เข้าวัยเลข 4 แล้ว ตรวจสุขภาพกันทุกปีใช่ไหมครับ?
หลายคนเปิดผลเลือดแล้วดูแค่ค่าที่ขึ้นสีแดง
ส่วนค่าไหนปกติก็คิดว่าไม่มีอะไรต้องห่วง
แต่รู้ไหมครับว่า บางค่าต้องอ่านคู่กัน
ถึงจะเห็นความเสี่ยงที่ตัวเลขเดียวบอกไม่ได้
วันนี้ผมอยากชวนทุกคนหยิบผลตรวจสุขภาพ
มาลองอ่าน 7 ค่าสำคัญไปพร้อมกันครับ!
กลุ่มที่ 1 น้ำตาลในเลือด ต้องดูทั้งวันนี้และย้อนหลัง
1. FBS/FPG น้ำตาลตอนอดอาหาร
ค่านี้บอกระดับน้ำตาลในเลือด
หลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
โดยมีเกณฑ์ทั่วไปดังนี้ครับ
• ต่ำกว่า 100 mg/dL = ปกติ
• 100–125 mg/dL = ก่อนเบาหวาน
• ตั้งแต่ 126 mg/dL = เข้าข่ายเบาหวาน
ต้องอ่านคู่กับ HbA1c
เพราะ FBS บอกระดับน้ำตาลในช่วงที่ตรวจ
แต่ไม่ได้สะท้อนระดับน้ำตาล
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
2. HbA1c น้ำตาลสะสมย้อนหลัง 2–3 เดือน
ค่านี้ช่วยให้เราเห็นภาพน้ำตาล
เฉลี่ยย้อนหลังประมาณ 2–3 เดือน
โดยมีเกณฑ์ดังนี้ครับ
• ต่ำกว่า 5.7% = ปกติ
• 5.7–6.4% = ก่อนเบาหวาน
• ตั้งแต่ 6.5% = เข้าข่ายเบาหวาน
ต้องอ่านคู่กับ FBS
เพราะบางคน FBS ยังไม่สูงมาก
แต่ HbA1c เริ่มสูงแล้ว
การดูสองค่าร่วมกันช่วยให้ประเมิน
ความผิดปกติของน้ำตาลได้ครอบคลุมขึ้น
และหากเข้าข่ายเบาหวานต้องตรวจยืนยัน
ตามเกณฑ์การวินิจฉัยด้วยครับ
.
กลุ่มที่ 2 ไขมันในเลือด อย่าดูแค่คอเลสเตอรอลรวม
3. LDL ไขมันเลวที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดตีบ
LDL เป็นไขมันที่มีบทบาทสำคัญ
ต่อการสะสมคราบไขมันในผนังหลอดเลือด
ยิ่งมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูง
ก็ยิ่งต้องควบคุม LDL ให้เหมาะสมครับ
• ต่ำกว่า 100 mg/dL = ระดับพึงประสงค์ทั่วไป
• 100–129 mg/dL = ใกล้ระดับเหมาะสม
• 130–159 mg/dL = ค่อนข้างสูง
• ตั้งแต่ 160 mg/dL = สูง
ต้องอ่านคู่กับไตรกลีเซอไรด์และ HDL
เพราะไขมันแต่ละชนิดสะท้อนความเสี่ยง
ที่แตกต่างกัน และเป้าหมาย LDL
ของแต่ละคนก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากันครับ
4. Triglycerides ไตรกลีเซอไรด์
ค่านี้สัมพันธ์กับการได้รับพลังงาน
น้ำตาล แป้งขัดสี และแอลกอฮอล์
รวมถึงสุขภาพด้านเมตาบอลิกครับ
เกณฑ์ทั่วไปสำหรับค่าขณะอดอาหารคือ
• ต่ำกว่า 150 mg/dL = ปกติ
• 150–199 mg/dL = เริ่มสูง
• 200–499 mg/dL = สูง
• ตั้งแต่ 500 mg/dL = สูงมาก
ต้องอ่านคู่กับ HDL และระดับน้ำตาล
เพราะไตรกลีเซอไรด์สูงร่วมกับ HDL ต่ำ
และน้ำตาลผิดปกติ อาจสัมพันธ์กับ
ภาวะดื้อต่ออินซูลินและความเสี่ยง
โรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้นครับ
.
กลุ่มที่ 3 ไต ต้องดูทั้งการกรองและโปรตีนรั่ว
5. eGFR ค่าที่บอกความสามารถในการกรองของไต
ค่านี้ช่วยประเมินว่าไตของเรา
สามารถกรองของเสียได้ดีเพียงใด
โดยแบ่งระดับการทำงานของไตคร่าว ๆ ดังนี้
• ตั้งแต่ 90 = การกรองอยู่ในช่วงปกติหรือสูง
• 60–89 = การกรองลดลงเล็กน้อย
• 45–59 = การกรองลดลงเล็กน้อยถึงปานกลาง
• 30–44 = การกรองลดลงปานกลางถึงมาก
• ต่ำกว่า 30 = การกรองลดลงมากถึงรุนแรง
หน่วย mL/min/1.73 m²
ต้องอ่านคู่กับ uACR
เพราะ eGFR ที่ยังดีไม่ได้แปลว่า
ไตจะไม่มีความเสียหายเสมอไป
และค่า 60–89 เพียงอย่างเดียว
ก็ยังไม่ใช่การยืนยันว่าเป็นโรคไตเรื้อรังครับ
6. uACR ค่าอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ
หลายคนตรวจค่าไตทุกปี
แต่ไม่เคยตรวจโปรตีนรั่วเลย
ทั้งที่ค่านี้ช่วยบอกความผิดปกติ
ของหน่วยกรองไตได้ตั้งแต่ระยะแรกครับ
• ต่ำกว่า 30 mg/g = ปกติหรือเพิ่มเล็กน้อย
• 30–300 mg/g = เพิ่มขึ้นปานกลาง
• มากกว่า 300 mg/g = เพิ่มขึ้นมาก
ต้องอ่านคู่กับ eGFR
เพื่อประเมินทั้งประสิทธิภาพการกรอง
และความเสียหายของหน่วยกรองไต
หากพบความผิดปกติควรตรวจติดตาม
เพื่อดูว่าเป็นต่อเนื่องหรือไม่ครับ
.
กลุ่มที่ 4 ความดัน ตัวเลขที่เชื่อมทั้งหัวใจ สมอง และไต
7. ความดันโลหิต อย่าดูแค่ครั้งที่ตรวจสุขภาพ
ความดันสูงต่อเนื่องอาจทำให้
หลอดเลือดหัวใจ สมอง และไตเสียหาย
แม้จะยังไม่มีอาการผิดปกติครับ
ตามเกณฑ์ AHA มีระดับดังนี้
• ต่ำกว่า 120/80 mmHg = ปกติ
• 120–129 และตัวล่างต่ำกว่า 80 = สูงกว่าระดับเหมาะสม
• 130–139 หรือ 80–89 = ความดันสูงระยะ 1
• ตั้งแต่ 140 หรือ 90 ขึ้นไป = ความดันสูงระยะ 2
ต้องอ่านคู่กับ FBS, HbA1c, eGFR และ uACR
เพราะความดันสูงร่วมกับน้ำตาลผิดปกติ
หรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
อาจบ่งถึงความเสี่ยงต่อหัวใจและไต
ที่ต้องดูแลร่วมกันมากขึ้นครับ
อย่าลืมใช้ค่าเฉลี่ยจากการวัดอย่างถูกวิธี
หลายครั้ง ไม่ตัดสินจากครั้งเดียวครับ
.
แล้วเวลาอ่านผลตรวจ ควรจับคู่ค่าไหนบ้าง?
สุขภาพน้ำตาล
FBS + HbA1c
สุขภาพไขมันและหัวใจ
LDL + Triglycerides + HDL
สุขภาพไต
eGFR + uACR
ความเสี่ยงหัวใจและหลอดเลือด
ความดัน + น้ำตาล + ไขมัน + ค่าไต
หมายเหตุ: ค่าอ้างอิงข้างต้นเป็นเกณฑ์ทั่วไปไม่ใช่เป้าหมายการรักษาของทุกคน และ uACR อาจไม่ได้รวมอยู่ในชุดตรวจสุขภาพประจำปี จึงควรปรึกษาแพทย์ว่าจำเป็นต้องตรวจเพิ่มหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวานหรือความดันสูงครับ
สรุป
พอเข้าวัย 40+ ผมไม่อยากให้ทุกคน
ตรวจสุขภาพแล้วดูแค่ตัวเลขสีแดงครับ
เพราะบางครั้งค่าที่ดูปกติ
อาจต้องอ่านร่วมกับค่าอื่นถึงจะเห็นความเสี่ยง
อย่าลืมเก็บผลตรวจแต่ละปีไว้เปรียบเทียบ
เพื่อดูว่าสุขภาพเรากำลังเปลี่ยนไปทางไหน
จะได้เริ่มดูแลตัวเองก่อนเกิดปัญหาครับ
แล้วทุกคนล่ะครับ? ปกติเวลาได้ผลตรวจสุขภาพ ดูค่าไหนเป็นอันดับแรก?
Cr. FBหมอเจด
ตรวจสุขภาพทุกปี อย่าดูทีละค่า! 7 ค่าที่วัย 40+ ต้องอ่านคู่กัน