JJNY : 5in1 ยิ่งชีพสู้คดีฟ้องหมิ่น│ทนายอั๋นร้องสอบปม สว.│ภคมนสวนเอกภพ│เลาฟั้ง แฉกรมอุทยานฯ│รายงานชี้"แฮกเกอร์พูดจีน"

ยิ่งชีพ สู้คดี ‘อนุทิน’ ฟ้องหมิ่น ย้ำมีหลักฐาน จ่อขอศาลเรียกสำนวนโกงเลือก สว. จี้มาเบิกความเอง 14 ธ.ค.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5924353
.

.
“ยิ่งชีพ” เปิดเกมสู้ “อนุทิน” ฟ้องหมิ่นฯ ย้ำเสนอข้อมูลตามหลักฐาน จ่อขอศาลเรียกเอกสาร–พยานคดีโกงเลือก สว. จี้ขึ้นศาลด้วยตัวเอง 14 ธ.ค. พร้อมขอหมายเรียกเอกสาร–ภาพวงจรปิด–ข้อมูลโทรศัพท์ คดีโกงเลือก สว.
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ พร้อมด้วย น.ส.อนุสราวดี มฤคศิรมาส ทนายความ และ น.ส.กัลยกร สุนทรพฤกษ์ creative and data analyst iLAW ร่วมแถลงข่าวเปิดแนวทางการต่อสู้คดีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยคดีดังกล่าวศาลอาญากำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 14 ธันวาคม 2569 เวลา 09.00 น.
.
นายยิ่งชีพ กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนเข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อกองบังคับการตำรวจสอบสวนกลางให้ดำเนินคดีกับตนว่า หลังได้อ่านเอกสารร้องทุกข์กล่าวโทษแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าขบขัน เนื่องจากหนังสือดังกล่าวไม่ได้ระบุชื่อผู้ร้องอย่างชัดเจน และไม่ปรากฏว่าบุคคลที่กล่าวอ้างได้รับความเสียหายอย่างไร อีกทั้งในส่วนข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับตนมีเพียงประมาณ 3 บรรทัด และไม่ได้ระบุชัดเจนว่ากระทำความผิดตามกฎหมายมาตราใด มีเพียงการอ้างมาตรา 86 ซึ่งเป็นเรื่องผู้สนับสนุน แต่ไม่ได้ระบุว่าความผิดหลักคือความผิดฐานใด
.
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดแล้วไม่พบว่าตนกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้จัดทำหนังสือดังกล่าวยังไม่กล้าลงชื่อว่าเป็นใคร ขณะที่ส่วนท้ายของหนังสือยังกล่าวถึงเหตุการณ์ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ซึ่งตนเช่าสถานที่จัดกิจกรรม โดยยืนยันว่าในบริเวณดังกล่าวไม่มีการกระทำความผิด เป็นเพียงการจัดกิจกรรมต่อสาธารณะ ส่วนหากมีเหตุการณ์เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเกิดขึ้นที่โรงแรมดังกล่าว ก็เป็นเรื่องของบุคคลอื่นที่ไปตกลงกัน และไม่เกี่ยวข้องกับตน
.
ด้าน น.ส.อนุสราวดี กล่าวถึงแนวทางการต่อสู้คดีว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2672/2569 โดยศาลกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 14 ธันวาคม 2569 เวลา 09.00 น. เนื้อหาคำฟ้องกล่าวถึงกรณีนายยิ่งชีพแถลงข่าวยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา โดยเรียกร้องให้ฝ่ายค้านตรวจสอบบุคคลในรัฐบาลที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการเลือก สว. ปี 2567 และมีการระบุชื่อนายอนุทิน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
.
น.ส.อนุสราวดี กล่าวว่า ประเด็นในการแถลงข่าวที่เกี่ยวข้องกับนายอนุทิน มี 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประเด็นแรก มีพยานซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. อ้างว่าเคยไปขอให้นายอนุทินช่วยเหลือ และได้รับหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ไปพูดคุยกันเอง และประเด็นที่สอง มีพยานที่พบเห็นนายอนุทินไปนั่งพูดคุยกับ สว. ที่ได้รับเลือกที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ โดยมีการพูดคุยถึงผลว่าจะเลือกใครเป็นประธาน สว.
.
สำหรับพยานปากแรกคือ น.ส.กุสุมาวตี ศิริโกมุท ซึ่งเป็นบุคคลที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลายครั้ง ขณะที่พยานอีกปากเป็นพยานหมายเลข 25/26 ซึ่งขอปกปิดชื่อจริงเพื่อความปลอดภัย และได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว โดยข้อมูลบางส่วนจากคำให้การถูกนำเสนอเผยแพร่ต่อสาธารณะ และมีการกล่าวถึงโดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
.
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า เนื้อหาที่แถลงข่าวและเกี่ยวข้องกับนายอนุทินจึงเป็นข้อมูลที่อ้างว่ามีหลักฐานและพยานรองรับ ไม่ใช่การกล่าวอ้างลอยๆ แต่เป็นการนำเสนอข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการเลือก สว. หรือไม่ ซึ่งมองว่าเป็นการใช้สิทธิและหน้าที่ของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และไม่ควรถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
.
นายยิ่งชีพ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ตอบรับข้อเรียกร้องก่อนหน้านี้อย่างน้อย 2 ประการ คือ การแต่งตั้งทนายความด้วยตัวเองและยื่นฟ้องในนามของตัวเองโดยไม่ใช้กลไกของรัฐ เช่น ตำรวจหรืออัยการ รวมถึงการยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ โดยเห็นว่าช่วยลดข้อครหาว่าการฟ้องคดีหมิ่นประมาทเป็นการใช้กลไกของรัฐเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งจำเลย และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและต่อสู้คดี
.
อย่างไรก็ตาม นายยิ่งชีพ เห็นว่า ผู้ที่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ถูกกล่าวถึงในคดีได้ดีที่สุดคือตัวโจทก์เอง ไม่ใช่ตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจ จึงขอเรียกร้องให้นายอนุทินในฐานะโจทก์เดินทางมาเบิกความต่อศาลด้วยตัวเอง พร้อมตอบคำถามค้านจากฝ่ายจำเลย เนื่องจากเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงโดยตรง ไม่ควรให้ตัวแทนที่ไม่ได้รู้เห็นเหตุการณ์มาเบิกความจากข้อมูลที่รับฟังต่อกันมา
.
นายยิ่งชีพ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการต่อสู้คดี ไอลอว์ ประการแรก เนื้อหาที่ตนแถลงเป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในสังคม ไม่ใช่การใส่ร้าย และเห็นว่าไม่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท อีกทั้งเป็นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงเห็นว่าเป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตตามแนวทางคำแนะนำของประธานศาลฎีกา พ.ศ.2569 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 ซึ่งฝ่ายจำเลยจะขอให้ศาลพิจารณาสั่งยกฟ้อง และห้ามโจทก์นำเรื่องเดียวกันมาฟ้องอีก
.
ประการที่สอง หากศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ฝ่ายจำเลยขอให้นายอนุทินเดินทางมาเบิกความด้วยตัวเองในวันที่ 14 ธันวาคม 2569 เพื่อพิสูจน์ว่าข้อความที่โจทก์อ้างเป็นความจริงหรือเท็จ รวมถึงพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ฝ่ายจำเลยยืนยันว่าเป็นความจริง โดยเห็นว่านายอนุทินเป็นบุคคลที่รู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีมากที่สุด และหากมีการเบิกความอันเป็นเท็จก็อาจมีความผิดทางอาญาตามกฎหมาย ขณะที่หากไม่สามารถมาเบิกความหรือไม่สามารถอธิบายข้อเท็จจริงได้ ฝ่ายไอลอว์เห็นว่าควรพิจารณาถอนฟ้องด้วยตัวเอง
.
ประการที่สาม หากศาลมีคำสั่งรับฟ้องและเข้าสู่กระบวนการสืบพยาน ฝ่ายจำเลยจะใช้สิทธิขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารการสอบสวนคดีการทุจริตการเลือก สว. จากคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้ามาในสำนวน อย่างน้อย 6 รายการ ได้แก่ เอกสารสรุปความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคณะที่ 26 ซึ่งฝ่ายไอลอว์ระบุว่าเห็นควรให้ยื่นฟ้องนายอนุทินต่อศาลฎีกาในคดีการโกงเลือก สว., เอกสารความเห็นของกรรมการการเลือกตั้ง 2 รายที่เป็นเสียงข้างน้อย ซึ่งฝ่ายไอลอว์ระบุว่าเห็นควรให้ยื่นฟ้องนายอนุทิน, ภาพจากกล้องวงจรปิดโรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ วันที่ 21 กรกฎาคม 2567, ภาพจากกล้องวงจรปิดสำนักงานพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะบริเวณชั้น 4 และห้องเกี่ยวกับธุรการการเงินในช่วงการเลือก สว. ปี 2567, ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ซึ่งแสดงตำแหน่งโทรศัพท์ของโจทก์ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 รวมถึงข้อมูลการติดต่อระหว่างโจทก์กับผู้สมัคร สว. และบุคคลที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตเลือก สว., และบันทึกคำให้การของ น.ส.กุสุมาวตี ศิริโกมุท พยานหมายเลข 25/26 รวมถึงพยานอื่นที่พบเห็นหรือทราบถึงบทบาทของโจทก์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว.
.
นอกจากนี้ ฝ่ายจำเลยเตรียมขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง อย่างน้อย 11 ราย ได้แก่ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง, นายชาย นครชัย กรรมการการเลือกตั้ง, ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งและอดีตประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายเอกรินทร์ ดอนดง พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายเอกราช ช่างเหลา อดีต สส.จังหวัดขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย, นายอัษฎางค์ แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดขอนแก่น, น.ส.กุสุมาวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว., พยานรหัส 25/26 ซึ่งฝ่ายไอลอว์ระบุว่าเคยพบเห็นโจทก์ที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ผู้รับหนังสือในวันแถลงข่าว
.
นายยิ่งชีพ ระบุอีกว่า การขอหมายเรียกเอกสารและพยานทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของโจทก์ในกระบวนการเลือก สว. มีที่มาที่ไปและมีหลักฐานรองรับมากน้อยเพียงใด รวมทั้งเพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่ตนนำเสนอต่อสาธารณะมีข้อเท็จจริงและหลักฐานจากทางราชการสนับสนุนหรือไม่
.
ทั้งนี้ นายยิ่งชีพ ระบุว่า หากฝ่ายโจทก์เห็นว่าการพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวจะสร้างภาระ เนื่องจากต้องเข้าร่วมกระบวนการสืบพยานและตรวจสอบเอกสารจากสำนวนการสอบสวนจำนวนมาก ฝ่ายโจทก์ก็มีทางเลือกที่จะถอนฟ้อง เพื่อไม่ให้เกิดภาระต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีต่อไป
.
ด้านน.ส.กัลยกร กล่าวว่า ทาง iLaw พยายามเผยแพร่หลักฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการโกงเรื่อง สว. ในปี 2567 ที่ผ่านมา โดยมีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยหลายคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ โดยมีประวัติการโทรศัพท์ของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและผู้สมัคร สว. ที่เกิดขึ้นระหว่างหลังการเลือก สว.ระดับจังหวัด จนถึงก่อนการเลือก สว.ระดับประเทศ อย่างเช่นกรณีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยที่มีการโทรคุยกับผู้สมัคร สว. จังหวัดอ่างทอง ก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ
.
น.ส.กัลยกร กล่าวอีกว่า โดยคำให้การของพยานรหัสที่ 25/26 ที่พบนายอนุทิน ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ซึ่งตรงกับวันเวลาที่นายเอกราช ช่างเหลา เคยให้การไว้ว่า มีการนัด สว. เข้าไปที่โรงแรมเพื่อไปรับนโยบายจากนายเนวิน ชิดชอบ ในการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา อีกทั้ง พยานได้มีการยืนยันว่ามีการพบเห็นนายอนุทินพร้อมและนายเนวินอยู่ในห้องจัดเลี้ยงที่มี สว.อยู่ร่วมประชุมด้วย ซึ่งจะมีการเผยแพร่เอกสารภายในวันนี้เวลา 18.00 น. ทางเพจ iLAW และในวันพรุ่งนี้ (9 ตุลาคม 2569) จะมีการเผยแพร่ข้อมูลประวัติการโทรศัพท์ของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 1 คน และรัฐมนตรี 1 คน หลังจากพบว่ามีการโทรคุยกับผู้สมัคร สว. ก่อนการเลือก สว.ระดับประเทศ.
.

.
ทนายอั๋น ร้อง นันทนาสอบปม สว.เข้าชื่อยื่นป.ป.ช. ฟันกกต.เสียงข้างน้อยปูดข้อมูลคดีโกงเลือกสว.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5923954
.
ทนายอั๋นร้องนันทนา ตรวจสอบปม ส.ว.เข้าชื่อยื่นป.ป.ช. ฟันกกต.เสียงข้างน้อยปูดข้อมูลคดีโกงเลือก ส.ว. บี้หยุดหัวคิดขึ้นภาษี VAT 3% ซ้ำเติมประชาชนที่ยังจมน้ำท่วม ‘นันทนา’ รับเรื่องส่งเข้าอนุกมธ.พัฒนาการเมือง จับตาเข้มคดีโรงสอลท้องถิ่น เจอสัญญาณมวยล้ม ขณะที่ ‘สุนทร’ เตือนรัฐบาลอย่าแพ้เสียงในหัว ฟังประชาชนบ้าง
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่