โบรกมอง VGI รับแรงกดดันปม ปปง.อายัดหุ้น กระทบระยะสั้น จับตากำไรปี 70 ฟื้น 460 ล้าน เงินสดแกร่ง 2 หมื่นล้าน

กระทู้สนทนา


กรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดและอายัดหุ้น VGI, BCP และ MFC มูลค่ารวม 16,000 ล้านบาท กลายเป็นประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและกดดันราคาหุ้น VGI ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มกำไรปีงบประมาณ 2570 ยังมีโอกาสฟื้นตัวจากแรงหนุนของส่วนแบ่งกำไรจาก PLANB และ JMART ขณะที่ฐานะเงินสดสุทธิระดับสูงยังเป็นจุดแข็งสำคัญของบริษัท
 
ดิษฐนพ วัธนเวคิน นักวิเคราะห์อาวุโส บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า กรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดและอายัดหุ้น VGI, BCP และ MFC มูลค่ารวมประมาณ 16,000 ล้านบาท เป็นปัจจัยลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น โดยยังมีความเสี่ยงเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น (Overhang) หากมีการจำหน่ายหุ้นที่ถูกอายัดในอนาคต
อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยืนยันว่า บริษัทจดทะเบียนทั้ง 3 แห่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการซื้อขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายอื่นยังคงเป็นไปตามปกติ รวมถึงเงินที่ VGI ได้รับจากการเพิ่มทุนยังสามารถนำมาใช้ดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ

สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากการตรวจสอบการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบเสนอขายเฉพาะเจาะจง (Private Placement: PP) ของ VGI เมื่อช่วงปลายปี 2567 ซึ่งมีการจัดสรรหุ้นให้แก่นักลงทุน 5 ราย รวม 8,805 ล้านหุ้น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้กองทุนและนิติบุคคลในต่างประเทศถือหุ้นแทน เพื่ออำพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง และอาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงหน้าที่รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามกฎหมาย
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้อง โดยมีข้อกล่าวหาครอบคลุมการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จ การไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ การกระทำความผิดฐานอั้งยี่ และการสมคบกันฟอกเงิน โดยกระบวนการตรวจสอบยังดำเนินต่อไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ด้านแนวโน้มผลประกอบการ VGI นักวิเคราะห์ประเมินว่า ธุรกิจหลัก ได้แก่ สื่อนอกบ้าน (Out-of-Home Media) บริการดิจิทัล (Digital Services) และธุรกิจจัดจำหน่าย (Distribution) ยังเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะธุรกิจใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนและเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม
อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรปกติในปีงบประมาณ 2570 (เม.ย. 2569-มี.ค.2570) จะเพิ่มขึ้นเป็น 460 ล้านบาท จาก 127 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วม ได้แก่ PLANB และ JMART ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินเพิ่มทุน PP และเงินที่ได้รับจากการขายเงินลงทุน
นอกจากนี้ VGI ยังมีจุดแข็งด้านฐานะการเงิน โดยมีเงินสดสุทธิรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนมากกว่า 20,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 บาทต่อหุ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนความสามารถในการรองรับความผันผวนและเป็นปัจจัยพยุงมูลค่าของบริษัท ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลง 11.4% หรือ 0.13 บาท มาปิดที่ 1.01 บาท เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569
อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ Neutral สำหรับ VGI โดยกำหนดราคาเป้าหมายปีงบประมาณ 2570 ที่ 1.19 บาท ประเมินด้วยวิธี Sum of the Parts (SOTP) พร้อมมองว่าประเด็นการอายัดหุ้นยังเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นในระยะสั้น ขณะที่การฟื้นตัวของธุรกิจหลักยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ จุดเด่นของ VGI อยู่ที่ฐานะเงินสดสุทธิในระดับสูงและส่วนแบ่งกำไรจาก PLANB และ JMART ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญช่วยพยุงผลประกอบการระหว่างที่ธุรกิจหลักอยู่ในช่วงฟื้นตัว


https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1258249

สุดท้ายก็จบด้วยการประมูลขายออกมาแต่บริษัทก็ทำมาหากินต่อปกติ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่