⌛✨💖 นิทานพื้นบ้านเยอรมัน: ฮันส์เม่นน้อย 💖✨⌛




          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาและภรรยาที่อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ ชีวิตของพวกเขาเรียบง่าย แต่ก็เต็มไปด้วยความทุกข์ใจ เพราะทั้งคู่ไม่มีลูกสืบสกุล แม้จะพยายามมานานหลายปี พวกเขาจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าอย่างสิ้นหวัง
          “พระเจ้า ได้โปรด ให้เรามีลูกเถิด ไม่ว่าจะเป็นเด็กแบบไหน เราก็จะรักเขา ขอเพียงให้เราได้เป็นพ่อแม่”

          ในที่สุด คำอธิษฐานของพวกเขาก็ได้รับคำตอบ ภรรยาของชาวนาให้กำเนิดลูกชาย แต่ทารกคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดา เขามีร่างกายครึ่งหนึ่งเป็นมนุษย์ และอีกครึ่งหนึ่งเป็นเม่น!
          เมื่อชาวนาเห็นลูกของเขา เขาถึงกับอุทานด้วยความตกใจ “พระเจ้า ลูกชายของเราช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน!”
          ภรรยาของเขามองลูกด้วยความอ่อนโยน แต่เธอก็อดเศร้าไม่ได้ “ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เขาก็คือลูกของเรา ข้าจะรักเขาเท่าที่แม่คนหนึ่งจะรักลูกได้”
          พวกเขาตั้งชื่อเด็กน้อยคนนี้ว่าฮันส์ และเลี้ยงดูเขาเท่าที่จะทำได้

          แต่การเลี้ยงดูฮันส์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะรูปลักษณ์ที่ไม่ธรรมดาของเขาทำให้ชาวบ้านพากันซุบซิบนินทา
          “ดูสิ ลูกชายของชาวนาคนนั้นเป็นเม่น! เขาต้องเป็นคำสาปจากพระเจ้าแน่ ๆ”
          ชาวนาก็เริ่มอายต่อสายตาผู้คน เขาค่อย ๆ เผยท่าทีเย็นชาต่อฮันส์ บางครั้งถึงกับบ่นว่า “ถ้าไม่มีฮันส์ ชีวิตเราคงจะดีกว่านี้”

          คำพูดเหล่านี้บาดลึกในหัวใจของฮันส์ เขารู้ตัวดีว่าไม่มีใครต้องการเขา แม้แต่ครอบครัวของตัวเอง
          “ถ้าข้าไม่มีที่ให้เรียกว่าบ้าน ข้าก็จะสร้างชีวิตของตัวเอง!”

          วันหนึ่ง ฮันส์จึงรวบรวมข้าวของเท่าที่มี เขาพาไก่หลายตัวและขลุ่ยวิเศษ ที่เขาทำขึ้นเอง แล้วเดินทางออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังป่าลึก
          ในป่า ฮันส์ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวอย่างสงบสุข เขาเลี้ยงไก่ และบรรเลงเพลงด้วยขลุ่ยวิเศษของเขา เพลงของฮันส์ไพเราะจนสัตว์ป่าทั้งหลายเงี่ยหูฟัง และในไม่ช้า เสียงเพลงของเขาก็เลื่องลือไปถึงหมู่บ้านใกล้เคียง ผู้คนเริ่มพูดถึงเม่นประหลาดที่เป่าขลุ่ย


          วันหนึ่งกษัตริย์จากอาณาจักรใกล้เคียงหลงทางในป่า พระองค์ค้นหาเส้นทางกลับวังอยู่นานจนหมดหวัง จนกระทั่งได้ยินเสียงขลุ่ยของฮันส์
          “ใครอยู่ที่นั่น? ช่วยข้าด้วยเถิด!” พระองค์ส่งเสียงร้องตะโกน

          ฮันส์ปรากฏตัวต่อหน้ากษัตริย์ ท่าทางแปลกประหลาดของเขาทำให้พระองค์ถึงกับผงะ
          แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้มีเจตนาร้าย กษัตริย์จึงพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
          “ข้าหลงทางอยู่ในป่านี้ หากเจ้าช่วยข้าออกไปได้ ข้าจะให้รางวัลแก่เจ้าเท่าที่เจ้าต้องการ”
          ฮันส์ยิ้มและกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น ท่านต้องสัญญาว่า เมื่อถึงวังแล้ว ท่านจะให้ลูกสาวของท่านแต่งงานกับข้า”
          แม้จะตกใจ แต่กษัตริย์ก็ไม่มีทางเลือก พระองค์จึงทรงรับปากอย่างไม่เต็มใจนัก “ข้าสัญญา หากข้าได้กลับถึงวัง ข้าจะให้สิ่งที่เจ้าขอ”
          ฮันส์จึงพากษัตริย์กลับสู่วังอย่างปลอดภัย

          แต่เมื่อกษัตริย์กลับถึงวัง พระองค์กลับไม่ยอมรักษาคำพูด “ข้าจะไม่ให้ลูกสาวของข้าแต่งงานกับเจ้าเม่นประหลาดเช่นนั้นเด็ดขาด!” กษัตริย์คิดว่าฮันส์คงไม่กล้าทวงคำสัญญา

          แต่ไม่นานนัก ฮันส์ได้เดินทางมาที่วังพร้อมกับขบวนไก่ของเขา เขาประกาศเสียงดังต่อหน้าผู้คนในราชสำนัก
          “กษัตริย์ทรงสัญญาว่าจะให้ลูกสาวของพระองค์แต่งงานกับข้า ท่านไม่สามารถละเมิดคำสัญญานี้ได้!”
          เมื่อกษัตริย์เห็นความเด็ดเดี่ยวของฮันส์ พระองค์ก็รู้ว่าทรงปฏิเสธเขาไม่ได้ จึงจำใจให้เจ้าหญิงแต่งงานกับเขา

          เจ้าหญิงแม้จะรู้สึกหวาดกลัวในตอนแรก แต่เมื่อเธอได้พูดคุยกับฮันส์ เธอกลับพบว่าเขาเป็นผู้มีจิตใจดีและเฉลียวฉลาด

          ในคืนแต่งงาน เมื่อฮันส์อยู่ในห้องตามลำพังกับเจ้าหญิง เขาพูดขึ้นว่า “เจ้าไม่ต้องกลัวข้า ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า หากเจ้าให้ข้าอยู่เคียงข้างด้วยความจริงใจ ข้าจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ดีขึ้น”
          เมื่อเจ้าหญิงแสดงความรักและความจริงใจต่อฮันส์ คำสาปที่ทำให้เขาเป็นครึ่งคนครึ่งเม่นก็ถูกทำลาย ร่างของเขากลับกลายเป็นชายหนุ่มรูปงาม

          เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนในวังต่างตกตะลึงเมื่อพบว่าฮันส์ไม่ใช่เม่นประหลาดอีกต่อไป แต่เป็นชายหนุ่มผู้สง่างาม
          หลังจากนั้น ฮันส์และเจ้าหญิงได้ครองรักกันอย่างมีความสุข พวกเขาปกครองราชอาณาจักรต่อจากพระบิดาด้วยความยุติธรรมและสติปัญญา



(นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… “รูปลักษณ์ภายนอกอาจหลอกตา แต่คุณค่าแท้จริงอยู่ที่จิตใจและความดีภายใน” , “คำสัญญาคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์” และ “ความรักและความจริงใจสามารถลบล้างอุปสรรคทุกอย่างได้”

          “ความแตกต่างไม่ได้ลดคุณค่าของตัวตน แต่คือบททดสอบที่เปิดเผยความกล้าหาญและความงามในจิตใจ รูปลักษณ์ภายนอกอาจจางหายตามกาลเวลา แต่ความดีและความซื่อสัตย์จะคงอยู่ตลอดไป ซึ่งสามารถเปลี่ยนโชคชะตาให้ยิ่งใหญ่เกินจินตนาการได้”)


ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: taleZZZ | คลังศูนย์รวมนิทานทั่วโลก
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่