สวัสดีครับ วันนี้ขอพื้นที่มาแชร์เรื่องราวสุขภาพของผมเองช่วงที่ผ่านมาเผื่อเป็นแนวทางให้คนที่มาอ่านได้มาดูแลตัวเองครับ ยาวนิดนึงนะครับ เขียนไปเขียนมา ยาวเฉย
มันเริ่มด้วยอยู่ดี ๆ ช่วงซักเที่ยงคืนผมก็เริ่มมีอาการปวดหัว ปวดหัวแถว ๆ หน้าฝากรู้สึกแบบบีบๆ มั๊ง คิดว่านะครับ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นไรก็เลยกินไทลินอลแล้วก็พยายามจะนอน ก็หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่อย่างนั้น จนอยู่ดี ๆ ก็ตื่นขึ้นมาประมาณตี 5 ครึ่ง พร้อมกับอาการเจ็บหน้าอก และหัวก็ยังปวดอยู่ ความเจ็บหน้าอกก็คือแบบไม่ได้เจ็บแบบในละครนะครับ ที่แบบต้องมีแอคติ้งกุมอกแล้วก็ทรุดลงไป 555 คือแบบเจ็บทนได้อ่ะ ระดับความปวดหัวก็พอ ๆ กันกับเจ็บหน้าอกคือเจ็บทนได้ หลังจากนั้นก็เริ่มประมวลผลว่ามันเกิดอะไรขึ้น คิดในใจกรดไหลย้อนเหรอ ไม่มั๊ง เถียงอยู่ในหัวตัวเองอยู่แป๊บนึง ก็คิดว่า คงไม่มีไร แต่ไป ER ที่ รพ.ดีกว่า เพื่อความชัวร์ ด้วยความที่มันเช้ามากและแม่ก็ยังไม่ตื่น (แม่อยู่บ้านด้วยกันครับ อยู่กัน 2 คน) แล้วแม่ก็กำลังมีปัญหาเรื่องนอนหลับ ตัดสินใจด้วยความรวดเร็วว่าไม่ปลุกดีกว่า เดี๋ยวมีคนป่วยเพิ่มและคิดว่าตัวเองก็คงไม่เป็นไรมาก ตอนแรกคิดแว๊บนึงว่าจะขับรถไป แต่คิดอีกแว๊บไม่ดีกว่า อาการงงๆ แบบนี้ ไม่เสี่ยงละกัน เดี๋ยวจะไปถึง รพ.ด้วยอุบัติเหตุแทน ก็เลยกด Grab ไป เปาโลเกษตร ด้วยความที่ประกันสังคมอยู่ตรงนั้นแล้วก็ใกล้บ้าน คุ้นเคย ปกติก็จะใช้ประกันกลุ่มของบริษัทร่วมกับประกันสังคม .... โชคดี Grab มาเร็วมาก อยู่ปากซอยพอดี
ถึง รพ.เปาโลเกษตร ซัก 6 โมงนิดๆ เห็นเคาน์เตอร์ลงทะเบียนเปิดแล้วก็เลยเดินไปเอาบัตรประชาชนกับบัตรประกันไปยื่น แล้วก็บอกปวดหัวกับเจ็บหน้าอกครับ ผมว่าผมคงสภาพเหมือนคนปกติมั๊ง (ซึ่งผมก็ยังคิดว่าผมปกติอยู่นะ 555) จนท.เค้าก็เลยบอกว่า นั่งรอซักครู่นะคะ เค้าก็คีย์ๆ อยู่แป๊บ รอไม่นาน เค้าก็เรียกชื่อแล้วก็ถามว่า จะรอคุณหมอตอน 9 โมง หรือจะห้องฉุกเฉินคะ ผมก็ห้องฉุกเฉินครับ เค้าก็ยื่นเอกสารให้ ผมก็รับแล้วก็เดินไปห้องฉุกเฉิน แล้วผมก็พยายามหาพยาบาลในห้องฉุกเฉินที่ดูยุ่งน้อยที่สุดเพื่อจะเอาเอกสารให้เค้าไป เค้าก็บอกว่าคนไข้นั่งรอข้างนอกซักครู่นะคะ (คือเตียงในห้องฉุกเฉินเติมอยู่) รอซักแป๊บเค้าก็มาเรียก
พอนอนบนเตียง ผมก็แจ้งอาการปวดหัว เจ็บหน้าอก timeline ก็ว่าไป เค้าก็ถามเจ็บขนาดไหนคะ 1-10 ไอ่เราก็คิดในใจเลขไหนดีวะครับเนี่ย พยาบาลก็ให้ Hint มาว่า 5 คือเจ็บทนได้ค่ะ ผมก็รีบตอบเลยใช่ครับ ๆ เจ็บทนได้ 5 ครับ แล้วพยาบาลก็ถามว่าเจ็บหน้าอกแบบไหนคะเจ็บแน่นๆ แบบมีอะไรทับ หรือเจ็บจี๊ดๆ อันนี้ตอบง่ายหน่อย เจ็บแน่นๆ ครับเหมือนมีอะไรมาทับ หายใจเป็นยังไงคะ เอ่อก็ไม่ทันสังเกตมาก่อนว่าเป็นยังไง ลองหายใจซัก 2-3 ฟืด แล้วก็คิด แล้วก็ตอบว่า ก็ไม่ค่อยปกตินะครับ มันยังไงก็ไม่รู้ พยาบาลก็ Hint มาอีก หายใจไม่อิ่มใช่มั๊ยคะ ผมก็เอ่อ ใช่ครับๆ ไม่อิ่มครับ มันไม่สุดอ่ะครับ พยาบาลก็เดินหายไปแป๊บ ลากเครื่อง EKG มาแล้วก็เอาแผ่นมาแปะ สายมาหนีบ พอเค้าเอาไปให้หมออ่าน เค้าก็รีบ move เตียงผมไปอีกที่ เอาเครื่องมา xray อก เจาะเลือดไปตรวจ แล้วก็ผมก็งง ๆ ว่า เกิดอะไรขึ้นนะ คุณหมอเริ่มมาถามเอง คุณหมอก็ทวนคำถามที่พยายามถามไปแล้วอีกที แล้วก็ถามเพิ่มอีกว่า มันเจ็บหน้าอกแล้ววิ่งไปไหนมั๊ย งงคำถามอยู่แป๊บนึง ก็บอกหมอว่า มันปวดหัวครับ ตอนแรกปวดแต่ตรงหน้าผากแต่ตอนนี้เริ่มปวดทั่วหน้าเลยครับ แล้วปวดตรงข้างๆ ลำตัวนิดหน่อย หมอก็ย้ำอีกมันวิ่งจากอกไปมั๊ย ผมก็ลังเลๆ หมอก็บอกให้ตั้งสติแล้วตอบเพราะว่ามีผลต่อการรักษา ผมก็ตอบไปปวดแยกนะครับ ไม่ได้ร้าวหรือวิ่งไปไหน หมอถามต่อ แล้วตอนตื่นมาเพราะเจ็บหน้าอก คือสะดุ้งตื่นเพราะเจ็บ หรือตื่นมาแล้วเจ็บ ผมก็ตอบตื่นมาแล้วค่อยเจ็บครับ ก็เจ็บแบบระดับ 5 มาเรื่อย ๆ ถึงตอนนี้ตั้งแต่ตื่น
แล้วก็หลังจากนั้นพยาบาลก็เริ่มต่อสายน้ำเกลือ แล้วก็เอายาละลายลิ่มเลือดมาให้กิน แล้วก็มี จนท.อีกคนแจ้งว่า คนไข้ครับ เราจะย้ายคนไข้ไปรักษาต่อที่ พญาไท นวมินทร์ นะครับ ให้คนไข้แจ้งญาติด้วย ตอนแรกยังงงๆ ว่า ไปทำไมนะ หมอที่นี่ยังไม่มาเหรอหรือยังไง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ก็ Line บอกแม่ ว่าเอ่ออยู่ รพ.นะโน่นนี่ ให้ตามไปพญาไท นวมินทร์ ซึ่งตอนนั้นคือประมาณ 6 โมงกว่า คือ อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะมีคำถามว่าทำไมไม่โทรศัพท์ไปปลุกแม่ คือผมยังคิดว่า อาการไม่หนักน่ะครับ 555 เพราะเค้าก็ไม่แจ้งรายละเอียดอะไร แล้วก็ไม่แน่ใจว่าใน ER ใช้โทรศัพท์มือถือได้มั๊ยด้วย คือ ชีวิตผมกับ รพ.นี่คือ OPD ตลอด อย่างมากก็แค่เป็นหวัด กับเจ็บกล้ามเนื้อ กับเรื่องกรดยูริก ไม่เคยมีประสบกาณ์ ER หรือนอน รพ.ใด ๆ ซักพัก จนท.ถามอีกทีว่า ติดต่อญาติรึยัง ผมก็บอกว่า line ไปละครับ แต่แม่ยังไม่อ่าน จนท.เสียงจริงจังขึ้น แล้วก็บอกโทรครับ คนไข้ โทรเลยครับ ซีเรียสมากครับ เราก็อ๋อครับ โทรได้ เคครับ โทรเดี๋ยวนี้เลยครับ แม่ก็ตื่นมางงๆ พร้อมกับพยายามทำความเข้าใจเรื่องที่ผมเล่าไป (แม่อายุ 70 ละครับ แต่ก็ยังแข็งแรงดีมาก เล่นโยคะทุกวัน) แม่มาเล่าให้ฟังทีหลังด้วยกลัวเป็นมิจฉาชีพปลอมเบอร์โทรมาหลอก มีการเดินไปเช็คที่ห้องนอนก่อนด้วยว่า อยู่มั๊ย 555 (รอบคอบดีมากครับ 555)
ซักพักผมก็เห็นคุณหมอที่ดูแลที่ ER คุยกับ จนท.ว่า เดี๋ยวหมอนั่งรถพยาบาลไปด้วย เราก็คิดในใจ คุณหมอน่ารักเนอะ มีการไปส่งด้วย (มาเก็ตทีหลังว่า อ๋อ เค้ากลัวเราตายระหว่างทางจะได้กู้ชีพทัน 555) พอเค้าทำเรื่องส่งตัวเสร็จซักพักก็ย้ายเตียงขึ้นรถ จาก เปาโลเกษตรไปถึงพญาไทนวมินทร์ผมว่าไม่ถึง 5 นาทีอ่ะ อาจจะโชคดีที่เป็นเช้าวันหยุดด้วย เค้าก็รีบเข็นเข้าไปที่ ER เค้าก็รีบเปลี่ยนชุดให้ฝากของ มีจนท.มาให้เซ็นเอกสาร ถ้าฉีดสี 4 หมื่นซักอย่าง แต่ถ้าต้องสวนหลอดเลือดหัวใจ 2 แสนกว่าซักอย่าง นะคะ แล้วเค้าก็บอกว่า ค่าใช้จ่าย cover นะคะ ไม่ต้องกังวล ผมก็เซ็นๆ ไปด้วยความงงๆ นี่เรากำลังจะฉีดสีสวนหลอดเลือด ทำบอลลูนเหรอ แต่ก็ยังคิดในใจ ไม่มีไรหรอกมั๊ง ฉีดสีเสร็จแล้วก็ไม่ต้องทำไรแล้วแหละ (ยังคิดว่าอาการตัวเองไม่หนัก 555) เค้าก็เข็นเตียงขึ้นลิฟต์ไปห้อง Cath Lab (ห้องสวนหลอดเลือดหัวใจ)
เผื่อใครไม่เคยเห็นห้อง Cath Lab มันก็จะมีจอใหญ่ ๆ ใหญ่มาก ๆ ผมว่าซัก 70-80 นิ้วได้มั๊ง อยู่ตรงกลาง แล้วก็มีจอย่อย ๆ ให้หมอดูอีก 2 จอ แล้วเตียงที่คนไข้นอนก็ขนานอยู่ตรงหน้าจอนั่นแหละ ข้างบนก็มีเครื่อง xray ที่หมุนทำมุมซ้ายขวาหรือมุมเงยได้ เพื่อจะได้ให้คุณหมอดู live ภาพ xray ขึ้นจอจากมุมต่าง ๆ ได้ แล้วก็มีห้อง Control อยู่ต่างหากข้าง ๆ ด้วย
พอผมนอนอยู่ตรงหน้าจอนั่นเรียบร้อยก็มีเจ้าหน้าที่มาจัดแจงแปะโน่นนี่ เอาผ้ามาคลุมตามตัว แล้วก็แจ้งว่าขออนุญาตรีบนิดนึงนะครับ อาการคนไข้ฉุกเฉิน ผมก็ อ๋อได้ครับ (ยังคงไม่รู้ตัวเหมือนเดิม ณ จุด ๆ นี้) แล้วเค้าก็เอาฟอร์มมาให้เซ็นแล้วก็แจ้งว่า คนไข้ครับ หัตถการนี้มีโอกาสเสียชีวิต 5% นะครับ ผมก็เซ็น ๆ ไปพร้อมกับคิดในใจ กุไม่ตายหรอก 555 เจ็บอกขำ ๆ แค่นี้จะมาตายอะไรกัน แล้วเค้าก็ถามต่อว่า แพ้เปลือกกุ้งเปลือกปูมั๊ยคับ ไม่แพ้ครับ มีประวัติแพ้ยามั๊ยครับ ไม่เคยแพ้อะไรมาก่อนเลยครับ
ซักพักเค้าก็เริ่ม แล้วอยู่ดี ๆ ผมก็รู้สึกว่า ไข่ของผมมันอุ่น ๆ ซึ่ง ณ ตอนนั้นผมคิดว่าเค้าเอาอะไรอุ่น ๆ มาวางตรงเป้า ก็งงว่า ไม่มีที่อื่นให้วางของแล้วรึไง มารู้ทีหลังเพราะบ่นให้เพื่อนฟัง เพื่อนมันบอกว่า เค้าไม่ได้เอาอะไรมาวางมาไข่ นั่นเค้าฉีดสีให้แล้วไข่มันเลยอุ่น (เพื่อนเคยโดนฉีดสีมาก่อนแต่ไม่ต้องสวนหลอดเลือด มันเลยรู้) แต่คือผมไม่รู้ตัวไง เค้าคงฉีดสีผ่านสายเดียวกับน้ำเกลือมั๊ง เลยไม่รู้ว่าฉีดไปแล้ว
พอฉีดสีเสร็จคุณหมอก็เริ่มเปิดเส้นเลือดตรงข้อมือ คุณหมอก็บอกเดี๋ยวฉีดยาชาให้นะ ก็คือระหว่างทำสวนหลอดเลือดหัวใจผมตื่นตลอดเวลานะครับ รู้สึกตัว ไม่ได้วางยาสลบ เค้าทำอะไรรู้เรื่องหมด (อาจจะยกเว้นไข่อุ่นนั่นอ่ะนะ) หมอก็เริ่มสอดลวดเข้าไปตามเส้นเลือดจากข้อมือจนไปถึงเส้นเลือดหัวใจ ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรนะครับ แค่รู้สึกเหมือนมีอะไรวิ่งอยู่ในแขน แต่แบบรู้สึกน้อยมากถ้าไม่สังเกตก็แทบไม่รู้ ระหว่างทำหมอก็ถามไป สูบบุหรี่มั๊ย ไม่เคยสูบครับ ก่อนหน้านี้เคยเจ็บหน้าอกมั๊ย ไม่เคยเจ็บมาก่อนเลยครับ หมอก็สวนหลอดเลือดไป เริ่มเห็นเค้านับครั้ง 1, 2, 3 ไปเรื่อย ๆ แล้วคุณหมอกับห้อง control ก็สื่อสารกันเป็นระยะๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะครับเค้าคุยอะไรกัน ศัพท์มันเฉพาะทาง ทำไปซักพักก็เริ่มรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมา ก็เลยบอกคุณหมอ คุณหมอก็บอก ใช่ มันจะแน่น ๆ หน่อยนะ ทำไปซักพัก ก็มีเสืยงพูดขึ้นมา ครั้งที่ 10 ได้ยินแล้วก็สงสัยมากอะไรวะครับ ครั้งที่ 10 แต่ก็ไม่ได้ถามเค้า ซักพัก ก็มีเสืองพูดขึ้นมาว่า จะฉีด Adrenaline พอฉีดเท่านั้นแหละ เหมือนหัวใจจะเต้นทะลุออกมาจากอก เสร็จแล้วคุณหมอก็เหมือนปรึกษากับทีมแล้วก็ สรุปว่าทำอะไรต่อไม่ได้ละ ไปฉีดยาต่อละกัน แล้วหมอก็หันมาพูดกับผมว่า ยังไม่ปลอดภัยนะ เส้นเลือดหัวใจโป่งพองนะ เป็นไปได้ว่าหัวใจติดเชื้อตอนเด็กหรือเป็นตั้งแต่เกิด เดี๋ยวไปฉีดยาละลายลิ่มเลือดต่อ แล้วก็คุณหมอก็จากไป 555 แล้วผมซึ่งกำลังจะประมวลผลในใจก็ห๊ะ ยังไงนะหมอ แต่หมอไปละ คุณหมอออกไปคุยกับคุณแม่แหละ
หลังจากนั้นผมก็นอนอยู่ในห้อง Cath Lab ต่ออีกซักพัก รอเตียงมาเข็นย้ายผมไปห้อง CCU แล้วก็มีเจ้าหน้าที่อีกคนมาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น สรุปคือ เส้นเลือดหัวใจมีอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ คือ เส้นฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ฝั่งซ้ายท่อหลักคือ LM แล้วก็แยกออกมาเป็น LAD (ท่อซ้ายหน้าล่าง) LCx (ท่อซ้ายไปข้างๆ) ผมแปลง่าย ๆ นะ ศัพท์ไม่หมอเท่าไหร่ ฝั่งขวามีท่อ RCA อันเดียว แล้วเส้นเลือดของผมคือ LAD LCx และ RCA โป่งพองทั้งหมด โดยที่ LAD LCx โป่งพองตลอดแนว แต่ไม่ตัน และที่มีปัญหาคือ เส้นเลือด RCA โป่งพองและมีลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้ผนังหัวใจส่วนนั้นขาดเลือด และ RCA ของผมไม่ได้โป่งธรรมดา โป่ง 4 เท่าของเส้นเลือดคนปกติและโป่งเป็นทางยาว แล้วก็หลังจากสวนหลอดเลือดทำบอลลูนคุณหมอเปิดเส้นเลือด RCA ได้แล้วหลังจากทำไป 10 รอบ ห๊ะ อะไรนะไอ่ครั้งที่ 10 นั่นสวนหลอดเลือดเหรอ แต่ว่า หลังจากเปิดได้ ตัวลิ่มเลือดมันไปอุดตันเส้นเลือดฝอยต่อ เลยต้องไปฉีดยาละลายลิ่มเลือดเพราะมันสวนต่อไม่ได้แล้ว แล้วก็อยู่ในห้อง CCU เพื่อดูอาการ
เกิดมาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเส้นเลือดตัวเองโป่งพอง คือตอนนี้ก็ 40 แล้ว คือเป็นหมูที่แข็งแรง 555 มีกล้ามเนื้อเยอะ+ไขมันเยอะด้วย ตามที่เครื่องที่ฟิตเนสมันบอกอ่ะนะครับ 555 คือปกติเล่นเวท กับ คาดิโอครับ เล่นเวทมา 10 ปี ละมั๊ง แบบเล่นแล้วก็หยุดบ้างเป็นระยะๆ แต่ล่าสุดก็เล่นต่อเนื่องมาซัก 2 ปีได้แล้ว (มีหยุดไป 2-3 เดือน 6 เดือนบ้าง) แต่ก่อนหน้านี้ช่วง 2 ปีหลังไม่ได้คุมอาหารซักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้กินจุกจิกนะครับ กิน 3 มื้อ ไม่กินดึก กาแฟก็ Americano ไม่ใส่น้ำตาล แล้วก็กำลังพยายามคุมอาหารบ้าง แต่ก็หลุดหมูกรอบหรือเค้กบ้างตามโอกาส Cheat Day(s) 5555 แต่ก็ด้วยวัย 40 รู้สึกลดน้ำหนักยากเหลือเกิน มันยากกว่าตอน 25 มาก ๆ ตรวจสุขภาพก็ปกติมาโดยตลอด มีแค่ยูริกสูง น้ำตาลและอื่นๆ แทบจะทุกอย่างปกติ อาจจะยกเว้นไขมันซึ่งหมอก็บอกว่ามันก็แตะ ๆ เกณฑ์ปกติขอบบนนะ ไม่ถึงขั้นต้องกินยาอะไร ก็ไม่เคยคิดว่า อยู่ดีๆ วันนึงจะมาเจอลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดที่โป่งพองมาทำไมนะบุหรี่ก็ไม่เคยสูบ
วันนี้ขอเล่าแค่นี้ก่อนละกันนะครับ ก่อนจะจบ Part แรกยังไงต้องขอขอบคุณคุณหมอ พยาบาล และจนท. ที่ รพ.เปาโลเกษตรและพญาไทนวมินทร์ทุกคนเลยนะครับ ประสิทธิภาพสูงมาก เชี่ยวชาญสูงมาก มืออาชีพมากๆ จากผมตื่นนอน ไป รพ.เปาโลเกษตรจนได้เข้าห้อง Cath Lab ที่พญาไทนวมินทร์ไม่ถึง 2 ชม. รอดตายแบบเจ้าตัวงงๆ ครับ 555
ประสบการณ์รอดตายจากอาการปวดหัวและเจ็บหน้าอก
มันเริ่มด้วยอยู่ดี ๆ ช่วงซักเที่ยงคืนผมก็เริ่มมีอาการปวดหัว ปวดหัวแถว ๆ หน้าฝากรู้สึกแบบบีบๆ มั๊ง คิดว่านะครับ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นไรก็เลยกินไทลินอลแล้วก็พยายามจะนอน ก็หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่อย่างนั้น จนอยู่ดี ๆ ก็ตื่นขึ้นมาประมาณตี 5 ครึ่ง พร้อมกับอาการเจ็บหน้าอก และหัวก็ยังปวดอยู่ ความเจ็บหน้าอกก็คือแบบไม่ได้เจ็บแบบในละครนะครับ ที่แบบต้องมีแอคติ้งกุมอกแล้วก็ทรุดลงไป 555 คือแบบเจ็บทนได้อ่ะ ระดับความปวดหัวก็พอ ๆ กันกับเจ็บหน้าอกคือเจ็บทนได้ หลังจากนั้นก็เริ่มประมวลผลว่ามันเกิดอะไรขึ้น คิดในใจกรดไหลย้อนเหรอ ไม่มั๊ง เถียงอยู่ในหัวตัวเองอยู่แป๊บนึง ก็คิดว่า คงไม่มีไร แต่ไป ER ที่ รพ.ดีกว่า เพื่อความชัวร์ ด้วยความที่มันเช้ามากและแม่ก็ยังไม่ตื่น (แม่อยู่บ้านด้วยกันครับ อยู่กัน 2 คน) แล้วแม่ก็กำลังมีปัญหาเรื่องนอนหลับ ตัดสินใจด้วยความรวดเร็วว่าไม่ปลุกดีกว่า เดี๋ยวมีคนป่วยเพิ่มและคิดว่าตัวเองก็คงไม่เป็นไรมาก ตอนแรกคิดแว๊บนึงว่าจะขับรถไป แต่คิดอีกแว๊บไม่ดีกว่า อาการงงๆ แบบนี้ ไม่เสี่ยงละกัน เดี๋ยวจะไปถึง รพ.ด้วยอุบัติเหตุแทน ก็เลยกด Grab ไป เปาโลเกษตร ด้วยความที่ประกันสังคมอยู่ตรงนั้นแล้วก็ใกล้บ้าน คุ้นเคย ปกติก็จะใช้ประกันกลุ่มของบริษัทร่วมกับประกันสังคม .... โชคดี Grab มาเร็วมาก อยู่ปากซอยพอดี
ถึง รพ.เปาโลเกษตร ซัก 6 โมงนิดๆ เห็นเคาน์เตอร์ลงทะเบียนเปิดแล้วก็เลยเดินไปเอาบัตรประชาชนกับบัตรประกันไปยื่น แล้วก็บอกปวดหัวกับเจ็บหน้าอกครับ ผมว่าผมคงสภาพเหมือนคนปกติมั๊ง (ซึ่งผมก็ยังคิดว่าผมปกติอยู่นะ 555) จนท.เค้าก็เลยบอกว่า นั่งรอซักครู่นะคะ เค้าก็คีย์ๆ อยู่แป๊บ รอไม่นาน เค้าก็เรียกชื่อแล้วก็ถามว่า จะรอคุณหมอตอน 9 โมง หรือจะห้องฉุกเฉินคะ ผมก็ห้องฉุกเฉินครับ เค้าก็ยื่นเอกสารให้ ผมก็รับแล้วก็เดินไปห้องฉุกเฉิน แล้วผมก็พยายามหาพยาบาลในห้องฉุกเฉินที่ดูยุ่งน้อยที่สุดเพื่อจะเอาเอกสารให้เค้าไป เค้าก็บอกว่าคนไข้นั่งรอข้างนอกซักครู่นะคะ (คือเตียงในห้องฉุกเฉินเติมอยู่) รอซักแป๊บเค้าก็มาเรียก
พอนอนบนเตียง ผมก็แจ้งอาการปวดหัว เจ็บหน้าอก timeline ก็ว่าไป เค้าก็ถามเจ็บขนาดไหนคะ 1-10 ไอ่เราก็คิดในใจเลขไหนดีวะครับเนี่ย พยาบาลก็ให้ Hint มาว่า 5 คือเจ็บทนได้ค่ะ ผมก็รีบตอบเลยใช่ครับ ๆ เจ็บทนได้ 5 ครับ แล้วพยาบาลก็ถามว่าเจ็บหน้าอกแบบไหนคะเจ็บแน่นๆ แบบมีอะไรทับ หรือเจ็บจี๊ดๆ อันนี้ตอบง่ายหน่อย เจ็บแน่นๆ ครับเหมือนมีอะไรมาทับ หายใจเป็นยังไงคะ เอ่อก็ไม่ทันสังเกตมาก่อนว่าเป็นยังไง ลองหายใจซัก 2-3 ฟืด แล้วก็คิด แล้วก็ตอบว่า ก็ไม่ค่อยปกตินะครับ มันยังไงก็ไม่รู้ พยาบาลก็ Hint มาอีก หายใจไม่อิ่มใช่มั๊ยคะ ผมก็เอ่อ ใช่ครับๆ ไม่อิ่มครับ มันไม่สุดอ่ะครับ พยาบาลก็เดินหายไปแป๊บ ลากเครื่อง EKG มาแล้วก็เอาแผ่นมาแปะ สายมาหนีบ พอเค้าเอาไปให้หมออ่าน เค้าก็รีบ move เตียงผมไปอีกที่ เอาเครื่องมา xray อก เจาะเลือดไปตรวจ แล้วก็ผมก็งง ๆ ว่า เกิดอะไรขึ้นนะ คุณหมอเริ่มมาถามเอง คุณหมอก็ทวนคำถามที่พยายามถามไปแล้วอีกที แล้วก็ถามเพิ่มอีกว่า มันเจ็บหน้าอกแล้ววิ่งไปไหนมั๊ย งงคำถามอยู่แป๊บนึง ก็บอกหมอว่า มันปวดหัวครับ ตอนแรกปวดแต่ตรงหน้าผากแต่ตอนนี้เริ่มปวดทั่วหน้าเลยครับ แล้วปวดตรงข้างๆ ลำตัวนิดหน่อย หมอก็ย้ำอีกมันวิ่งจากอกไปมั๊ย ผมก็ลังเลๆ หมอก็บอกให้ตั้งสติแล้วตอบเพราะว่ามีผลต่อการรักษา ผมก็ตอบไปปวดแยกนะครับ ไม่ได้ร้าวหรือวิ่งไปไหน หมอถามต่อ แล้วตอนตื่นมาเพราะเจ็บหน้าอก คือสะดุ้งตื่นเพราะเจ็บ หรือตื่นมาแล้วเจ็บ ผมก็ตอบตื่นมาแล้วค่อยเจ็บครับ ก็เจ็บแบบระดับ 5 มาเรื่อย ๆ ถึงตอนนี้ตั้งแต่ตื่น
แล้วก็หลังจากนั้นพยาบาลก็เริ่มต่อสายน้ำเกลือ แล้วก็เอายาละลายลิ่มเลือดมาให้กิน แล้วก็มี จนท.อีกคนแจ้งว่า คนไข้ครับ เราจะย้ายคนไข้ไปรักษาต่อที่ พญาไท นวมินทร์ นะครับ ให้คนไข้แจ้งญาติด้วย ตอนแรกยังงงๆ ว่า ไปทำไมนะ หมอที่นี่ยังไม่มาเหรอหรือยังไง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ก็ Line บอกแม่ ว่าเอ่ออยู่ รพ.นะโน่นนี่ ให้ตามไปพญาไท นวมินทร์ ซึ่งตอนนั้นคือประมาณ 6 โมงกว่า คือ อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะมีคำถามว่าทำไมไม่โทรศัพท์ไปปลุกแม่ คือผมยังคิดว่า อาการไม่หนักน่ะครับ 555 เพราะเค้าก็ไม่แจ้งรายละเอียดอะไร แล้วก็ไม่แน่ใจว่าใน ER ใช้โทรศัพท์มือถือได้มั๊ยด้วย คือ ชีวิตผมกับ รพ.นี่คือ OPD ตลอด อย่างมากก็แค่เป็นหวัด กับเจ็บกล้ามเนื้อ กับเรื่องกรดยูริก ไม่เคยมีประสบกาณ์ ER หรือนอน รพ.ใด ๆ ซักพัก จนท.ถามอีกทีว่า ติดต่อญาติรึยัง ผมก็บอกว่า line ไปละครับ แต่แม่ยังไม่อ่าน จนท.เสียงจริงจังขึ้น แล้วก็บอกโทรครับ คนไข้ โทรเลยครับ ซีเรียสมากครับ เราก็อ๋อครับ โทรได้ เคครับ โทรเดี๋ยวนี้เลยครับ แม่ก็ตื่นมางงๆ พร้อมกับพยายามทำความเข้าใจเรื่องที่ผมเล่าไป (แม่อายุ 70 ละครับ แต่ก็ยังแข็งแรงดีมาก เล่นโยคะทุกวัน) แม่มาเล่าให้ฟังทีหลังด้วยกลัวเป็นมิจฉาชีพปลอมเบอร์โทรมาหลอก มีการเดินไปเช็คที่ห้องนอนก่อนด้วยว่า อยู่มั๊ย 555 (รอบคอบดีมากครับ 555)
ซักพักผมก็เห็นคุณหมอที่ดูแลที่ ER คุยกับ จนท.ว่า เดี๋ยวหมอนั่งรถพยาบาลไปด้วย เราก็คิดในใจ คุณหมอน่ารักเนอะ มีการไปส่งด้วย (มาเก็ตทีหลังว่า อ๋อ เค้ากลัวเราตายระหว่างทางจะได้กู้ชีพทัน 555) พอเค้าทำเรื่องส่งตัวเสร็จซักพักก็ย้ายเตียงขึ้นรถ จาก เปาโลเกษตรไปถึงพญาไทนวมินทร์ผมว่าไม่ถึง 5 นาทีอ่ะ อาจจะโชคดีที่เป็นเช้าวันหยุดด้วย เค้าก็รีบเข็นเข้าไปที่ ER เค้าก็รีบเปลี่ยนชุดให้ฝากของ มีจนท.มาให้เซ็นเอกสาร ถ้าฉีดสี 4 หมื่นซักอย่าง แต่ถ้าต้องสวนหลอดเลือดหัวใจ 2 แสนกว่าซักอย่าง นะคะ แล้วเค้าก็บอกว่า ค่าใช้จ่าย cover นะคะ ไม่ต้องกังวล ผมก็เซ็นๆ ไปด้วยความงงๆ นี่เรากำลังจะฉีดสีสวนหลอดเลือด ทำบอลลูนเหรอ แต่ก็ยังคิดในใจ ไม่มีไรหรอกมั๊ง ฉีดสีเสร็จแล้วก็ไม่ต้องทำไรแล้วแหละ (ยังคิดว่าอาการตัวเองไม่หนัก 555) เค้าก็เข็นเตียงขึ้นลิฟต์ไปห้อง Cath Lab (ห้องสวนหลอดเลือดหัวใจ)
เผื่อใครไม่เคยเห็นห้อง Cath Lab มันก็จะมีจอใหญ่ ๆ ใหญ่มาก ๆ ผมว่าซัก 70-80 นิ้วได้มั๊ง อยู่ตรงกลาง แล้วก็มีจอย่อย ๆ ให้หมอดูอีก 2 จอ แล้วเตียงที่คนไข้นอนก็ขนานอยู่ตรงหน้าจอนั่นแหละ ข้างบนก็มีเครื่อง xray ที่หมุนทำมุมซ้ายขวาหรือมุมเงยได้ เพื่อจะได้ให้คุณหมอดู live ภาพ xray ขึ้นจอจากมุมต่าง ๆ ได้ แล้วก็มีห้อง Control อยู่ต่างหากข้าง ๆ ด้วย
พอผมนอนอยู่ตรงหน้าจอนั่นเรียบร้อยก็มีเจ้าหน้าที่มาจัดแจงแปะโน่นนี่ เอาผ้ามาคลุมตามตัว แล้วก็แจ้งว่าขออนุญาตรีบนิดนึงนะครับ อาการคนไข้ฉุกเฉิน ผมก็ อ๋อได้ครับ (ยังคงไม่รู้ตัวเหมือนเดิม ณ จุด ๆ นี้) แล้วเค้าก็เอาฟอร์มมาให้เซ็นแล้วก็แจ้งว่า คนไข้ครับ หัตถการนี้มีโอกาสเสียชีวิต 5% นะครับ ผมก็เซ็น ๆ ไปพร้อมกับคิดในใจ กุไม่ตายหรอก 555 เจ็บอกขำ ๆ แค่นี้จะมาตายอะไรกัน แล้วเค้าก็ถามต่อว่า แพ้เปลือกกุ้งเปลือกปูมั๊ยคับ ไม่แพ้ครับ มีประวัติแพ้ยามั๊ยครับ ไม่เคยแพ้อะไรมาก่อนเลยครับ
ซักพักเค้าก็เริ่ม แล้วอยู่ดี ๆ ผมก็รู้สึกว่า ไข่ของผมมันอุ่น ๆ ซึ่ง ณ ตอนนั้นผมคิดว่าเค้าเอาอะไรอุ่น ๆ มาวางตรงเป้า ก็งงว่า ไม่มีที่อื่นให้วางของแล้วรึไง มารู้ทีหลังเพราะบ่นให้เพื่อนฟัง เพื่อนมันบอกว่า เค้าไม่ได้เอาอะไรมาวางมาไข่ นั่นเค้าฉีดสีให้แล้วไข่มันเลยอุ่น (เพื่อนเคยโดนฉีดสีมาก่อนแต่ไม่ต้องสวนหลอดเลือด มันเลยรู้) แต่คือผมไม่รู้ตัวไง เค้าคงฉีดสีผ่านสายเดียวกับน้ำเกลือมั๊ง เลยไม่รู้ว่าฉีดไปแล้ว
พอฉีดสีเสร็จคุณหมอก็เริ่มเปิดเส้นเลือดตรงข้อมือ คุณหมอก็บอกเดี๋ยวฉีดยาชาให้นะ ก็คือระหว่างทำสวนหลอดเลือดหัวใจผมตื่นตลอดเวลานะครับ รู้สึกตัว ไม่ได้วางยาสลบ เค้าทำอะไรรู้เรื่องหมด (อาจจะยกเว้นไข่อุ่นนั่นอ่ะนะ) หมอก็เริ่มสอดลวดเข้าไปตามเส้นเลือดจากข้อมือจนไปถึงเส้นเลือดหัวใจ ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรนะครับ แค่รู้สึกเหมือนมีอะไรวิ่งอยู่ในแขน แต่แบบรู้สึกน้อยมากถ้าไม่สังเกตก็แทบไม่รู้ ระหว่างทำหมอก็ถามไป สูบบุหรี่มั๊ย ไม่เคยสูบครับ ก่อนหน้านี้เคยเจ็บหน้าอกมั๊ย ไม่เคยเจ็บมาก่อนเลยครับ หมอก็สวนหลอดเลือดไป เริ่มเห็นเค้านับครั้ง 1, 2, 3 ไปเรื่อย ๆ แล้วคุณหมอกับห้อง control ก็สื่อสารกันเป็นระยะๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะครับเค้าคุยอะไรกัน ศัพท์มันเฉพาะทาง ทำไปซักพักก็เริ่มรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมา ก็เลยบอกคุณหมอ คุณหมอก็บอก ใช่ มันจะแน่น ๆ หน่อยนะ ทำไปซักพัก ก็มีเสืยงพูดขึ้นมา ครั้งที่ 10 ได้ยินแล้วก็สงสัยมากอะไรวะครับ ครั้งที่ 10 แต่ก็ไม่ได้ถามเค้า ซักพัก ก็มีเสืองพูดขึ้นมาว่า จะฉีด Adrenaline พอฉีดเท่านั้นแหละ เหมือนหัวใจจะเต้นทะลุออกมาจากอก เสร็จแล้วคุณหมอก็เหมือนปรึกษากับทีมแล้วก็ สรุปว่าทำอะไรต่อไม่ได้ละ ไปฉีดยาต่อละกัน แล้วหมอก็หันมาพูดกับผมว่า ยังไม่ปลอดภัยนะ เส้นเลือดหัวใจโป่งพองนะ เป็นไปได้ว่าหัวใจติดเชื้อตอนเด็กหรือเป็นตั้งแต่เกิด เดี๋ยวไปฉีดยาละลายลิ่มเลือดต่อ แล้วก็คุณหมอก็จากไป 555 แล้วผมซึ่งกำลังจะประมวลผลในใจก็ห๊ะ ยังไงนะหมอ แต่หมอไปละ คุณหมอออกไปคุยกับคุณแม่แหละ
หลังจากนั้นผมก็นอนอยู่ในห้อง Cath Lab ต่ออีกซักพัก รอเตียงมาเข็นย้ายผมไปห้อง CCU แล้วก็มีเจ้าหน้าที่อีกคนมาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น สรุปคือ เส้นเลือดหัวใจมีอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ คือ เส้นฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ฝั่งซ้ายท่อหลักคือ LM แล้วก็แยกออกมาเป็น LAD (ท่อซ้ายหน้าล่าง) LCx (ท่อซ้ายไปข้างๆ) ผมแปลง่าย ๆ นะ ศัพท์ไม่หมอเท่าไหร่ ฝั่งขวามีท่อ RCA อันเดียว แล้วเส้นเลือดของผมคือ LAD LCx และ RCA โป่งพองทั้งหมด โดยที่ LAD LCx โป่งพองตลอดแนว แต่ไม่ตัน และที่มีปัญหาคือ เส้นเลือด RCA โป่งพองและมีลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้ผนังหัวใจส่วนนั้นขาดเลือด และ RCA ของผมไม่ได้โป่งธรรมดา โป่ง 4 เท่าของเส้นเลือดคนปกติและโป่งเป็นทางยาว แล้วก็หลังจากสวนหลอดเลือดทำบอลลูนคุณหมอเปิดเส้นเลือด RCA ได้แล้วหลังจากทำไป 10 รอบ ห๊ะ อะไรนะไอ่ครั้งที่ 10 นั่นสวนหลอดเลือดเหรอ แต่ว่า หลังจากเปิดได้ ตัวลิ่มเลือดมันไปอุดตันเส้นเลือดฝอยต่อ เลยต้องไปฉีดยาละลายลิ่มเลือดเพราะมันสวนต่อไม่ได้แล้ว แล้วก็อยู่ในห้อง CCU เพื่อดูอาการ
เกิดมาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเส้นเลือดตัวเองโป่งพอง คือตอนนี้ก็ 40 แล้ว คือเป็นหมูที่แข็งแรง 555 มีกล้ามเนื้อเยอะ+ไขมันเยอะด้วย ตามที่เครื่องที่ฟิตเนสมันบอกอ่ะนะครับ 555 คือปกติเล่นเวท กับ คาดิโอครับ เล่นเวทมา 10 ปี ละมั๊ง แบบเล่นแล้วก็หยุดบ้างเป็นระยะๆ แต่ล่าสุดก็เล่นต่อเนื่องมาซัก 2 ปีได้แล้ว (มีหยุดไป 2-3 เดือน 6 เดือนบ้าง) แต่ก่อนหน้านี้ช่วง 2 ปีหลังไม่ได้คุมอาหารซักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้กินจุกจิกนะครับ กิน 3 มื้อ ไม่กินดึก กาแฟก็ Americano ไม่ใส่น้ำตาล แล้วก็กำลังพยายามคุมอาหารบ้าง แต่ก็หลุดหมูกรอบหรือเค้กบ้างตามโอกาส Cheat Day(s) 5555 แต่ก็ด้วยวัย 40 รู้สึกลดน้ำหนักยากเหลือเกิน มันยากกว่าตอน 25 มาก ๆ ตรวจสุขภาพก็ปกติมาโดยตลอด มีแค่ยูริกสูง น้ำตาลและอื่นๆ แทบจะทุกอย่างปกติ อาจจะยกเว้นไขมันซึ่งหมอก็บอกว่ามันก็แตะ ๆ เกณฑ์ปกติขอบบนนะ ไม่ถึงขั้นต้องกินยาอะไร ก็ไม่เคยคิดว่า อยู่ดีๆ วันนึงจะมาเจอลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดที่โป่งพองมาทำไมนะบุหรี่ก็ไม่เคยสูบ
วันนี้ขอเล่าแค่นี้ก่อนละกันนะครับ ก่อนจะจบ Part แรกยังไงต้องขอขอบคุณคุณหมอ พยาบาล และจนท. ที่ รพ.เปาโลเกษตรและพญาไทนวมินทร์ทุกคนเลยนะครับ ประสิทธิภาพสูงมาก เชี่ยวชาญสูงมาก มืออาชีพมากๆ จากผมตื่นนอน ไป รพ.เปาโลเกษตรจนได้เข้าห้อง Cath Lab ที่พญาไทนวมินทร์ไม่ถึง 2 ชม. รอดตายแบบเจ้าตัวงงๆ ครับ 555