เปิดชื่อผู้ถือหุ้น BCP-VGI-MFC โยงคดีฟอกเงินข้ามชาติ



เปิดชื่อผู้ถือหุ้น BCP-VGI-MFC โยงคดีฟอกเงินข้ามชาติ ปปง.อายัดทรัพย์หุ้น 3 บริษัทมูลค่า 1.6 หมื่นลบ.

เปิดรายชื่อผู้ถือหุ้น 3 บริษัทจดทะเบียน BCP-VGI-MFC พบ OPUS ถือหุ้นใหญ่ทั้ง VGI และ MFC ขณะที่ BCP มีชื่ออัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี ถือ 16.82% ด้าน ปปง.เผยยึดและอายัดทรัพย์เครือข่าย “เบน สมิธ-ยิม เลียก” รวม 26,000 ล้านบาท เป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ 3 บริษัท มูลค่ารวม 16,000 ล้านบาท

วันที่ 27 ต.ค.2569 จากกรณีศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งถูกกล่าวหาว่านำเงินจากคดีสแกมเมอร์ผ่านบัญชีในกัมพูชาและกองทุนในสิงคโปร์ ก่อนนำมาลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้น ปปง.เปิดเผยว่าได้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายรวมประมาณ 26,000 ล้านบาท

ในจำนวนนี้เป็นหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียน 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC รวมมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท

สำหรับข้อมูลผู้ถือหุ้นของทั้ง 3 บริษัท พบรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่และนิติบุคคลที่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้น ดังนี้


BCP: อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี ถือ 16.82%

ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ของ BCP พบว่า บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด จำนวน 312.75 ล้านหุ้น คิดเป็น 21.24% รองลงมาเป็นบริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด ถือหุ้น 247.76 ล้านหุ้น คิดเป็น 16.82% กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง ถือหุ้น 134.02 ล้านหุ้น คิดเป็น 9.10% และสำนักงานประกันสังคมถือหุ้น 120.06 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.15%

ขณะที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 65.54 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.45% ส่วนผู้ถือหุ้นรายอื่นประกอบด้วยบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผู้ฝาก ถือหุ้น 3.40% SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED ถือหุ้น 3.05% และ STATE STREET EUROPE LIMITED ถือหุ้น 2.95%


VGI: OPUS ถือ 10.43% CAI ถือ 10.40%

ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ของ VGI พบว่า บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 9,443.08 ล้านหุ้น คิดเป็น 44.75% เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ตามด้วย OPUS – CHARTERED ISSUANCES S.A. ถือหุ้น 2,200 ล้านหุ้น คิดเป็น 10.43% และ CAI OPTIMUM FUND VCC – EDH INVESTMENTS ถือหุ้น 2,193.60 ล้านหุ้น คิดเป็น 10.40%

นอกจากนี้ ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 4.88% บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือหุ้น 4.44% และ KGI SECURITIES (SINGAPORE) PTE. LTD. ถือหุ้น 2.10%


MFC: OPUS ถือหุ้นใหญ่ 24.96%

ด้าน MFC ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 พบว่า OPUS – CHARTERED ISSUANCES S.A. ถือหุ้น 31.36 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.96% ตามด้วยธนาคารออมสินถือหุ้น 31.33 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.94% และกระทรวงการคลังถือหุ้น 20 ล้านหุ้น คิดเป็น 15.92% ส่วน MORGAN STANLEY & CO. INTERNATIONAL PLC ถือหุ้น 8.73% และนายประทักษ์ สุมงคลธนกุล ถือหุ้น 3.59%

ทั้งนี้ ชื่อ OPUS ปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในทั้ง VGI และ MFC อย่างไรก็ตาม การปรากฏชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นเพียงข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ ไม่ได้ยืนยันโดยตัวมันเองว่าผู้ถือหุ้นทุกรายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือมีแหล่งที่มาของเงินเชื่อมโยงกันทั้งหมด

ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า การตรวจสอบพบกรณีการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้แก่กองทุนต่างประเทศ ซึ่งผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงถูกระบุว่าเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน และมีการถือครองสิทธิออกเสียงรวมเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยไม่มีการรายงานการถือครองเป็นกลุ่มและไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.ย้ำว่า การยึดหรืออายัดหุ้นของ BCP, VGI และ MFC เป็นมาตรการที่มุ่งเฉพาะหลักทรัพย์ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิด ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจดทะเบียนทั้ง 3 แห่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และไม่เกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทโดยตรง โดยการซื้อขายหุ้นยังเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องและข้อจำกัดที่เจ้าหน้าที่กำหนด



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่