การที่เราไม่กลาตัดสินใจอะไรเอง มันรู้สึกอึดอัดใช่มั้ยคะ
เราโดนจำกัดมาตลอด ทำให้ไม่กล้าทำอะไรเองจนทำอะไรไม่เป็นตั้งแต่เด็กแล้ว มันเริ่มจากที่สมัยก่อนที่ไม่มีโทรศัพท์เอง สมัยนั้นเรายังเล่นไม่เป็นหรอกค่ะ ทุกๆวันก็มักจะไปเล่นกับน้องๆญาติๆแถวบ้าน ในตอนนั้นอายุประมาณ8-10ขวบ เราไม่มีเพื่อนร่วมรุ่นค่ะ เพราะเเถวบ้านมีแต่คนอายุน้อยกว่าทั้งนั้นเลย ถ้ามากสุดก็น้อยกว่า1ปี ทำให้เรากลายเป็นพี่ใหญ่ไปเลย ทำให้เรารู้สึกมีอำนาจแปลกๆค่ะ กล้าตัดสินใจเพราะด้วยความเป็นเด็กและเป็นพี่ใหญ่ เป็นผู้นำ และด้วยความรู้สึกว่าไม่มีใครข่มเราได้เพราะอายุเยอะสุดทำให้ไม่ค่อยอยากกลับบ้านใช่มั้ยคะ สุดท้ายเราก็โดนแม่ไล่กลับบ้านค่ะ แม่เราเป็นคนที่ดุ ปากจัด แถมเรากลัวแม่มากเพราะแม่ตีจริง ดุนาน บ่นนาน ทำให้ตอนเด็กอายมากที่แม่ชอบพูดให้เรารีบกลับเราจึงต้องกลับบ้าน ทั้งที่เราก็เล่นอยู่หน้าบ้านที่สามารถมองเห็นได้แท้ๆ เพราะข้างๆก็เป็นบ้านของป้าเรา มันอยู่ในสายตาแต่เขาก็ยังบ่น ทำให้เราเล่นไม่หนำใจ และอยากไปเล่นกับเพื่อนๆ และพอออกจากบ้านทุกวันไปเล่นกับเพื่อน แม่ก็เริ่มไม่ให้ออกจากบ้านค่ะ ทำให้เราไม่ได้ไปเล่นอะไรเลยนอกจากเพื่อนหรือหลานๆมาเล่นด้วยเท่านั้น ทำให้ยิ่งโตเรายิ่งติดบ้านมากขึ้น ฟังดูดีใช้มั้ยคะ จนถึงช่วงประถมเราได้โทรศัพท์เครื่องแรก เราติดโทรศัพท์มากเพราะมันเป็นสิ่งบันเทิงไม่กี่อย่างในชีวิต แม่เราก็บ่นว่าเราติดบ้าน บอกให้ไปเล่นกับหลานๆน้องๆด้วย เพราะแกคงเห็นหลานๆออกมาเล่นกันช่วงเย็นมั้งคะเลยอยากให้เราออกไปนอกบ้านบ้าง เราก็สงสัยเพราะแกก็เป็นคนบอกให้อยู่บ้านเฝ้าบ้านแท้ๆ นอกจากนี้ยังมี ห้ามไปไหนโดยไม่บอก(อันนี้เข้าใจค่ะ) อย่าพึ่งมีแฟน(อันนี้แกกลัวเราจะเรียนไม่จบ) ห้ามซื้อของฟุ่มเฟือย(แต่พอเราบอกว่ามันดีอย่างนี้ๆ ราคาถูกๆแกก็ไม่อนุญาตให้ซื้อ ทั้งที่ตัวเองซื้อของปาไปหลายร้อยได้ทั้งที่ก็เคยมีของพวกนั้นอยู่แล้ว) และอื่นๆที่เราอาจลืมไปเยอะเลย จนมาที่ปัจจุบัน ตอนนี้อยู่มอปลายแล้วค่ะ และเพิ่งเกิดสดๆร้อนๆเลย ช่วงนี้ปิดเทอม โรงเรียนจะจัดกิจกรรมกีฬาสีค่ะ ห้องเราได้รับผิดชอบทำป้ายขบวน เราก็ขออนุญาตไปทำงานบ้านเพื่อนตลอด เคยพาแม่ไปดูบ้านเพื่อนคนนั้นว่าเราไปทำงานกับเพื่อนๆจริง ไม่ออกนอกลู่นอกทาง แต่ด้วยความที่ไปติดต่อกัน3วัน ทำให้แม่ไม่อนุญาตให้เราออกแล้วค่ะ หมดโควต้าออกบ้านแล้ว เราอยากไปช่วยเพื่อนเพราะว่าอยากมีประโยชน์ อยากทำช่วย แต่มันใช้เวลานานอยู่ค่ะ เพราะคนช่วยกันจริงๆไม่กี่คน มีแค่10กว่าๆคนเอง แต่ก็นั่นแหละ เมื่อวานเราพักเพราะแดดแรงมากและเราพาแม่ไปทำธุระ ทำให้เหนื่อยมากเลยลาเพื่อนวันนึง วันนี้ว่าจะไปช่วย เราก็โดนบ่นยาวเลยค่ะ แต่ก็เข้าใจเพราะเราใช้ตังไปกินทุกวัน
และด้วยแบบนั้นเราจึงไม่กล้าตัดสินใจเองเลยค่ะ กลัวการผิดพลาด กลัวโดนดุ เราเถียงไม่ได้เพราะไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย เราคิดว่าแกเป็นคนย้อนแย้งนะคะ ทั้งเพื่อน หลาน หรือใครก็ตามที่เป็นรุ่นของเรามาแล้วเป็นเพื่อนเรา ต่อหน้าแกก็ดูปกติค่ะ แต่พอทักคนกลับแกก็มักที่จะบ่นออกมา อันนี้ไม่ได้ตั้งใจที่จะแฉแม่หรืออะไรให้แกเสียหายนะคะ ตอนนี้เราคิดอะไรไม่ออกแล้วว่าแกต้องการอะไร ทำได้เพียงตีมึนพยายามไม่ฟัง เราเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีเพราะไม่อยากตั้งแง่กับใคร แต่แกก็มักที่จะบอกนู่นนี่ตั้งแต่เด็กๆทำให้เราติดบ้าน ไม่อยากที่จะไปเล่นกับคนที่เคยเล่น ขนาดเพื่อนสนิทของเรายังเคยโดนแม่พูดเลยค่ะ ทำให้ไม่อยากที่จะเชื่อแกแล้ว ไม่ใช่เพราะอีโก้หรืออะไรหรอกค่ะ แต่เราต้องการปกป้องความรู้สึกของเราต่อไป ยังมองมิตรภาพเหมือนเดิม เราดูงี่เง่ามั้ยคะที่รู้สึกแบบนี้ รู้สึกว่าตัวเองเอาแต่ใจมองในมุมมองของเราคนเดียว ปรึกษาใครก็ไม่ได้ ยิ่งแม่ยิ่งไม่อยากปรึกษา เพราะเราเคยปรึกษาเรื่องเล็กๆน้อยๆกับแก แกก็ตอบว่าเราปัญญาอ่อน มันอาจจะเป็นคำปกติใช่มั้ยคะ แต่เราไม่ ทุกคำพูดของแกเราอดที่จะเสียใจไม่ได้ เพื่อนด่ายังไม่เจ็บเท่าคนที่ไว้ใจด่าเลยค่ะ เราควรทำยังไงดีคะ เราไม่อยากอึดอัดแบบนี้ ที่ที่เราจะโดนจับผิดตลอดเวลา ตอนนี้เรามีแพลนที่จะเรียนภาษาไปทำงานต่างประเทศค่ะ คิดว่าทางนี้เราตัดสินใจถูกรึปล่าวคะ?🥲
ตัดสินใจถูกมั้ย
เราโดนจำกัดมาตลอด ทำให้ไม่กล้าทำอะไรเองจนทำอะไรไม่เป็นตั้งแต่เด็กแล้ว มันเริ่มจากที่สมัยก่อนที่ไม่มีโทรศัพท์เอง สมัยนั้นเรายังเล่นไม่เป็นหรอกค่ะ ทุกๆวันก็มักจะไปเล่นกับน้องๆญาติๆแถวบ้าน ในตอนนั้นอายุประมาณ8-10ขวบ เราไม่มีเพื่อนร่วมรุ่นค่ะ เพราะเเถวบ้านมีแต่คนอายุน้อยกว่าทั้งนั้นเลย ถ้ามากสุดก็น้อยกว่า1ปี ทำให้เรากลายเป็นพี่ใหญ่ไปเลย ทำให้เรารู้สึกมีอำนาจแปลกๆค่ะ กล้าตัดสินใจเพราะด้วยความเป็นเด็กและเป็นพี่ใหญ่ เป็นผู้นำ และด้วยความรู้สึกว่าไม่มีใครข่มเราได้เพราะอายุเยอะสุดทำให้ไม่ค่อยอยากกลับบ้านใช่มั้ยคะ สุดท้ายเราก็โดนแม่ไล่กลับบ้านค่ะ แม่เราเป็นคนที่ดุ ปากจัด แถมเรากลัวแม่มากเพราะแม่ตีจริง ดุนาน บ่นนาน ทำให้ตอนเด็กอายมากที่แม่ชอบพูดให้เรารีบกลับเราจึงต้องกลับบ้าน ทั้งที่เราก็เล่นอยู่หน้าบ้านที่สามารถมองเห็นได้แท้ๆ เพราะข้างๆก็เป็นบ้านของป้าเรา มันอยู่ในสายตาแต่เขาก็ยังบ่น ทำให้เราเล่นไม่หนำใจ และอยากไปเล่นกับเพื่อนๆ และพอออกจากบ้านทุกวันไปเล่นกับเพื่อน แม่ก็เริ่มไม่ให้ออกจากบ้านค่ะ ทำให้เราไม่ได้ไปเล่นอะไรเลยนอกจากเพื่อนหรือหลานๆมาเล่นด้วยเท่านั้น ทำให้ยิ่งโตเรายิ่งติดบ้านมากขึ้น ฟังดูดีใช้มั้ยคะ จนถึงช่วงประถมเราได้โทรศัพท์เครื่องแรก เราติดโทรศัพท์มากเพราะมันเป็นสิ่งบันเทิงไม่กี่อย่างในชีวิต แม่เราก็บ่นว่าเราติดบ้าน บอกให้ไปเล่นกับหลานๆน้องๆด้วย เพราะแกคงเห็นหลานๆออกมาเล่นกันช่วงเย็นมั้งคะเลยอยากให้เราออกไปนอกบ้านบ้าง เราก็สงสัยเพราะแกก็เป็นคนบอกให้อยู่บ้านเฝ้าบ้านแท้ๆ นอกจากนี้ยังมี ห้ามไปไหนโดยไม่บอก(อันนี้เข้าใจค่ะ) อย่าพึ่งมีแฟน(อันนี้แกกลัวเราจะเรียนไม่จบ) ห้ามซื้อของฟุ่มเฟือย(แต่พอเราบอกว่ามันดีอย่างนี้ๆ ราคาถูกๆแกก็ไม่อนุญาตให้ซื้อ ทั้งที่ตัวเองซื้อของปาไปหลายร้อยได้ทั้งที่ก็เคยมีของพวกนั้นอยู่แล้ว) และอื่นๆที่เราอาจลืมไปเยอะเลย จนมาที่ปัจจุบัน ตอนนี้อยู่มอปลายแล้วค่ะ และเพิ่งเกิดสดๆร้อนๆเลย ช่วงนี้ปิดเทอม โรงเรียนจะจัดกิจกรรมกีฬาสีค่ะ ห้องเราได้รับผิดชอบทำป้ายขบวน เราก็ขออนุญาตไปทำงานบ้านเพื่อนตลอด เคยพาแม่ไปดูบ้านเพื่อนคนนั้นว่าเราไปทำงานกับเพื่อนๆจริง ไม่ออกนอกลู่นอกทาง แต่ด้วยความที่ไปติดต่อกัน3วัน ทำให้แม่ไม่อนุญาตให้เราออกแล้วค่ะ หมดโควต้าออกบ้านแล้ว เราอยากไปช่วยเพื่อนเพราะว่าอยากมีประโยชน์ อยากทำช่วย แต่มันใช้เวลานานอยู่ค่ะ เพราะคนช่วยกันจริงๆไม่กี่คน มีแค่10กว่าๆคนเอง แต่ก็นั่นแหละ เมื่อวานเราพักเพราะแดดแรงมากและเราพาแม่ไปทำธุระ ทำให้เหนื่อยมากเลยลาเพื่อนวันนึง วันนี้ว่าจะไปช่วย เราก็โดนบ่นยาวเลยค่ะ แต่ก็เข้าใจเพราะเราใช้ตังไปกินทุกวัน
และด้วยแบบนั้นเราจึงไม่กล้าตัดสินใจเองเลยค่ะ กลัวการผิดพลาด กลัวโดนดุ เราเถียงไม่ได้เพราะไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย เราคิดว่าแกเป็นคนย้อนแย้งนะคะ ทั้งเพื่อน หลาน หรือใครก็ตามที่เป็นรุ่นของเรามาแล้วเป็นเพื่อนเรา ต่อหน้าแกก็ดูปกติค่ะ แต่พอทักคนกลับแกก็มักที่จะบ่นออกมา อันนี้ไม่ได้ตั้งใจที่จะแฉแม่หรืออะไรให้แกเสียหายนะคะ ตอนนี้เราคิดอะไรไม่ออกแล้วว่าแกต้องการอะไร ทำได้เพียงตีมึนพยายามไม่ฟัง เราเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีเพราะไม่อยากตั้งแง่กับใคร แต่แกก็มักที่จะบอกนู่นนี่ตั้งแต่เด็กๆทำให้เราติดบ้าน ไม่อยากที่จะไปเล่นกับคนที่เคยเล่น ขนาดเพื่อนสนิทของเรายังเคยโดนแม่พูดเลยค่ะ ทำให้ไม่อยากที่จะเชื่อแกแล้ว ไม่ใช่เพราะอีโก้หรืออะไรหรอกค่ะ แต่เราต้องการปกป้องความรู้สึกของเราต่อไป ยังมองมิตรภาพเหมือนเดิม เราดูงี่เง่ามั้ยคะที่รู้สึกแบบนี้ รู้สึกว่าตัวเองเอาแต่ใจมองในมุมมองของเราคนเดียว ปรึกษาใครก็ไม่ได้ ยิ่งแม่ยิ่งไม่อยากปรึกษา เพราะเราเคยปรึกษาเรื่องเล็กๆน้อยๆกับแก แกก็ตอบว่าเราปัญญาอ่อน มันอาจจะเป็นคำปกติใช่มั้ยคะ แต่เราไม่ ทุกคำพูดของแกเราอดที่จะเสียใจไม่ได้ เพื่อนด่ายังไม่เจ็บเท่าคนที่ไว้ใจด่าเลยค่ะ เราควรทำยังไงดีคะ เราไม่อยากอึดอัดแบบนี้ ที่ที่เราจะโดนจับผิดตลอดเวลา ตอนนี้เรามีแพลนที่จะเรียนภาษาไปทำงานต่างประเทศค่ะ คิดว่าทางนี้เราตัดสินใจถูกรึปล่าวคะ?🥲