
ก.ล.ต. ผนึก บก.ปอศ. ออกหมายจับเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI เลี่ยงรายงาน-ทำเทนเดอร์ฯ
.
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับเครือข่ายกลุ่มบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งใช้นิติบุคคลและกองทุนในต่างประเทศถือหุ้นแทนเพื่ออำพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) ในการได้มาซึ่งหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) (VGI) โดยในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 บก.ปอศ. และ ก.ล.ต. ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 4 จุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
.
คดีนี้เป็นผลจากการบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างสองหน่วยงาน บก.ปอศ. สืบสวนพฤติการณ์ของเครือข่ายในประเทศ ส่วน ก.ล.ต. ใช้กลไกความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจพหุภาคีของ IOSCO (IOSCO Enhanced Multilateral Memorandum of Understanding Concerning Consultation and Cooperation and the Exchange of Information : EMMoU) เพื่อขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ
.
จากนั้นนำข้อมูลมาประกอบกับพยานหลักฐานที่ บก. ปอศ. ได้จากการสอบสวน มาพิจารณาเส้นทางการเงินข้ามประเทศ วิเคราะห์โครงสร้างการถือหุ้นที่ซับซ้อนหลายชั้น และระบุตัวผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงซึ่งอยู่เบื้องหลังผู้ถือหุ้นตามทะเบียน ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดประกอบกันเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวกระทำการร่วมกัน โดย ก.ล.ต. ได้ส่งความเห็นในส่วนของการพิจารณาความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ) ไปยัง บก.ปอศ. โดยมีสาระสำคัญดังนี้
.
(1) กรณีการร่วมกันเข้าครอบงำกิจการ ผู้ลงทุน 3 รายที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (private placement) ของ VGI มีแหล่งเงินทุนร่วมกันและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของผู้ลงทุนที่จองซื้อหุ้นความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ในลักษณะที่เข้าข่ายเป็นผู้กระทำการร่วมกัน (acting in concert) ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 7/2552
.
(2) กรณีการรายงานไม่ถูกต้องและเป็นเท็จและการไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงในชั้นนี้ พิจารณาได้ว่า เมื่อนับรวมหุ้นทั้งหมดที่กลุ่มผู้ลงทุนทั้ง 3 รายแล้ว เข้าข่ายถือหุ้นเกินร้อยละ 25 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ VGI อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงไม่ได้รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ในฐานะผู้กระทำการร่วมกัน และไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (tender offer) และรายงานข้อมูลไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ พฤติการณ์นี้เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 246 และมาตรา 247 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 298 รวมทั้งเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 281/10 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ด้วย
.
.
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1258086
แล้วช่วงนี้ vgi อยู่ๆราคาก็ขึ้นมาก ด้วยนะหลายวันแล้วจะยังไงต่อละ
ก.ล.ต. ผนึก บก.ปอศ. ออกหมายจับเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI
ก.ล.ต. ผนึก บก.ปอศ. ออกหมายจับเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI เลี่ยงรายงาน-ทำเทนเดอร์ฯ
.
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับเครือข่ายกลุ่มบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งใช้นิติบุคคลและกองทุนในต่างประเทศถือหุ้นแทนเพื่ออำพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) ในการได้มาซึ่งหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) (VGI) โดยในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 บก.ปอศ. และ ก.ล.ต. ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 4 จุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
.
คดีนี้เป็นผลจากการบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างสองหน่วยงาน บก.ปอศ. สืบสวนพฤติการณ์ของเครือข่ายในประเทศ ส่วน ก.ล.ต. ใช้กลไกความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจพหุภาคีของ IOSCO (IOSCO Enhanced Multilateral Memorandum of Understanding Concerning Consultation and Cooperation and the Exchange of Information : EMMoU) เพื่อขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ
.
จากนั้นนำข้อมูลมาประกอบกับพยานหลักฐานที่ บก. ปอศ. ได้จากการสอบสวน มาพิจารณาเส้นทางการเงินข้ามประเทศ วิเคราะห์โครงสร้างการถือหุ้นที่ซับซ้อนหลายชั้น และระบุตัวผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงซึ่งอยู่เบื้องหลังผู้ถือหุ้นตามทะเบียน ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดประกอบกันเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวกระทำการร่วมกัน โดย ก.ล.ต. ได้ส่งความเห็นในส่วนของการพิจารณาความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ) ไปยัง บก.ปอศ. โดยมีสาระสำคัญดังนี้
.
(1) กรณีการร่วมกันเข้าครอบงำกิจการ ผู้ลงทุน 3 รายที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (private placement) ของ VGI มีแหล่งเงินทุนร่วมกันและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของผู้ลงทุนที่จองซื้อหุ้นความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ในลักษณะที่เข้าข่ายเป็นผู้กระทำการร่วมกัน (acting in concert) ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 7/2552
.
(2) กรณีการรายงานไม่ถูกต้องและเป็นเท็จและการไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงในชั้นนี้ พิจารณาได้ว่า เมื่อนับรวมหุ้นทั้งหมดที่กลุ่มผู้ลงทุนทั้ง 3 รายแล้ว เข้าข่ายถือหุ้นเกินร้อยละ 25 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ VGI อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงไม่ได้รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ในฐานะผู้กระทำการร่วมกัน และไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (tender offer) และรายงานข้อมูลไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ พฤติการณ์นี้เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 246 และมาตรา 247 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 298 รวมทั้งเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 281/10 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ด้วย
.
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1258086
แล้วช่วงนี้ vgi อยู่ๆราคาก็ขึ้นมาก ด้วยนะหลายวันแล้วจะยังไงต่อละ