิ่งชีพจึงยื่นหนังสือขอให้ศาลพิจารณาว่าการฟ้องคดีนี้เข้าข่ายการฟ้องโดยไม่สุจริตตาม “คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569” หรือไม่ ตามคำแนะนำฯ ข้อ 2 (2) ซึ่งกล่าวถึงการฟ้องเพราะจำเลยเรียกร้องหรือแสดงความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ และข้อ 2 (3) ซึ่งกล่าวถึงการฟ้องเพราะจำเลยเปิดเผยข้อมูลการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
.
นายยิ่งชีพเห็นว่า การเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความสุจริตในการเลือก ส.ว.เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ ขณะที่ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยมีที่มาจากสำนวนการสอบสวนของหน่วยงานรัฐ การฟ้องคดีนี้จึงมีลักษณะก่อกวน ข่มขู่ คุกคาม หรือสร้างภาระและความเดือดร้อนแก่จำเลยเกินสมควร ตามข้อ 1 (1) ของคำแนะนำประธานศาลฎีกา
.
และขอให้ศาลพิจารณาใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 ให้มีคำสั่งยกฟ้อง โดยไม่ต้องดำเนินกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป เพื่อช่วยรักษามาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย และป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้กระบวนการยุติธรรมสร้างภาระหรือความหวาดกลัวแก่ประชาชนที่พยายามตรวจสอบการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมายของนักการเมือง
.

.
โรม โต้สัมพันธ์ บิ๊กโจ๊ก ยันทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ท้าสื่อขุดปม ตั๋วช้าง ชี้อดีต ผบ.ตร.รู้ดีที่สุด
https://www.matichon.co.th/uncategorized/news_5949588
.
“รังสิมันต์” โต้ข่าวสัมพันธ์ “บิ๊กโจ๊ก” ยันทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ท้าสื่อขุดปม “ตั๋วช้าง” ชี้อดีต ผบ.ตร. และนายตำรวจเอ่ยชื่อรู้ดีที่สุด
.
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม  ที่กรมสอบสวนนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เตรียมเปิดโปงความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างตนกับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ซึ่งอาจมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ว่า ตนพอทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และมองว่าในการรับเรื่องร้องเรียนสมัยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ หากจะถูกกล่าวหาว่าผู้ร้องเรียนต้องเป็นลูกน้องนั้นไม่เป็นความจริง ความสัมพันธ์กับผู้ร้องเรียนทุกคนไม่ได้เป็นไปในลักษณะนั้น
.
รวมทั้งกรณีของ “บิ๊กโจ๊ก” ด้วย ซึ่งหากมีข้อมูลเกี่ยวกับตำรวจหรือเว็บพนันออนไลน์ ในเวลานั้นตนพร้อมทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา ถึงขนาดให้มีการถ่ายทอดสด ดังนั้น การกล่าวหาใด ๆ จึงไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นถึงคุณูปการที่ทนายตั้มเคยออกมาเปิดเผยเรื่อง “ตั๋วช้าง” แม้จะไม่สามารถเปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูลได้ในชั้นนี้ แต่ต้องการให้สื่อมวลชนไปตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่ามีบุคคลสำคัญสองคนที่สามารถตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ในฐานะผู้ทำหนังสือฉบับดังกล่าวส่งมอบให้ราชเลขานุการ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ซึ่งมีหนังสืออีกฉบับที่ลงนามโดยเจ้าตัว ส่วนผู้ที่ได้รับประโยชน์จากหนังสือฉบับดังกล่าว คิดว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา คือผู้ที่ตอบคำถามได้ดีที่สุด พร้อมระบุว่า หากทนายตั้มสนใจเรื่องตั๋วช้างก็สามารถมาพูดคุยกันได้ เพราะตนต้องการให้ระบบตั๋วหมดไป
.
“หลังจากที่ผมเคยเปิดเผยเรื่องตั๋วช้างในสภา ก็ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นอีกเลย ช่วยตำรวจได้บางส่วนแม้ระบบทั้งหมดจะไม่เปลี่ยนแปลง และยืนยันว่าการทำอะไรที่โจ่งแจ้งแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้นอีก หากเราจัดการตั๋วช้างไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปพูดถึงตั๋วอย่างอื่นเลย จึงขอขอบคุณที่เคยเปิดโปงเรื่องนี้ และขอให้สื่อมวลชนไปสอบถามนายตำรวจทั้งหมดที่เอ่ยชื่อมา เชื่อว่าอดีต ผบ.ตร. และนายตำรวจเหล่านี้รู้เรื่องนี้ดีที่สุด” นายรังสิมันต์ กล่าว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่