🚨 9 สัญญาณเตือน "โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ" ภัยเงียบที่ต้องรีบสังเกตตัวเองด่วน!



"โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ" ถือเป็นภัยเงียบอันตรายที่มักไม่แสดงอาการในช่วงแรกค่ะ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือรุนแรงถึงขั้นหัวใจวายได้ อาการเหล่านี้เกิดจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง กล้ามเนื้อหัวใจจึงขาดเลือดและออกซิเจน วันนี้บลูโซนจะพามาเช็กสัญญาณเตือนสำคัญที่ร่างกายกำลังบอกเราว่าหัวใจกำลังทำงานหนักเกินไปและต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วนค่ะ
.
เช็กด่วน! อาการแบบไหนที่หัวใจกำลังร้องขอความช่วยเหลือ

1. เจ็บแน่นกลางอก
มักจะรู้สึกเหมือนมีของหนักมาทับ หรือถูกบีบรัดที่หน้าอกอย่างรุนแรง ซึ่งบางคนอาจรู้สึกอึดอัดจนแทบจะทนไม่ไหวค่ะ

2. เจ็บร้าวไปกราม ไหล่ แขน คอ
ความเจ็บปวดอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่หน้าอกเท่านั้น อาการเจ็บสามารถแผ่ร้าวไปถึงไหล่ แขน หลัง หรือแม้แต่กรามและคอได้ด้วย

3. เจ็บเมื่อออกแรง
สังเกตได้ชัดเจนเวลาทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงาน เช่น เดินขึ้นบันได หรือยกของหนัก แล้วรู้สึกเจ็บหน้าอก เป็นเพราะหัวใจต้องการเลือดมากขึ้นแต่หลอดเลือดตีบจนเลือดไปเลี้ยงไม่ทันค่ะ

4. แน่นอกเกิน 5-10 นาที และไม่ดีขึ้นเมื่อพัก
หากนั่งพักแล้วอาการเจ็บหน้าอกยังคงอยู่และกินเวลานานเกิน 5 นาที นี่คือสัญญาณอันตรายของภาวะที่หัวใจขาดเลือดรุนแรงซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ

5. เหงื่อออกเยอะโดยไม่มีสาเหตุ ร่วมกับตัวเย็น
อยู่ๆ ก็มีเหงื่อผุดขึ้นมาอย่างหนักทั้งที่ไม่ได้ออกกำลังกายหรืออยู่ในที่อากาศร้อน เป็นอีกหนึ่งปฏิกิริยาของร่างกายเมื่อการทำงานของหัวใจมีความผิดปกติเฉียบพลัน ซึ่งมักเกิดร่วมกับอาการตัวเย็นเฉียบ (Cold sweat) และอาการหน้ามืดค่ะ

6. หายใจไม่อิ่ม โดยเฉพาะเวลานอนราบ
รู้สึกเหมือนสูดอากาศเข้าได้ไม่เต็มปอด หอบเหนื่อยง่าย หรือบางคนอาจสะดุ้งตื่นมาหอบกลางดึกเวลานอนราบ เพราะหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ไม่เต็มประสิทธิภาพค่ะ

7. ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะร่วมกับเจ็บแน่นอก
รู้สึกหัวใจเต้นเร็วและแรงผิดปกติ หรือเต้นสะดุดร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก ซึ่งเกิดจากระบบไฟฟ้าหัวใจทำงานรวนเมื่อเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ

8. เหนื่อยง่าย แม้ไม่ได้ออกแรง
รู้สึกอ่อนเพลียหมดแรงผิดปกติ ทั้งที่เพิ่งตื่นนอนหรือไม่ได้ทำกิจกรรมหนักๆ เป็นผลมาจากการที่หัวใจไม่สามารถปั๊มเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอค่ะ

9. หมดสติหรือเกือบหมดสติ
เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองและร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่เพียงพออย่างกะทันหัน ทำให้รู้สึกหน้ามืด วิงเวียน และอาจถึงขั้นวูบหรือหมดสติได้เลยค่ะ
.
วิธีดูแลและลดความเสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
เมื่อเราทราบถึงสัญญาณเตือนแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือหัวใจสำคัญในการดูแลตัวเองค่ะ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้กันนะคะ

ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด
ลดการทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ ของทอด ของมัน และอาหารรสหวานจัด หันมาเน้นทานผักใบเขียว ผลไม้หวานน้อย และเลือกทานไขมันดีเพื่อช่วยดูแลหลอดเลือดค่ะ

ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
การขยับร่างกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที จะช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานด้วยค่ะ

จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
ความเครียดส่งผลโดยตรงต่อความดันโลหิตและทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ลองหากิจกรรมผ่อนคลายที่ชอบทำ เช่น ทำสมาธิ ฟังเพลง หรือใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติเพื่อลดความตึงเครียดสะสม

ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
หมั่นเช็กค่าความดันโลหิต ค่าน้ำตาล และระดับไขมันในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินความเสี่ยงและสามารถรับมือดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ
.
ดูแลหลอดเลือดให้สะอาดและไหลเวียนได้ดีอยู่เสมอ
คือเกราะป้องกันสุขภาพหัวใจที่ดีที่สุดค่ะ หากใครที่กังวลเรื่องไขมันสะสมในหลอดเลือด การเสริม "โอเมก้า-3" ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ตรงจุด เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยลดการอักเสบในร่างกายและดูแลระดับไขมันในหลอดเลือดค่ะ


ที่มา  Bluzone

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่